JJNY : 5in1 เกียมอุดมผนึก12กลุ่ม/ยุทธพงศ์ชี้เหตุปรีดีลาออก/กก.พร้อมจับมือกบฏปชป./นักวิชาการเตือนส.ว./คนไทยสะท้านศก.ถดถอย

'เกียมอุดม' ผนึก 12 กลุ่มต้าน [เผล่ะจัง]  ปราศรัย #ทำไมฉันไม่อยากมาโรงเรียน เกือบวุ่น! ดันประตูขอเข้าด้านใน
https://www.matichon.co.th/education/news_2334428
 

 
กลุ่มเด็กเกียมอุดมฯ-12กลุ่มต้าน [เผล่ะจัง] เปิดปราศัย#ทำไมฉันไม่อยากมาโรงเรียน เกือบวุ่น!! พังประตู ขอปราศรัยในรั้วโรงเรียน
 
เมื่อวันที่ 3 กันยายน เวลา 16.00 น.ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกียมอุดมไม่ก้มหัวให้ [เผล่ะจัง]  มีการจัดกิจกรรม #ทำไมฉันไม่อยากมาโรงเรียน โดยมีตัวแทนนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ เข้าร่วมดังนี้ HORWONG MOVEMENT สวที่อยู่ข้างประชาธิปไตย ลูกบอดินไม่อิน [เผล่ะจัง]  เกียมพัฒนาประชาธิปไตย ราชบพิธพิชิต [เผล่ะจัง]  SKR DEMOCRACY เสรีเทยย์พลัส SPRING MOVEMENT ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตย่านปทุมวัน ตัวแทนศิษย์เก่าจากโรงเรียนราชินี ตัวแทนครู ครูทิว-ธนวรรธน์ สุวรรณปาล และตัวแทนนักเรียนที่ตัดสินใจลาออกจากระบบการศึกษาไทย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการปราศรัยได้มีการประสานกับทางโรงเรียนเพื่อขอให้นักเรียนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่นักเรียนเตรียมอุดมฯ ได้เข้าไปปราศัยภายในรั้วโรงเรียน แต่ทางโรงเรียนไม่อนุญาต ดังนั้น จึงแยกการปราศัยโดยกลุ่มเกียมอุดมฯ ปราศัยในรั้วโรงเรียน ขณะที่เด็กจากโรงเรียนอื่น ยืนปราศัยด้านนอก
โดยตัวแทนนักเรียนเกียมอุดมฯ กล่าวว่า ทำไมนักเรียนต้องออกมา ส่วนหนึ่งเพราะคุณภาพการศึกษา คุณภาพครู ระบบการศึกษาที่ไม่เห็นหัวคนตัวเล็กๆ เป็นระบบที่ไม่เอื้อต่ออนาคต และยังทำลายอนาคต มีแต่เรียน เรียน เรียน คนที่จะแก้ปัญหาได้คือรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน ดังนั้นจึงต้องแก้รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 เพื่อให้ประชาชนเข้าไปคานอำนาจ อยากให้ทุกคนสนับสนุนพวกเราที่ออกมาต่อสู้เพื่ออนาคต เราพอแล้วกับระบบการศึกษาที่ทำลายประชาชน โครงสร้าง [เผล่ะจัง] 
 
ขณะที่ตัวแทนนักเรียนที่ออกจากระบบการศึกษา ฝากบทปราศรัย มาว่า ทำไมถึงไม่อยากมาโรงเรียน เพราะต้องฝ่ารถติดตอนเช้า รถติดบรรลัย กินข้าวในรถ สุดท้ายต้องนั่งเบลอเพราะไม่ได้กินข้าวเช้า ทุกอยากวนลูป อีกทั้งโรงเรียนยังไม่เป็นสถานที่ปลอดภัย โรงเรียนน่ากลัว ทั้งที่โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่เด็กไปด้วยความมีแรงจูงใจ แต่การศึกษาไทยทำให้กลับตะละปัด นักเรียนหลายคนถูกบูลลี่ คุกคามทางเพศในสถานศึกษา ถูกปลูกฝังว่าต้องแข่งขันตลอดเวลา กลายเป็นสถานที่ปลูกฝังให้เด็กเกลียดตัวเอง
 
“ผู้ใหญ่หลายคนบอกให้เราเลิกโทษระบบ แต่ขอถามกลับ ว่าระบบเคยกลับมาดูตัวเองบางหรือไม่ เด็กบางคนโทษตัวเองถึงขนาดทำร้ายตัวเอง แต่ระบบก็ยังไม่เคยกลับมาดูแลตัวเอง ดิฉันตัดสินใจออกจากโรงเรียนเตรียมอุดมฯ ไม่ใช่เด็กเตรียมอุดมฯที่อยากมาเรียนที่นี่ แต่เป็นความคาดหวังของพ่อแม่ เกิดขึ้นจากการจัดอันดับโรงเรียน สิ่งที่เราต้องเสียไปจากระบบการศึกษา คือ สุขภาพ เวลา กลายเป็นฟันเฟืองเครื่องจักร การไปโรงเรียนทำให้เราเข้าสังคมแช่แข็ง“ ตัวแทนนักเรียนกล่าว
 
กลุ่มสวที่อยู่ข้างประชาธิปไตย กล่าวว่า กลุ่มนักเรียนที่ถูกผลักออกจากการศึกษา ปัจจุบัน มีเด็กออกจากการศึกษา 2% ของนักเรียน เท่ากับว่าเด็ก100 คนไม่ได้รับการศึกษา 16 คน บางคนจำเป็นต้องออกเพื่อดูแลครอบครัว เพราะเขาไม่มีเส้นสาย ไม่เรียนเพราะไม่มีเงิน เพราะเรียนฟรีไม่เคยมีอยู่จริง 90% ของโรงเรียนในประเทศไทยมีแปะเจี๊ยะ เด็กที่มีปัญหาถูกผลักออกจากสังคม อย่างเด็กที่ท้องไม่พร้อม โรงเรียนไทยห่วงชื่อเสียงตัวเอง แต่ไม่ห่วงเด็ก ถ้าเด็กมีปัญหาก็ไล่ตัวปัญหาออก ผลสำรวจ เงินที่ชนชั้นล่างได้รับ 1,500 บาทต่อเดือนต่อคน คิดเป็น 25 บาทต่อคนต่อวัน กลุ่มประชากรรายได้ต่ำ ไม่ได้ขยับฐานะทางสังคมมาถึง 4 รุ่น คิดเป็น 240 ปี ทั้งที่เขาเหล่านั้นกระยิ้มกระสนขยับฐานะตัวเอง
 
ด้านกลุ่ม HORWONG MOVEMENT กล่าวว่า ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า เงินใต้โต๊ะ เงินแปะเจี๊ย ทุกคนจ่ายค่าเทอม แต่ไม่รู้ว่านำค่าเทอมไปทำอะไร มีการโกงกินหรือไม่ ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 หลายคนเรียกร้องให้ลดค่าเทอม แต่บางโรงเรียนกลับขึ้นค่าเทอม แล้วช่วงที่นักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียนอยากถามว่า เวินค่าเทอมนำไปใช้ทำอะไร ในระบบการเลือกตั้งเรายังรู้ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้บริหาร แต่นักเรียนไม่รู้เลยว่าใครจะมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน มีการเวียนกันมาเป็นผู้บริหาร คนที่ทุจริตก็ได้มาเป็นผู้บริหาร โรงเรียนดังจะได้รับการสนับสนุนมาก ส่วนโรงเรียนไม่ดัง ก็จะได้รับการสนับสนุนน้อย ทำให้การศึกษาไม่เท่าเทียม การแบ่งห้องเรียน มีห้องเด็กเก่ง หรือห้องคิงผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเข้าเรียนห้องคิงก็จ่ายเงินแปะเจี๊ยะ เกิดการเปรียบเทียบ การที่เราออกมาวันนี้ เพราะต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อยากรู้ว่าเงินค่าเทอมที่เราจ่ายไป นำไปทำอะไร ถ้าเก็บไว้ใช้เองก็ขอคืนให้เรา
 
ต่อมา เวลา 17.00 น. กลุ่ม SPRING MOVEMENT ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมฯ เรียกร้องให้โรงเรียนเปิดประตูรั้ว เพื่อขอเข้าไปปราศัยด้านใน และให้รปภ.ต่อสายโทรศัพท์ถึงผู้บริหาร แต่ทางโรงเรียนไม่อนุญาต
 
จากนั้นตัวแทน SPRING MOVEMENT กล่าวว่า นักเรียนถูกครอบด้วยชุดนักเรียน เตรียมอุดมฯ ยังบังคับให้ผูกโบสีดำ สีผมดำ เราสีน้ำตาลเข้มก็ต้องไปย้อมดำ ทำไมเราต้องถูกโรงเรียนกดทับ พอจบออกมา เราทำทุกอย่าง ทำผมสีทอง ทาเล็บ ทาปากแดง เมื่อปราศรัยจบได้มีการดันรั้ว จนสามารถเข้ามาภายในรั้วโรงเรียนได้
 

 
ยุทธพงศ์ ชี้สาเหตุ ปรีดี ลาออก ปมถูกบีบให้ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4837596
 
ยุทธพงศ์ ชี้สาเหตุ ปรีดี ลาออก ปมถูกบีบให้ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว
 
วันที่ 3 ก.ย. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปยื่นหนังสือถึง นายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง
 
เรื่องขอให้ทบทวนพิจารณา มีความเห็นในทุกประเด็น เกี่ยวกับร่างสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ถูกต้อง ชัดเจนอย่างรัดกุมรอบคอบ และระมัดระวังในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม เลขรับที่ สร.กค.7676 ลงวันที่ 27 ส.ค. โดยมีประเด็นที่ส่อความไม่โปร่งใสและอาจจะผิดกฎหมายหลายเรื่อง
 
โดยประเด็นที่ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 13 ส.ค. คือ 
 
1. คำสั่ง ม.44 นี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอื้อประโยชน์เอกชนเพื่อขยายสัมปทานให้ทั้งที่ไม่จำเป็น หลบหลีกการประมูลในอนาคตโดยใช้ข้ออ้างการให้เอกชนแบกหนี้ค่าก่อสร้างแทน และปรับลดค่าโดยสารลงทั้งที่รัฐมีวิธีแก้มากมาย และสัมปทานก็เหลืออีกตั้ง 22 ปี (จบ 2585)
 
2. เป็นการหนี พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ.2562 อย่างชัดเจน หากกระทรวงมหาดไทยจะแก้ปัญหาก็ต้องทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ไปศึกษาและคัดเลือกตามขั้นตอน ไม่ใช่อ้างว่าไม่มีเอกชนรายใดสนใจในการทำ market sounding เลยใช้ ม.44 ให้เจรจากับเอกชนรายเดิม แล้วถือว่าเป็นการทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนโดยอนุโลม
 
นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า 
 
3. เป็นการไม่เคารพต่อสภาฯ ที่มีรายงานการศึกษาแล้วว่าไม่เห็นด้วย แต่กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถชี้แจงได้ หากรัฐบาลอนุมัติเท่ากับขัดแย้งกับความเห็นสภาฯ จะเป็นประเด็นที่นำมาสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการร้องเรียน ฟ้องร้องในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลปกครอง
 
ดังนั้นเชื่อว่าสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้นายปรีดีลาออก เพราะท่านเป็นนักกฎหมาย และไม่อยากทำเรื่องผิดกฎหมาย คือการต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี ทั้งๆที่เหลือเวลาในสัญญาเดิมอีก 10 ปี และใช้คำสั่ง ม.44 ในการอ้างต่อสัญญา
 
"ผมทราบมาว่ามีบิ๊กในรัฐบาลฯ มาบีบให้ท่าน รมต.ปรีดีเซ็นอนุมัติเห็นชอบให้มีการต่อขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี เข้าสู่การพิจารณา ของ ครม.ในสัปดาห์หน้า"
 


ก้าวไกล พร้อมจับมือ กบฏประชาธิปัตย์ ยื่นแก้ รธน. ปิดสวิตช์ สว.
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4837371

ก้าวไกล พร้อมจับมือ กบฏประชาธิปัตย์ ยื่นแก้ รธน. ปิดสวิตช์ สว.
 
วันที่ 3 ก.ย. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)บางส่วน เเถลงเตรียมเสนอญัตติแก้ไขมาตรา 272 ว่า น่ายินที่ส.ส.ปชป.จำนวนหนึ่งมีจุดยืนและจะยื่นเสนอญัตติดังกล่าว เราเห็นว่า เป็นความคิดเเนวทางเดียวกับญัตติที่พรรคเคยเริ่มต้นเสนอไว้ ในเรื่องการปิดสวิตซ์ส.ว.อย่างเป็นทางการ เราเห็นว่า การปิดสวิตซ์ ส.ว.เป็นเรื่องสำคัญ และควรเป็นประเด็นแรกๆ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากเสนอตั้งส.ส.ร.
 
เพราะสถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอน การปิดสวิตซ์ส.ว. จะเป็นเครื่องการันตีว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ไม่ว่าจะสาเหตุยุบสภาหรือนายกฯ ลาออก ส.ว.ที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่สามารถแทรกเเซงการเลือกนายกฯได้อีก
 
“เรื่องปิดสวิตซ์ ส.ว. แก้ไขเมาตรา 272 นั้น พรรคตั้งใจจะเสนอญัตตินี้ แต่จำนวนเสียงในสภามีไม่ครบ 1 ใน 5 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงเชิญชวนให้ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเเละพรรครัฐบาล มาเเสดงเจตจำนงยื่นญัตตินี้ร่วมกัน ซึ่งขณะนี้พรรคได้รวมเสียงพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 4 พรรค คือ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้แล้ว
 
ดังนั้น กรณีนี้ถ้ารวมกับเสียงของปชป.ตามที่แถลงข่าว เเละเสียงของส.ส.รัฐบาลอีกส่วนหนึ่ง คิดว่าน่าจะครบ ซึ่งเราก็ยินดีจะยื่นญัตินี้ร่วมกันในสัปดาห์หน้าต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อบรรจุญัตตินี้ให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภา” นายชัยธวัช กล่าว
 
เมื่อถามว่ามีการพูดคุยถึงรายละเอียด จนถึงการทาบทามให้เข้าร่วมแล้วใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว ตนคิดว่า ลำพังเสียงส่วนหนึ่งของปชป.ก็ไม่ถึง 1 ใน 5 ของส.ส.ได้ ดังนั้น ความเป็นไปได้คือการเอาเสียงมารวมกัน และหากเป็นไปได้ สัปดาห์หน้า เราอาจจะยื่นร่วมกันได้ทันสมัยประชุมนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่