เริ่ม ถุงมือเรื่องสั้น เรื่องที่ 1 ครับ วีคนี้ จัดให้มี 4 เรื่องครับผม ^^
เรื่องแรกนี้ จขถม. คงได้รับแรงบันดาลใจจากหนังแฟรนไชส์ดัง "เกมตัด ต่อ ตาย" หรือ SAW เป็นแน่ เลยเอามาเป็นธีมหลักเขียนเรื่องนี้ ให้มีคนทำเลียนแบบ "จอห์น เครเมอร์" หรือผู้ซึ่งมีฉายาว่า "จิ๊กซอว์" นั่นเอง
แต่จะโหด ได้ใจขนาดไหน...ลองตามมาดูด้วยกันครับ ^^
“กูอยู่ที่ไหนวะเนี่ย?”
นายเขียดงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงสงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มองไปรอบๆ เป็นห้องสี่เหลี่ยมเก่าๆ สีของผนังซีเมนต์ลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ไปทั่ว พื้นห้องสกปรก เต็มไปด้วยฝุ่นและเศษกระดาษกระจัดกระจายรวมถึงเศษผ้าเก่าฉีกขาดบางผืน มีรูปภาพโปสเตอร์ ผู้หญิงรูปร่างสมส่วนผิวขาวนวลเนียนเปล่งปลั่งเปลือยครึ่งตัวท่อนล่างมีเพียงผ้าแพรสีเทาอ่อนผูกมัดปมอยู่ใต้สะดือ ท่อนบนอุ้มแจกันสีน้ำตาลปิดหน้าอกไว้ข้างหนึ่งส่วนอีกข้างเปลือยเปล่าเห็นยอดอกสีชมพูอ่อน ยืนอยู่กลางลำธาร มันทำให้นายเขียดมีอารมณ์อยากในกามจับจ้องนั้นอยู่นาน พลางคิดวิตถาร ถ้าแค่ใช้ปลายนิ้วก้อยเกี่ยวผ้าผืนนั้นนิดเดียวก็คงเห็นหมดทั้งเรือนร่าง รีบสะบัดความคิดนั้นทิ้ง หันไปมองรอบ ๆ มีประตูที่มีแต่วงกบแต่ไม่มีบาน มีหน้าต่างสองบานสภาพเหมือนประตูคือไม่มีบานหน้าต่าง ด้านบนรูปภาพมีกล่องอะไรบางอย่างคล้ายนาฬิกาจับเวลาแต่มันไม่ทำงาน
“นี่ใครมาทำอะไรกับกูวะ?” นายเขียดสบถด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พบว่าตัวเองนั่งอยู่กับเก้าอี้เก่า ๆ กลางห้อง มือข้างหนึ่งติดอยู่กับโต๊ะไม้แกะออกไม่ได้เพราะถูกยึดด้วยกาวร้อนติดไว้บนโต๊ะไม้สกปรก แค่นั้นยังไม่พอ ที่ข้อมือยังถูกล็อกด้วยกำไลเหล็ก ต่อให้แกะกาวออกได้ มือของนายเขียดก็ไม่หลุดออกจากกำไลเหล็กที่ยึดติดกับโต๊ะอยู่ดี จะขยับยกโต๊ะทั้งตัวก็ทำไม่ได้ เมื่อมองลงไปดูขาโต๊ะทั้งสี่ถูกล็อกยึดติดแน่นหนาไปกับพื้นซีเมนต์
นายเขียดพยายามใช้มืออีกข้างที่ไม่ถูกทากาวและกำไลมือ ล็อกไว้ แกะมือข้างนั้นออกให้ได้ แต่เปล่าประโยชน์ยิ่งทำยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บจนมือข้างถูกล็อกไว้แดงช้ำไปทั้งแขน
“สวัสดีครับคุณเขียด” ชายคนหนึ่งก้าวออกมายืนอยู่ตรงประตูไม่มีบาน รูปร่างสูงตามชายไทยทั่วไปประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรใส่สูทสีดำเสื้อตัวในเชิ้ตสีขาว สวมหน้ากาก เลียนแบบหนังเรื่อง ซอว์ (SAW)
“แกเป็นใคร แกใช่ไหมที่ทำกับกูแบบนี้” นายเขียดเอะอะโวยวายตะเบงเสียงใส่ชายสวมสูทชุดดำหน้ากากซอว์ พยายามนึกว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ มันจำได้แล้วว่าครั้งล่าสุดนั่งดื่มสุราอยู่ในร้านเหล้า หน้าปากซอยก่อนทางเข้าห้องเช่าอยู่สุดซอย ด้วยเงินที่ตัวเองไม่ได้หามาแต่แอบใช้วิชาย่องเบาไปล้วงเอาของคนอื่นมาเป็นของตน
“คุณไปขโมยเงินคนอื่นมาแบบนี้ไม่ถูกต้องนะครับ”
“แกรู้ได้ยังไงเงินกู กูไม่ได้ขโมยเงินใคร ?” นายเขียดตกใจหน้าเสียที่มีคนมารู้ความลับของมัน แต่ก็รีบปฏิเสธในทันควัน
“ผมจะถามคุณแค่คำถามเดียว ฟังผมให้ดี คำถามนี้จะมีผลต่อชีวิตคุณเอง” ชายสวมสูทชุดดำยืนพิงอยู่ขอบประตูกอดอกคุยอย่างใจเย็น แต่วาจาเฉียบขาด จนคนฟังนึกหวาดเย็นวาบไปถึงสันหลัง
“จะทำอะไรกู ปล่อยกูไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นกูจะร้องให้คนช่วย” นายเขียดไม่ยอมทำตามแถมยังขู่กลับไปคิดหวังว่าจะทำให้อีกคนนึกกลัวบ้างถ้ามีใครได้ยินเสียงก็จะรีบมาช่วยมันทันที แต่มันไม่รู้ว่าที่มันอยู่ตอนนี้คือบ้านร้างห่างไกลผู้คน
“ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าอยากจะร้อง เอาไว้ร้องตอนที่คุณต้องเลือกที่จะอยู่หรือไปดีกว่า” ชายสวมสูทชุดดำยังคงพูดน้ำเสียงราบเรียบด้วยวาจาสุภาพอย่างใจเย็น
“แกพูดอะไรของแกวะ ?” นายเขียดตะคอกเสียงดัง
“ฟังผมให้ดีแล้วตอบมาว่าใช่หรือไม่ ก่อนจะตอบคิดให้ดี ถ้าคุณโกหก ผมจะให้สแตนเลสม้วนที่อยู่บนหัวคุณหล่นทับคุณทันทีด้วยปุ่มรีโมทในมือผม แต่ถ้าคุณยอมรับผมจะยื่นโทรศัพท์ให้คุณแทน และผมจะบอกวิธีเอาตัวรอดของคุณภายในห้านาทีก่อนที่สแตนเลสม้วนจะหล่นมาทับคุณตาย คิดให้ดีก่อนจะตอบ แต่ถ้าคุณอยากลองดีกับผมว่าจะทำจริงไหมก็โกหกผมดูก็ได้ อาทิตย์ที่ผ่านมา คุณไปล้วงกระเป๋าเงินของผู้หญิงคนหนึ่งได้เงินไป 8000 บาท ใช่ไหม ?” ชายสวมสูทชุดดำถามเพื่อระบุเป้าหมาย ว่าไม่พลาดเป็นคนเดียวกันที่ขโมยเงินเดือน ครึ่งเดือนแรกที่น้องสาวของเขาเพิ่งเริ่มทำงาน มันทำให้น้องสาวของเขาต้องร้องไห้เสียน้ำตาไปเป็นปี๊บเลยก็ว่าได้
“ม..” นายเขียดตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่รีบหยุดกะทันหัน กลืนคำโกหกลงไปในลำคอแทน เพราะเสียงเฉียบขายของชายสวมสูทชุดดำ มันมีพลังอำนาจมากกว่าจะลองดี คิดในใจ—
ทำไมมันรู้วะ ?--...หรือว่ามันเห็นเหตุการณ์วันนั้น วันที่เขาตามผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังกดเงินในตู้เอทีเอ็มแล้วเอาไปใส่กระเป๋าสะพาย เขาตามเธออยู่ห่าง ๆ เธอเดินเข้าไปในตลาดนัดตะวันนาแถวบางกะปิ แล้วซื้อเสื้อตัวหนึ่งจ่ายด้วยเงินแบงก์พัน เธอรับเงินทอนใส่ลงไปในกระเป๋าถือ จากนั้นเธอก็เดินดูอะไรต่ออีกสักพักแล้วเดินออกจากตลาดไปรอขึ้นรถเมล์ รถมาแล้วเธอกำลังจะก้าวขึ้นรถแต่ด้วยคนเยอะมากจึงเบียดเสียดกัน มันอาศัยช่วงเวลานี้ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายของเธอ มันง่ายมาก กระเป๋าของเธอใบเล็กเป็นแบบฝาเปิดปิดด้วยกระดุม เลยทำให้ได้กระเป๋าสตางค์ใบนั้นมาอย่างง่ายดายเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ทันสังเกต ใช่เงินในกระเป๋า มีอยู่ แปดพันบาท จริง ๆ
“ก็ได้ กูยอมรับว่ากูล้วงเอาเงินผู้หญิงคนหนึ่งตรงป้ายรถเมล์ แถวบางกะปิ ได้เงินมา แปดพันบาท” ในที่สุดนายเขียดก็เลือกพูดความจริง เพราะม้วนสแตนเลส อันมหึมาห้อยต่องแต่งอยู่บนหัวของมันเพียงไม่กี่เมตรแขวนอยู่บนขื่อใต้หลังคาบ้านร้างหลังนี้
“หึ...ขอบคุณที่พูดความจริง แล้วนี่ก็โทรศัพท์ อีกสองนาทีผมจะโทรมาเข้าเครื่องนี้ ผมจะบอกว่าคุณจะหนีเอาตัวรอดได้ยังไง” ชายสูทชุดดำ วางโทรศัพท์ไว้ที่ปลายเท้าแล้วเตะเขี่ยไปหานายเขียด แต่เลยไปทำให้นายเขียดต้องใช้เท้าพยายามเขี่ยโทรศัพท์เข้ามาหาตัวเองให้ใกล้ที่สุดเพื่อจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์ ก็รู้ว่าก้นตัวเองถูกยึดติดกับเก้าอี้แนบสนิทแกะไม่ออกเพราะเต็มไปด้วยกาว กว่าจะพยายามเขี่ยโทรศัพท์มาได้เสียเวลาไปพักใหญ่ มันเงยหน้าขึ้น ชายสวมสูทชุดดำก็อันตรธานหายไปแล้ว ในขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตามมา
“แกจะเอายังไงกับกูวะ” นายเขียดกดรับโทรศัพท์ตะคอกลงไปน้ำเสียงฉุนเฉียวโกรธแค้น ตอนนี้มันรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวเม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้าและลำตัวความกลัวเข้ามาสะกดจิตใจให้หวั่นไหวกลัวความตายเข้ามาจริง ๆ
“ถึงแม้คุณจะยอมรับว่าคุณขโมยเงินผู้หญิงคนหนึ่งไปจริง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่ได้รับโทษ เพราะคุณไปเที่ยวขโมยเงินคนอื่นมาเยอะแยะจนจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง ผมจะให้เวลาคุณช่วยเหลือตัวเองให้รอดตาย ห้านาที ผมตั้งระบบปล่อยม้วนสแตนเลสให้หล่นไปทับคุณทันที คุณไม่ต้องคิดหลบใต้โต๊ะเพราะก้นของคุณติดไปกับเบาะนั่งเก้าอี้คุณก็คงจะรู้แล้ว ฟังผมให้ดี ใช้มือของคุณข้างที่ไม่ถูกพันธนาการ คลำหาขวานที่อยู่ใต้เก้าอี้แล้วหยิบมันขึ้น ทีนี้คุณก็เลือกเอาว่า คุณจะใช้ขวานตัดกำไลเหล็กให้ขาดภายในห้านาทีได้ไหม ?
หรือจะตัดแขนตัวเอง เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด เลือกเอาเองชีวิตคุณ อ้อ ถ้าหากคุณมีชีวิตรอดกลับไปได้ อย่าคิดไปขโมยเงินใครอีก ถ้าผมรู้ ผมจะตามไปตัดแขนอีกข้างของคุณเอง”
สิ้นเสียงโทรศัพท์ แผงนาฬิกาจับเวลาบนผนังเก่าก็ดังขึ้นเริ่มทำงานจับเวลาถอยหลัง
05:00
“มันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ นี่มันคิดว่ามันเป็นไอ้โรคจิตในหนังเหรอวะ” ปากทำเป็นก่นด่าแต่ใช้มืออีกข้างคลำหาขวานใต้เก้าอี้ เห็นว่ามีอยู่จริงรีบกระชากออกมาจนหลุด เป็นขวานด้ามทำจากเหล็กดำทรงกลมใหม่เอี่ยมเงาวับ
04:32
นายเขียดไม่ทำตาม ปากตะโกนโหวกเหวกเสียงดังลั่นทุ่ง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยกูด้วย ช่วยด้วย”อยู่อย่างนั้นหลายครั้ง แต่เปล่าประโยชน์ไม่มีใครโผล่มาทางประตูให้เห็นแม้แต่หมาแมวสักตัวก็ไม่มี
04:06
เหงื่อกาฬท่วมตัว หายใจเต้นถี่ มือถือขวานข้างที่ไม่ถนัดพยายามฟันกำไลเหล็กบนข้อมือแต่ไม่สำเร็จ กำไลเหล็กไม่มีทีท่าว่าจะขาดมีแต่ข้อมือของมันแดงช้ำ
03:37
ยังไม่ลดละความพยายาม ฟันตรงไปที่กำไลเหล็กบนข้อมือ อีกนับครั้งไม่ถ้วนอย่างระวังกลัวจะไปฟันโดนแขนตัวเอง
02:49
แหงนมองม้วนเหล็กมหึมา ถ้ามันตกลงมามันคงตายกับตาย เหลือเวลาน้อยลงทุกขณะ ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางวางขวานลงบนข้อมือตัวเองแทน
02:21
ก้มหน้าพยายามใช้ปากคาบดึงคอเสื้อตัวเองขึ้นมากัดไว้แน่น นายเขียดหายใจเต้นถี่ราวกับตีกลองสนั่นหวั่นไหว เม็ดเหงื่อไหลเข้าตาจนรู้สึกแสบ
02:03
ยกมือขึ้นสุดแขน กลั้นลมหายใจ ฟันลงไปบนโต๊ะไม้ –
กูทำไม่ได้ กูตัดแขนตัวเองไม่ได้ กูทำไม่ได้— นายเขียดโพล่งออกมา อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก
01:25
แหงนมองดูนาฬิกาที่เหลือน้อยลงทุกที แล้วแหงนมองดูม้วนสแตนเลสเหนือศีรษะ ตัดสินใจดึงขวานขึ้นมาใหม่
01:10
วางขวานลงบนแขนเหนือข้อมืออีกครั้ง ก้มลงใช้ปากดึงคอเสื้อขึ้นมากัด สูดหายใจยาวลึก ยกขวานลอยสูงขึ้นแล้วหลับตา ตัดสินใจฟันแขนตัวเองในทันที
“โอ๊ย โอ๊ย”
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดบางส่วนกระเด็นข้ามโต๊ะไปลงพื้นบางส่วนไหลลงพื้นโต๊ะตอนนี้มันเจิ่งนองไปด้วยเลือด ทว่าอนิจจา มันยังไม่ขาด นายเขียดมีใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดร้องโอดครวญเสียงหลง
00:21
ตัดสินใจเฮือกสุดท้าย ยกขวานให้ลอยสูงขึ้นฟันลงไปตำแหน่งเดิมอีกครั้ง คราวนี้มันตัดสินใจจับจ้องไปยังข้อมือของตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือด เพื่อไม่ให้พลาดไปโดนตำแหน่งอื่น
00:05
สำเร็จ ข้อมือของมันขาดออกจากกัน แต่มันกลับยังดึงแขนออกจากโต๊ะไม่ได้ เพราะช่วงแขนก็ยังถูกทาด้วยกาวร้อนติดกับบนโต๊ะ มันมองดูเวลาด้วยสีหน้าหวาดกลัว โยนขวานทิ้ง รีบดึงแขนตัวเองออกมาสุดแรงชิ้นเนื้อฉีกขาดเท่าฝ่ามือยังติดอยู่กับกาวบนโต๊ะ แล้วร่างของมันกระเด็นออกมาล้มลงไปพร้อมกับเก้าอี้
00:00
ม้วนเหล็กสแตนเลสหล่นลงมาตรงที่นายเขียดนั่ง โต๊ะไม้เก่า ๆ หักครึ่งในเวลาต่อมา เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นฟุ้งไปทั่วห้องปะปนไปกับกลิ่นคาวเลือดของมัน
นายเขียดถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงแม้มันจะเจ็บปวดจากบาดแผลที่ตัดมือตัวเอง เลือดยังคงไม่หยุดไหลมันรีบพยุงร่างของมันขึ้นมาพร้อมกับเก้าอี้ในท่านั่ง แล้วรีบแกะกระดุมถอดเสื้อของมันออกมาหุ้มส่วนนั้นไว้เพื่อห้ามเลือดอย่างทุลักทุเล คราวนี้ปัญหาตามมาอีกคือ มันจะแยกออกจากเก้าอี้ตัวนี้ยังไงในเมื่อกางเกงที่มันนั่งอยู่ติดกับเก้าอี้เต็มไปด้วยกาวร้อนแกะไม่ออก มันยืนขึ้นก้มตัวไปข้างหน้าให้มากที่สุด ใช้มือข้างปกติของในปลดกระดุมกางเกง พยายามจะถอดออกจากตัวแต่มันถอดออกไม่ได้เพราะมันใส่กางเกงยีนส์จึงถอดลำบาก จะถอดกางเกงออกก็ถอดไม่ได้ ปวดแผลก็ปวด เลือกวิธีใหม่ ตะเกียกตะกายขยับไปทีละนิดพร้อมกับเก้าอี้ติดก้น ไปหาขวานด้ามที่มันใช้ฟันแขนตัวเองนอนอยู่บนพื้นอีกฝั่งกับมัน
พอคว้าขวานได้ นั่งลงพร้อมเก้าอี้ ใช้ขวานผ่ากางเกงเป็นรอยยาวออกทีละข้างจนสำเร็จ ลุกขึ้นได้รีบวิ่งออกไปทางประตู ไปให้ไกลที่สุดจากที่นี่ เพราะกลัวชายสูทชุดดำหน้ากากซอว์ เปลี่ยนใจกลับมาฆ่ามันทิ้งเสีย และมันสัญญากับตัวเองว่าถ้ามันรอดชีวิตไปได้ไม่ตายเสียก่อนเพราะเสียเลือดมาก มันจะไม่ไปขโมยเงินของใครอีกตลอดทั้งชีวิตนี้
ชายชุดดำเดินเข้ามาภายในห้องมองผลงานที่เกิดขึ้นแสยะยิ้มอย่างภาคภูมิใจ คนพวกนี้มันสมควรได้รับบทเรียนราคาแพงเสียบ้าง พวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา
++ จบบริบูรณ์ ++
NOTE : เรื่องต่อๆ ไป จะตั้งกระทู้โดยล็อกอิน "หวางเจ๋" นะครับ 
🔪👁😯 THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#37 Week#12, 14-18 ก.ย. THAI IMITATED SAW - ถุงมือ New Jigsaw😯👁🔪
เรื่องแรกนี้ จขถม. คงได้รับแรงบันดาลใจจากหนังแฟรนไชส์ดัง "เกมตัด ต่อ ตาย" หรือ SAW เป็นแน่ เลยเอามาเป็นธีมหลักเขียนเรื่องนี้ ให้มีคนทำเลียนแบบ "จอห์น เครเมอร์" หรือผู้ซึ่งมีฉายาว่า "จิ๊กซอว์" นั่นเอง
แต่จะโหด ได้ใจขนาดไหน...ลองตามมาดูด้วยกันครับ ^^
นายเขียดงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงสงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มองไปรอบๆ เป็นห้องสี่เหลี่ยมเก่าๆ สีของผนังซีเมนต์ลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ไปทั่ว พื้นห้องสกปรก เต็มไปด้วยฝุ่นและเศษกระดาษกระจัดกระจายรวมถึงเศษผ้าเก่าฉีกขาดบางผืน มีรูปภาพโปสเตอร์ ผู้หญิงรูปร่างสมส่วนผิวขาวนวลเนียนเปล่งปลั่งเปลือยครึ่งตัวท่อนล่างมีเพียงผ้าแพรสีเทาอ่อนผูกมัดปมอยู่ใต้สะดือ ท่อนบนอุ้มแจกันสีน้ำตาลปิดหน้าอกไว้ข้างหนึ่งส่วนอีกข้างเปลือยเปล่าเห็นยอดอกสีชมพูอ่อน ยืนอยู่กลางลำธาร มันทำให้นายเขียดมีอารมณ์อยากในกามจับจ้องนั้นอยู่นาน พลางคิดวิตถาร ถ้าแค่ใช้ปลายนิ้วก้อยเกี่ยวผ้าผืนนั้นนิดเดียวก็คงเห็นหมดทั้งเรือนร่าง รีบสะบัดความคิดนั้นทิ้ง หันไปมองรอบ ๆ มีประตูที่มีแต่วงกบแต่ไม่มีบาน มีหน้าต่างสองบานสภาพเหมือนประตูคือไม่มีบานหน้าต่าง ด้านบนรูปภาพมีกล่องอะไรบางอย่างคล้ายนาฬิกาจับเวลาแต่มันไม่ทำงาน
“นี่ใครมาทำอะไรกับกูวะ?” นายเขียดสบถด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พบว่าตัวเองนั่งอยู่กับเก้าอี้เก่า ๆ กลางห้อง มือข้างหนึ่งติดอยู่กับโต๊ะไม้แกะออกไม่ได้เพราะถูกยึดด้วยกาวร้อนติดไว้บนโต๊ะไม้สกปรก แค่นั้นยังไม่พอ ที่ข้อมือยังถูกล็อกด้วยกำไลเหล็ก ต่อให้แกะกาวออกได้ มือของนายเขียดก็ไม่หลุดออกจากกำไลเหล็กที่ยึดติดกับโต๊ะอยู่ดี จะขยับยกโต๊ะทั้งตัวก็ทำไม่ได้ เมื่อมองลงไปดูขาโต๊ะทั้งสี่ถูกล็อกยึดติดแน่นหนาไปกับพื้นซีเมนต์
นายเขียดพยายามใช้มืออีกข้างที่ไม่ถูกทากาวและกำไลมือ ล็อกไว้ แกะมือข้างนั้นออกให้ได้ แต่เปล่าประโยชน์ยิ่งทำยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บจนมือข้างถูกล็อกไว้แดงช้ำไปทั้งแขน
“สวัสดีครับคุณเขียด” ชายคนหนึ่งก้าวออกมายืนอยู่ตรงประตูไม่มีบาน รูปร่างสูงตามชายไทยทั่วไปประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรใส่สูทสีดำเสื้อตัวในเชิ้ตสีขาว สวมหน้ากาก เลียนแบบหนังเรื่อง ซอว์ (SAW)
“แกเป็นใคร แกใช่ไหมที่ทำกับกูแบบนี้” นายเขียดเอะอะโวยวายตะเบงเสียงใส่ชายสวมสูทชุดดำหน้ากากซอว์ พยายามนึกว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ มันจำได้แล้วว่าครั้งล่าสุดนั่งดื่มสุราอยู่ในร้านเหล้า หน้าปากซอยก่อนทางเข้าห้องเช่าอยู่สุดซอย ด้วยเงินที่ตัวเองไม่ได้หามาแต่แอบใช้วิชาย่องเบาไปล้วงเอาของคนอื่นมาเป็นของตน
“คุณไปขโมยเงินคนอื่นมาแบบนี้ไม่ถูกต้องนะครับ”
“แกรู้ได้ยังไงเงินกู กูไม่ได้ขโมยเงินใคร ?” นายเขียดตกใจหน้าเสียที่มีคนมารู้ความลับของมัน แต่ก็รีบปฏิเสธในทันควัน
“ผมจะถามคุณแค่คำถามเดียว ฟังผมให้ดี คำถามนี้จะมีผลต่อชีวิตคุณเอง” ชายสวมสูทชุดดำยืนพิงอยู่ขอบประตูกอดอกคุยอย่างใจเย็น แต่วาจาเฉียบขาด จนคนฟังนึกหวาดเย็นวาบไปถึงสันหลัง
“จะทำอะไรกู ปล่อยกูไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นกูจะร้องให้คนช่วย” นายเขียดไม่ยอมทำตามแถมยังขู่กลับไปคิดหวังว่าจะทำให้อีกคนนึกกลัวบ้างถ้ามีใครได้ยินเสียงก็จะรีบมาช่วยมันทันที แต่มันไม่รู้ว่าที่มันอยู่ตอนนี้คือบ้านร้างห่างไกลผู้คน
“ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าอยากจะร้อง เอาไว้ร้องตอนที่คุณต้องเลือกที่จะอยู่หรือไปดีกว่า” ชายสวมสูทชุดดำยังคงพูดน้ำเสียงราบเรียบด้วยวาจาสุภาพอย่างใจเย็น
“แกพูดอะไรของแกวะ ?” นายเขียดตะคอกเสียงดัง
“ฟังผมให้ดีแล้วตอบมาว่าใช่หรือไม่ ก่อนจะตอบคิดให้ดี ถ้าคุณโกหก ผมจะให้สแตนเลสม้วนที่อยู่บนหัวคุณหล่นทับคุณทันทีด้วยปุ่มรีโมทในมือผม แต่ถ้าคุณยอมรับผมจะยื่นโทรศัพท์ให้คุณแทน และผมจะบอกวิธีเอาตัวรอดของคุณภายในห้านาทีก่อนที่สแตนเลสม้วนจะหล่นมาทับคุณตาย คิดให้ดีก่อนจะตอบ แต่ถ้าคุณอยากลองดีกับผมว่าจะทำจริงไหมก็โกหกผมดูก็ได้ อาทิตย์ที่ผ่านมา คุณไปล้วงกระเป๋าเงินของผู้หญิงคนหนึ่งได้เงินไป 8000 บาท ใช่ไหม ?” ชายสวมสูทชุดดำถามเพื่อระบุเป้าหมาย ว่าไม่พลาดเป็นคนเดียวกันที่ขโมยเงินเดือน ครึ่งเดือนแรกที่น้องสาวของเขาเพิ่งเริ่มทำงาน มันทำให้น้องสาวของเขาต้องร้องไห้เสียน้ำตาไปเป็นปี๊บเลยก็ว่าได้
“ม..” นายเขียดตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่รีบหยุดกะทันหัน กลืนคำโกหกลงไปในลำคอแทน เพราะเสียงเฉียบขายของชายสวมสูทชุดดำ มันมีพลังอำนาจมากกว่าจะลองดี คิดในใจ—ทำไมมันรู้วะ ?--...หรือว่ามันเห็นเหตุการณ์วันนั้น วันที่เขาตามผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังกดเงินในตู้เอทีเอ็มแล้วเอาไปใส่กระเป๋าสะพาย เขาตามเธออยู่ห่าง ๆ เธอเดินเข้าไปในตลาดนัดตะวันนาแถวบางกะปิ แล้วซื้อเสื้อตัวหนึ่งจ่ายด้วยเงินแบงก์พัน เธอรับเงินทอนใส่ลงไปในกระเป๋าถือ จากนั้นเธอก็เดินดูอะไรต่ออีกสักพักแล้วเดินออกจากตลาดไปรอขึ้นรถเมล์ รถมาแล้วเธอกำลังจะก้าวขึ้นรถแต่ด้วยคนเยอะมากจึงเบียดเสียดกัน มันอาศัยช่วงเวลานี้ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายของเธอ มันง่ายมาก กระเป๋าของเธอใบเล็กเป็นแบบฝาเปิดปิดด้วยกระดุม เลยทำให้ได้กระเป๋าสตางค์ใบนั้นมาอย่างง่ายดายเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ทันสังเกต ใช่เงินในกระเป๋า มีอยู่ แปดพันบาท จริง ๆ
“ก็ได้ กูยอมรับว่ากูล้วงเอาเงินผู้หญิงคนหนึ่งตรงป้ายรถเมล์ แถวบางกะปิ ได้เงินมา แปดพันบาท” ในที่สุดนายเขียดก็เลือกพูดความจริง เพราะม้วนสแตนเลส อันมหึมาห้อยต่องแต่งอยู่บนหัวของมันเพียงไม่กี่เมตรแขวนอยู่บนขื่อใต้หลังคาบ้านร้างหลังนี้
“หึ...ขอบคุณที่พูดความจริง แล้วนี่ก็โทรศัพท์ อีกสองนาทีผมจะโทรมาเข้าเครื่องนี้ ผมจะบอกว่าคุณจะหนีเอาตัวรอดได้ยังไง” ชายสูทชุดดำ วางโทรศัพท์ไว้ที่ปลายเท้าแล้วเตะเขี่ยไปหานายเขียด แต่เลยไปทำให้นายเขียดต้องใช้เท้าพยายามเขี่ยโทรศัพท์เข้ามาหาตัวเองให้ใกล้ที่สุดเพื่อจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์ ก็รู้ว่าก้นตัวเองถูกยึดติดกับเก้าอี้แนบสนิทแกะไม่ออกเพราะเต็มไปด้วยกาว กว่าจะพยายามเขี่ยโทรศัพท์มาได้เสียเวลาไปพักใหญ่ มันเงยหน้าขึ้น ชายสวมสูทชุดดำก็อันตรธานหายไปแล้ว ในขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตามมา
“แกจะเอายังไงกับกูวะ” นายเขียดกดรับโทรศัพท์ตะคอกลงไปน้ำเสียงฉุนเฉียวโกรธแค้น ตอนนี้มันรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวเม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้าและลำตัวความกลัวเข้ามาสะกดจิตใจให้หวั่นไหวกลัวความตายเข้ามาจริง ๆ
“ถึงแม้คุณจะยอมรับว่าคุณขโมยเงินผู้หญิงคนหนึ่งไปจริง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่ได้รับโทษ เพราะคุณไปเที่ยวขโมยเงินคนอื่นมาเยอะแยะจนจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง ผมจะให้เวลาคุณช่วยเหลือตัวเองให้รอดตาย ห้านาที ผมตั้งระบบปล่อยม้วนสแตนเลสให้หล่นไปทับคุณทันที คุณไม่ต้องคิดหลบใต้โต๊ะเพราะก้นของคุณติดไปกับเบาะนั่งเก้าอี้คุณก็คงจะรู้แล้ว ฟังผมให้ดี ใช้มือของคุณข้างที่ไม่ถูกพันธนาการ คลำหาขวานที่อยู่ใต้เก้าอี้แล้วหยิบมันขึ้น ทีนี้คุณก็เลือกเอาว่า คุณจะใช้ขวานตัดกำไลเหล็กให้ขาดภายในห้านาทีได้ไหม ? หรือจะตัดแขนตัวเอง เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด เลือกเอาเองชีวิตคุณ อ้อ ถ้าหากคุณมีชีวิตรอดกลับไปได้ อย่าคิดไปขโมยเงินใครอีก ถ้าผมรู้ ผมจะตามไปตัดแขนอีกข้างของคุณเอง”
สิ้นเสียงโทรศัพท์ แผงนาฬิกาจับเวลาบนผนังเก่าก็ดังขึ้นเริ่มทำงานจับเวลาถอยหลัง
05:00
“มันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ นี่มันคิดว่ามันเป็นไอ้โรคจิตในหนังเหรอวะ” ปากทำเป็นก่นด่าแต่ใช้มืออีกข้างคลำหาขวานใต้เก้าอี้ เห็นว่ามีอยู่จริงรีบกระชากออกมาจนหลุด เป็นขวานด้ามทำจากเหล็กดำทรงกลมใหม่เอี่ยมเงาวับ
04:32
นายเขียดไม่ทำตาม ปากตะโกนโหวกเหวกเสียงดังลั่นทุ่ง “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยกูด้วย ช่วยด้วย”อยู่อย่างนั้นหลายครั้ง แต่เปล่าประโยชน์ไม่มีใครโผล่มาทางประตูให้เห็นแม้แต่หมาแมวสักตัวก็ไม่มี
04:06
เหงื่อกาฬท่วมตัว หายใจเต้นถี่ มือถือขวานข้างที่ไม่ถนัดพยายามฟันกำไลเหล็กบนข้อมือแต่ไม่สำเร็จ กำไลเหล็กไม่มีทีท่าว่าจะขาดมีแต่ข้อมือของมันแดงช้ำ
03:37
ยังไม่ลดละความพยายาม ฟันตรงไปที่กำไลเหล็กบนข้อมือ อีกนับครั้งไม่ถ้วนอย่างระวังกลัวจะไปฟันโดนแขนตัวเอง
02:49
แหงนมองม้วนเหล็กมหึมา ถ้ามันตกลงมามันคงตายกับตาย เหลือเวลาน้อยลงทุกขณะ ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางวางขวานลงบนข้อมือตัวเองแทน
02:21
ก้มหน้าพยายามใช้ปากคาบดึงคอเสื้อตัวเองขึ้นมากัดไว้แน่น นายเขียดหายใจเต้นถี่ราวกับตีกลองสนั่นหวั่นไหว เม็ดเหงื่อไหลเข้าตาจนรู้สึกแสบ
02:03
ยกมือขึ้นสุดแขน กลั้นลมหายใจ ฟันลงไปบนโต๊ะไม้ –กูทำไม่ได้ กูตัดแขนตัวเองไม่ได้ กูทำไม่ได้— นายเขียดโพล่งออกมา อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก
01:25
แหงนมองดูนาฬิกาที่เหลือน้อยลงทุกที แล้วแหงนมองดูม้วนสแตนเลสเหนือศีรษะ ตัดสินใจดึงขวานขึ้นมาใหม่
01:10
วางขวานลงบนแขนเหนือข้อมืออีกครั้ง ก้มลงใช้ปากดึงคอเสื้อขึ้นมากัด สูดหายใจยาวลึก ยกขวานลอยสูงขึ้นแล้วหลับตา ตัดสินใจฟันแขนตัวเองในทันที
“โอ๊ย โอ๊ย”
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดบางส่วนกระเด็นข้ามโต๊ะไปลงพื้นบางส่วนไหลลงพื้นโต๊ะตอนนี้มันเจิ่งนองไปด้วยเลือด ทว่าอนิจจา มันยังไม่ขาด นายเขียดมีใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดร้องโอดครวญเสียงหลง
00:21
ตัดสินใจเฮือกสุดท้าย ยกขวานให้ลอยสูงขึ้นฟันลงไปตำแหน่งเดิมอีกครั้ง คราวนี้มันตัดสินใจจับจ้องไปยังข้อมือของตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือด เพื่อไม่ให้พลาดไปโดนตำแหน่งอื่น
00:05
สำเร็จ ข้อมือของมันขาดออกจากกัน แต่มันกลับยังดึงแขนออกจากโต๊ะไม่ได้ เพราะช่วงแขนก็ยังถูกทาด้วยกาวร้อนติดกับบนโต๊ะ มันมองดูเวลาด้วยสีหน้าหวาดกลัว โยนขวานทิ้ง รีบดึงแขนตัวเองออกมาสุดแรงชิ้นเนื้อฉีกขาดเท่าฝ่ามือยังติดอยู่กับกาวบนโต๊ะ แล้วร่างของมันกระเด็นออกมาล้มลงไปพร้อมกับเก้าอี้
00:00
ม้วนเหล็กสแตนเลสหล่นลงมาตรงที่นายเขียดนั่ง โต๊ะไม้เก่า ๆ หักครึ่งในเวลาต่อมา เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นฟุ้งไปทั่วห้องปะปนไปกับกลิ่นคาวเลือดของมัน
นายเขียดถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงแม้มันจะเจ็บปวดจากบาดแผลที่ตัดมือตัวเอง เลือดยังคงไม่หยุดไหลมันรีบพยุงร่างของมันขึ้นมาพร้อมกับเก้าอี้ในท่านั่ง แล้วรีบแกะกระดุมถอดเสื้อของมันออกมาหุ้มส่วนนั้นไว้เพื่อห้ามเลือดอย่างทุลักทุเล คราวนี้ปัญหาตามมาอีกคือ มันจะแยกออกจากเก้าอี้ตัวนี้ยังไงในเมื่อกางเกงที่มันนั่งอยู่ติดกับเก้าอี้เต็มไปด้วยกาวร้อนแกะไม่ออก มันยืนขึ้นก้มตัวไปข้างหน้าให้มากที่สุด ใช้มือข้างปกติของในปลดกระดุมกางเกง พยายามจะถอดออกจากตัวแต่มันถอดออกไม่ได้เพราะมันใส่กางเกงยีนส์จึงถอดลำบาก จะถอดกางเกงออกก็ถอดไม่ได้ ปวดแผลก็ปวด เลือกวิธีใหม่ ตะเกียกตะกายขยับไปทีละนิดพร้อมกับเก้าอี้ติดก้น ไปหาขวานด้ามที่มันใช้ฟันแขนตัวเองนอนอยู่บนพื้นอีกฝั่งกับมัน
พอคว้าขวานได้ นั่งลงพร้อมเก้าอี้ ใช้ขวานผ่ากางเกงเป็นรอยยาวออกทีละข้างจนสำเร็จ ลุกขึ้นได้รีบวิ่งออกไปทางประตู ไปให้ไกลที่สุดจากที่นี่ เพราะกลัวชายสูทชุดดำหน้ากากซอว์ เปลี่ยนใจกลับมาฆ่ามันทิ้งเสีย และมันสัญญากับตัวเองว่าถ้ามันรอดชีวิตไปได้ไม่ตายเสียก่อนเพราะเสียเลือดมาก มันจะไม่ไปขโมยเงินของใครอีกตลอดทั้งชีวิตนี้
ชายชุดดำเดินเข้ามาภายในห้องมองผลงานที่เกิดขึ้นแสยะยิ้มอย่างภาคภูมิใจ คนพวกนี้มันสมควรได้รับบทเรียนราคาแพงเสียบ้าง พวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา