นิยายเบาสมอง : Mikaza ไอ้บ้าเอ๊ย! ( 13 : ถึงกับเอาโรงเรียนมาอ้าง )

เพียงแค่เดินข้ามถนนคอนกรีตไม่ถึงสิบก้าวก็เป็นห้องพักครูของหมวดพละศึกษา  เป็นห้องที่ถูกต่อเติมเหมือนแปะเอาดื้อ ๆ ที่ด้านข้างกับโรงยิม  ซึ่งอยู่ด้านตรงข้ามกับประตูทางเข้าหอสมุดโรงเรียน  มีหนุ่มสูงขาวร่างหนึ่งยืนเท่ ๆ กวนๆ คอยอยู่พักหนึ่งแล้ว
เขาเห็นพฤติกรรมแปลกตาบางอย่างของหัวหน้าปอมปอมเชียร์  ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างรนรานไปด้านข้างหอสมุด  แล้วมีชายหนุ่มคุ้นหน้าร่างใหญ่สูงสมาร์ทเดินตามหลังออกมาเพียงชั่วอึดใจ  ทำให้กอล์ฟรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยอยู่เล็กน้อย  อยากรู้ที่มาที่ไปถึงเรื่องราวของสองคนนี้
            รัตนะหยุดยืนอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า  เหลือบมาเห็นเพื่อนสนิทอยู่หน้าห้องพักครูคอยท่า  เขาพยักหน้ายิ้มทักทายให้อย่างที่เคยทำเป็นประจำ  และรู้กันว่ากำลังจะเดินไปหา 
            กัปตันทีมฟุตบอลสืบเท้าเร็วดูคล่องแคล่ว  เป็นบุคลิกของรัตนะที่เป็นคนเดินไวก้าวเท้าได้ยาวกว่าคนทั่วไปตามขนาดความสูง  เขามาหยุดตรงหน้าเพื่อนไม่ถึงหนึ่งเมตร  สีหน้าราบเรียบปกติถามขึ้นด้วยเสียงห้าว ๆ
            “มานานรึยัง?”
            ใบหน้านวลผ่องแบบหนุ่มเกาหลียิ้มแหย่ ๆ  
            “กูไม่เข้าใจ...ทำไมอาจารย์ต้องเรียกกูเข้าไปคุยด้วยวะ  ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องของแท้ ๆ  เซ็งยิ้ม...”
            “ก็เข้าไปถามเองสิ  เดี๋ยวก็รู้”
            “แล้วเมื่อกี้เข้าไปคุยอะไรกับปลายรึเปล่าวะ”
            “ไม่รู้..ไม่ได้คุย”
            ร่างใหญ่ทำทีไม่รู้อีโหน่อีเหน่  หันกายฉับพลันเปิดประตูกระจกบานใหญ่  บังเกิดเสียงดังขึ้น
            “วูบ.บ!”   
            บานกระจกวาดผ่านลมได้ก้อนหนึ่ง  ฟังแล้วมีความรู้สึกเสียวสันหลังสะท้านไปทั้งตัว  ขนแขนพลันลุกแข็งขึ้น  เหมือนมีระเบิดที่รอคนปลดสลัก  รัตน์และกอล์ฟพอคาดเดาเหตุการณ์ข้างในนี้ได้  หลังจากเปิดมันเข้าไป
...ครั้งนี้มีความผิดโทษฐานโดดซ้อม...  
            ปังแรกเมื่อประตูปิดกลับคืน
            "อยู่พร้อมกันทั้งสองคนเลย..."
เขาทั้งสองแทบกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคออย่างยากเย็น  สีหน้าและแววตาของครูทั้งสองต่างอารมณ์คนละแบบ  คนหนึ่งหน้าตึงคล้ายโมโห  อีกคนหน้ายิ้มดูอบอุ่น
            อาจารย์แดงและอาจารย์อดัมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานห่างกันเพียงแค่คนเดินผ่าน   ทั้งคู่กำลังคอยศิษย์รักคนเดียวกัน  ดวงตาคู่หนึ่งเหมือนมีไฟมอดไหม้พวยพุ่งอยู่ในนั้นเมื่อเวลามองมาที่เขา  ส่วนอีกคู่ประกายตาวับวาวสดใสอย่างดีใจ  คล้ายเห็นคนรักที่จากกันแสนนานทั้งคิดถึงและหวงหา   โค๊ชทั้งสองฉุกคิดขึ้นได้จึงหันมามองหน้ากันเล็กน้อย   ต่างคนต่างมีคำพูดที่อยากถามให้หายกังวลใจ
            ...เมื่อวานทำไมไม่มา นี่หายไปเฉย ๆ ...
            หนุ่มฉกรรจ์สองนายเดินมายืนข้างหน้าอาจารย์ทั้งสอง  มือไขว่หลังเข้าท่าตามระเบียบพักด้วยความเคยชินเป็นวินัย  บรรยากาศขณะนี้มาคุเริ่มระอุ  ดวงตาคมประดุจเพชฌฆาตพงไพร  คนโดนจ้องเหมือนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเสือโคร่งตัวเขื่อง  ที่กำลังแยกเขี้ยวขู่คำรามเตรียมตัวกระโจนพร้อมพุ่งทำร้าย   เนื้อตัวแข็งเกร็งด้วยความประหม่าพร้อมกับคบคิดลุ้นหนัก
แม้โค๊ชฉายา ‘จังซี่ แดง’  จะตัวเล็กสันทัดกว่าหนุ่มหล่อลากไส้ทั้งสองคนนี้มาก  แต่บุคลิกดุดันประกอบกับน้ำเสียงอันทรงพลังเหมือนทหารผ่านศึก  โดยเฉพาะน่าจะเหมาะกับหน่วยวางกับระเบิด  ที่ต้องเสียงดังชัดเจนพร้อมทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง  มันทำให้เหล่านักฟุตบอลในสังกัด  ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างไม่มีเงื่อนไขหรือกล้าโต้แย้ง
รัตนะลอบมองหน้าเพื่อนที่ยืนด้านข้าง  คิดได้ว่าอาจารย์ของเราไม่ชอบให้นักบอลมีความอ่อนแอ  จึงต้องพูดอะไรบางอย่างออกไปเพื่อทำลายสภาวะตึงเครียดนี้ลง  จึงรีบตะเบ็งเสียงออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"ผมมีเรื่องจะบอกครับ!  จะได้ยินพร้อมกันครับ!"
            คำพูดของรัตน์ทำให้โค๊ชฟุตบอลและโค๊ชบาสของโรงเรียนมองหน้ากันอย่างตื่นเต้นสงสัยอีกครั้ง
            "มีเรื่องอะไรว่ามาเลย!   เสาร์อาทิตย์นี้...มีแข่งทั้งบอลและบาสนะ  เมื่อวานก็ขาดซ้อมโดยพละการ!!"
อาจารย์แดงเสียงเข้มดุใส่   ถึงการผิดวินัยของรัตนะ
อาจารย์อดัมได้จังหวะรีบสอดเสริมขึ้น  แม้นมีใจรักเมตตาต่อศิษย์คนนี้  แต่ก็ต้องอบรมกันหน่อย
            "ถึงนายจะไม่ค่อยเห็นความสำคัญในการมาซ้อมบาส   แต่ก็ควรที่จะมาซ้อมก่อนแข่งหนึ่งวันนะ  นายเก่งอยู่คนเดียว  แต่เล่นไม่เข้ากับเพื่อนจะมีประโยชน์อะไร  จังหวะการรับส่งบาสก็ต้องรู้และเข้าใจกันบ้าง"
โค๊ชบาสผู้มีความสูงใหญ่กว่าทุกคนในห้อง  แม้หนุ่มนักเรียนทั้งคู่จะสูงร้อยแปดสิบกว่า  เห็นทีอาจารย์อดัมจะสูงเกินร้อยเก้าสิบ  ชนิดเดินผ่านรั้วบ้านใครเห็นลูกมะม่วงที่ห้อยกิ่งลงมา  คงยื่นมือไปเด็ดมาได้สบาย ๆ  
อีกทั้งยังเคยเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติเช่นเดียวกันกับอาจารย์แดง  และได้ข่าวว่าสมัยนั้นกระโดดดั้งยัดห่วงแล้วห้อยโหนไปมาโฮ่ร้องอย่างบ้าคลั่งสะใจ  แป้นบาสแทบแตกพังมีความเลือดร้อนบ้าบิ่นอยู่พอตัว  แต่พอเลยวัยสี่สิบต้น ๆ มีความนิ่งสงบลงเยอะ  ต่างจากอาจารย์แดงที่ยังคงไฟแรงอยู่เหมือนเดิมไม่มีผ่อน  มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น
อดีตทีมชาติบาสรู้ตัวว่า  เป็นการขอร้องรัตนะผู้มากฝีมือให้มาช่วยลงแข่ง   จึงกดดันไม่ได้มากเท่ากับโค๊ชอีกคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ 
            "คือ..."
รัตนะปากหนักอึ้งไม่กล้าพูดเสียงยังอยู่ในลำคอ
            "อะไร!  อ่ำ ๆ อึ้ง ๆ   เป็นถึงกัปตันทีมต้องเข็มแข็งชัดเจน!   ไม่งั้นลูกทีมก็อ่อนตามผู้นำสิวะ!!"
อาจารย์แดงตวาดดังขึ้น  สองร่างยืนหยัดเบื้องหน้ากระตุกเต้นเล็กน้อยตามแรงเสียง  เขารู้สึกไม่พอใจที่ความหวังของโรงเรียนจะมีอาการอ่อนแอปวกเปียก
รัตนะรวบรวมความกล้า  เปลี่ยนท่ามายืนตัวตรงเท้าชิดกัน  กลั้นหายใจพูดออกไป
            "ผมโดนที่บ้านกักบริเวณทั้งอาทิตย์เลยครับ   เสาร์อาทิตย์นี้คงไม่สามารถร่วมแข่งด้วยครับผม!"
เสียงดังฟังชัดก้องลั่นทั่วภายในห้องพักครู แล้วกลับคืนสู่ท่าระเบียบพักตามเดิม
            เมื่อสิ้นคำของรัตนะ  
“หา!!”
อาจารย์ทั้งสองร้องอุทานออกมาพร้อมกัน  คนหนึ่งคิ้วเพียงจรดกัน  แต่อีกคนหน้าแดงก่ำเริ่มโกรธแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด  รีบก้มหน้ามองจอโน๊ตบุ๊คของตัวเองแต่ละคน  มือจับเมาท์ลากคลิกดูตารางการแข่งขันว่าเจอกับทีมไหน  
ภายหลังจากเห็นรายชื่อก็เริ่มรู้สึกเบาใจ  สีหน้าผ่อนคลายลง โชคยังดีที่ยังไม่เจอกับทีมแข็งในรอบแบ่งกลุ่ม
รวมทั้งกอล์ฟที่ยืนนิ่ง  ลุ้นกับสถานการณ์กดดันอย่างเป็นคนผิดเสียเอง  ก็ลอบเป่าปากระบายลมแรงอย่างโล่งอก  ที่เห็นอาจารย์แดงอารมณ์เย็นลง
โค๊ชบาสผู้คุมอารมณ์ได้ก่อน  จึงถามด้วยเสียงดูอบอุ่นห่วงใย
            "นายทำผิดเรื่องอะไรมาละ   ถึงโดนทางบ้านลงโทษขนาดนั้น   ผลการเรียนตกรึไง?"
            ร่างสูงสองนายที่ยืน  มองหน้าคนถามอย่างแน่วแน่
"ผมว่าอาจารย์แดงรู้เรื่องนี้ดีครับ   เพราะก็อยู่ในเหตุการณ์!"
            "อะไรวะ!  เกี่ยวไรกะครู..."
            "ผมโดนทำโทษเรื่องของปลายห้อง 5/1 ครับ!"
รัตนะตอบออกไปสีหน้าคงเดิม 
ศุภรักษ์เหลือบมองทั้งคนถามทั้งคนตอบสลับกัน  ดูปฏิกิริยา...ระเบิดลงก็พร้อมโกย...
“อ่า...”
โค๊ชร่างเล็กโครงหัวอุทานขึ้นอย่างเข้าใจ 
            ข้ออ้างพร้อมคำอธิบายเหล่านี้  ตรีรัตนาเป็นคิดอ่านให้กับรัตนะ  โดยเฉพาะคนที่อนุญาตอยู่ในเหตุการณ์ด้วย  ก็จะเป็นเรื่องง่าย  
 
 
“ก๊อก!ก๊อก!ก๊อก!” เสียงเคาะบานหน้าต่างหน้าอาคารพยาบาลเพื่อส่งสัญญาณถึงการมาหา  แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ๆ จากคนที่อยู่ภายใน  ภายหลังเสร็จธุระกับอาจารย์หมวดพละ
            ห้องพักครูของอาจารย์แดงกับอาคารพยาบาลไม่ไกลกัน  เพียงเขาเปิดประตูออกมาแล้วหันซ้าย  เดินเท้าต่อไปไม่ถึงห้าสิบก้าวก็ถึง  
รัตนะจึงสืบเท้าเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง  ยื่นหน้าชิดกระจกยกมือขึ้นบังเงาสะท้อนภายนอก  เพ่งมองหาคนที่อยู่หลังบานกระจกใส  พบเห็นแต่สิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่ภายใน  มีลักษณะเดิมไม่มีวี่แววคนอยู่  เขาจึงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา  แล้วพิมพ์ข้อความ
...อยู่ไหนแวะมาหาแล้วนะ...
...ตอนเย็นว่างมั้ย  จะชวนออกเดท...
            เดือนอันดับหนึ่งวันนี้ต้องการทำหน้าที่แฟน  หลังจากค้นหาวิธีเอาใจใน Google เมื่อคืน  แฟนสาวมีอาการน้อยใจอยู่เล็กน้อย  จึงอยากเอาใจ  ร่างสง่างามยืนรอข้อความตอบกลับ 
            ไม่กี่อึดใจ...มีเสียงข้อความเข้า  
            รัตน์ตั้งเสียงเตือนเพียงไม่กี่คน  โดยเฉพาะคนสำคัญ
            ...อยู่โรงพยาบาล   มีน้องผู้หญิงปวดท้อง...
          ...ดีใจจังเลย  เจอกันกี่โมงดี...
            นิ้วมือยาวของเขาจึงพิมพ์กลับ
            ...ทุ่มครึ่งOkมั้ย...
          หนึ่งธิดายิ้มสดใสอีกทางพิมพ์กลับทันที  
            ...OK...
ตอบมามีทั้งเป็นตัวอักษรและสติกเกอร์รูปปากส่งจูบ
            รัตนะเห็นข้อความสีหน้าแปรเปลี่ยนอมยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข   ความทะเล้นสดใสของพี่แจ๊สที่น่ารักดูเป็นธรรมชาติ  มันทำให้เขาอารมณ์ดีและสบายใจทุกครั้งเวลาที่ได้อยู่ใกล้หรือพูดคุยด้วย
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่