[CR] รีวิว Film processor (เครื่องล้างฟิล์ม) Part 1

เพี้ยนออกทริป สวัสดีค้าบบบบ  กระทู้นี้ เกิดจากความว่าง ของผมเอง (อีกแล้ว)
 
คืองี้ครับ ตอนนี้ที่ Melbourne เข้าสู่ การ Lock down รอบที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย
 
ร้านล้างฟิล์มของผมเองก็ต้องปิด เหมือน ธุรกิจอื่นๆ แต่ ผมยังสามารถเดินทางไปร้านได้ 
 
เพื่อที่จะ รับของ/ส่งของ หรือ กระทั่ง ทำความสะอาด Maintenance เครื่องไม้เครื่องมือ
 
ทีนี้ก็เลยเกิดเป็นไอเดียว่า เอ้อ ไม่เห็นมีใคร รีวิว เครื่องล้างฟิล์มเลย นี่นา
 
ผมเลยคิดว่ามันน่าสนใจดี ที่จะเอาของเก่าพวกนี้ (เครื่องล้างฟิล์มพวกนี้ ผลิตช่วงปี 90-2000 ครับ) มารีวิว ในปี 2020 นี่แหละ มันดู contrast กันดี
 


 
ขอเกริ่นคร่าวๆ ก่อนนะครับ คือตอนนี้ ผม เปิดร้านล้างฟิล์ม กับเพื่อน ออสซี่ ที่ Melbourne Australia ชื่อ ว่า Halide Supply 
 
และ ยัง มี ร้านล้างฟิล์มที่เพิ่ง เปิดเมื่อปีก่อน ที่ ไทยด้วยครับ ชื่อ Space cat lab อยู่ ตรง รฟฟ สนามเป้า  
 
 
 
 
 
 
 
 
เพี้ยนกินกล้วย
ทีนี้ เรากลับมาเรื่อง เจ้าเครื่องล้างฟิล์มที่ว่ากันครับ
 
เจ้าเครื่อง ล้างฟิล์มที่จะนำมาพูดถึงในวันนี้ หลายๆคน อาจจะเคยเห็น ตาม ร้านล้างฟิล์ม แบบสมัยก่อน 
 
ซึ่ง ในช่วง ปี 2000 ร้านเหล่านี้ทยอยปิดตัวไป จนกระทั่ง กระแสฟิล์มกลับมาฮิต อีกรอบ ใน รอบ ไม่กี่ปีมานี้ 
 
เจ้า เครื่องล้างฟิล์มเก่าๆ พวกนี้แหละครับ เปรียบเสมือนฟันเฟือง หลักๆ ในการ ทำงาน เพราะ อะไร ?
 
 
1. ล้างฟิล์มได้ไวมากครับ จบกระบวนการ ราวๆ 12-14 นาที รวมไปถึง อบให้ฟิล์มแห้ง พร้อมสแกนได้เลย
 
2. ล้างฟิล์มได้ในปริมาณมากๆ คือราวๆ 20-30 ม้วน ต่อ 1 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับ Spec ของแต่ละตัว )
 
3. มีขนาดเล็กครับ  ขอบอกว่า ขนาดค่อนข้างเล็กครับ เครื่องพวกนี้เลย มีชื่อว่า Minilab นำหน้าซะเป็นส่วนใหญ่
 
4. สามารถ โหลดฟิล์ม ได้เลย ไม่ต้องการห้องมืดใดๆ
 
สุดท้าย ที่ผมชอบที่สุดคือ การใช้งาน ง่ายมากครับ แค่ เอาฟิล์มใส่ จบ ! เครื่องจะทำให้ทุกอย่าง !!!
 
(เห้ย ง่ายไปมั้ยนั่น)
 


แต่เอ้ะ มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ????
 
การใช้น่ะง่ายครับ แต่ขั้นตอนการ ซ่อมบำรุง / ทำความสะอาด นี่ ต้องปาดเหงื่อกันหน่อยครับ อมยิ้ม09
 
 
 
อันนี้คือส่วนประกอบ ภายในเครื่องครับ ถ้ามี ส่วนใดส่วนนึง เสียหาย มันก็จะ Effect ต่อระบบอื่นๆ ได้ครับ
 
ฉะนั้น งานหินเลย ก็คือต้อง หมั่นบำรุง แล้วเช็คตลอดเวลาว่า เจ้าพวกเครื่องพวกนี้ ยังอยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน 
 
 
อันนี้ อยากจะเอา ภายในเครื่องมาให้ดูกันครับ เผื่อคนสงสัยว่า ไอ้เจ้าเครื่องพวกนี้ มันทำงานยังไง ของมันนะ
 
 

 
คือ ฟิล์มมันก็จะวิ่งผ่าน ช่องใส่ฟิล์ม >>> วิ่งผ่านน้ำยาล้างฟิล์ม ชนิดต่างๆ >>> ไปที่ Dryer ทำให้ฟิล์มแห้ง >>> แล้วก็จะออกมา พร้อมสแกน ครับ
 
 
ดูง่ายเนอะ ว่ามะ  แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ถ้ามี ส่วนใดส่วนนึงทำงานผิดปรกติ มันย่อมส่งผลกับ ฟิล์มแน่นอนครับ
 
เช่น
 
- ฟิล์มเป็นรอย
- ฟิล์มสีไม่สวย
- ฟิล์มไม่แห้ง มีคราบ
- น้ำยา เสียง่าย ไม่สด 
- สีเพี้ยน
- หรือกระทั่งเครื่องรั่ว อันนี้ผมก็เจอมาแล้วเช่นกัน 555
 
และอื่นๆ อีกมากมายครับ 
 
เพี้ยนลำไย
 
 
 
โอเคครับ ทีนี้เรามาถึงพระเอกของเรากันแล้ว 
 
เครื่องที่ผมจะ นำมาพูดถึง ในรีวิวครั้งนี้ มีชื่อว่า
 
แท่น แท่นนน แท๊นนน
 
 
Noritsu QSF - V30 
 
 
ขอ แปะ โบรชัว เครื่องให้ดูครับ จริงๆแล้วมี หลายรุ่นนะ 
 
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
 
แต่ รุ่นทั่วๆ ไปที่เห็นได้ตาม บ้านเรา ณ ตอนนี้จะเป็นตัว V30 ครับผม
 
สเปค คร่าวๆ คือ ล้างฟิล์ม 35mm  แบบ 36 รูป ได้ 20 ม้วนต่อ ชม.
 
ถ้าแบบ 24 รูป จะได้ 26 ม้วน ต่อ ชั่วโมง  !!
 
 
สาเหตุที่พบเห็นเจ้าตัวนี้ได้ทั่วไป ผมคิดว่า อะไหล่ ในบ้านเรา ค่อนข้างหาง่าย
 
อาจจะมีการ ใช้งานในสมัยก่อนเป็นจำนวนมาก และ ระบบ ค่อนข้างจะ Manual ไม่ยุ่งยาก เหมือนฟูจิ ครับ
 
 
 เห็น เจ้าช่องเสียบ Floppy disk นั่นมั้ยครับ
 
อันนั้นเอาไว้ลงโปรแกรม ของเครื่อง 55555555
 
เก่ามั้ยล่ะ

 
  
น้ำยา ที่ ผมเลือกใช้กับเครื่อง ตัวนี้ คือ Kodak flexi color RA 
 
เป็น น้ำยา สูตร C41 ที่เอาไว้ใช้ล้างฟิล์มสี 
 
น้ำยาตัวนี้เป็น แบบ ตัวโปรด ของผมเลยครับ เพราะว่า สีสัน สวยม้ากกก
 
สีไม่ สดจนเกินไป รวมถึง Contrast กำลังดี  ถ้าคนชอบรูป สีนุ่มๆ แนะนำตัวนี้ครับ
 
 
ทีนี้ เรามาดูที่ การใช้งานกันบ้าง ก่อนเอาฟิล์มเข้าเครื่อง ต้อง ทำอย่าง ไร !!
  
1. เอาฟิล์ม แปะลง บน Leader card ครับ
 
จบ 5555

 
 
 
การ์ดใสๆ อันนั้นเรียกว่า Leader card ครับ โดย เครื่องจะ Feed ฟิล์มเข้าไป วิ่งผ่านไป ตาม แทงค์น้ำยาต่างๆ จน เสร็จสิ้นกระบวนการครับ
   
ใส่แล้วน้าาาาา 
 
เพี้ยนส่อง
 
 
อันนี้ เอาด้านใน ของ Loading Unit มาให้ดูครับ
  
ข้างใน จะประกอบไปด้วย เซ็นเซอร์ต่างๆมากมาย 
 
เช่น Film sensor ( เครื่องจะรู้ว่า ใส่ฟิล์มอะไรเข้าไป จะได้ เติมน้ำยาให้ถูก )
 
Door sensor ( เครื่องจะได้รู้ว่า โอเค ปิดฝาแล้ว พร้อมดูดฟิล์มได้ จะได้ไม่โดนแสง )
 
และก็ยังมี ส่วนที่ คอยตัดฟิล์ม เมื่อฟิล์ม เข้าไปจนสุดแล้ว
 
 
จะเห็นว่าทุกส่วนทำงานด้วยกันครับ ขาดระบบใด ไประบบนึง เป็นเรื่องแน่นอน
 

 
รอสัก 12 - 14 นาที ก็จะได้ฟิล์มแล้วจ้า
 
 
 
 
ดูไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ 
 
ใช่ครับ ไม่ยาก เลย 5555
 
 
กระบวนการ ของแลปทั่วๆ ไปทุกวันนี้ก็จะ ประมาณ แบบนี้แหละครับ 
 
คือ ล้าง >>> สแกน แล้วก็ส่งไฟล์ ให้ลูกค้า 
 
 
ทีนี้ ปรกติ ผมต้อง ทำความสะอาด เครื่องพวกนี้ยังไงบ้าง
 
 
ปรกติ จะแบ่งเป็น 
 
Daily / Weekly / Monthly ครับ
 
 
ขั้นตอนง่ายสุด ที่ต้องทำทุกวัน คือ ล้างส่วน Turn guide ของเครื่อง
 
น้ำยา พวกนี้ เวลาวิ่งผ่านไปยังส่วนไหนๆ มักจะเป็น คราบ น้ำยาแห้ง ซึ่ง ทำอันตรายต่อ ฟิล์มได้ครับ
 
 
ต้องจับ แช่น้ำ หลังจากใช้งาน 
 
แล้วก็จับเช็ดๆ ทุกวัน 
 
ชื่อสินค้า:   Noritsu V30, Fujifilm FP363SC
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่