[CR] รีวิว Samsung Galaxy S20 Ultra 5G หลังใช้งานมา 6 เดือน ยังน่าใช้อยู่ไหม?

สวัสดีครับ วันนี้จะขอมารีวิว Samsung Galaxy S20 Ultra 5G ที่ซื้อใช้เองตั้งแต่เปิดตัวนะครับ หลายๆ คนคงจะทราบว่านี่เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีปัญหามากที่สุดตั้งแต่เปิดตัว นับตั้งแต่เรื่องชิปเซ็ต กล้อง ความร้อน แบตเตอรี่ 5G ซึ่งยกเว้นเรื่องชิปเซ็ต ปัญหาอย่างอื่นทางซัมซุงก็บอกให้ “รออัพเดตแก้ไข” มาตั้งแต่เปิดตัว นี่ก็ผ่านไป 6 เดือนแล้ว ปัญหายังมีมากน้อยแค่ไหน วันนี้จะมารีวิวโดยเน้นส่วนกล้อง ความร้อน และแบตเตอรี่ที่เป็นปัญหานะครับ (ไม่พูดถึงเรื่องชิปเซ็ตครับ เพราะเลือกไม่ได้)

(แจ้งไว้ก่อน ผมมีปัญหากับทาง Samsung ออนไลน์ตั้งแต่ครั้งก่อนที่สั่งซื้อของลดราคาแล้วโดนยกเลิกออร์เดอร์มั่วๆ พอทาง Samsung ชดใช้แบบขอไปทีก็เลยตั้งใจว่าจะเทแบรนด์นี้แล้ว แต่ที่รีวิวครั้งนี้ไม่ได้ใส่สีตีไข่แต่อย่างใดนะครับ เป็นสิ่งที่ผมเจอมาจริงๆ แล้วก็มาบอกตรงๆ เผื่อคนที่กำลังตัดสินใจจะได้มีข้อมูลประกอบ)

เกริ่นนำ: ก่อนหน้านี้ผมใช้ Galaxy S10e ครับ พอเห็นสเปคกล้องของ Galaxy S20U 5G ก็คิดว่าน่าจะเอามาทดแทนกล้องถ่ายรูปเวลาเดินทางท่องเที่ยวได้ ผมเป็นคนขี้เกียจแบกน่ะครับ แค่กล้อง M4/3 พกไปเที่ยวทริปหลังๆ ยังยกขึ้นมาถ่ายแค่ไม่กี่ครั้ง อาศัยกล้องมือถือตลอด เลยคิดว่าควรหามือถือกล้องดีๆ ไปเลยจะได้ไม่ต้องพกซ้ำซ้อน แต่พอได้ใช้จริงบอกตามตรงว่า ผิดหวัง ครับ 6 เดือนที่ผ่านมา อัพเดตไม่ได้ช่วยอะไรเลย (ผม wipe cache ทุกครั้งหลังอัพเดตนะครับ) โดยสิ่งที่ทำให้ผิดหวัง ก็เหมือนกับที่คนอื่นๆ พบเจอดังนี้ครับ

1.      กล้องและโฟกัส
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของ Galaxy S20 Ultra 5G ที่โดดเด่นเรื่องฮาร์ดแวร์กล้องด้วยเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่และจำนวนพิกเซลที่มากมาย ซึ่งให้ภาพที่สวยงามตามสไตล์เมื่อถ่ายในระยะ 2 ฟุตขึ้นไป รวมถึงกล้องหน้า เลนส์เทเล และเลนส์อัลตร้าไวด์ แต่กับเลนส์หลักในระยะโคลสอัพดันมีปัญหาเรื่องการโฟกัสร้ายแรงถึงขั้นบางครั้งโฟกัสไม่ได้เลย สำหรับมือถือที่เน้นเรื่องกล้องแล้ว นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก และทาง Samsung ก็สัญญาว่าจะมีซอฟต์แวร์อัพเดตมาแก้ไขให้ ปัจจุบันเฟิร์มแวร์ล่าสุดขึ้นเป็น One UI 2.5 แล้ว จะแก้ไขให้โฟกัสดีขึ้นได้ไหม ผมมีวิดีโอประกอบครับ
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
จากวิดีโอ อยู่ในห้องนอนตอนกลางคืนเปิดไฟ จะเห็นได้ว่าเมื่อเปิดกล้องโหมด Photo (อัตโนมัติ) ตัวกล้องไม่สามารถโฟกัสนางแบบของเราได้เลย หรือจะให้พูดตรงๆ คือ โฟกัสอะไรในเฟรมไม่ได้เลย เบลอทั้งภาพ แต่พอเปลี่ยนเป็นโหมด Pro (แมนนวล) สามารถโฟกัสได้ ผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เอาปัญหานี้ไปไถ่ถามกับทางศูนย์บริการ คำตอบที่ได้คือ “ตัวเครื่องทำงานปกติไม่มีปัญหาค่ะ สำหรับรุ่นนี้เวลาถ่ายใกล้จะไม่ชัดเป็นปกติ เพราะมีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ กล้อง DSLR ตัวใหญ่ก็เป็น ทำอะไรไม่ได้จริงๆ ค่ะ ตัวพนักเองใช้ Note20 ก็เจอปัญหานี้ค่ะ” ดูเหมือนว่าพนักงานจะสับสนระหว่างคำว่าโฟกัสกับ DoF และใจกล้ามากเลยที่เอาไปเทียบกับ DSLR….  
มีคนแนะนำว่า ถ่ายใกล้ไม่ได้ ก็เขยิบออกมาสิ ทว่าในชีวิตจริง หลายๆ สถานการณ์ก็ไม่สามารถทำได้ครับ เช่น กรณีในวิดีโอของผม พอขยับออกมาปุ้ป นางแบบคนสวยก็เดินตามทันที ทำให้เสียโอกาสถ่ายภาพไปเลย 
“ในเมื่อโหมดแมนนวลโฟกัสได้ ก็ถ่ายแมนนวลไปสิ” แต่โหมดแมนนวลก็ทำอะไรหลายๆ อย่างไม่ได้นะครับ เช่น HDR ไม่ได้ หรือถ่ายเป็น Single Take ก็ไม่ได้ 

รูปเปรียบเทียบระหว่างโหมดออโต้กับแมนนวลครับ.... หมดความอดทนจนอยากคืนเครื่อง (แต่พนักงานไม่ยอม) เพราะถ่ายน้องไม่ชัดเนี่ยแหละครับ... 

2.      ความร้อน
ผมเป็นคนไม่เล่นเกมบนมือถือครับ สำหรับเครื่องนี้ใช้งานแค่เรื่องกล้อง โซเชียล รับส่งอีเมล และอินเทอร์เน็ต แอพก็ลงแต่เท่าที่ใช้ ก่อนที่จะมีอัพเดตให้รองรับ 5G เข้ามา ไม่รู้สึกว่ามีปัญหาเรื่องความร้อนครับ สำหรับคนที่ใช้ Samsung ชิปเซ็ต Exynos มารุ่นก็จะไม่รู้สึกว่าแตกต่างเท่าไหร่ แต่พอมีอัพเดต 5G เข้ามาแล้ว แค่จับสัญญาณ 5G ได้ ไม่ต้องทำอะไรเครื่องก็ร้อนครับ ยิ่งพอทางเครือข่ายเร่งขยายพื้นที่ให้บริการไปทั่ว ก็ยิ่งสัมผัสถึงความร้อนได้บ่อย ครับ ร้อนขนาดที่ว่าเสียบชาร์จไฟแล้วไฟแทบไม่เข้าอะครับ แล้วความร้อนก็ส่งผลต่อเรื่องแบตไหลที่จะพูดถึงต่อไปด้วยครับ
 
อย่างน้อยรุ่นนี้ก็รองรับระบบระบายความร้อนด้วยน้ำนะครับ

3.      แบตเตอรี่
ก่อนที่จะมีอัพเดตรองรับ 5G พอใจกับการใช้งานครับ แบตอยู่ได้ทั้งวัน ชาร์จก็เร็วดี ไม่ต้องพกเพาเวอร์แบงค์ก็ยังไหว แต่พอชีวิตมี 5G ทุกอย่างเปลี่ยนไป พอเครื่องร้อน (ปัญหาในข้อ 2.) แบตก็ไหล ยิ่งถ้าจับสัญญาณ 5G ได้แล้วเคลื่อนที่ตลอดเวลาไม่อยู่กับที่แบตยิ่งลดเร็วครับ น่าจะเป็นเพราะเครื่องต้องสลับเซลไซต์บ่อย จากที่อยู่ได้ทั้งวัน ก็อยู่ได้ไม่ครบวัน ถ้าวันไหนต้องเอามาเปิดเป็นฮอตสปอตด้วย แบตไหลเหมือนเทน้ำทิ้งเลยครับ

(ขออภัยด้วย หัวข้อนี้ไม่มีภาพประกอบเพราะไม่ได้แคปหน้าจออะไรเอาไว้ครับ ตอนนี้วางตัวเครื่องเอาไว้ทับกระดาษแล้ว)

จากที่กล่าวมา ก็สรุปได้ว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ปัญหาต่างๆ ไม่ได้หายไป แต่กลับเพิ่มมาด้วยซ้ำ และต่อให้สาเหตุเป็นเพราะการเปิดใช้งาน 5G ผมก็จะไม่ปิด เพราะผมตั้งใจซื้อมาก็เพื่อใช้ 5G นี่ครับ
อา... แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียนะครับ ในด้านที่ดีก็ยังพออยู่บ้าง แน่นอนว่าจะไม่พูดถึงข้อดีให้ซ้ำกับคนอื่นหรอกครับ
1.      One UI ยอมรับว่าเป็น UI บน Android ที่มีเอกลักษณ์ ใช้งานง่าย แม้จะมีติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง แต่ก็น่าพอใจเลย ยิ่งเปิดโหมด Gesture แทนแถบ Navigator (ย้อนกลับ, ปุ่มโฮม, แอพล่าสุด) ยิ่งเต็มตาจนกลับไปใช้รุ่นที่ยังมีแถบขาวๆ ด้านล่างไม่ได้แล้ว รู้สึกขัดตาชอบกล
2.      แอพ E-Mail ของ Samsung นับเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมเลือก Samsung ครับ (และนี่จะเป็นเครื่องสุดท้ายแล้ว) สำหรับคนที่มีเมลหลายโดเมน แอพนี้รองรับการพุชเมลหลักๆ ที่ผมใช้ทั้ง Gmail, Outlook และ Exchange ซึ่งใน Play Store ผมยังไม่เห็นแอพเมลไหนที่มีหน้าตาเรียบๆ สะอาด ไม่รก แล้วพุชเรียลไทม์ได้หลายโดเมนขนาดนี้นะ อันนี้ต้องยอมจริงๆ
3.      เป็นแฟลกชิปที่หน้าจอโค้งน้อย - สำหรับคนที่ไม่ชอบจอโค้งแล้ว อันนี้นับว่าเป็นข้อดีได้ครับ 
4.      เป็นแฟลกชิปที่ราคาตกเร็ว – ข้อนี้สำหรับบางคนแล้วนับเป็นข้อดีได้มั๊งครับ

สรุปให้เลยนะครับ 
 - สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป แต่เป็นสายคาเฟ่ ถ่ายอาหาร ถ่ายเด็ก ถ่ายสัตว์เลี้ยง ข้ามไปได้เลยครับ
 - สำหรับคนที่คิดว่าจะเอาไว้ใช้ทำงาน รับส่งเมล 5G ดูยี่ห้อ/รุ่นอื่นที่ไม่ใช้ชิป Exynos ดีกว่าครับ
 - สำหรับคนที่อยากจ่ายเงินทีเดียวแล้วมั่นใจว่าจบเลย ผมแนะนำให้หนีไปครับ

แต่ถ้าเป็นคนชอบมือถือใช้งานง่ายๆ และไม่ติดที่พร้อมเสี่ยงเจอปัญหา รุ่นนี้ก็นับว่าเหมาะมากครับ ในกลุ่มบน Facebook มีคนใช้แล้วไม่เจอปัญหาใดๆ มีความสุขดีก็มีนะครับ แค่ผมไม่ใช่คนโชคดีเท่านั้นเอง ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเครื่องหลังล็อตแรกอาจมีแก้ไขปัญหาบางอย่างแล้วหรือเปล่า ความรู้สึกในตอนนี้คืออยากคืนเครื่องมากครับ แต่พนักงานบอกว่า "นี่เป็นปกติของรุ่นนี้ค่ะ" (ที่จะเครื่องร้อน โฟกัสไม่ติด และแบตไหล) เลยทำอะไรไม่ได้ครับ

อัปเดตครับ (19 ก.ย. 2563)
ผมเอาเครื่องไปเข้าศูนย์อีกครั้งตามที่ทางคอลเซ็นเตอร์แนะนำมา ซึ่งทางศูนย์ก็ยังยืนยันว่า "ทางสำนักงานใหญ่แจ้งว่าเครื่องทำงานปกติ ไม่พบปัญหาค่ะ" พอผมถามว่า คำว่าปกติ คือถ่ายไม่ชัดเป็นปกติ เครื่องร้อนเป็นปกติ แบตหมดเร็วเป็นปกติหรือ ทางพนักงานไม่ตอบ แต่บ่ายเบี่ยงว่า "ไม่ทราบว่ามาตรฐานของลูกค้าเป็นอย่างไร แต่ตามมาตรฐานการทดสอบของเราปกติค่ะ" และให้เข้าไปรับเครื่องคืน ซึ่งหลังจากได้เครื่องกลับมาแล้ว ในส่วนของการโฟกัสในโหมดออโต้ก็ยังคงไม่ชัดเป็นปกติตามมาตรฐานของทาง Samsung ครับ 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


อัปเดตครับ
อัปเดตล่าสุดนะครับ
หลังจากร้องเรียนกับทางคอลเซ็นเตอร์อีกที ผ่านไป 1 สัปดาห์ก์ได้คุยกับเจ้าหน้าที่สนับสนุนทางเทคนิค ซึ่งตอบคำถามได้ไม่สมเหตุผลและค่อนข้างมากง่ายครับ อาทิ 
1. ปัญหาเรื่องจับโฟกัสไม่ได้ในโหมดออโต้: "เพราะในโหมดออโต้ ตัวเลนส์จะฟิกซ์ระยะตายตัว ทำให้การถ่ายในระยะค่อนข้างใกล้จะโฟกัสยาก โดยเฉพาะในที่แสงน้อย" ควรจะเป็นคำอธิบายสำหรับโหมดแมนนวลมากกว่าไหมครับ แล้วใครกันโฆษณาว่าคมชัดแม้แสงน้อย
2. ปัญหาเรื่องความร้อนจากการใช้งาน 5G: "ถ้าเครื่องร้อนเพราะจับ 5G ให้ปิด 5G แล้วใช้ LTE ครับ" .... ไม่ใช่คำตอบที่เกินความหมายเท่าไหร่ แต่ไม่คิดว่าจะมักง่ายตอบโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมพอใจเลย ผมไม่พอใจกับตัวผลิตภัณฑ์ ผมต้องการคืนเครื่อง คืนเงิน เจ้าหน้าที่บอกต้องส่งเรื่องทางหน่วงงาน ผลสรุปออกมาเหมือนเดิม "เครื่องคุณลูกค้าปกติค่ะ" แน่นอน ไม่มีคำตอบว่า คำว่าปกติถือถ่ายไม่ชัดเป็นปกติใช่ไหม "แต่เราจะเยียวยาลูกค้าด้วยการเพิ่มเวลาประกันให้อีก 1 เดือน ชดเชยที่ลูกค้าเสียเวลาเอาเข้าศูนย์นะคะ"
ลาขาดครับ แบรนด์นี้
ชื่อสินค้า:   Samsung Galaxy S20 Ultra 5G
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่