บทสรุปการเดินทาง 1,500 ใบ กับเด็กดื้อที่ชื่อจูเน่ :)

จริงๆ เราไม่เคยเขียน Report งานจับมือ น่าจะไม่เคยเลยมั้ย 555555 เพราะคิดว่ามัน conversation ที่คุยกัน 2 คน บางเรื่อง ถ้าเขียนไปแล้วคนอ่าน อ่านแต่ข้อความ ไม่ได้ฟังน้ำเสียง ไม่ได้เห็นท่าทางเวลาคุยกัน ไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของคนที่คุยอยู่ ก็อาจจะตีความผิดไป แล้วหลายครั้งกับเมมที่เราชอบ คนมักตีความผิดไปในทางลบ อาจจะด้วยเมมโอชิเราเป็นคนตรงๆ กันเอง สบายๆด้วยละมั้ง 

แต่เมื่อวานก็อำลางานจับมือกันไปแล้ว กับจูเน่ เลยอยากจะสรุปความประทับใจ การจับมือด้วยบัตรทั้งหมดราวๆ 1,500 ใบ 2-SHOT ราวๆ 50 ใบ เก็บไว้เป็นความทรงจำ

เราเองไม่ได้ตามเด็กรุ่น 2 ตอนก่อนเดบิว.. ด้วยคิดว่าจำแคนดิเดตไม่ไหว 5555555  จึงมาสนใจจูเน่จริงๆ ตอนที่น้องแรพ Catchprase แต่ก็ยอมรับนะ ว่าตอนนั้นไม่ได้ชอบเท่าไหร่ 555555 ด้วยความที่เราชอบเมมท็อปรุ่น 1 อยู่แล้ว ถ้าจะชอบรุ่น 2 ละก็ แอบตั้งเป้าว่าจะเป็นอันเดอร์ จะได้คนละฟีล ประกอบกับน้องพูดจาเข้าใจยากนิด ในเซนไปอะ เราชอบคนง่ายๆ ตรงๆ แต่พอเห็นน้อง MC งานอัตตะปือ ก็ยอมรับว่าเป็นเด็กที่มีสกีลรอบด้าน พูดเก่ง ไหวพริบดี

แต่สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจมาจับมือน้องจริงๆจังๆ คือสัมภาษณ์โลกสีสวย เราอ่านแล้วรู้สึกว่าเด็กคนนี้ ตรงไปตรงมา กล้าเป็นตัวของตัวเองดี ประกอบกับจูเน่ เป็นคนที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ เราได้ยินหลายๆอย่างเกี่ยวกับเด็กคนนี้มาก่อน แต่บางทีเรานั่งดูเค้า (จำได้ว่าเป็นงานเกมส์ที่พารากอน ที่เมมไปเล่นเกมกัน) แล้วเราก็รู้สึกว่า เค้าน่าสนใจ ตรงที่ดูไม่ได้เหมือนที่ใครๆพูดซักเท่าไหร่ งานจับมือของเรากับจูเน่ จึงเป็นการทำความรู้จักเค้าทีละนิด เลยอยากจะมาเล่าถึงจูเน่ ในมุมมองของเราให้ทุกคนได้อ่าน

*** ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะ อาจจะถูกบ้าง ผิดบ้าง บางอย่างอาจจะเคยถูกมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่แล้ว หรือบางอย่างอาจจะถูกตอนนี้ แต่เวลาผ่านไป ก็อาจจะผิด.. ทำไม ลองอ่านดูละกันค่ะ ***

ใบแรก - เอาจริงๆ จำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้ แต่ที่จำได้คือความรู้สึก ความรู้สึกที่ว่าเค้าไม่ได้พยายามทำให้เราชอบ.. ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไง 5555555 คือไม่หวาน ไม่อ้อน ไม่ขอให้กลับมา แต่ดูชิลๆ สบายๆ สำหรับคนที่เพิ่งเจอกันใบแรก ก็เป็นความรู้สึกที่เราประทับใจ ค่อนข้างคล้ายกับคามิรุ่น 1 เราเลย

หยิ่ง? – ก็ไม่นะ จริงๆ แล้วเป็นคนที่กันเอง บางทีก็แอบคิดว่ากันเองเกินไปแล้วมั้ย 555555 ค่อนไปทางกวนมากกว่า
แต่ยอมรับว่า เรารู้สึกว่าเค้าเป็นคนเข้าถึงยากนะ รักความเป็นส่วนตัว ขี้เกรงใจกว่าที่คิด คุยกับคนไม่สนิทยาก แต่รู้จักมากขึ้นบางทีก็ไม่ช่วยนะ 555 คือคงเป็นคนแสดงความรู้ไม่ค่อยเป็น ไม่ค่อยถูกมั้ง แต่สื่อสารได้เก่งมากๆ มีไหวพริบดี (งงมะ 5555)
 
ดื้อ? - ดื้อค่ะ!! แต่ก็จริงๆก็คือมีเหตุผล ในแบบของตัวเอง การตัดสินใจทำอะไรหลายอย่างของเค้า ถึงแม้จะใช้ instinct เป็นหลัก (เราว่าจูเน่เป็นคนรู้จักตัวเองมากกว่าเด็กอายุเท่ากันทั่วไป รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ค่อนข้างชัดเจน จึงเชื่อความรู้สึกของตัวเองได้มาก) แต่เค้าก็คิดมาดีแล้ว มีเหตุผลที่ดีแล้ว เพียงแต่ด้วยข้อข้างบน ด้วยการรักความเป็นส่วนตัว ขี้เกรงใจ ไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง บางครั้งก็อาจจะสื่อสารอะไรๆออกมาน้อยไปหน่อย..
แค่สำหรับเรา ก็เป็นความดื้อ ความขบถนี่แหละ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเค้าน่าสนใจ และสนุกทุกครั้งที่เข้าไปคุย
 
self-esteem สูงจนไม่แคร์ใคร – ไม่นะ อันนี้เป็นเรื่องนึงที่เราได้ยินมาบ่อยๆก่อนรู้จักกันแต่รู้สึกว่าไม่น่าใช่ และเป็นเหตุผลนึงที่เราอยากทำความรู้จักเค้าด้วยตัวเอง ในมุมมองเรานะ ใช่ น้องมีความมั่นใจในหลายๆเรื่อง แต่จริงๆเป็นคนที่แคร์คนอื่น โดยเฉพาะตอนเพิ่งรู้จักใหม่ๆ เรารู้สึกว่าเค้าแคร์มากว่าคนจะมองเค้ายังไง ทั้งภายนอกและภายในเลยแหละ ดังนั้นคำวิจารณ์ คำต่อว่า เรื่องไม่ดีต่างๆที่น้องรับรู้มา ก็มีผลกับน้องไม่น้อยกว่าคนอื่นเช่นกัน
แต่ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนึงเค้าค่อยๆเปลี่ยนไประหว่างทางเหมือนกัน คือค่อยๆโตขึ้น มีความมั่นใจในการเป็นตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังมีเรื่องที่ไม่มั่นใจอยู่นะ คือไม่ได้เป็นคน self จัดๆเหมือนลุค หรือการแต่งตัวนั่นแหละ ก็เป็นเด็กธรรมดาคนนึง ที่มีทั้งเรื่องที่มั่นใจและไม่มั่นใจ มีความกลัวที่อาจจะไม่ค่อยแสดงออกมาให้เห็น แต่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะโตขึ้นมาก จนจะเกินเด็กธรรมดาไปแล้ว 55555
จริงๆเจ้าตัวเคยบอกว่าคิดว่าตัวเองมี sense แปลกๆนิดๆ บางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์คนอื่น หรือเข้าใจผิดไปบ้าง เราเลยคิด(เอาเอง)ว่า ตรงนี้รวมกับการที่เป็นคนแสดงออกไม่ค่อยเป็น เลยอาจจะดูเหมือนไม่ค่อยแคร์ใครไปบ้าง
เรื่องน้องแคร์หรือไม่แคร์แฟนคลับ เราคงตัดสินใจแทนแฟนคลับทุกคนไม่ได้ แต่ถ้าใครอยากจะตัดสินน้อง ก็อยากจะให้เปิดใจ ลองอ่าน ดู ฟัง หรือมาทำความรู้จักน้องกันก่อน เราว่าถ้าได้ลอง ทุกคนจะได้คำตอบของตัวเอง
 
เปลี่ยนไปเรื่อยๆ - เราว่ามันค่อนข้างธรรมดา ที่เด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กที่มีประสบการณ์แบบเมมเบอร์ BNK48 ต้องรับมือกับหลายๆอย่าง ที่เด็กปกติในวัยนี้ไม่ได้เจอ จะมีการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับจูเน่ เรารู้สึกว่าน้องเข้าใจและยอมรับมัน embrace การเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเต็มใจ อาจจะด้วยการมีโอกาสได้เล่นซีรี่ส์กับทีมงานเก่งๆถึง 2 เรื่อง ทำให้น้องได้มีโอกาสทำความรู้จักตัวเอง ค้นพบตัวเองมากขึ้นด้วย ถึงจะเป็นเวลาแค่ 2 ปี แต่เราก็รู้สึกว่าได้มองเค้าค่อยๆเติบโตขึ้น เป็นจูเน่ที่ดีขึ้นจริงๆ เวลาคุยแต่ละครั้ง เราจะรู้สึกว่าเค้าค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดแต่เห็นได้ชัดเลย โดยเฉพาะช่วงหลังจากเริ่มงานละคร
 
84 ใบ สุดท้าย วันนี้จริงๆตั้งใจจะจับให้ได้มากที่สุด จับรอบธรรมดาไป 4 ใบ รอบพิเศษครั้งแรก 50 ต่อรอบต่อมา ว่าจะจับ 50 แต่เพราะคนเยอะ เห็นว่าด้านหลังจะต้องถูกตัด เลยลดเหลือ 30 ใบ แต่ก็ได้คุยอะไรหลายๆเรื่อง 

ส่วนตัวเราว่าเป็นงานที่ดีนะ ตอนแรกจากที่จะปิดแถว 2 ทุ่ม จับถึง 2 ทุ่มครึ่ง แต่ 2 ทุ่มแล้วยังมีบัตรกว่า 700+ ใบ ทางทีมงานจึงเข้าไปคุยกับน้อง ซึ่งน้องก็ขอให้ต่อไปเท่าที่ทำได้ จริงๆ MBK จะปิดแอร์ตอน 3 ทุ่ม ข้อตกลงเลยเป็นว่า จะจับได้ถึง 3 ทุ่ม แล้วหลัง 3 ทุ่ม ทุกคนที่เหลือจะใช้ได้แค่ใบเดียว แต่หลังจากนั้น ทางสตาฟก็ได้ขอกับทาง MBK ทำให้ทาง MBK เปิดแอร์ต่อให้ จึงทำให้จับได้ตามจำนวนครบทุกคน (โดยลดเวลาเป็นใบละ 5 วิมั้ง และมีบางคนในแถวอย่างเราที่ลดจำนวนบัตรที่จะจับลง เพื่อให้คนอื่นด้านหลังได้จับเต็ม) หลังจากจับเสร็จน้องก็ยังพูดคุยกับแฟนๆต่ออยู่พอสมควร จนบอกว่าเกรงใจและขอบคุณสตาฟมากๆ ที่อยู่ต่อจนถึงตอนนี้ เข้าว่าทุกคนคงเหนื่อยและอยากกลับไปพักกันแล้ว เลยต้องจบลง สรุปงานจบก็เกือบๆ 4 ทุ่ม ต้องขอบคุณทั้งน้อง สตาฟทุกคน BNK แล้วก็ MBK ด้วยนะ ที่ทำให้งานจับมือสุดท้ายของน้องไม่ต้องมีใครเสียใจที่ถูกจำกัดบัตร

ฝากคลิปลาไปเข้ากรมของน้อง.. ไม่ใช่ละ Credit Juné Family
เราอัพลง Youtube เพื่อให้ดูง่ายในพันทิป + เตรียมใส่ซับอิ้งค่ะ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
ตรงไปตรงมากับเรา ซื่อสัตย์กับตัวเอง - ถ้าให้เราสรุปความประทับใจของเราที่มีต่อจูเน่นะ

คิดว่าเพราะความตรงไปตรงมา และความจริงใจที่เรารู้สึก ทำให้ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่รู้ตัวอีกที เราก็รู้สึกสบายใจเวลาคุยกับเค้า ถึงเราจะไม่ใช่คนรู้จักกันจริงๆก็ตาม แต่กลับเป็นคนที่รู้สึกว่า คุยตรงๆได้ทุกเรื่อง

สุดท้าย เราก็ได้รู้จักน้องมากขึ้นทีละนิด แต่การทำความรู้จักมันไม่ใช่การ Judge นะ ถึงตอนนี้เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ารู้จักน้องมากพอที่จะตัดสินว่าน้องเป็นคนยังไง ไม่ได้รู้สึกอยากจะตัดสินเค้าด้วย เอาเป็นว่าในตอนนี้ เราก็รักน้องในแบบที่น้องเป็น ในแบบที่เรารู้จัก และพร้อมจะสนับสนุนเค้าต่อไปเสมอ มันก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราคงเขียนออกมาไม่ได้ อย่างที่บอกตอนแรก เราว่าตัวหนังสือมันตีความไปได้หลากหลาย แล้วจริงๆ ถึงเราเป็นคนคุยกับเค้าเอง บางอย่างมันก็ผ่านการตีความของเรา ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ไม่รู้ด้วย 55555 เอาเป็นว่านี่เป็นมุมมองผ่านสายตาของเราก็แล้วกัน

สำหรับคนที่อยากตัดสินฟันธงว่าน้องเป็นคนยังไง เราก็ห้ามไม่ได้ แต่อย่างน้อยก่อนตัดสิน อยากขอให้เปิดใจ รับฟัง เข้ามาทำความรู้จักน้องกันก่อน ถึงจะไม่มีงานจับมือแล้ว แต่ช่วงนี้ โปรโมตฉลาดเกมส์โกง ก็มีสัมภาษณ์ต่างๆ ที่เราคิดว่าถ้าได้ฟัง ได้อ่าน จะสามารถรู้จักตัวตนน้องมากขึ้น ได้รับรู้ทัศนคติ ความคิดบวกของน้อง ที่เราคงอธิบายให้เข้าใจไม่ได้จริงๆ ก็ขอฝากไว้นะคะ
Twitter: Thread รวมโปรโมทฉลาดเกมส์โกง

และ VDO ที่พวกเราเคยทำไว้ตอนเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในความภูมิใจของเราเลย หวังว่าทุกคนคงชอบกัน
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ 

Q&A
เราได้รับคำถามจากหลายๆคน กลุ่มเพื่อน พี่ น้องโอตะ หรือแม้แต่กระทู้ปั่นพันทิปหรือทวิตที่ชอบถามแฟนคลับจูเน่ลอยๆ ในช่วงที่น้องประกาศแกรดจนถึงตอนนี้ ขอแชร์ในส่วนของเราไว้ตรงนี้นะ ถือเป็นมุมมองของแฟนคลับ 1 คน ละกัน

เสียดายเงิน-แรง-เวลามั้ย กับโปรเจคเลือกตั้ง?
ไม่นะ ส่วนตัวเรา ลำดับก็อยากได้ แต่เป้าหมายจริงๆของเรา คือเราอยากให้น้องมั่นใจ ว่ามีคนที่รักและพร้อมสนับน้องที่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้อยู่ แค่นั้นแหละ ถามว่าผิดหวังมั้ย ที่น้องโปรโมตแค่งานเดียว สำหรับเรานะ อาจจะฟังดูไม่จริงใจ แต่จริงๆเรานั่งดูอยู่ในงาน เรารู้สึกดีใจ และภูมิใจมากๆ ไม่ผิดหวังเลย เพราะเรารู้สึกว่าน้องเต็มที่กับเวทีวันนั้น และที่สำคัญกว่าคือน้องดูมีความสุข และดูสนุกมาก แค่นี้สำหรับเราก็คุ้มแล้ว
 
ออกจากวงแล้ว ถ่ายรูปคู่ได้มั้ย? อันนี้คนถามบ่อยใน Openchat เอาจริงเราตอบไม่ได้หรอก ไม่ใช่อฟช. 55555 ต้องถามน้อง แต่ก็อยากจะฝากว่า
ถึงจุดนึง (ซึ่งเราไม่รู้นะว่า จุดนั้นมันคือเมื่อไหร่ ถึงแล้วรึยัง) เราก็ต้องทรีตน้องแบบนักแสดงทั่วไป เรื่องขอถ่ายรูปย่อมทำได้ แต่ก็อยากจะให้เคารพความเป็นส่วนตัวน้องด้วยเช่นกัน ในช่วงโปรโมตฉลาดเกมส์โกง เรามีโอกาสได้ไปตามน้องในงานต่างๆตามตารางงาน เราเห็นนักแสดงคนอื่น มีการจัดเวลาถ่ายรูปกับแฟนคลับหลังจบงาน เรามองว่าอันนี้เป็นอะไรที่ทำได้และเหมาะสม (ถ้าเค้าไม่รีบกลับหรือต้องไปงานต่อ ซึ่งน้องคงบอก) 

แต่ถ้าเป็นเวลาส่วนตัว เราก็อยากให้แต่ละคนใช้วิจารณญาณกัน ว่าตอนไหนเหมาะสม ไม่เหมาะสม เพราะบางที ไม่ใช่ว่าขอแล้วน้องยินดีให้ มันแปลว่าเค้าสะดวกเสมอไป ถ้าเป็นเวลาส่วนตัว อยู่กับเพื่อน ครอบครัว หรือกำลังทำธุระอยู่ ก็อยากให้คิดกันนิดนึง คือไม่ได้ห้ามหรือคิดแทนใครนะ อย่างที่บอก ขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณของตัวเอง

รวมถึงการไปรอในที่ๆไม่เหมาะสม เช่น ไปรอที่รถส่วนตัว หรือสถานที่ๆมืดๆ ดึกๆตื่นๆ บางทีน้องก็ไม่สะดวก ต้องรีบกลับหรืออยากพักผ่อน ก็อยากให้ใช้วิจารณญาณกันเอง

จับมือได้มั้ย? 5555
อันนี้ตอนเราคนถามแรกๆเราแอบขำนะ อยู่ๆใครจะไปขอจับมือเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต ถึงจะเป็นนักแสดงก็เถอะ แต่ผ่านไปก็รู้ว่ามันเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบจริงๆ ซึ่งเราตอบให้ตรงนี้ว่า ตอนนี้ไม่ได้! เราอยู่ในช่วง New Normal กันอยู่นะ ขนาดงานจับมือน้องยังต้องสวมถุงมือเลย อยู่ๆมีคนไม่รู้จัก หรือไม่สนิทมาจับมือ มันไม่ได้อยู่แล้วปะ?
แต่ถ้าซักวันนึงเรากลับไปที่ Normal จริงๆ เราก็คุยกับน้องเรื่องนี้ขำๆนะ น้องก็คิดแบบเราแหละ ว่ามันก็คง awkward อยู่นะ อยู่ๆมีคนมาขอจับมือ เปลี่ยนเป็นทักทายกันด้วยคำพูดคงดีกว่า เพราะงั้นก็เช่นกัน ขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณกันเอง

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตอนนี้ ถ้าเรื่องที่เขียน มีตรงไหนที่ไม่ดี ทำให้ใครไม่พอใจ ก็ต้องขอโทษไว้ด้วยนะคะ ยิ้ม

สุดท้าย เราไม่ได้หวังให้ใครอ่านแล้วมารักน้องแบบที่น้องเป็นนะ แค่อยากให้ลองมาทำความรู้จักน้องเองโดยไม่ตัดสินจากคำของใครก่อน (ไม่ต้องเชื่อเราด้วย 555) แล้วเมื่อทำความรู้จักแล้วจะรักหรือไม่รักอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่