จะสู้ต่อหรือพอแค่นี้

กระทู้คำถาม
ตอนนี้เราท้อมากๆๆๆๆจนไม่อยากไปทำงานเลย เราไม่เข้าใจคนบริษัทนี้เลยจริงๆๆๆ เรื่องแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นพวกเขายกให้เราว่าเราเป็นตัวปัญหา
 เราเข้ามาทำงานที่นี้เมื่อปีที่แล้ว เราเข้ามาทำเรามีความรู้สึก(ความรู้สึกเริ่มแรกที่ก้าวเข้ามาช่วงทดลองงาน) ว่างานที่นี้โอเคงานน้อย(สำหรับเราน่ะที่เคยทำมางานเยอะๆมาก) เงินก็ได้มาก(ที่เก่าเราเงินได้12,000ที่นี้ได้17,000) การเดินทาง10นาทีถึงเพราะใกล้บ้านกับโรงเรียนลูก เพื่อนร่วมงานแลดูโอเคดูเป็นผูใหญ่ทุกคน
 แต่.....พออยู่ๆไปมันเริ่มไม่ใช่ล่ะ มันเริ่มจะเหมือนกับที่พี่คนเก่าแก่ของบริษัทนี้บอกจริงๆ พี่เขาเตือนเราไว้ว่าอย่าทำตัวเป็นคนดีมาไม่งั้นจะอยู่ยาก แล้วตอนนี้คือมันก็จะยากจริงๆ (นิสัยหรือสันดานส่วนตัวของเราจริงๆเราไม่ค่อยซุงซิงกับใครมาก และเป็นคนสบายๆใครให้ทำไรทำให้ได้หมด ไม่หือไม่อือ) เข้าเรื่องปัญหาต่อเลยล่ะกัน
 เริ่มเลยคือ [เรื่องที่ 1] มันจะมีน้องเซลส์คนหนึ่งที่ทำงานแบบมึนๆแต่พองานผิดหรืองานหลุดจะชอบโทษคนอื่นทุกคนในที่ทำงานรู้ซึ้งว่าน้องคนนี้เป็นยังไง โดยเฉพาะเรานี้มากเลยเพราะเราโดนน้องเขาโบ้ยความผิดให้ตลอด หาว่าเราทำงานเขาหลุดตลอด ทั้งๆที่งานนั้นเราจดและมีในรายงานตลอดแต่น้องเขาไม่ชอบดูให้ครบดูให้ดีก่อนประมาณว่าหาไรยังไม่เจอก็โบ้ยไว้ก่อน และล่าสุดนี้ก็โบ้ยให้เราหนักเลย เราโดนลูกเจ้าของบริษัทด่าเต็มๆแบบไม่ฟังเราชี้แจงเลย เขาหาว่าเราทำงานเขาหลุดไม่ส่งของให้ลูกค้า คืองานอันนี้เราตามกับน้องแล้วว่ายังไงจะให้เราเคลียร์หรือเขาจะเคลียร์ เพราะลูกค้าเจ้านี้เจ้าของบริษัทให้เราช่วยดูเจ้าของเขากลัวเซลส์ทำหลุด(เราไม่ใช่เซลส์เราเป็นธุการ) น้องเขาบอกว่า พี่ไม่ต้องมายุ่งเดี๋ยวหนูเคลียร์เอง เราก็โอเคเลยไม่อะไรต่อเราก็ไปทำหน้าที่เราต่อและบอกเจ้าของบริษัทแล้วว่าน้องเขาจะเคลียร์เอง แต่งานมันล่วงมาเป็นเดือนลูกค้าไม่ได้รับของไงล่ะ ลูกค้าโทรมาต่อว่ากับลูกเจ้าของบริษัท แล้วน้องเขาโบ้ยว่าเราทำหลุด แถมลูกเจ้าของก็บังคับให้เรายอมรับผิด เจ้าของมาบอกว่างานนี้ไม่เกี่ยวกับเราลูกเจ้าของก็ไม่ฟังด่าเราต่อและจะให้เราชดใช้เงินด้วย
 [เรื่องที่ 2] มันมีน้องที่ทำงานจะออกจากงาน ซึ่งตามจริงก็ไม่เกี่ยวกับเราใช่ไหม แต่ที่นี้ดึงมาเกี่ยวได้ค่ะ น้องเขาจะออกเพราะมีปัญหาที่บ้าน เมียเจ้าของเขาก็ให้ออกแต่เขาขอให้อยู่ต่ออีกเดือนเพราะยังหาคนไม่ได้ และช่วงนั้นงานเราไม่ค่อยเยอะมากเมียเจ้าของเลยให้เราไปช่วยทำ โดยให้น้องเขาสอนงานเขากับเรา สอน 3 วันค่ะ หลังจากนั้นเรางมต่อเอง ถาม+ให้ช่วย น้องไม่ว่าง ค่ะเราผิดเอง น้องไม่ว่างจริงๆคุยโทรศัพท์ทั้งวันไม่ทำงานเลย แต่น้องคงลืมว่าที่ทำงานมีกล้องเจ้าของเขาเห็นเขาก็เลยให้รีบออกเลยก่อนกำหนด แต่น้องบอกกับทุกคนในบริษัทว่าเป็นเพราะมาแย่งตำแหน่งเขาทุกคนก็เชื่อ แถมทุกคนลงความเห็นกันว่าเราคือตัวปัญหาที่ทำให้น้องเขาออก
[เรื่องที่ 3 ] อันนี้มันก็จะเป็นส่วนตัวอยู่แต่มันอาจจะกระทบเรื่องงาน คือขอใช้ประโยคนี้ก่อนน่ะ "เรามาทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงลูก ไม่ได้มาทำงานเพื่อหาผัว"  มันมีคนขับรถส่งของที่บริษัท มาชอบเรา เขาจีบเรา (เราไม่สวยน่ะหน้าตาพอไปวัดได้) เขาถามเราว่าคุย+คบกับใครหรือยังเราก็บอกว่าไม่มี เขาขอจีบเรา เราก็บอกว่าเรายังไม่พร้อมไรทั้งนั่นเราเป็นเพื่อนกันก่อนดีกว่า เราก็บอกเขาน่ะว่าเรามีลูกแล้ว2คน(เราเป็นSingle Mom) ส่วนเขาก็มีลูกแล้ว2คนพึ่งหย่ากับเมีย เขาบอกว่าเขาอยู่กับเมียไม่ได้เพราะเมียเขาชอบบังคับเขา เราก็ย้ำกับเขามาตลอดว่าเราดูเป็นเพื่อนกันไปก่อนน่ะ เราเคยไปไหนกับเขาแค่ 3 ครั้งและเราเอาลูกไปด้วยทั้ง3ครั้ง เราไปกับเขาเพราะไม่รู้จักทางและเขาอาสาพาเราไป และไปเราก็ไม่ได้ไปนานคือไปธุระของเรา เรากับเขาคุยกับบ้างไม่คุยกันบ้างเพราะเราจะย้ำตลอดให้เขารับรู้ว่าเราเป็นเพื่อนไปก่อน อยู่ที่ทำงานก็ไม่ได้คุยไรกันนอกจากเขาจะทักว่า ถามเรากินข้าวเช้ายัง และคุยงานว่าเขาต้องไปส่งของที่ไหนบ้างแค่นั้น แต่มาวันหนึ่งเขาโทรหาเราแล้วบอกว่า "..ชื่อเรา..เวลาอยู่ที่ทำงานไม่ต้องมาอะไรกับผมมากน่ะเดี๋ยวจะดูไม่ดี" เราก็เอะใจอยู่แต่ไม่ไร อละหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ทักไม่โทรหาเราเลย แถมแปลกไป จนได้ยินไรมาหนาหูขึ้น และเราก็เห็นกับตาได้ยินกับหูเอง เขาเหมือนจะชอบน้องอีกคนในบริษัท ซึ่งน้องคนนี้เราชอบน่ะน้องเขาหน้าเหมือนเราตอนเด็กและบังเอิญวันเกิดน้องเขาก็วันเดียวกันกับเราด้วย เราก็ไม่ไรน่ะยินดีด้วยซ้ำ  แล้วเวลาก็ผ่านไปโดยไม่มีไรเกิดขึ้น จนวันที่เราคุยกับเพื่อนคนรถอีกคน พึ่งเริ่มคุยไร้สาระ(คุยได้แค่2วัน)เพราะก่อนหน้าเราไม่เคยคุยเลยมีแต่เรื่องงาน เราคุยไม่ได้คิดไร แต่มันมีคนคิดและคิดถึงขั้นว่าเรากับเพื่อนคนนี้ได้กันแล้วด้วย นั้นก็คือคนที่จีบเราในตอนแรกไง เขาโทรมาด่าเรา หาว่าเรากับเพื่อนหักหลังเขา ไปถึงไหนต่อไหนกัน และด่าเราว่าแถยิ้มบอกไม่ได้คุยกับใครแล้วนี้คือไรแอบคุยกับเพื่อนเขา เขาด่าเราว่าเราร่านเอาไปทั่วและเขาบอกว่าจะเอากับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช้เพื่อนเขา และเขาบอกว่าเขาทุ่มเทกับเรามากทำไมเราถึงทำแบบนี้กับเขา(เขาด่าเราเยอะมากเราพิมแค่ที่จำได้พอน่ะเพราะที่เขาด่าๆเรามามันสรุปได้เลยว่าเราเป็นยิ้มอ่ะ)....เอิ่มขอมองบนแปบเลยก็ว่าได้ คือเราถามเขาหลังจากเขาด่าเราจบว่า เป็นอะไรแล้วเราไปหักหลังเธอตอนไหนเราจำได้ว่าเรากับเธอไม่ได้เป็นอะไรกันไม่ใช่เหรอเป็นแค่เพื่อนกัน และเราก็ไม่ได้อะไรกับใครอย่างที่เธอกล่าวหาเลย เขาบอกว่าเราเป็นเมียเขา....เดี๋ยวน่ะเรายังไม่ได้กันเลยน่ะแม้แต่แขนเราเธอก็ยังไม่ได้จับแล้วเป็นตอนไหนว่ะ เธอคิดไรของเธอเนี่ย เขาบอกว่าเราทำไมทำแบบนี้เขานัดกับใครคุยกับใคร(หมายถึงเขานัดกับผู้หญิง)เราทำไมต้องทำด้วย เราเลยพูดกับเขาว่าคิดให้ดีๆเราไม่ได้เป็นไรกันและเธอก็ไม่ได้ทำไรให้เราเห็นว่าเธอจีบหรือชอบเราจริงๆ เราเห็นมีแต่เธอกอดกับน้องคนนั้นและพูดเค้าตัวเองงุงงิงกันตลอด และพอจะคุยกับเราทีต้องแบบคุย แบบนี้เหรอที่เธอว่าจีบเรา เขาบอกว่าเขาไม่ได้คิดไรกับน้องคิดกับน้องแค่น้อง เอิ่ม...แล้วที่เราเห็นล่ะและคนพูดล่ะคือไรว่ะที่ผ่านมา  เขาว่าเรามโนด้วย และเขาบอกว่าถ้าเขาทำจริงไหนหลักฐาน (หัวหมอมั้ย) เราเลยพูดว่าเราไม่มีมีแต่เห็นจากตาและได้ยินเองกับหูของเราแค่นั้น และเราก็คงไม่มาบ้าเสียเวลาจับผิดใครหรอก...เราจะเล่าต่อคงยาวแน่เรื่องนี้เพราะเขาโทรมาด่าเรา 3วันติด เราก็ถามเพื่อนที่เขาหาว่าเราได้กันด้วยน่ะว่ามันคือไรยังไง คือเพื่อนคนนี้เขาพูดในวงเหล้าว่าเขาชอบใครบ้างและด้วยความที่ไอ้คนที่จีบเราอ่ะมันพูดก่อนใช่ไหมว่ามันชอบใครบ้างและมันบอกว่ามี3คนเพื่อนคนนี้เลยเกทับไปเอาสนุกเฉยๆว่าชอบเราและคุยมาได้สักพักและคุยกับเรายังไงก็ได้อยู่แล้ว คือมันหมายถึงว่าคุยได้หลายสไตส์ แต่คนที่จีบเรามันคิดไปว่าคุยแล้วและได้กันแล้ว  ซึ่งตอนนี้มันทำให้เราไม่อยากไปทำงานเลย เพราะคนที่จีบเรามันก็ไปพูดกับคนอื่นว่าเราได้กับเพื่อนคนนี้แล้ว ทำให้เรากลายเป็นผู้กญิงแบบนั้นในสายตาของใครๆที่ทำงานไปแล้ว
 เราบอกเลยว่าเราท้อมาก ไหนจะเรื่องงานในจะมาเรื่องส่วนตัวบ้าๆนี้ เราเลยไม่รู้ว่าจะยังไงต่อเลย เพราแต่ละเรื่องที่เกิดมันมาจากที่คนใส่ร้ายเรา(เรียกแบบนี้เลยได้ไหม) เราท้อมากจริงๆ เราไม่รู้จะปรึกษาใครเลยมาในพันทิพ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่