“จิรายุ” เตือนรัฐบาลใช้เงินเปลือง ขอสำนึกภาษีประชาชน
https://news.thaipbs.or.th/content/296492
“จิรายุ” ส.ส.เพื่อไทย เสนอเติมที่มาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี’64 มีที่มาจากภาษีประชาชน ชี้รัฐบาลกู้เงินเก่ง ใช้เงินเปลือง พร้อมเตือนให้สำนึกว่าเงินที่ใช้มาจากภาษีประชาชน
วันนี้ (16 ก.ย.2563) นาย
จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายมาตรา 1 ระบุว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยส่วนตัวขอเพิ่มเติมคำว่า "
ที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ" เนื่องจากรัฐบาลของ พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายตั้งแต่รัฐประหารจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่มีความหวังและไม่สามารถวัดผลได้ จึงอยากให้รัฐบาลสำนึกว่าการแจกเงินให้กับประชาชนเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ รวมถึงงบฯ ที่ไม่จำเป็นและไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19
“ ทุกมาตรา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรมใด บางครั้งก็ตั้งงบประมาณโดยสมมติฐานไว้เผื่อต่อ เผื่อตัด”
นาย
จิรายุ เห็นว่างบประมาณที่ตั้งมานี้ไม่ตั้งอยู่บนสมมติฐานของสถานการณ์ COVID-19 แม้จะมีการแก้ไขในวาระแรกที่รับหลักการ แต่หลังเกิดสถานการณ์ รัฐบาลกลับไม่ได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายแต่อย่างใด และเมื่อมีการตรวจสอบก็มักจะถูกฟ้องหมื่นประมาทอยู่เสมอ ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ในการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลโดยการกู้เงินมาใช้ แต่ไม่บอกประชาชนว่าจะหาเงินจากที่ไหนเพื่อนำมาใช้เงินกู้ จึงอยากฝากไปยังคณะรัฐมนตรีหาวิธีบริหารจัดการเงินงบประมาณแผ่นดิน ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาระบุว่าเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั้น ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น
"ผมรู้สึกเอือมระอาทุกครั้งที่มานั่งในห้องประชุม และซักถามรัฐมนตรีหลานท่าน เพราะท่านไม่สำนึกว่าการใช้งบประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท และขาดดุลต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นนายกฯ ที่กู้เงินมากที่สุด เพราะเราไม่เคยใส่มาตรา 1 โดยลักษณะเช่นนี้ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณ"
นาย
จิรายุกล่าวสรุปว่า มาตรา 1 พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่จำเป็นต้องเติมคำว่า "
ที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ" เป็นสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.
ประยุทธ์ และ ครม.ต้องตระหนักดีว่าไม่ใช่เงินของใคร หรือตระกูลใด นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ กมธ.วิสามัญหลายอนุ ไม่ได้มีการตัดงบประมาณอย่างเป็นระบบ เช่น กมธ.อนุงบประมาณปกครองท้องถิ่น ที่มีหัวโต๊ะเป็นพรรครัฐบาลนั่งอยู่ จึงอยากให้รับบาลชี้แจง
ส.ส.ก้าวไกล ให้ความสำคัญ! เตรียมเข้าสังเกตการณ์ ม็อบใหญ่ 19 ก.ย.
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_4921461
“โรม” คาด ส.ส.ก้าวไกล พร้อมลงพื้นที่สังเกตการณ์ชุมนุม 19 ก.ย. ชี้ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน ชี้ไม่ตั้งคณะทำงาน เพราะสนใจกันทั้งพรรค
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในการลงพื้นที่สังเกตการณ์ชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. นี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า ในส่วนของพรรคก้าวไกลจะลงพื้นที่การชุมนุมเพื่อสังเกตการณ์การชุมนุมเป็นหลัก ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่
มีการทำให้การใช้เสรีภาพในการแสดงออกของคนที่มาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญไม่ได้หรือไม่ เบื้องต้นเราจะไปสังเกตการณ์วันที่ 19 ก.ย. แน่ๆ ในส่วนของพรรคก้าวไกลไม่ได้ตั้งคณะทำงาน หากตั้งคงต้องตั้งทั้งพรรค เพราะทุกคนให้ความสำคัญเรื่องของสิทธิมนุษยชน เราสามารถลงพื้นที่แล้วใช้กลไกของกรรมาธิการในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของพี่น้องประชาชนได้ในกรณีที่มีการละเมิด
สำคัญที่เราลงไปเพื่อให้เห็นว่าการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หมายความว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ คาดว่าคงไปกันหลายคน ถ้าใครอยู่ต่างจังหวัดไม่สะดวกก็ไม่ได้บังคับใครมา
JJNY : จิรายุเตือน ขอสำนึกภาษีปชช./ก้าวไกลเตรียมเข้าสังเกตการณ์ม็อบ/สมชัยกางไทม์ไลน์ ใครจัดทำงบล่าช้า/ส.เที่ยวภูเก็ตโอด
https://news.thaipbs.or.th/content/296492
วันนี้ (16 ก.ย.2563) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายมาตรา 1 ระบุว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยส่วนตัวขอเพิ่มเติมคำว่า "ที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ" เนื่องจากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายตั้งแต่รัฐประหารจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่มีความหวังและไม่สามารถวัดผลได้ จึงอยากให้รัฐบาลสำนึกว่าการแจกเงินให้กับประชาชนเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ รวมถึงงบฯ ที่ไม่จำเป็นและไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19
“ ทุกมาตรา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรมใด บางครั้งก็ตั้งงบประมาณโดยสมมติฐานไว้เผื่อต่อ เผื่อตัด”
นายจิรายุ เห็นว่างบประมาณที่ตั้งมานี้ไม่ตั้งอยู่บนสมมติฐานของสถานการณ์ COVID-19 แม้จะมีการแก้ไขในวาระแรกที่รับหลักการ แต่หลังเกิดสถานการณ์ รัฐบาลกลับไม่ได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายแต่อย่างใด และเมื่อมีการตรวจสอบก็มักจะถูกฟ้องหมื่นประมาทอยู่เสมอ ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ในการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลโดยการกู้เงินมาใช้ แต่ไม่บอกประชาชนว่าจะหาเงินจากที่ไหนเพื่อนำมาใช้เงินกู้ จึงอยากฝากไปยังคณะรัฐมนตรีหาวิธีบริหารจัดการเงินงบประมาณแผ่นดิน ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาระบุว่าเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั้น ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น
"ผมรู้สึกเอือมระอาทุกครั้งที่มานั่งในห้องประชุม และซักถามรัฐมนตรีหลานท่าน เพราะท่านไม่สำนึกว่าการใช้งบประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท และขาดดุลต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นนายกฯ ที่กู้เงินมากที่สุด เพราะเราไม่เคยใส่มาตรา 1 โดยลักษณะเช่นนี้ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณ"
นายจิรายุกล่าวสรุปว่า มาตรา 1 พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่จำเป็นต้องเติมคำว่า "ที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ" เป็นสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.ต้องตระหนักดีว่าไม่ใช่เงินของใคร หรือตระกูลใด นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ กมธ.วิสามัญหลายอนุ ไม่ได้มีการตัดงบประมาณอย่างเป็นระบบ เช่น กมธ.อนุงบประมาณปกครองท้องถิ่น ที่มีหัวโต๊ะเป็นพรรครัฐบาลนั่งอยู่ จึงอยากให้รับบาลชี้แจง
ส.ส.ก้าวไกล ให้ความสำคัญ! เตรียมเข้าสังเกตการณ์ ม็อบใหญ่ 19 ก.ย.
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_4921461
“โรม” คาด ส.ส.ก้าวไกล พร้อมลงพื้นที่สังเกตการณ์ชุมนุม 19 ก.ย. ชี้ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน ชี้ไม่ตั้งคณะทำงาน เพราะสนใจกันทั้งพรรค
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในการลงพื้นที่สังเกตการณ์ชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. นี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า ในส่วนของพรรคก้าวไกลจะลงพื้นที่การชุมนุมเพื่อสังเกตการณ์การชุมนุมเป็นหลัก ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่
มีการทำให้การใช้เสรีภาพในการแสดงออกของคนที่มาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญไม่ได้หรือไม่ เบื้องต้นเราจะไปสังเกตการณ์วันที่ 19 ก.ย. แน่ๆ ในส่วนของพรรคก้าวไกลไม่ได้ตั้งคณะทำงาน หากตั้งคงต้องตั้งทั้งพรรค เพราะทุกคนให้ความสำคัญเรื่องของสิทธิมนุษยชน เราสามารถลงพื้นที่แล้วใช้กลไกของกรรมาธิการในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของพี่น้องประชาชนได้ในกรณีที่มีการละเมิด
สำคัญที่เราลงไปเพื่อให้เห็นว่าการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หมายความว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ คาดว่าคงไปกันหลายคน ถ้าใครอยู่ต่างจังหวัดไม่สะดวกก็ไม่ได้บังคับใครมา