JJNY : "อนุสรณ์"จี้รัฐบาลเร่งแก้รธน.ตัดสิทธิ์ส.ว./'คำนูณ'อัดรัฐบาลสอบตกปฏิรูป/'เทพไท'วอนส.ว.ลดทิฐิ/สหภาพวิงสแปนชง3ข้อร้ฐ

"อนุสรณ์"จี้รัฐบาลเร่งแก้รธน.ตัดสิทธิ์ส.ว.เลือกนายกฯ
https://www.innnews.co.th/politics/news_764878/
 

 
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทางเลือกเหลือน้อยลงทุกขณะ หลังจากนายปรีดี ดาวฉาย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลาออก การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ครั้งที่ผ่านมา อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนปิดฉากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 2 ทางเลือกสุดท้าย คือ ลาออก หรือ ยุบสภา เชื่อว่า ทีมที่ปรึกษาคงกำลังหาแนวทางกันอยู่ ถ้าผ่านพ้นเดือนกันยายนนี้ไปได้ ถือว่า ปาฏิหาริย์สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ สารพัดม็อบทั้งจากกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ผุดขึ้นทุกหย่อมหญ้า สโลแกนที่เคยหาเสียงว่า เลือกความสงบจบที่ลุงตู่ วันนี้ ไม่มีอยู่จริง แต่คนที่ต้องจบ อาจเป็นตัวพล.อ.ประยุทธ์ เอง จะเกิดภาวะสุญญากาศทางการบริหารในหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ ในแต่ละหน่วยงานจะอารยะขัดขืน หยุดรอดูการเปลี่ยนแปลงเพราะดูจากปฏิกิริยาของคนในสังคม พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะรอดยาก หากยังพอมีความจริงใจจะถอดสลักความขัดแย้งจากสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ก็ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะปัญหาการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน จากกติกาการเลือกตั้ง ที่สร้างปัญหา ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกอย่างหนักในประเทศ ปัญหาในเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ 2 เรื่อง คือ
 
1. ต้องใช้ระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ตรงตามเจตนารมณ์ในการเลือกตั้งส.ส. ของประชาชน 
2. ต้องยกเลิกบทเฉพาะกาล ตัดสิทธิ์ ส.ว. ไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
  
พล.อ.ประยุทธ์ จะหลบหลังโควิดตลอดไปไม่ได้ เพราะการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ ที่มาที่ไม่ชอบธรรม กติกาที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน จนทำให้เกิดสภาพรัฐบาลปะผุ เตี้ยอุ้มค่อม น่ากลัวไม่แพ้โควิด
 

 
'คำนูณ'อัดรัฐบาลสอบตกปฏิรูปประเทศ
https://www.dailynews.co.th/politics/793775
 
“คำนูณ”ชี้รัฐบาลสอบไม่ผ่านปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ เห็นชอบแก้รธน. ให้ตัดอำนาจส.ว.เลือกนายกฯ แนะควรแก้รายมาตราไม่ควรตั้งส.ส.ร. 
 
 เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ว่า โดยภาพรวมแล้ว รัฐธรรมนูญ 2560 ในส่วนของบทถาวรมีข้อดีอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อพิจารณามาตรา 144 ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ไม่ให้นักการเมืองเข้ามามีส่วนใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่สำหรับเสียงคัดค้านในบทเฉพาะกาลที่ถูกตั้งคำถามหนักในประเด็นความชอบธรรมทางการเมืองอันเป็นเสมือนส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งของความขัดแย้งทางการเมืองในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา
 
อย่างมาตรา 269 ประกอบมาตรา 272 อันเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่กำหนดให้คสช.คัดเลือก 250 ส.ว. แล้วส.ว.ร่วมเลือกอดีตหัวหน้าคสช.เป็นนายกฯ  ยอมรับว่าตรงนี้ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยตามปกติ  แต่ได้รับการอรรถาธิบายแก้ต่างจากหลายคนว่า เป็นระบอบการเมืองเฉพาะกิจและเฉพาะกาลในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อให้บรรลุ 2 เป้าหมาย คือ 1.ความสงบสุขในบ้านเมือง อย่างน้อยก็ชั่วคราว และ2.เพื่อให้การปฏิรูปประเทศตามแผนงานเดินหน้าได้ดีในช่วง 5 ปีแรก 
 
นายคำนูณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทั้ง 2 เป้าหมายไม่สามารถบรรลุผลได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศอย่างการปฏิรูปตำรวจที่จำเป็นที่จะต้องกล่าวด้วยความเจ็บปวด ว่า รัฐบาลชุดนี้สอบไม่ผ่าน เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วตนขอตอบโจทย์โดยไม่ลังเล ขณะนี้ไม่มีความคุ้มค่าที่จะคงมาตรการพิเศษเฉพาะกิจและเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะที่อ้างว่าเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าไว้อีกต่อไป ทำให้ตรงเป้าที่สุดคือ ตัดมาตรา 272 อำนาจร่วมเลือกนายกฯ ของ 250 ส.ว.ออกไปจากรัฐธรรมนูญ
  
ทั้งนี้ ควรแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยต้องรวมเอาประเด็นที่เป็นปัญหาเร่งด่วนที่สุด หรือที่ถูกมองว่าไร้ความชอบธรรมที่สุดคือมาตรา 272 ไว้ด้วย จะเหมาะสมกว่าการแก้ไขให้เกิดการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยส.ส.ร. เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่หมดทั้งฉบับโดยส.ส.ร.ในลักษณะปราศจากกรอบ นอกจากห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 เท่านั้น เสี่ยงต่อการที่จะทำให้ของดีๆ ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ 2560 มีอันต้องหายไป โดยเฉพาะพ.ร.ป. ว่าด้วยวิธี พิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
 
นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า ยังต้องใช้เวลาอีก 15 - 19 เดือนกว่าจะสำเร็จทุกขั้นตอน แต่ทบทวนดูอย่างรอบคอบแล้ว ในวาระที่ 1 จะให้ตนซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก 250 คน ตามบทเฉพาะกาลมาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแบบยกร่างใหม่ทั้งฉบับที่เสนอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ นั้นจะทำได้อย่างไร โดยตรรกะแล้วเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้น ในวันที่ 24 ก.ย.ส่วนตัวจะลงมติให้ความเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรายประเด็นรายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 272 ว่าด้วยการให้ส.ว.ร่วมลงมติเลือกนายกฯ หรือการแก้ไขเพิ่มเติมหมวดใหม่ให้มีส.ส.ร.ดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่