วรวัจน์ แนะจับมือกันแก้รธน. แบ่งพื้นที่คนรุ่นเก่า-คนรุ่นใหม่ ทุกคนมีสิทธิ์วาดอนาคต
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4800399
วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย แนะจับมือกันแก้รธน. แบ่งพื้นที่คนรุ่นเก่า-คนรุ่นใหม่ ทุกคนมีสิทธิ์วาดอนาคตประเทศ
วันที่ 28 ส.ค. นาย
วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะคนไทยคนหนึ่งในประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงปมแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า
อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับความรัก คนไทยทุกคน ต่างก็รักประเทศไทย เพียงแต่..มุมมองความรักของพวกเรานั้นอาจจะแตกต่างกันไป
เชื่อเถิดว่า..ไม่มีแผ่นดินไหน ในโลกที่จะให้ความรัก ความอบอุ่น ความสุขสบาย และความผูกพัน ให้คนไทยได้เท่าความรัก ความสุข จากผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้อีกแล้ว
คนไทยทุกคนต้องยอมรับว่า ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนในโลก เมื่อถึงเวลา เราก็คิดถึงประเทศไทยของเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย สถานที่ท่องเที่ยวแบบไทยไทย ศิลปวัฒนธรรมแบบไทย หรือแม้แต่รอยยิ้มของคนไทยด้วยกัน
วันนี้.. ประเทศไทยของเราบอบช้ำมาก ด้วยมุมมองความรักของคนไทยเราที่แตกต่างกัน
ปรับความรักของพวกเรากันหน่อยดีไหม เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน มีโอกาสแสดงออกถึงความรักที่มีต่อประเทศไทยเท่าๆ กันได้ไหม
การแก้ไขรัฐธรรมนูญคงไม่สมบูรณ์ ถ้าหากรัฐธรรมนูญนั้นยังไม่ประกอบด้วยความรักในทุกมุมมองของคนไทยที่มีต่อประเทศไทยของทุกคน ถ้าหากรัฐธรรมนูญนั้น ไม่บรรจุไปด้วยความต้องการของคนไทยทุกคนที่มีส่วนได้เท่าๆกัน
เราจะลดความต้องการของตนเองลงสักนิดหนึ่งจะได้ไหม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความต้องการของผู้ที่เป็นคนไทยเหมือนเรา อาศัยอยู่ในประเทศไทยมีความรักและผูกพันประเทศไทยเช่นกับพวกเราทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของประเทศไทยร่วมกัน
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อให้เริ่มต้นวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ทำได้ ถ้าทุกคนคิดถึงความสวยงาม ความอบอุ่นของผืนแผ่นดินไทย อันเป็นที่รักยิ่งจะกลับคืนมาได้ภายในช่วงอายุของพวกเรานี้
หรือจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ก็ทำได้ถ้าหากส.ส.และสว. เห็นชอบร่วมกันมีการยอมรับความคิดเห็น ที่แตกต่างของทุกคน ในทุกมุมมองเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อส่วนตนเป็นความคิดเห็นเพื่อประเทศไทย
ในการแก้ไขนั้น หากทุกคนให้ใจกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ ลดอัตตา ที่แอบแฝงลงไปบ้าง การแก้ไขก็จะสำเร็จได้โดยง่าย
เด็กในวันนี้ก็คือผู้ใหญ่ในวันหน้า แผ่นดินไทยแห่งนี้ไม่ใช่ของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ก็เป็นของเด็กๆทุกคนด้วย
เพราะวันหนึ่งเมื่อเด็กทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่เขา ก็คือผู้ปกครองเจ้าของแผ่นดินไทยเช่นกัน
“ทุกคนมีสิทธิ์วาดฝันถึงอนาคตของตนเอง”
แบ่งปันความรักที่มีต่อแผ่นดินไทยให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสแสดงออกและมีส่วนร่วมในการร่างอนาคตของประเทศไทยเราร่วมกัน แผ่นดินไทยที่สวยงามอบอุ่น มั่นคง ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความสงบสุขและรอยยิ้มของคนไทยจะกลับคืนมาอย่างแน่นอนครับ
ร่วมฝันถึงอนาคตของประเทศไทยที่สวยงาม จับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ แบ่งปันพื้นที่ให้คนไทยทุกคน มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แผ่นดินไทยที่สวยงามจะกลับคืนมาได้ด้วยมือของคนไทยทุกคนที่ต้องผนึกกำลังกัน “ถ้าคุณรักประเทศไทย ทำให้สำเร็จครับ”
ยูเอ็น เรียกร้องรัฐเอาผิด การบังคับให้สูญหาย ชี้ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุด
https://www.matichon.co.th/politics/news_2326558
ยูเอ็น เรียกร้องรัฐเอาผิด การบังคับให้สูญหาย จี้ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐเอาผิด การกระทำให้สูญหายโดยถูกบังคับ และให้สัตยาบันต่ออนุสัญญา เนื่องในวันผู้สูญหายสากล 30 สิงหาคม 2563 ว่า
สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มีความกังวลต่อรายงานการสูญหายโดยถูกบังคับที่ยังคงเพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐในภูมิภาคเอาผิดการกระทำอันเลวร้ายอย่างมหันต์นี้อย่างเร่งด่วน และให้ความสำคัญในการให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ
(International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance) เป็นลำดับแรก
“ถึงเวลาแล้วที่อาชญากรรมอันร้ายแรงนี้ จะยุติลงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว ด้วยการรับรองกฏหมายภายในประเทศที่เป็นไปตามบรรทัดฐานและมาตรฐานสากล และด้วยการบังคับใช้อนุสัญญาฯ อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งกลไกทางสถาบันภายในประเทศที่เหมาะสมเพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาการกระทำให้สูญหาย” ซินเธีย เวลิโก้ ผู้แทนประจำภูมิภาค สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงเทพมหานคร กล่าวในแถลงการณ์เนื่องในวันผู้สูญหายโดยถูกบังคับสากล
ประเทศกัมพูชา เป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับดังกล่าว ประเทศอินโดยนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนลาว และประเทศไทย เป็นอีกสามประเทศที่ได้ลงนามในอนุสัญญาฯ แต่ยังไม่ได้เข้าเป็นประเทศภาคี
คณะทำงานว่าด้วยการสูญหายโดยถูกบังคับหรือไม่สมัครใจ ซึ่งมีอาณัติในการช่วยเหลือครอบครัวในการติดตามชะตากรรม และที่อยู่ของผู้สูญหายได้บันทึกกรณีการสูญหายโดยถูกบังคับ ซึ่งยังไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างน้อย 1,301 รายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ในระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา มีรายงานการสูญหายโดยถูกบังคับในประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซียยังคงเผชิญกับร่องรอยแห่งการสูญหายทางประวัติศาสตร์ในอดีต ซึ่งรวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศติมอร์-เลสเต
“การสูญหายโดยถูกบังคับเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุด เท่าที่จะกระทำได้ ทั้งพรากการรับรู้ชะตากรรมของคนที่เขารักจากครอบครัวไปตลอดกาลในหลายครั้ง” เวลิโก้ กล่าว
“ครอบครัวมีสิทธิที่จะได้รับรู้ และนั่นเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลทุกประเทศในการคลี่คลายกรณีเหล่านี้อย่างเร่งด่วน วางกลไกเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ และปฏิบัติตามพันธะกรณีที่มีตามกฎหมายระหว่างประเทศ”
อนุสัญญาฉบับนี้ได้ให้นิยามการสูญหายโดยถูกบังคับว่า หมายถึง “
การจับกุม กักขัง ลักพาตัว หรือการกระทำในรูปแบบใดๆ ก็ตามที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งดำเนินการโดยได้รับการอนุญาต การสนับสนุนหรือการยอมรับโดยปริยายของรัฐ ตามมาด้วยการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าได้มีการลิดรอนเสรีภาพ หรือการปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลที่หายสาบสูญ ซึ่งส่งผลให้บุคคลดังกล่าวตกอยู่ภายนอกการคุ้มครองของกฎหมาย” อนุสัญญาฯ ได้ระบุไว้ว่า บุคคลจะถูกกระทำให้สูญหายโดยถูกบังคับไม่ได้โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้กระทั่งในภาวะสงคราม และระบุไว้อีกว่าการกระทำนี้ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หากมีการดำเนินการอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจเจกชนตกเป็นเป้าหมายจากการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในเสรีภาพการแสดงออก การสมาคม และชุมนุมโดยสงบ ผู้สูญหายมีตั้งแต่นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมทางการเมืองและสิ่งแวดล้อม ผู้วิพาษณ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ทนาย และนักข่าว
“การพ้นผิดลอยนวลจากการกระทำอันเลวร้ายนี้จะต้องยุติลง การสอบสวนอย่างทันท่วงที และน่าเชื่อถือต้องเกิดขึ้น ผู้กระทำผิดจะต้องถูกระบุตัวตนและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ครอบครัวต้องได้รับสิทธิในการได้รับการเยียวยา” เวลิโก้ กล่าว
“ไม่ควรมีความล่าช้าในการทำให้การกระทำผิดนี้ ต้องได้รับโทษทางกฎหมายในประเทศใดอีกแล้ว รวมถึงมาตรฐานทางกฎหมายที่รับรองการเปิดเผย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบอย่างครบถ้วนแก่บุคคลทุกคนที่ถูกลิดรอนเสรีภาพ”
สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงเทพมหานคร มีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับรัฐเพื่อให้จุดมุ่งหมายเหล่านี้บรรลุผลอย่างครบถ้วน
JJNY : 4in1 วรวัจน์ แนะจับมือกันแก้รธน./ยูเอ็นร้องรัฐเอาผิดบังคับให้สูญหาย/ชาวไร่ยาสูบบุกกรุง/กสิกรไทยเฉือนจีดีพี-10%
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4800399
วันที่ 28 ส.ค. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะคนไทยคนหนึ่งในประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงปมแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า
อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับความรัก คนไทยทุกคน ต่างก็รักประเทศไทย เพียงแต่..มุมมองความรักของพวกเรานั้นอาจจะแตกต่างกันไป
เชื่อเถิดว่า..ไม่มีแผ่นดินไหน ในโลกที่จะให้ความรัก ความอบอุ่น ความสุขสบาย และความผูกพัน ให้คนไทยได้เท่าความรัก ความสุข จากผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้อีกแล้ว
คนไทยทุกคนต้องยอมรับว่า ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนในโลก เมื่อถึงเวลา เราก็คิดถึงประเทศไทยของเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย สถานที่ท่องเที่ยวแบบไทยไทย ศิลปวัฒนธรรมแบบไทย หรือแม้แต่รอยยิ้มของคนไทยด้วยกัน
วันนี้.. ประเทศไทยของเราบอบช้ำมาก ด้วยมุมมองความรักของคนไทยเราที่แตกต่างกัน
ปรับความรักของพวกเรากันหน่อยดีไหม เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน มีโอกาสแสดงออกถึงความรักที่มีต่อประเทศไทยเท่าๆ กันได้ไหม
การแก้ไขรัฐธรรมนูญคงไม่สมบูรณ์ ถ้าหากรัฐธรรมนูญนั้นยังไม่ประกอบด้วยความรักในทุกมุมมองของคนไทยที่มีต่อประเทศไทยของทุกคน ถ้าหากรัฐธรรมนูญนั้น ไม่บรรจุไปด้วยความต้องการของคนไทยทุกคนที่มีส่วนได้เท่าๆกัน
เราจะลดความต้องการของตนเองลงสักนิดหนึ่งจะได้ไหม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความต้องการของผู้ที่เป็นคนไทยเหมือนเรา อาศัยอยู่ในประเทศไทยมีความรักและผูกพันประเทศไทยเช่นกับพวกเราทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของประเทศไทยร่วมกัน
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อให้เริ่มต้นวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ทำได้ ถ้าทุกคนคิดถึงความสวยงาม ความอบอุ่นของผืนแผ่นดินไทย อันเป็นที่รักยิ่งจะกลับคืนมาได้ภายในช่วงอายุของพวกเรานี้
หรือจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ก็ทำได้ถ้าหากส.ส.และสว. เห็นชอบร่วมกันมีการยอมรับความคิดเห็น ที่แตกต่างของทุกคน ในทุกมุมมองเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อส่วนตนเป็นความคิดเห็นเพื่อประเทศไทย
ในการแก้ไขนั้น หากทุกคนให้ใจกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ ลดอัตตา ที่แอบแฝงลงไปบ้าง การแก้ไขก็จะสำเร็จได้โดยง่าย
เด็กในวันนี้ก็คือผู้ใหญ่ในวันหน้า แผ่นดินไทยแห่งนี้ไม่ใช่ของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ก็เป็นของเด็กๆทุกคนด้วย
เพราะวันหนึ่งเมื่อเด็กทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่เขา ก็คือผู้ปกครองเจ้าของแผ่นดินไทยเช่นกัน
“ทุกคนมีสิทธิ์วาดฝันถึงอนาคตของตนเอง”
แบ่งปันความรักที่มีต่อแผ่นดินไทยให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสแสดงออกและมีส่วนร่วมในการร่างอนาคตของประเทศไทยเราร่วมกัน แผ่นดินไทยที่สวยงามอบอุ่น มั่นคง ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความสงบสุขและรอยยิ้มของคนไทยจะกลับคืนมาอย่างแน่นอนครับ
ร่วมฝันถึงอนาคตของประเทศไทยที่สวยงาม จับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ แบ่งปันพื้นที่ให้คนไทยทุกคน มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แผ่นดินไทยที่สวยงามจะกลับคืนมาได้ด้วยมือของคนไทยทุกคนที่ต้องผนึกกำลังกัน “ถ้าคุณรักประเทศไทย ทำให้สำเร็จครับ”
ยูเอ็น เรียกร้องรัฐเอาผิด การบังคับให้สูญหาย ชี้ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุด
https://www.matichon.co.th/politics/news_2326558
ยูเอ็น เรียกร้องรัฐเอาผิด การบังคับให้สูญหาย จี้ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐเอาผิด การกระทำให้สูญหายโดยถูกบังคับ และให้สัตยาบันต่ออนุสัญญา เนื่องในวันผู้สูญหายสากล 30 สิงหาคม 2563 ว่า
สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มีความกังวลต่อรายงานการสูญหายโดยถูกบังคับที่ยังคงเพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐในภูมิภาคเอาผิดการกระทำอันเลวร้ายอย่างมหันต์นี้อย่างเร่งด่วน และให้ความสำคัญในการให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance) เป็นลำดับแรก
“ถึงเวลาแล้วที่อาชญากรรมอันร้ายแรงนี้ จะยุติลงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว ด้วยการรับรองกฏหมายภายในประเทศที่เป็นไปตามบรรทัดฐานและมาตรฐานสากล และด้วยการบังคับใช้อนุสัญญาฯ อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งกลไกทางสถาบันภายในประเทศที่เหมาะสมเพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาการกระทำให้สูญหาย” ซินเธีย เวลิโก้ ผู้แทนประจำภูมิภาค สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงเทพมหานคร กล่าวในแถลงการณ์เนื่องในวันผู้สูญหายโดยถูกบังคับสากล
ประเทศกัมพูชา เป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับดังกล่าว ประเทศอินโดยนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนลาว และประเทศไทย เป็นอีกสามประเทศที่ได้ลงนามในอนุสัญญาฯ แต่ยังไม่ได้เข้าเป็นประเทศภาคี
คณะทำงานว่าด้วยการสูญหายโดยถูกบังคับหรือไม่สมัครใจ ซึ่งมีอาณัติในการช่วยเหลือครอบครัวในการติดตามชะตากรรม และที่อยู่ของผู้สูญหายได้บันทึกกรณีการสูญหายโดยถูกบังคับ ซึ่งยังไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างน้อย 1,301 รายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ในระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา มีรายงานการสูญหายโดยถูกบังคับในประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซียยังคงเผชิญกับร่องรอยแห่งการสูญหายทางประวัติศาสตร์ในอดีต ซึ่งรวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศติมอร์-เลสเต
“การสูญหายโดยถูกบังคับเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุด เท่าที่จะกระทำได้ ทั้งพรากการรับรู้ชะตากรรมของคนที่เขารักจากครอบครัวไปตลอดกาลในหลายครั้ง” เวลิโก้ กล่าว
“ครอบครัวมีสิทธิที่จะได้รับรู้ และนั่นเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลทุกประเทศในการคลี่คลายกรณีเหล่านี้อย่างเร่งด่วน วางกลไกเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ และปฏิบัติตามพันธะกรณีที่มีตามกฎหมายระหว่างประเทศ”
อนุสัญญาฉบับนี้ได้ให้นิยามการสูญหายโดยถูกบังคับว่า หมายถึง “การจับกุม กักขัง ลักพาตัว หรือการกระทำในรูปแบบใดๆ ก็ตามที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งดำเนินการโดยได้รับการอนุญาต การสนับสนุนหรือการยอมรับโดยปริยายของรัฐ ตามมาด้วยการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าได้มีการลิดรอนเสรีภาพ หรือการปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลที่หายสาบสูญ ซึ่งส่งผลให้บุคคลดังกล่าวตกอยู่ภายนอกการคุ้มครองของกฎหมาย” อนุสัญญาฯ ได้ระบุไว้ว่า บุคคลจะถูกกระทำให้สูญหายโดยถูกบังคับไม่ได้โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้กระทั่งในภาวะสงคราม และระบุไว้อีกว่าการกระทำนี้ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หากมีการดำเนินการอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจเจกชนตกเป็นเป้าหมายจากการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในเสรีภาพการแสดงออก การสมาคม และชุมนุมโดยสงบ ผู้สูญหายมีตั้งแต่นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมทางการเมืองและสิ่งแวดล้อม ผู้วิพาษณ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ทนาย และนักข่าว
“การพ้นผิดลอยนวลจากการกระทำอันเลวร้ายนี้จะต้องยุติลง การสอบสวนอย่างทันท่วงที และน่าเชื่อถือต้องเกิดขึ้น ผู้กระทำผิดจะต้องถูกระบุตัวตนและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ครอบครัวต้องได้รับสิทธิในการได้รับการเยียวยา” เวลิโก้ กล่าว
“ไม่ควรมีความล่าช้าในการทำให้การกระทำผิดนี้ ต้องได้รับโทษทางกฎหมายในประเทศใดอีกแล้ว รวมถึงมาตรฐานทางกฎหมายที่รับรองการเปิดเผย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบอย่างครบถ้วนแก่บุคคลทุกคนที่ถูกลิดรอนเสรีภาพ”
สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงเทพมหานคร มีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับรัฐเพื่อให้จุดมุ่งหมายเหล่านี้บรรลุผลอย่างครบถ้วน