สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ตามคห.1 เลย
แต่มาเพิ่มข้อมูลว่า...
ตู้แบบนี้ เพราะติดตั้งมายุคอุปกรณ์สถานีที่ใช้รับส่งกับมือถือ มันยังใหญ่โตมโหฬารครับ รุ่นเก่า เป็นไปได้ตั้งแต่ 1G-3G ระยะต้น
ยิ่งยุค Analog 1G เป็นเทคโนโลยีดัดแปลงจากเครื่องรับ-ส่ง FM จริง ๆ (แค่ต่างความถี่) เริ่มตั้งแต่จูนตัวรวมสัญญาณด้วยมือ
แค่ 8 ช่อง ก็ใหญ่แบบตู้เสื้อผ้า ตรงไหนลูกค้าแน่น ก็เอามาวางต่อ ๆ กัน
พอ 2G เริ่มเล็กลง แต่ยังไม่เล็กพอ
สมัยนั้น แรก ๆ ปิดมิดชิด ติดแอร์ระบายความร้อน
แต่ตอนหลังประหยัดไฟ เลยดัดแปลงตู้เก่าสถานีเก่ากัน ลองรวบรมวิจัยทดลองต้นแบบก่อน ลองตรวจวัดปิดแอร์สถิติว่ากินไฟลดลงขนาดไหน ทำให้สัญญาณลูกค้าเดี้ยงไปหรือไม่ ร้อนขึ้นนิด ล่มไปรึเปล่า
ใช้พัดลมดูดบ้าง-เป่าบ้าง วางบน วางล่างเทียบประสิทธิภาพกัน (ยอมให้อายุสั้นลงนิดแทบไม่เห็นความต่าง แต่ประหยัดไฟคุ้มค่า)
จะเห็นท่อบังฝนด้านข้างตู้ สีใหม่ผิดกว่าตัวตู้ นั่นคือมาดัดแปลงกันยุคหลัง เพราะช่วยประหยัดเงิน Operation Expense มหาศาล
แล้วยุคหลัง ไม่ต้องใช้ตู้สถานีใหญ่ เพราะยิ่งสร้างมามีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม ก็ความสูญเสียไปเป็นความร้อนต่ำลงตามทฤษฎีเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน
เป็นรุ่นติดตั้งนอกอาคาร ตู้ขนาดนี้ เท่ากับห้องใหญ่เมื่อ่ก่อน

แบตใหญ่-เล็ก ขึ้นกับความต้องการ ว่าทนไฟดับนานขนาดไหน
แต่ความสูญเสียต่ำลงมหาศาลจากยุค 1G ก็แบตเล็กลงตามมหาศาลเช่นกัน
นี่ตือ เล็กมากยุคนั้นแล้ว ไม่ต้องใช้ตู้ Container นี้แล้ว แต่ตรงไหนเคยมี ก็ยังเก็บไว้ต่อไป เผื่ออุปกรณ์ไมโครเวฟหรือไฟเบอร์เก่า ที่ตกค้างจากยุคเก่าอยู่บ้าง
ประโยชน์ไม่ใช่แต่เรื่องสถานีพื้นดินแค่นั้น สถานีบนอาคารนี่สมัยก่อนเหมือนกัน ต้องเช่าห้องใหญ่ ๆ เปิดแอร์เพราะไม่งั้นของพัง
(จนมักเกิดกรณี เจ้าของบ้าน ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาแอบไปนอน เพราะเย็นกว่าพัดลมตัวเอง)
ยุคหลังขอเช่าแค่ดาดฟ้าได้ง่าย ๆ วิศวกรรรมโครงสร้าง ไม่ต้องปวดหัว เพราะเบา ไปเจออาคารรั่วอาคารร้าวเมื่อก่อน ปัญหาหนักกว่าเดี๋ยวนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แล้วระบบเก่า Cable จะเส้นใหญ่มาก ประมาณ 1 นิ้ว นิยมกัน 2 ขนาดคือ 7/8" และ 5/4" (หรือ 1 1/2") ถ้าเสาไม่แข็งแรง ดดนพายุล้มเอาง่ายๆ เลย ตอนจะเดินสาย ก็ต้องใช้แรงงานหลายคน ช่วยกันชักรอก หรือไม่ก็ต้องมีเครื่องดึง
แถมมีบางประเทศที่มีประชากรยากจนเยอะ เผลอไม่ได้โดนขโมยเลาะไปขายด้วย เพราะข้างในเป็นทองแดงอย่างดี ต้องจ้างยามเฝ้าอยู่กินในสถานีกัน 24 ชม.เลยทีเดียว

ถ้าเห็นหลังคาบ้านใคร เห็นเสามือถือที่ตึกไหน มีสายสีดำโตๆ จำนวนมาก รู้ได้เลย ว่ามีแนวโน้มว่าน่าจะใช้งานมาเกิน 10 ปีแล้ว ยุค 3G ที่ตกค้าง

4G 5G เริ่มมีแยก จนในที่สุด ตัวข้างล่างร้อนไม่มากเป็นแค่ตัวขับเหมือนโมเด็มขนาดเล็ก แค่ลากสายไฟเบอร์กับสายไฟเลี้ยงขึ้นเสา เอาเครื่องรับ-ส่งสัญญาณวิทยุที่ประมูลมาจากกสทช. ไปแปะข้างบนใกล้แผ่น Antenna เลย (ศัพท์ทางการจริง ๆ ตัวแผ่กระจายกลื่นและรับคลื่นกับมือถือ เรียกว่า "สายอากาศ" แม้แต่คนโทรคมนาคมเอง ยังมักใช้สลับสับสนไปมากับที่เป็นโครงเหล็ก "เสาอากาศ")
พัฒนาการ...


แต่มาเพิ่มข้อมูลว่า...
ตู้แบบนี้ เพราะติดตั้งมายุคอุปกรณ์สถานีที่ใช้รับส่งกับมือถือ มันยังใหญ่โตมโหฬารครับ รุ่นเก่า เป็นไปได้ตั้งแต่ 1G-3G ระยะต้น
ยิ่งยุค Analog 1G เป็นเทคโนโลยีดัดแปลงจากเครื่องรับ-ส่ง FM จริง ๆ (แค่ต่างความถี่) เริ่มตั้งแต่จูนตัวรวมสัญญาณด้วยมือ
แค่ 8 ช่อง ก็ใหญ่แบบตู้เสื้อผ้า ตรงไหนลูกค้าแน่น ก็เอามาวางต่อ ๆ กัน
พอ 2G เริ่มเล็กลง แต่ยังไม่เล็กพอ
สมัยนั้น แรก ๆ ปิดมิดชิด ติดแอร์ระบายความร้อน
แต่ตอนหลังประหยัดไฟ เลยดัดแปลงตู้เก่าสถานีเก่ากัน ลองรวบรมวิจัยทดลองต้นแบบก่อน ลองตรวจวัดปิดแอร์สถิติว่ากินไฟลดลงขนาดไหน ทำให้สัญญาณลูกค้าเดี้ยงไปหรือไม่ ร้อนขึ้นนิด ล่มไปรึเปล่า
ใช้พัดลมดูดบ้าง-เป่าบ้าง วางบน วางล่างเทียบประสิทธิภาพกัน (ยอมให้อายุสั้นลงนิดแทบไม่เห็นความต่าง แต่ประหยัดไฟคุ้มค่า)
จะเห็นท่อบังฝนด้านข้างตู้ สีใหม่ผิดกว่าตัวตู้ นั่นคือมาดัดแปลงกันยุคหลัง เพราะช่วยประหยัดเงิน Operation Expense มหาศาล
แล้วยุคหลัง ไม่ต้องใช้ตู้สถานีใหญ่ เพราะยิ่งสร้างมามีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม ก็ความสูญเสียไปเป็นความร้อนต่ำลงตามทฤษฎีเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน
เป็นรุ่นติดตั้งนอกอาคาร ตู้ขนาดนี้ เท่ากับห้องใหญ่เมื่อ่ก่อน

แบตใหญ่-เล็ก ขึ้นกับความต้องการ ว่าทนไฟดับนานขนาดไหน
แต่ความสูญเสียต่ำลงมหาศาลจากยุค 1G ก็แบตเล็กลงตามมหาศาลเช่นกัน
นี่ตือ เล็กมากยุคนั้นแล้ว ไม่ต้องใช้ตู้ Container นี้แล้ว แต่ตรงไหนเคยมี ก็ยังเก็บไว้ต่อไป เผื่ออุปกรณ์ไมโครเวฟหรือไฟเบอร์เก่า ที่ตกค้างจากยุคเก่าอยู่บ้าง
ประโยชน์ไม่ใช่แต่เรื่องสถานีพื้นดินแค่นั้น สถานีบนอาคารนี่สมัยก่อนเหมือนกัน ต้องเช่าห้องใหญ่ ๆ เปิดแอร์เพราะไม่งั้นของพัง
(จนมักเกิดกรณี เจ้าของบ้าน ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาแอบไปนอน เพราะเย็นกว่าพัดลมตัวเอง)
ยุคหลังขอเช่าแค่ดาดฟ้าได้ง่าย ๆ วิศวกรรรมโครงสร้าง ไม่ต้องปวดหัว เพราะเบา ไปเจออาคารรั่วอาคารร้าวเมื่อก่อน ปัญหาหนักกว่าเดี๋ยวนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แล้วระบบเก่า Cable จะเส้นใหญ่มาก ประมาณ 1 นิ้ว นิยมกัน 2 ขนาดคือ 7/8" และ 5/4" (หรือ 1 1/2") ถ้าเสาไม่แข็งแรง ดดนพายุล้มเอาง่ายๆ เลย ตอนจะเดินสาย ก็ต้องใช้แรงงานหลายคน ช่วยกันชักรอก หรือไม่ก็ต้องมีเครื่องดึง
แถมมีบางประเทศที่มีประชากรยากจนเยอะ เผลอไม่ได้โดนขโมยเลาะไปขายด้วย เพราะข้างในเป็นทองแดงอย่างดี ต้องจ้างยามเฝ้าอยู่กินในสถานีกัน 24 ชม.เลยทีเดียว

ถ้าเห็นหลังคาบ้านใคร เห็นเสามือถือที่ตึกไหน มีสายสีดำโตๆ จำนวนมาก รู้ได้เลย ว่ามีแนวโน้มว่าน่าจะใช้งานมาเกิน 10 ปีแล้ว ยุค 3G ที่ตกค้าง

4G 5G เริ่มมีแยก จนในที่สุด ตัวข้างล่างร้อนไม่มากเป็นแค่ตัวขับเหมือนโมเด็มขนาดเล็ก แค่ลากสายไฟเบอร์กับสายไฟเลี้ยงขึ้นเสา เอาเครื่องรับ-ส่งสัญญาณวิทยุที่ประมูลมาจากกสทช. ไปแปะข้างบนใกล้แผ่น Antenna เลย (ศัพท์ทางการจริง ๆ ตัวแผ่กระจายกลื่นและรับคลื่นกับมือถือ เรียกว่า "สายอากาศ" แม้แต่คนโทรคมนาคมเอง ยังมักใช้สลับสับสนไปมากับที่เป็นโครงเหล็ก "เสาอากาศ")
พัฒนาการ...


yamr ถูกใจ, Canossa ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 2683799 ถูกใจ, PerMAouN ถูกใจ, Zenicon ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 767114 ถูกใจ, jibkichan ถูกใจ, SHO_ICTGuys ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1838798 ถูกใจ, รักจังเมืองไทย ถูกใจรวมถึงอีก 13 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
วิศวกรรมศาสตร์
เทคโนโลยี
ห้องใต้เสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม ในนั้นมีอะไรบ้างครับ
นอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้า
เบรกเกอร์ แมคคานิก ต่างๆ แล้วมี
อะไรบ้างไหมครับ เพราะตู้ก็ใหญ่อยู่นะ
..
มีโต๊ะรับประทานอาหาร
โคมไฟ
เครื่องชงกาแฟ
ถังไนโตรเจนเหลว
แรปเตอร์
ฯลฯ
ขอบคุณครับ