เหนื่อยเกินไปไหม...ความรักอะไรแบบนี้

วันนี้เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ความรักของเราค่ะ อยากบอกว่ายาวมากมาเป็นซีรี่ย์เลยก็ว่าได้ค่ะ   และอยากจะขอคำแนะนำด้วยค่ะ   จุดเริ่มต้นเลยคือเรากับแฟนคบกันมาจะเข้าปีที่ 6 แล้วค่ะ คบกันตั้งแต่สมัยมัธยม เราอยู่ม.4 ส่วนพี่เค้าอยู่ ม.6 เราอายุห่างกัน 2 ปีค่ะ ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าก่อนหน้าที่เราจะคบกับคนนี้คือเราแทบจะไม่สนใจผู้ชายคนไหนเลยค่ะจนหลายคนถึงขั้นมาถามว่าชอบผู้ชายรึป่าว และเราถูกเลี้ยงมาในกรอบมากๆเป็นลูกคนสุดท้องซึ่งเป็นความหวังเดียวของที่บ้านเนื่องจากพี่ทั้งสองคนของเราไม่เอาไหนเลยค่ะ ที่ต้องบอกเรื่องครอบครัวก่อนเพราะว่าจะเอี่ยวกับชีวิตคู่ของเราเต็มๆเลยค่ะ ส่วนตัวแล้วพ่อแม่เราแยกทางกันตั้งแต่เด็กและครอบครัวค่อนข้างมีปัญหา เราต้องเลือกระหว่างพ่อกับแม่มาตลอด จนเราตัดสินใจมาอยู่กับพ่อตั้งแต่ม.3 เทอม 2 ค่ะ เนื่องจากเราโดนพี่ตีเลยตัดสินใจมาอยู่กับพ่อและแม่ใหม่ค่ะ นานๆทีเราจะได้กลับไปหาแม่ บางที 2 ปีได้เจอหน้าแค่ครั้งเดียวเองค่ะ เหมือนพ่อเราพยายามให้ตัดขาดจากฝั่งทางแม่ ซึ่งพี่สาวและพี่ชายเราอยู่กับแม่ ส่วนเราเลือกมาอยู่กับพ่อคนเดียวค่ะ สังคมมันต่างกันมากๆ เราอยู่กับแม่แล้วเห็นแต่การทะเลาะของพี่ชายและพี่สะใภ้ชอบตบตีกัน จนหลานเราบางทีก็โดนไปด้วยเราทนไม่ได้จนต้องเอาตัวไปบังจนพี่ตีเราแทน เราเสียใจมากเลยย้ายมาอยู่กับพ่อสะเลยค่ะ เรียกได้ว่าย้าย รร กระทันหันเลยก็ว่าได้ มาสมัครเรียนใหม่พร้อมรอยแผลที่ถูกพี่ตี ช่วงนั้นคือดาวมากค่ะ เอาเป็นว่าชีวิตเราค่อยข้างเจอมรสุมชีวิตมาเยอะ แต่พ่อเราพยายามทำทุกอย่างให้เราออกมาจากจุดนั้นและพยายามให้สิ่งดีๆกับเรา เติมเต็มให้เราอยู่สุขสบาย ส่วนตัวต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่งมากค่ะ ไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน ไม่เคยเถียงพ่อแม่หรือทำให้ท่านลำบากใจเลยค่ะ พูดเพราะ ไม่เคยพูดห้วนๆกับคนที่บ้าน แค่ อืม ก็ไม่เคยค่ะ และสิ่งเหล่านั้นแหละค่ะมันเลยทำให้เราเป็นโรคซึมเศร้า เราไม่อยากให้ใครลำบากใจ และไม่อยากเป็นภาระของใครเราเลยยิ้มกับทุกสถานการณ์เลยค่ะ เรียกได้ว่าไม่มีใครรู้ความรู้สึกเราจริงๆเลยสักคนแม้แต่คนในครอบครัวค่ะ เหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตของเรามันทำให้เราไม่คิดจะไขว่คว้าหาความรักเลยค่ะ เพื่อนคุยเรื่องผู้ชายกันนี่ก็คือแบบขอนั่งกินขนมเงียบๆดีกว่า 555 เข้าเรื่องเลยดีกว่าเดี๋ยวคนฟังจะเบื่อกันก่อน  
เพี้ยนหัวเราะ 
     PART 1  เราก็ใช้ชีวิตปกติตามเด็กมัธยมทั่วไป แต่อยู่ในกรอบมากกว่าคนอื่นมากกเลิกเรียนปุ๊ปกลับบ้าน พ่อจะมารับทุกวันค่ะไม่มีแวะไปไหนก่อนเข้าบ้าน เพื่อนชวนก็ไม่ได้ไปค่ะ พ่อหวงมาก 55 จนเราขึ้นม.4 ช่วงเทอม 2 เป็นกิจกรรมกีฬาสีเราได้เป็นดาวประจำสีเลยต้องเป็นหลีดด้วยค่ะ ซึ่งแฟนเราเค้าก็อยู่สีเดียวกันค่ะ ทุกปีพี่ม.6ก็จะเป็นคนคุมงานกีฬาต่างๆ เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการเจอหน้ากันครั้งแรกค่ะ เราต้องซ้อมหลีดดึกๆอยู่ทุกวันช่วงแรกพ่อเราก็ไม่ยอมแต่อาจารย์ก็โทรคุยให้พ่อเลยสบายใจขึ้นค่ะ ระหว่างที่ซ้อมหลีดเป็นเดือนๆ เราอยากจะบอกว่าเราไม่เคยเห็นหน้าพี่เค้าเลยค่ะ 555 ทั้งที่ทำงานร่วมกันคือเราไม่สนใจใครจริงๆเรามีหน้าที่ซ้อมก็ซ้อมไป จนวันนึงเราซ้อมอยู่ก็มีลูกปิงปองงงลอยมา แล้วก็พลั้วว!! ใส่เข้าหน้าผากเราเต็มๆ คือนั่นเป็นครั้งแรกค่ะที่เราได้เจอกัน พี่เค้าก็เข้ามาขอโทษและขอลูกปิงปองคืนค่ะ เราก็ไม่ได้สนใจอะไร ผ่านมาพักใหญ่จนงานกีฬาสีจบ แต่!! เรื่องเราไม่จบค่ะ เริ่มมีคนแซวมากขึ้นเรื่องของเราและพี่คนนั้น บ้างก็บอกว่าพี่เค้าชอบบ้าง ขี้อาย ไม่กล้าจีบ แต่เราก็เหมือนเดิมค่ะคือไม่สนใจ เอาจริงๆจำหน้าพี่เค้าไม่ได้ด้วยซ้ำ 555+ เพี้ยนขำหนักมาก
จนวันนึงพี่เค้าก็ทักแชทเรามาค่ะทุกคนนนน เราก็ตอบไปตามมารยาทจนนานไปคุยกันได้ประมาณ 4 เดือนค่ะ เราถึงตกลงคบเป็นแฟนน ตอนนั้นคือเป็นประเด็นมากกแบบมากๆๆของโรงเรียน เพราะทุกคนต่างไม่เคยเห็นเราคุยหรือมีข่าวเรื่องผู้เลยค่ะ 555+ เพื่อนยิ่งตกใจและดีใจกันยกใหญ่ พอขึ้นสถานะคือคนมาเม้นจนเกือบพันเลยก็ว่าได้ ทุกคนคืองง เพราะระหว่างที่คุยกับพี่เค้าเราก็ไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันเลยนัดเจอกันก็ไม่เคย มากสุดคือเดินสวนกันระหว่างเรียนไม่ก็เจอที่โรงอาหาร และนี่หล่ะค่ะ!! ความอึดอัดใจแรกมันกำลังจะเริ่มขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย หลังจากเราคบกันไปประมาณ 2 เดือน ประเด็นแฟนเก่าก็เข้ามาค่ะ แฟนเก่าของพี่เค้าคบกันค่อนข้างนานทีเดียว 3 ปี ทั้งพ่อแม่รู้จักแฟนเก่าพี่เค้าและที่สำคัญพวกเค้าเป็นคนแรกของกันแหละกันจ้าาาาา ซึ่งประเด็นหวงก้างก็เริ่มเข้ามาค่ะ เราก็จะโดนแซะโดนว่ามาหลายเดือนเหมือนกัน แต่เราก็เฉยๆค่ะ เพราะแฟนเก่าพี่เค้าเป็นคนทิ้งพี่เค้าไปมีคนใหม่เองและพี่เค้าก็เจ็บมามากค่ะ จนวันนึงก็มีสายแปลกโทรหาเราค่ะ นั่นก็คือแฟนเก่าพี่เค้านั่นเอง โทรมาหาเราบอกเราเรื่องที่พี่เค้าโทรไปยืมตัง หรือโทรไปปรึกษาชีวิตนั่นนี่ เราก็อึ้งจ่ะ เราก็ได้แต่ตอบว่าค่ะๆ อย่างเดียวเลย จนเราก็ไปถามแฟนเราค่ะเค้าก็บอกว่าไม่มีอะไรแค่โทรไปกวนเฉยๆ เราก็พยายามเข้าใจค่ะไม่ถามมากความไม่อยากทะเลาะ จนเราก็ผ่านมันมาได้จนถึงช่วงที่พี่เค้าเข้ามหาลัยซึ่งเราก็ต้องอยู่ไกลกันจ้าาาา ความหนักหน่วงที่ 2 กำลังจะเข้ามา เป็นช่วงที่เราต้องไว้ใจกันมากๆเลยค่ะ เราเป็นคนใจเย็นอยู่แล้ว ส่วนเรื่องผู้หญิงเราก็ไว้ใจพี่เค้ามาตลอดไม่เคยคิดหรือตั้งคำถามอะไรเลยค่ะ อีกอย่างตอนนั้นเราคบกันมากก็ปีกว่าๆแล้ว เราก็ได้ไปบ้านพ่อแม่พี่เค้าเป็นประจำ แต่เราไม่เคยพาพี่เค้ามาบ้านเลยค่ะ พ่อเราไม่เปิดใจเท่าไหร่ช่วงแรก เราถึงขั้นต้องเรียกพ่อมาคุยและปรับความเข้าใจว่าเราอยู่ในกรอบ ไม่เสียการเรียนมีอะไรก็บอกทุกอย่างอยากออกไปเที่ยวหรือไปกินหมูกระทะกับพี่เค้าเราก็ให้พ่อไปส่งค่ะ เราพยายามให้พ่อเปิดใจให้พี่เค้ามากๆค่ะ แต่พี่เค้าเป็นคนที่เข้าหาคนอื่นไม่เป็นเลยค่ะ เรียกได้ว่าไม่มีความเป็นผู้นำเลยเราก็พยายามเข้าใจ ช่วงที่พี่เค้าเข้ามหาลัย เป็นครั้งแรกที่เราทะเลาะกันหนักมากและถึงขั้นจะเลิกกันจริงจังเลยทีเดียว พี่เค้าติดเพื่อนค่ะ กินเหล้ากลับดึก พาเพื่อน ผญ มานอนที่ห้อง เราโทรไปหาบางทีทั้งโวยวาย บอกไม่ว่าง บางทีให้เพื่อนคุย หรือบางทีรับสายเราแล้ววางไว้เฉยๆก็มีค่ะ เราจมอยู่กับการนอนดึกรอคุยกับพี่เค้า นอนร้องไห้ทุกคืน ได้ยินแต่คำพูดที่แทงใจกันทุกวัน เป็นแบบนี้อยู่เกือบปีค่ะ นั่นเป็นเพราะเราไกลกันเราไม่รู้เลยว่าระหว่างที่ไม่เจอกันพี่เค้าทำอะไรบ้าง เราได้แต่รอๆวันที่จะได้ไปอยู่มหาลัยด้วยกัน แค่เรื่องติดเพื่อนเราก็ช้ำใจมากพอแล้วค่ะ ติดจนเสียคน ไปแทงสนุกไม่เข้าเรียน แม่พี่แกรโทรมาหาเราจนบางทีเราก็ไม่รู้จะตอบยังไงได้แต่แก้ตัวแทนไปวันๆ จนพี่เค้าขึ้นปี2 เราอยู่ม.6 เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจ้าาา เราจับได้ว่าพี่เค้าคุยกับคนอื่นค่ะ ช่วงนั้นแอพ บีทอก กำลังฮิตเลยเราก็จับได้ค่ะ เสียใจแบบมากกกกกก ไม่คิดไม่ฝันเพราะเชื่อใจมาตลอดและท่าทางพี่เค้าก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้เลย เรื่องเที่ยวติดเพื่อนเราพอเข้าใจได้ คบกันก็ต้องมีพื้นที่ให้กันบ้าง แต่เรื่องนี้เรารับไม่ได้จริงๆ เราจับได้ 2 รอบกับแอพหาคู่นี้ เราก็ให้อภัยไปตามระเบียบค่ะ เราเสียใจจนพ่อดูออก ร้องไห้ตอนกลางคืนจนพ่อต้องมาถาม บวกกับช่วงที่ต้องเตรียมสอบเข้ามหาลัย พ่อเราก็เตือนแล้วเรื่องผู้ชายคนนี้ แต่เราก็พยายามแก้ตัวให้เค้าดูดีในสายตาทุกคนมาตลอด  เอาง่ายๆคือเราปกป้องเค้าจากทุกคนเลยค่ะ ไม่อยากให้ใครมองเค้าไม่ดี และไม่อยากให้ใครรู้ว่าเค้าทำเราเสียใจ เราไม่ปรึกษาเพื่อนเลยค่ะ ไม่อยากจะเอาปัญหาการแตกร้าวให้เพื่อนรู้ คือระหว่างที่คบกันเพื่อนเราก็คือเชียร์พี่เค้าเต็มที่ หวังให้พี่เค้าดูแลเราให้ดีๆ เพราะเพื่อนก็เป็นห่วงเรามากเหมือนกันเพราะเราไม่สนใจเรื่องรักๆไคร้ๆอยู่แล้ว ถ้าได้รักแล้วเราก็ทุ่มเทให้สุดตัวจริงๆค่ะ ยิ่งคบกันนานเราก็สนิทกับครอบครัวพี่เค้ามากขึ้นถึงขั้นไปนอนค้างที่บ้านเลย ปีใหม่ สงกรานต์ พ่อแม่พี่เค้าจะชวนเราไปเที่ยวด้วยตลอด พี่เค้ามีญาติอยู่ที่ต่างจังหวัดด้วย เราก็ได้เจอได้ทำความรู้จักแทบจะทุกคน และทางบ้านพี่เค้าก็เอ็นดูเรามาก เรียกเราเป็นลูกเลย น้าที่อยู่ต่างจังหวัดก็ยิ่งรักเรามีปัญหาอะไรก็คือบอกพี่แกได้ (เราเรียกน้าของแฟนเราว่าพี่นะคะ) เพื่องจากพี่แกรเป็นคนหัวสมัยใหม่และยังสาวเข้าใจวัยรุ่นและถูกชะตากับเรามากๆ และแฟนเราก็มีน้องด้วย 1 คนเป็นผู้ชาย แต่ก็ออกสาวหน่อยๆค่ะไปทางเก นางก็รักเรามากค่ะ วันเกิดเราก็ซื้อของขวัญให้นางทุกปี ลืมบอกไปค่ะบ้านแฟนเราไม่ได้มีฐานะเท่าไหร่นะคะ ก็บ้านๆทั่วไปค่ะ ส่วนตัวเราพ่อเราค่อยข้างหาเงินเก่งทำงานหนักจนอยู่ดีกินดี ก็ไม่ถึงกับรวยเว่อวังแต่ก็ไม่ขาด ไม่ลำบากค่ะ ทางบ้านเรามีเชื้อสายจีนด้วย อาหารการกินก็คืออาหารไทยจ๋าาาเลยจ้า พ่อเรากินยากมากกไม่กินกับข้าวถุง ทำอาหารกินเองตลอด มารยาทบทโต๊ะทานข้าวคือเป๊ะมากจ่ะ บ้านเรากินแต่ข้าวสวยและพูดภาษากลางกันหมดค่ะ แต่ทางบ้านแฟนเราคือบอกได้เลยว่าตรงข้ามทุกอย่างค่ะ บ้านแฟนเราทำไร่ทำนา เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ตามภูมิปัญญาชาวบ้านทั่วไป ระว่างที่คบกันมาเราต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่างมากค่ะ ทั้งอาหารการกิน ภาษา ความเป็นอยู่ในบ้าน คือเราไม่เคยสัมผัสคอกไก่ เล้าไก่ ตามบริเวรบ้านก็จะมีไก่เดินสวนไปมา และขี้ไก่เต็มไปหมด คนเข้าออกบ้านที่มาตีไก่กันบ้าง เราไปบ้านพี่เค้าครั้งแรกบอกเลยค่ะตกใจ!! จะว่าเรากระแดะก็ไม่แปลกค่ะ แต่เราไม่ได้แสดงอาการรังเกียจอะไร เราแค่กลัวไก่ในช่วงแรกๆค่ะ 555+ แฟนเราก็ชอบเลี้ยงชอบตีไก่ค่ะ กินอาหารตามพื้นบ้าน หนู กบ นก ส่วนตัวเราก็เรียนรู้ที่จะอยู่และปรับตัวค่ะ บ้านพี่เค้ากินแต่ข้าวเหนียวเราก็เริ่มกินมากขึ้น อาหารแปลกเราก็ลองกิน จนทุกวันนี้เราเดินให้อาหารไก่ อาหารกบ จนอุ้มไก่เล่นแล้วค่ะทุกวันนี้ 555+ พี่เค้ารักอะไรเราก็พยายามเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับเค้าให้ได้ค่ะ จนเราสอบติดมหาลัยที่อยู่ใกล้เคียงกับม.พี่เค้า ช่วงปิดเทอมเราก็ไปทำงานพิเศษค่ะ เพราะเห็นแฟนบ่นอยากได้ตัวชูก้าร์มาเลี้ยง เราเลยขอพ่อไปลองทำงานด้วยตัวเองดูสักครั้ง เราไปทำงานอยู่ร้านกาแฟค่ะ เป็นร้านเบเกอรี่ บิงซู ขนมปัง แบบให้นักเรียนนักศึกษามานั่งเล่นถ่ายรูปกันค่ะ เป็นครั้งแรกที่เราหัดทำงานพาทไทม์เลยค่ะ ก็สนุกดี เราไปหาเช้าหอถูกๆใกล้ที่ทำงาน เราขอพ่อออกมาเรียนรู้ด้วยตัวเองดูโดยไม่ขอเงินเลยสักบาท ค่าห้องเราก็ใช้เงินเดือนจ่ายค่ะ ช่วงนั้นเราก็ไปๆมาๆหาแฟนค่ะ เพราะอยู่ใกล้กัน วันไหนเราหยุดก็จะไปอยู่ห้องพี่เค้า ไปเดินตลาดหาอะไรมาทำกินกัน เราทำงานอยู่ประมาณ 4 เดือนค่ะ เราก็ออกและย้ายหอเข้ามาอยู่ห้องดีๆที่พ่อเราคัดสรรมาให้อย่างดี 555 ต่างจากห้องที่เราไปเช่าอยู่แค่เดือนละ 1200 เตรียมตัวเปิดเทอมและเริ่มเรียนค่ะ หลังจากเราเก็บเงินได้ก้อนนึงเราก็ไปซื้อลูกสาวเรามาค่ะ ซื้อแล้วกะว่าจะไปเซอร์ไพส์แฟนที่หอ พอเราไปถึงเรากับเซอไพส์ยิ่งกว่าค่ะ!!!!5555 ใช่ค่ะ นางกำลังคุยกับคนนอื่นอยู่ เจ็บอีกรอบค่ะ เสียใจมาก เค้าถึงขั้นโพสหากัน อวยพรวันเกิดกันในไลน์ ซึ่งแฟนเราไม่เคยเล่นไลน์ค่ะ ไม่โหลดแอพมาเลยแหละ แต่พอเรามาเห็นใจสลายมากค่ะ เพราะแฟนเราไม่เคยโพสหาเราเลย ตลอดเวลาที่คบกันของขวัญวันเกิดเราก็ไม่เคยได้ เค้กวันเกิดไม่เคยมี ไม่เคยพาไปกินของในห้างเลยค่ะ KFC ยังไม่กล้าเดินไปสั่งเลย จนตอนนี้จะ 6 ปี เราก็ยังไม่เคยไปนั่งกินอะไรกันในห้างเลยค่ะ 555+ 
เราก็เข้าในนะคะไม่เคยเรียกร้องอะไร เพราะบ้านพี่เค้าก็ไม่ได้รวยอะไร อีกอย่างเราทั้งคู่ก็ยังเรียนกันนอยู่ไม่ได้มีงานทำยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่ เราก็ไม่ภูมิใจหรอกค่ะถ้าเค้าต้องไปขอตังพ่อแม่มาซื้อ แต่สิ่งที่เราไม่เคยได้ ผู้หญิงที่พี่เค้ากำลังคุยด้วยนั้นนได้ค่ะ 555+ แค่อวยพรวันเกิดเรา เรายังต้องขอให้พี่เค้าโพสอวยพร แต่นางคนนั้นมันเป็นครายยยยย เราเจ็บใจตรงที่เราตั้งใจทำงานเลิกตี 3 เกือบทุกวันเพื่อซื้อของให้นางแต่ระหว่างที่เราทำงานพี่เค้ากลับกำลังคุยกับอีกคน.... (มาตามต่อกันPart2นะคะมันยังมีดราม่าอีกเยอะค่ะ555+)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่