คนที่ทำให้เรารู้จักคำว่า "รัก" คนแรก เราจะไม่สามาถลืมเขาได้เลยจริงไหมคะ?

**นี่เป็นกระทู้แรกของเราถ้ามีข้อผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ**

                สวัสดีค่ะ เราขออนุญาตแทนตัวเองว่านีรแล้วกันนะคะ ปีนี้เราอายุ 17 ปีค่ะ ขอเกริ่นก่อนนะคะว่าเราเป็นคนที่เวลาใครมีปัญหาอะไรเขาก็มักจะมาขอคำปรึกษาจากเราอยู่ตลอดค่ะ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่เราก็ยินดีช่วยเหลือพวกเขาเสมอ นั่นรวมถึงปัญหาเรื่องความรักด้วยค่ะ ส่วนตัวเราเป็นคนที่ไม่อยากมีแฟนตอนมัธยม เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่มั่นคงที่จะคบกับใครสักคนหนึ่ง บวกกับการที่เราได้ยินเรื่องประสบการณ์ความรักมากมายจากคนที่มาปรึกษาเรา นั่นเลยตั้งปนิธานกับตัวเองไว้ว่าเราจะไม่มีแฟนจนกว่าจะเรียนมหา'ลัย
   
                แต่แล้วก็มีใครสักคนที่เข้ามาในชีวิตเราแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว เรารู้จักกับเขาทางเฟซบุ๊กค่ะ เขาทักทายเรามาเรื่องเกม ก็เลยได้เล่นเกมกับเขาค่ะ เขาเล่นเก่งมาก แล้วก็ยศสูงกว่าเราเยอะเลย ช่วงนั้นเราก็รู้สึกดีนะคะที่มีเพื่อนเล่นเกม ไม่ได้คิดถึงการดำเนินความสัมพันธ์ไปในเชิงความรักเลยค่ะ แต่พอรู้จักกันมากขึ้น การใช้คำพูดคำจาของเขามันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้รับมาจากใครมาก่อน มันทำให้เรารู้สึกดีนะคะ รู้สึกตัวเองอีกทีเราก็เริ่มรู้ตัวว่าเราคงจะชอบเขาเข้าจริงๆแล้วล่ะค่ะ

               แต่ฝันของเราก็ได้สลายลงไปในเพียงแค่เสี้ยววินาที
        
               กลางดึกวันหนึ่ง เขาบอกกับเราว่าความจริง เขาน่ะมีแฟนแล้ว แต่แฟนเขามักจะเล่นเกมอื่นมากกว่า ซึ่งไม่ได้เล่นเกมเดียวกับเกมที่เรากับเขาเล่นด้วยกัน เราตกใจมาก และเสียใจมาก เราไม่รู้ว่าเป็นแค่เราเองหรือเปล่าที่คิดไปเอง คำพูดของเขาแต่ละคำที่เขาสื่อกับเรา มันดูเหมือนกับว่าเขารู้สึกดีกับเราจริงๆ 

              หลังจากวันนั้นเวลาเขาเล่นมุกหรือหยอดมุกอะไรใส่เรา เราก็ตอบเขาไปตามปกติ แต่เราจะไม่เล่นด้วยกับมุกหยอดนั้นของเขา เพราะเราเป็นคนที่ไม่โอเคมากกับการดำเนินความสัมพันธ์ไปในแบบที่เราเป็นคนที่ 3 ของความสัมพันธ์นี้ เรายอมรับว่าตอนนั้นเราเย็นชากับเขามากๆ เพราะเราทั้งโกรธทั้งเสียใจจนอยากที่จะเลิกยุ่งกับเขาไปเลยจริงๆ

              แต่เขาก็ยังที่จะยื้อเราไว้

              หลังจากที่เราเย็นชาใส่เขา เขาก็ถามเราว่าเราโกรธอะไรเขาหรือเปล่า ซึ่งเราก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้ไปตามตรง เพียงแต่บอกว่า เราไม่มีอะไรให้ต้องโกรธแกเลย เราตอบไปเพียงเท่านั้นเขาก็เหมือนจะหายไปสักพักเพื่อคิดทบทวนอะไรบางอย่าง

              สุดท้ายในวันที่เราจะไม่ทักไปหาเขาอีกแล้ว เขาก็ทักมาบอกความจริงกับเราทั้งหมด ว่าจริงๆแล้วเขากับแฟนเขาน่ะ ไม่ใช่แฟนกันจริงๆ คนที่เขาอ้างถึงเขาบอกว่านั่นไม่ใช่แฟนแต่เป็นน้องสาวเท่านั้น เราสับสนไปหมดและเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเราควรที่จะรู้สึกดีใจหรือเสียใจกันดี แต่เราก็เลือกที่จะเฉยๆกับเขาเหมือนเดิม

              เขายังเลือกที่จะทักเรามาทุกวัน เราที่ไม่ได้อะไรก็แค่ตอบไปตามมารยาท แต่ใครจะไปคิดกันล่ะคะ ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของวงจรอุบาทว์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

             เราตัดสินใจที่จะกลับมาคุยกับเขาแบบเดิมในฐานะ แฟน แล้วค่ะ มีแชตบ้าง โทรบ้าง เป็นบางเวลา ช่วงเวลานั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆเลยค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ในชีวิตเราเพิ่งจะได้สัมผัสกับคำว่ารักครั้งแรก
  
             ขอเกริ่นนิดหนึ่งนะคะว่าเขาเป็นนิ่งๆเงียบๆแล้วก็ค่อนข้างโลกส่วนตัวสูง ซึ่งตรงข้ามกับเราราวฟ้ากับเหวเลยล่ะค่ะ

             ความแตกต่างของเราสองคนจึงทำให้มีหลายครั้งที่เราสองคนทะเลาะกันค่อนข้างบ่อยค่ะ แต่ก็จบลงด้วยดีกันทุกครั้ง  แต่มีหนึ่งเรื่องนะคะที่เราอยากจะถามเขามาตลอด แต่ด้วยบุคลิกของเขาเราเลยไม่ได้อยากจะก้าวก่ายส่วนตรงนั้น แล้วก็ไม่ได้อยากที่จะบังคับเขาสักเท่าไหร่ ตลอดเวลาที่คบกัน เขาไม่เคยขึ้นสถานะ ลงรูปเวลาที่เราวิดีโอคอลด้วยกัน หรือแชร์อะไรที่สื่อถึงเราสักนิดก็ไม่มีเลย เรียกได้ว่า ไม่ได้แสดงถึงการมีตัวตนของเราในพื้นที่ของเขาเลยค่ะ ตอนแรกเราไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะเราเองก็คิดว่าความรักระหว่างเราสองคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำบนเฟซบุ๊ก แต่อยู่ที่เราสองคนมากกว่า เขาเองก็เคยบอกกับเราแบบนี้ค่ะว่าความรักของเราสองคนเราก็รู้กันแค่สองคน คนอื่นไม่จำเป็นต้องรับรู้ก็ได้ และเราก็เชื่อแบบนั้นมาตลอด

            จนอยู่มาวันหนึ่ง เขาก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไปค่ะ ตอบแชตเราน้อยลง ตอบแชตเราช้า เราขอคอลกับเขา เขาก็หาข้ออ้างสารพัดเพื่อบอกว่าวันนี้คอลไม่ได้นะ เราก็พยายามเข้าใจว่าเขาคงจะไม่ว่างจริงๆแต่พอหลายวันเข้ามันก็เริ่มรู้สึกตะหงิดๆใจแล้วว่า มันแปลกๆหรือเปล่า เราเลยถามเขาไปตรงๆค่ะว่า เธอเบื่อเราแล้วหรือเปล่า? เขาก็ตอบมาแค่สั้นๆค่ะว่า เปล่า แล้วเราก็ไม่สงสัยอะไรอีกเลยค่ะ เรามีข้อเสียอย่างหนึ่งตรงที่ถ้าคนที่เรารักและไว้ใจเรามักจะเชื่อไปแล้ว 80% โดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองอะไรให้ดีก่อน

            เราคิดนะคะว่าเวลาผ่านไปเดี๋ยวอะไรหลายๆอย่างจะดีขึ้น แต่ไม่เลยค่ะ

            มันหนักกว่าเดิมตรงที่เขาเริ่มที่จะตอบแชตเราช้าลง จากปกติที่จะตอบภายในไม่กี่นาที มันก็ช้าลงเรื่อยๆตั้งแต่ 30 นาที 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง ครึ่งวัน  1 วัน 3 วัน และหนักที่สุดคือ 1 อาทิตย์ เราก็เริ่มคิดแล้วแหละค่ะว่ามันไม่ปกติแล้ว คนที่ยัง รัก กันอยู่จริงๆเขาคงไม่ปล่อยให้ใครคนหนึ่งต้องรอถึงขนาดนี้หรอก เรารอค่ะ รอมาตลอด 1 อาทิตย์ ขออธิบายก่อนนะคะว่าที่เขาไม่ตอบ 1
 อาทิตย์นั้น เพราะเราส่งข้อความไปเพื่อจะเคลียร์กับเขาค่ะ ว่าจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์นี้ต่อ จะไผต่อหรือจะพอแค่นี้ เราบอกเขาไปตรงๆว่า ถ้าไม่ได้รู้สึกดีต่อกันแล้วให้บอกเรามาตรงๆ แล้วเราจะเดินออกมาเอง 

            แต่เขาไม่ยอมพูดอะไรเลยค่ะ เราถามเขาว่าเขายังมีความรู้สึกดีๆต่อเราอยู่หรือเปล่า ซึ่งเขาก็ตอบเรามาแค่คำว่า อืม  ซึ่งก็เป็นไปตามเดิมที่เรายังคงที่จะเชื่อเขาอีกแล้วค่ะ เราทนอยู่กับเขาไปอีกเกือบๆครึ่งเดือน กับความสัมพันธ์ที่แชตหนักขวา และความสัมพันธ์ที่เราพิมพ์ไป 4-5 บรรทัด แต่ได้คำตอบมาแค่สั้นๆจนสามารถนับคำได้ มันทรมานมากเลยค่ะ เป็นความสัมพันธ์ที่เราถามตัวเองอยู่ตลอดว่านี่เรายังรักกันอยู่ใช่ไหม?

           สุดท้ายเราก็ทนอยู่ในความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ค่ะ

          หลังจากที่เราทนอยู่กับเขามาเกือบครึ่งเดือน  เราอยากจะสะสางปัญหาอย่างจริงๆจังๆแล้วว่าจะเอายังไงต่อไป แต่นับตั้งแต่เริ่ทประเด็นที่เราอยากจะเคลียร์กับเขาในแชต เขาก็เลือกที่จะไม่อ่านไม่ตอบแชตเราอีกเลย ตลอดเกือบ 1 เดือน เราส่งข้อความไปหาเขาเป็นร้อยๆข้อความ แต่เขาก็ปิดออนไลน์ทำให้เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ใช้งานอยู่ แต่ลึกๆเราก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขายังอยู่ตลอดเวลา แต่เลือกที่จะเมินเฉยกับเราเท่านั้นเอง

          ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่เราทุกข์ทรมานมาก เพราะเรายอมรับตามตรงว่าเรา รัก เขาจริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเราใหม่กับเรื่องความรักและแน่นอนว่าคนแรกสำหรับเรา เราต้องรักเขามากๆ และสภาพจิตใจเราแย่มากๆค่ะ จิตใจเราไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัว เราทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำทุกอย่างที่มันตอกย้ำตัวเราเอง เพราะเราเอาแต่โทษตัวเองว่าทั้งหมดนั้นมันคือความผิดของเราเองที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ ใช้เวลาเกือบ 2 เดือนใหญ่ๆเลยค่ะกว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ เพราะได้ทั้งเพื่อนและครอบครัวเป็นแบ็กอัปอยู่ข้างหลังเสมอ

          จนอยู่มาวันหนึ่งค่ะในวันที่เราเลิกติดต่อกันแล้ว แต่ยังมีแต่เราที่ยังคิดถึงเขาอยู่ เราเข้าไผส่องเฟซบุ๊ก ของเขาค่ะ และสิ่งที่เราเห็นเป็นสิ่งที่เราอยากจะตบกบาลตัวเองสักร้อยครั้งเพื่อจะได้ไม่มาเห็นในสิ่งที่จะต้องทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวด และสิ่งที่เราเห็นบนเฟซบุ๊กของเขาก็คือ แฟนเขาแท็กรูปคู่มาพร้อทกับแคปชั่นตัวใหญ่ๆว่า Anniversary 2 years วินาทีนั้รหัวใจเราหล่นล่วงไปอยู่ที่พื้นแล้ว เหมือนโดนมีดเล่มเล็กๆแทงเข้ามาแรงๆที่หัวใจและมันยังเจ็บและลึกลงเรื่อยๆ 

           ข้อความสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้ให้เราคิดคือคำว่า 
            " เราไม่รู้นะว่าถ้าบอกว่าไม่รักไปตามตรงแล้วเราจะยังไงต่อ ถ้าบอกไปตามตรงมันก็จะไม่ดี เราเลยเลือกที่จะหายไปเงียบๆเพื่อที่จะให้เธอลืมเราไป เธอจะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องเรา"

           และมันยังจำฝังใจและขึ้นใจเราอยู่เสมอ ตลอดมาเราเฝ้าหาเหตุผลมาตลอดว่าเราทำผิดพลาดอะไร เราทำผิดตรงไหน เราทำตรงไหนไม่ถูกหรือเปล่า และเขาก็ไม่เคยตอบคำถามของเราได้เลย จนในที่สุดเราก็ได้รู้ ว่าจริงๆแล้ว เขามีตัวจริงของเขามาตลอด เขาเข้ามาหาเราเพื่อตักตวงความสุขเพียง ชั่วคราว เพื่อไปทดแทนในสิ่งที่เขาเสียไป ในเมื่อเขากับตัวจริงของเขากลับมาดีกันแล้ว เราก็เข้าใจ ว่าเขาก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ต่อ 

            เราวาดฝันรักครั้งแรกของเราไว้มากมาย เวลาเราคิดที่จะเริ่มความสัมพันธ์กับใคร เราจริงจังและจะชัดเจนกับเขาเสมอ เรารู้อยู่แล้วว่าการคบกันมันไม่มีคำว่ามั่นคงแน่นอนอยู่แล้ว แต่เต็มความสามารถของเรา เราก็อยากจะรักอยากจะคบกับเขาไปให้นานที่สุด ถึงแม้ว่าในวันหนึ่งใครคนใดคนหนึ่งจะหมดรักไป แต่เราขอแค่เพียงบอกกันมาตรงๆ คุยกันด้วยเหตุผล เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย และสุดท้ายอย่างน้อยเราสองคนก็จะได้จบกันอย่างเข้าใจ และไม่มีเรื่องที่ต้องค้างคาใจซึ่งกันและได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง เพียงเท่านี้ที่เราต้องการ

            แต่การที่เรายังไม่ได้คำตอบจากอะไรสักอย่างที่เราไม่รู้ เรามักจะเก็บมันมาย้ำคิดย้ำทำอยู่ซ้ำๆไปเรื่อยๆ เราไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยแต่มันยังเป็นสิ่งที่มันยังคั่งค้างอยู่ในใจเราไม่หายไปไหน จนบางทีมันรบกวนชีวิตประจำวันของเรา ชีวิตของเราที่เคยสนใสมันหม่นหมองไปกับความคิดที่เป็นสีเทาอยู่ในมุมหนึ่งของซอกหัวใจ และมันสูบพลังงานของเราไปเกือบจะทั้งหมเของเวลา 1 วัน

            ขอบคุณที่เข้ามาฟังเรื่องราวของเรานะคะ รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยค่ะ ที่ได้ระบายลงไปอย่างน้อยก็มีคนได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเรา

           ขอสอบถามอีกนิดหนึ่งนะคะ เรื่องนี้มันยังวนเวียนอยู่ในความคิดของเรา เราควรหาทางออกแบบไหนดีคะให้เราไม่ต้องมาเจ็บปวดอยู่กับสิ่งที่มันยังไม่จางหายไปจากหัวใจเรา ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่