⚡️😈⚡️THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#33 สัปดาห์ที่ 11 : 8-11 ก.ย. "ควายหลุดถนน" ถุงมือ ทุ่งนาแดนนี้ไม่มีความหมาย⚡️😈⚡️

กระทู้คำถาม
อมยิ้ม50
ถุงมือเรื่องสั้น เรื่องที่ 3 ประจำสัปดาห์ที่ 11 ครับ ^^

เป็นเรื่องของหนุ่มสาวสองคนซึ่งมีสถานะเป็นเพื่อนกันไม่ใช่แฟน ไอ้หนุ่มขับรถไปรับเพื่อนสาวไปเที่ยว โดยจะไปร่วมแจมกับเพื่อนคนอื่นๆ แม่สาวก็ไปด้วย

แต่ดูเหมือนว่าการไปกับเพื่อนหนุ่มซี้ปึ้กของเธอคราวนี้จะเป็นครั้งแรก เพราะเธอได้เห็น ได้ซาบซึ้งกับความระห่ำในการขับรถของเขา ราวกับว่าพยายามจะมาแทน พอล วอล์คเกอร์ พระเอกหนังเรื่อง FAST & FURIOUS ผู้ล่วงลับก็ไม่ปาน! แถมมีการให้เหตุผลเชิงทฤษฎีที่ฟังดูน่าเชื่อถือเสียด้วย ว่าแต่ละช็อตๆ ที่เขา "ดริ๊ฟ" หรือซิ่งนั้นมีเหตุผลใดรองรับ!

ตามไปดูกันว่า ผลลัพธ์ จะเป็นอย่างไร...อมยิ้ม36หัวใจ

วัว
  “มาแล้ว มาแล้ว ก้อย”

    ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง ฉันจึงละสายตาออกจากจอสมาร์ทโฟนในมือ มองไปก็เห็นเพื่อนหนุ่มที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัย ก้าวพรวดพราดเข้าประตูร้านมา

    “ถ้าจะมาตอนนี้ ก็เปลี่ยนเป็นนัดพรุ่งนี้แทนเลยดีมะ เจ้าอาร์ม” ทำเป็นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู พร้อมช้อนสายตาส่งความเย็นเยือกสุดขั้วหัวใจไปให้เสริมคำพูดตัวเอง

    “แกอย่าเพิ่งบ่นได้ไหมเจ้าก้อย ฉันมาช้า แต่ก็ยังไม่ได้สายนะ รีบมาแทบตายแล้วเนี่ย ยิ่งขับรถมา เจอแต่เรื่องชวนหงุดหงิดชวนอารมณ์เสียอยู่ด้วย เอาน้ำมากินหน่อยซิ”

    อาร์มดึงเก้าอี้ออกจนขาของในลากไปกับพื้นเสียงดัง ทิ้งตัวลงนั่งอย่างกับคนหมดแรงจริงๆ มือคว้าแก้วน้ำอัดลมของฉันที่เหลือครึ่งหนึ่งไปดื่มอย่างกระ หาย ไม่รอให้ต้องปฏิเสธหรือตอบรับ

    “เออ ๆ ค่อย ๆ กินก็แล้วกัน ระวังสำลักนะเพื่อน” ทำเอาเจ้าของอย่างฉันทำได้เพียงส่งยิ้มและเตือนให้ค่อยๆ ดื่มเพียงเท่านี้

    “ขอบใจว่ะ ก้อย สมแล้วที่เรารู้จักกันมานาน ฉันชอบที่แกไม่เรื่องมากนี่แหละ”

    มันพูดพลางเติมน้ำอัดลมที่เหลืออยู่ในขวดลงแก้ว แล้วบรรจงส่งเข้าปากให้ไหลลงไปสู่กระเพาะอีกรอบ พอหมดก็วางแก้วลง พร้อมทำท่าซาบซ่าถึงใจให้ได้เห็น

    “หายหิวน้ำแล้ว ไปกันเลยไหม เดี๋ยวจะไม่ทันพวกไอ้โอ๊ต ไอ้หญิงมัน” พวกเรานัดเจอกันหลายคน แต่ไอ้โอ๊ตกับไอ้หญิงที่พูดถึง คือตัวแทนของฝ่ายหญิงฝ่ายชาย จะได้ไม่ต้องเรียกเรียงชื่อกันจนครบให้เสียเวลาและพลังงาน

    “อือ ไปเลยก็ดี วันนี้รถเยอะด้วย ฉันเลยมารับแกสายเนี่ยแหละ”

    เทน้ำแข็งที่เหลือในแก้วลงปากจนพูดไม่ชัด เคี้ยวเสียงดังกร้วมฟังน่าอร่อย ฟังเจ้าอาร์มพูดแบบนี้แล้ว คนไม่รู้คงคิดว่าฉันกับเขาเป็นแฟนสายฮาร์ดคอร์กัน แต่อันที่จริง เพราะคราวนี้บ้านของฉันเป็นทางผ่านเท่านั้นเอง เขาก็เลยอาสาแวะมารับ

    “เออ ว่าแต่แกอารมณ์เสียอะไรมาเหรอ” ฉันนึกขึ้นได้ว่าอาจจะอยากให้ถาม เลยถามไปอย่างนั้น

    “ก็ไม่มีอะไรหรอก เรื่องบนท้องถนนนั่นแหละ คนสมัยนี้ ไม่รู้ทำไมขับรถไม่มีมารยาท ไม่มีน้ำใจกันซะเลย อะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายจนฉันหงุดหงิด”

    ฟังเจ้าอาร์มบ่นก็เข้าใจอยู่ เพราะภาพที่เห็นตอนอยู่บนท้องถนนของฉันก็เป็นอย่างที่มันพูดนั่นแหละ

    “พอละ ไม่บ่นต่อให้เสียอารมณ์ดีกว่า เดี๋ยวหมดสนุก ไป ไปกัน ก้อย”

    พอเจ้าอาร์มตัดบท พวกเราก็พร้อมออกเดินทาง

    บนท้องถนนเวลานี้หนักหนาสาหัสกว่าที่คิดอย่างที่เจ้าอาร์มว่าจริงๆ ไม่รู้ว่ามีอุบัติเหตุอะไรรึเปล่ารถถึงได้ติดขนาดนี้ นี่แค่โผล่พ้นจากประตูร้าน กว่าจะเคลื่อนตัวมาถึงแถวหน้าของสี่แยก ก็ติดไฟแดงไปห้าครั้งแล้ว

    “ใจเย็นๆ น่า ก้อย ทันอยู่แล้ว รับรอง ฟังเพลงหน่อย จะได้ผ่อนคลายนะ”

    อาร์มพูดเมื่อเห็นฉันมองเวลา เลื่อนมือมาหมุนปุ่มที่คอนโซลด้านหน้า เสียงบรรเลงแผ่วพลิ้วก็ล่องลอยออกมาขับกล่อมให้เคลิบเคลิ้มเพลิดเพลิน ช่วยให้รู้สึกสบายได้จริง

    ไม่รู้ว่าเพราะบังเอิญหรือรู้ว่าฉันชอบ เขาถึงได้เปิดเพลงบรรเลงแบบนี้ให้ฉันฟัง อันที่จริงตั้งแต่สมัยเรียน เขารู้ว่าฉันชอบไปไหน กินอะไร ชอบกาแฟรสไหน และอีกหลายๆ อย่างเลยทีเดียว จะว่าเขารู้ใจฉันก็คงไม่ผิด นี่เป็นหนึ่งเรื่องที่ฉันแอบนึกชื่นชมเขาอยู่ในใจเหมือนกัน

    ขณะอยู่ในอารมณ์ซาบซึ้งของตัวเอง จู่ๆ รถก็กระชากออกตัวอย่างรวดเร็วจนความรู้สึกตามไม่ทัน มองไปเบื้องหน้าก็เห็นสัญญาณไฟเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวเรียบร้อยแล้ว

    ทางข้างหน้าโล่งโจ้งเป็นช่วงสั้นๆ แต่มันก็ยาวพอให้เจ้าอาร์มทำความเร็วได้อย่างน่าเหลือเชื่อ รถทะยานนำลิ่วจากกลุ่มรถติดไฟแดงเมื่อสักครู่ ก่อนที่อีกไม่กี่อึดใจต่อมารถของพวกเราก็ไปติดแหงกอยู่อีกแยกไฟแดงอย่างไร้ประโยชน์

    “แยกก็สั้นๆ ไม่รู้แกจะขับเร็วทำไม” ฉันพูดอย่างที่คิด

    “รู้ไหมก้อย ตามสถิติบนท้องถนนอะนะ รถขับช้าเกิดอุบัติเหตุบ่อยกว่ารถที่ขับเร็วนะ รู้ไหมว่าทำไม”

    ฉันส่ายหน้า นึกงงอยู่ว่าที่เพื่อนหนุ่มพูดเป็นเรื่องจริงรึเปล่า มีการยกสถิติมาอ้างอีกต่างหาก

    “คนขับรถเร็ว จำเป็นต้องมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา ใจจดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้าและท้องถนน พวกนี้จะระวังและตื่นตัวเสมอ ก็เลยไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุ ส่วนคนขับช้าน่ะ บางทีก็เหม่อ บางทีก็สติหลุด ไม่โฟกัสไง ก็เลยเกิดอุบัติเหตุบ่อย”

    “จริงป่ะเนี่ย” นึกสงสัยจนต้องเอ่ยปากถาม

    “เอ้า จริงอยู่แล้ว เดี๋ยววันไหนหาบทความกับสถิติอันนี้เจอ จะส่งไปให้อ่าน”

    ต่อให้เจ้าอาร์มพูดขนาดนั้น ฉันก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่ออยู่ดี เหตุผลก็ฟังเหมือนเข้าท่าดีอยู่นะ แต่มันก็ยังแปลกๆ อยู่ดี

    ในขณะนั้น สัญญาณไฟแดงก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว

    “เอ้า ไฟเขียวแล้ว คันหน้าทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบไปวะ”

    ว่าแล้วมันก็กดแตรถี่ๆ เพื่อไล่ให้คันหน้าออกตัวไปเร็วๆ

    “อาร์ม แกใจเย็นๆ ดิวะ มันเพิ่งไฟเขียว รถออกตัวก็ต้องช้าแหละ” ฉันพยายามพูดให้มันสงบลง

    “ก้อย คือเข้าใจไงว่าออกตัวมันต้องช้า แต่อาร์มว่ามันช้าเกินไปไง มันควรเร็วกว่านี้ได้ป่ะ ใช่มั้ย

    พูดไม่ทันจบดี อาร์มก็หักหัวรถทิ่มเปลี่ยนไปเลนขวาสุด แล้วพุ่งตัวอย่างรวดเร็วแซงคันหน้าในเลนเดิมไป ภาพรถคันหลังที่โดนตัดหน้าจนต้องเบรคกะทันหันลอยมาเข้าหัว ชัดจนถึงขนาดได้ยินเสียงบ่นด่าดังอยู่ข้างหูเลยทีเดียว

    หันไปมองหน้าเพื่อน เห็นมันดูสะใจเสียเหลือเกิน 

     “จู่ๆ แกจะเลี้ยวแบบนี้ไม่ได้ ไฟเลี้ยวอะ มีมั้ย เปิดด้วย เปิดแล้วก็รอดูด้วยว่าคันหลังเขาจะให้ทางรึเปล่า

    “ก้อย แกไม่มีรถ ไม่รู้อะไรหรอก ฉันจะบอกเทคนิคให้ เผื่อแกจะซื้อรถไว้ใช้ในวันข้างหน้า”

    พูดไป ทำท่าทางทรงภูมิปัญญาไปด้วย

    “ไฟเลี้ยวก็เหมือนสัญญาณปล่อยตัวนั่นแหละ ถ้าเปิดเมื่อไหร่ รถคันหลังจะเร็วขึ้น 50% และพร้อมทะยานขึ้นมาทันที เพราะฉะนั้น ถ้าแกจะเปลี่ยนเลนในระยะใกล้ แกห้ามเปิดไฟเลี้ยวเด็ดขาด เข้าใจมั้ย”

    รู้สึกเลยว่าตัวเองกำลังทำหน้าแปลกๆ พยักหน้ารับ แต่ในใจคิดว่า นี่มันทฤษฎีบ้าบออะไรเนี่ย

    “จะกลับรถแล้วขับเลนซ้ายทำไมวะ ไม่ให้เข้าหรอกโว้ย ไปกลับแยกหน้าซะเถอะ ไอ้บ้า”

    “เข้าเลนนี้ดีกว่า ช้านักก็ไปอยู่หลังแล้วกันพวก”

    แล้วเจ้าอาร์มก็ขับรถปาดไปปาดมาอย่างไม่มีท่าทีเกรงกลัวอุบัติเหตุ โดยที่ถ้าไฟเลี้ยวพูดได้ มันคงบ่นว่าต้องตกงานเป็นแน่

    “ไปเลนนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวไปเบียดเข้าเอาตรงคอสะพาน”

    “โธ่เว้ย ไอ้พวกไม่มีน้ำใจ ขอแทรกหน่อยก็ไม่ได้ ขับรถไม่เห็นใจกันเลยรึไง ไอ้พวกนี้นี่”

    “ไอ้นี่ จะเบียดมาทำไมวะ ขับมาให้ถูกเลนสิโว้ย”

    แล้วเสียงบ่นด่าทำนองนี้ก็เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง ห้องโดยสารที่แต่เดิมมีแค่เจ้าอาร์มกับฉัน กลับอัดแน่นไปด้วยบรรดาสารพัดสัตว์ที่เพื่อนหนุ่มเจ้าของรถนำมาปล่อย

    “ไอ้พวกไม่มีมารยาท ไม่มีน้ำใจ ไอ้พวกขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือ ไอ้ ไอ้ ไอ้พวกควายหลุดถนนเอ๊ย”

    พอเจ้าตัวใหญ่สุดหลุดออกมาจากปากของอาร์ม ใจที่เคยหวาดหวั่นก็กลับสงบลงได้ หันไปส่งยิ้มให้กับใบหน้าเกรี้ยวกราดของเพื่อนซี้

    พวกไม่เปิดไฟเลี้ยว พวกขับปาด ขับเบียดแทรก พวกไม่รักษากฎจราจร พวกความอดทนต่ำพร้อมจะปะทะ วันนี้ฉันเห็นควายเต็มท้องถนนไปหมด แต่สงสัยว่า ตัวใหญ่สุดที่หลุดถนนมาคงจะอยู่ข้างๆ ฉันนี่เอง

    หมดคำพูดบอกเตือนใดๆ ที่จะให้กับเพื่อนซี้ สิ่งที่ทำได้เหลือเพียงแค่บอกตัวเองว่า นี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายแล้ว ที่ฉันจะมากับแก เจ้าอาร์ม เพราะไม่วันใดก็วันหนึ่ง ฉันคงต้องซี้แหงแก๋ไปจริงๆ แน่นอน

/// จบ  ///

รายชื่อให้เลือกตอบครับ
1. Chi River
2. Christian Trevelyan Grey
3. KTHc
4. Ladylongleg - 2326325 (คุณเล็ก)
5. Lady Star 919 (น้องดาว)
6. Psycho G
7. Soul Master
8. TOSHARE - 5212378
9. WANG JIE (กรรมการ)
10. แจ๊คในสวนถั่ว
11. ดินสอสีน้ำ
12. นลินมณี
13. ป้ามล - 3650985
14. รัชต์สารินท์
15. ลุงแผน
16. ลูนาติก
17. วนิล - 3188982
18. ส.สัตยา
19. สวนดอก
20. สิงห์ริมถนน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่