🔴มาลาริน/31ส.ค.ไทยพบโควิด1ราย จากตปท.เตรียมปิดชายแดนแม่ฮ่องสอน15 วัน โควิดทำกมธ.งบฯเห็นควรชลอซื้อเรือดำน้ำสวนทางอินเดีย

กระทู้คำถาม
✏✏✏✏✏✏✏

ศบค.เผยไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 1 ราย เป็นครูสอนภาษาชาวอังกฤษ
 
วันนี้ (31 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า....✏

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ (31 ส.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร

ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,412 ราย หายป่วยแล้ว 3,252 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 102 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตรวม 58 ราย

สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย มีดังนี้ 

สหราชอาณาจักร 1 ราย - เป็นหญิง สัญชาติอังกฤษ อายุ 29 ปี อาชีพรับจ้าง (ครูสอนภาษา) เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 15 ส.ค. พร้อมสามี และบุตรสาว เข้าพัก Alternative State Quarantine (ASQ) ในกรุงเทพมหานคร และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ในวันที่ 27 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ พบว่ามีอาการไข้ ปวดศีรษะ

https://www.sanook.com/news/8242586/

📮📮📮📮📮📮📮

ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เตรียมปิดชายแดน 15 วัน หลังโควิดระบาดหนักในเมียนมา
  
ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เตรียมพิจารณาสั่งปิดด่านการค้าชายแดนไทย-เมียนมา 15 วัน หลังโควิด-19 ระบาดหนัก โดยจะห้ามคน ยานพาหนะ สินค้าทุกชนิด เข้าออกโดยเด็ดขาด รวมถึงศูนย์ผู้อพยพทุกแห่งในแม่ฮ่องสอน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ส.ค. 63 นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พันเอก โสภณ นันทสุวรรณ รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร นายแพทย์ศุภชัย บุญอำพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ประชุมพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังมีการระบาดระลอกที่ 2 ในรัฐยะไข่ และอีกหลายรัฐ ของประเทศเมียนมา โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีแนวเขตติดต่อกับประเทศเมียนมาตลอดแนวชายแดน จึงจำเป็นต้องเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อเตรียมพร้อมเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวด
   
ภายหลังการประชุม นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีคำสั่งปิดชายแดนช่องทางจุดผ่อนปรนทั้ง 5 แห่งไปแล้วในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้ผ่อนปรนให้มีการส่งออกเฉพาะสินค้าชายแดน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเมื่อวันที่ 1 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ได้แก่ จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางห้วยต้นนุ่น หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม, จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านแม่สามแลบ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย, และจุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยผึ้ง หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อว่า แต่ขณะนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดหนักในประเทศเมียนมา ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีมติเตรียมปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนทุกช่องทางเป็นเวลา 15 วัน นับจากวันที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.63 เป็นต้นไปโดยห้ามคน ยานพาหนะ สินค้าทุกชนิด เข้าออกโดยเด็ดขาด รวมทั้งศูนย์อพยพทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายสุวพงศ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ภายในศูนย์พักพิง หรือศูนย์อพยพสามารถเข้ามาตรวจรักษาในโรงพยาบาลในตัวเมืองหรือโรงพยาบาลอำเภอได้ตามปกติ แต่ถ้าหากพบมีเชื้อไวรัสก็ให้อยู่ภายในศูนย์อพยพ ยกเว้นหากมีผู้ป่วยรุนแรงก็สามารถเข้ามารักษาในตัวเมืองได้ ทุกช่องทางเข้าออกจะมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด

https://www.thairath.co.th/news/local/north/1921569

🛳🛳🛳🛳🛳🛳🛳

"สันติ" ร่ายยาว โควิด-19 ทำ กมธ.งบฯ เห็นควรชะลออนุมัติงบซื้อเรือดำน้ำ

สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังในฐานะ กมธ.งบประมาณปี 64 ร่ายยาว ชี้สถานการณ์ โควิด-19 ไม่คลี่คลาย จึงไม่เหมาะให้อนุมัติงบฯให้ทร.จ่ายเงินค่าเรือดำน้ำในปีนี้ เห็นควรเลื่อนออกไปก่อน 
 
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จากการที่ตนได้ไปพูดคุยกับหลายพรรคการเมือง ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่า เรือดำน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมี และความเป็นจริง จำนวน 3 ลำ ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ เนื่องจากประเทศไทย มีทะเลอยู่สองฝั่งทะเล คือ อันดามันและอ่าวไทย และที่สำคัญที่สุดในพื้นที่ชายฝั่งทะเลออกไปเขต 12 ไมล์ทะเล ออกไปยังมีพื้นที่ทับซ้อนความมั่นคงในเรื่องของทรัพยากร ซึ่งทุกพรรคการเมืองที่พูดคุยด้วยก็มีความเห็นตรงกันว่า ควรจะมี และในเรื่องของเรือดำน้ำ 2 ลำนี้ ได้ผ่านเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณตั้งแต่ปี 2563 แล้ว แต่ในปี 2563 ประเทศประสบกับปัญหาโควิด-19 และด้วยความที่เห็นต่อประชาชนและประเทศชาติกองทัพเรือ จึงได้นำส่งงบประมาณส่วนนั้นคืนให้รัฐบาลนำมาแก้ไขในเรื่องของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ที่ในช่วงนั้นค่อนข้างรุนแรง ในกรณีนี้ก็ขอบคุณทางกองทัพเรือ ที่ได้เห็นต่อเศรษฐกิจและประชาชนที่กำลังประสบปัญหาจากความเดือดร้อน และได้บอกกับกองทัพเรือว่า ในปี 2564 จะมีการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทัพเรือ แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงปี 2564 สถานการณ์โควิด-19 ก็ยังไม่คลี่คลายถึงขั้นความมั่นใจ และถึงแม้มองว่า การมีเรือดำน้ำเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ยังไม่เหมาะควรในปีนี้ ทางกระทรวงกลาโหมและรัฐบาล จึงได้พูดคุยเพื่อขอเลื่อนงบประมาณที่จะไปจ่ายในครั้งนี้
 
ดังนั้น จึงขอแจ้งข่าวดีให้กับประชาชนและกรรมาธิการทุกท่านทราบว่า ทางกระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือ ได้แจ้งมาว่า ในปี 2564 นั้น กองทัพเรือยินดีให้ปรับงบประมาณในส่วนที่จะต้องไปชำระค่าเรือดำน้ำในปีนี้ ให้เลื่อนออกไปก่อน และให้กองทัพเรือไปเจรจาในการไปใช้งบประมาณในปีถัดไป เพื่อให้มีเรือดำน้ำตามที่ทุกคนเห็นควรว่า จะต้องมีเรือดำน้ำ โดยจะต้องไปเจรจากับทางผู้ผลิตว่า จะสามารถดำเนินการอย่างไรในการที่จะให้ประเทศไทยมีเรือดำน้ำตามความเหมาะสม แต่ในปีนี้ให้เลื่อนออกไปก่อนเลื่อนการจ่ายเงินไปก่อน

ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้ถามกับประธานว่า การตัดงบครั้งนี้ ตัดโดยกองทัพเรือเอง หรือกรรมาธิการคณะใหญ่ โดยทางนายวราเทพ รัตนากร ที่ทำหน้าที่เป็นประธานอยู่ ได้ชี้แจงว่า ด้วยคณะอนุกรรมาธิการไม่ได้มีการปรับลดมา ดังนั้นเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการชุดใหญ่ที่จะต้องพิจารณา โดยจะต้องมีการเสนอเป็นญัตติในการปรับลด

จากนั้น นายสันติ จึงได้เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณของเรือดำน้ำที่จะต้องจ่ายในปีนี้ จำนวน 3,925 ล้านบาท ของกองทัพเรือให้เป็นศูนย์
 
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ในการเจรจา ขอให้ทางกองทัพเรือและรัฐบาลได้มีการเจรจาขอให้ประเทศจีนมีการเพิ่มโควตา นำเข้าผลทางการเกษตรเพิ่มขึ้น อย่างน้อยให้เท่ากับมูลค่าการผ่อนค่าเรือดำน้ำในแต่ละปี
จากนั้น นายวราเทพ ได้ขอมติที่ประชุม ซึ่งมีจำนวนกรรมาธิการอยู่ 66 คน โดยผลมติ เห็นด้วย 63 คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี และงดออกเสียง 3 เสียง
 

https://www.thairath.co.th/news/politic/1921523

อินเดียทุ่มงบต่อเรือดำน้ำ 6 ลำ แข่งแสนยานุภาพกับจีน
 
มหาสมุทรอินเดียกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งฮ็อตสป็อตของการเมืองและการทหารโลก เมื่ออินเดียไม่ยอมให้จีนเข้ามาแสดงแสนยานุภาพในพื้นที่นี้แบบง่ายๆ อีกต่อไป
 
สำนักข่าว India Today รายงานว่าในเดือนตุลาคมอินเดียจะเปิดประมูลโครงการต่อเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่มีมูลค่า 55,000 ล้านรูปี (ราว 23,400 ล้านบาท) เพื่อต่อเรือดำน้ำเครื่องยนต์ดีเซลจำนวน 6 ลำสำหรับกองทัพเรืออินเดียเพื่อลดช่องว่างแสนยานุภาพทางเรือที่เพิ่มขึ้นของจีน แหล่งข่าวของรัฐบาลเปิดเผยเรื่องนี้เมื่อวันอาทิตย์

เรือดำน้ำจะถูกต่อขึ้นในอินเดียโดยบริษัทในประเทศสามารถร่วมมือกับบริษัทต่างชาติที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีการทหาร เพื่อสร้างอุตสาหกรรมด้านทางทหารระดับไฮเอนด์ในประเทศอินเดียและลดการพึ่งพาการนำเข้าอาวุธจากประเทศอื่น
 
ทั้งนี้ กองทัพเรืออินเดียวางแผนที่จะจัดหาเรือดำน้ำใหม่ 24 ลำรวมถึงเรือดำน้ำจู่โจมพลังงานนิวเคลียร์ 6 ลำเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ใต้น้ำ ปัจจุบันมีเรือดำน้ำธรรมดาพลังงานดีเซล 15 ลำและเรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำ

กองทัพเรืออินเดียมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างแสนยานุภาพเพื่อรับมือกับการปรากฎตัวของกองทัพจีนในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียที่ชัดเจนมากขึ้น

จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือทั่วโลก กองทัพเรือจีนมีเรือดำน้ำมากกว่า 50 ลำและเรือรบประมาณ 350 ลำ จำนวนเรือรบและเรือดำน้ำทั้งหมดของจีนคาดว่าจะเกิน 500 ลำใน 8-10 ปีข้างหน้า

ด้าน The Print รายงานว่า กองเรือภาคตะวันออกของกองทัพเรือยังได้ส่งเรือไปปฏิบัติการเพิ่มเติมในเขตมหาสมุทรอินเดียในและรอบๆ หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์และครอบคลุมช่องแคบมะละกานอกเหนือจากการประจำการตามภารกิจตามปกติ เนื่องจากจีนค่อยๆ เพิ่มกำลังทหารในเขตมหาสมุทรอินเดียตั้งแต่ปี 2008 

นอกจากนี้กองทัพเรือของสหรัฐและจีนยังแข่งกันเพิ่มแสนยานุภาพในมหาสมุทรอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐเพิ่งจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินทิ้งระเบิดสองลำมายังมหาสมุทรอินเดีย

https://www.posttoday.com/world/631861

🚨🚨🚨🚨🚨🚨🚨🚨

วันนี้ประเทศอินเดียติดเชื้อเพิ่มมากที่สุดในโลกแล้วค่ะ
แต่อินเดียยังทุ่มงบซื้อเรือดำน้ำ

พม่าติดเชื้อเพิ่มจนน่าวิตก

ส่วนไทยยังปลอดภัยในการปกป้องดูแลของรัฐบาล

เรือดำน้ำชลอออกไปก่อนอีก 1 ปีค่ะ

นานาเชียร์อัพนานาเชียร์อัพนานาเชียร์อัพนานาเชียร์อัพนานาเชียร์อัพ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่