ผัสสะดับในปฐมฌานเป็นอย่างไร!!?

ที่จริงแล้วพุทธองค์สอนให้สาวกพูดแสดงธรรมที่รู้ได้ด้วยตนเองที่เรียกว่าปัจจัตตังให้ผู้อื่นฟังโดยไม่ต้องอ้างคำตถาคตเป็นคุณวิเศษในพุทธศาสนาที่ไม่มีในคำสอนของศาสนาอื่นๆ ที่ต้องอ้างคำสอนของศาสดาหรือโองการของพระเจ้าเสมอ เป็นเรื่องจริงในสมัยพุทธกาลหลังจากภิกษุแสดงธรรมแล้วมักจะให้โยมไปถามพระศาสดาว่า ท่านเทศนาถูกต้องมั้ยและพุทธองค์มักจะตอบว่าเป็นตถาคตๆก้อจะแสดงธรรมแบบนั้นเหมือนกัน

ปฐมฌานนั้นจะขึ้นด้วยการเจริญสติด้วยรูป จนได้สมาธิมีรูปเป็นอารมณ์
สมาธิคือมีอารมณ์เดียวถ้าเป็นอานาปานสติ สติเติบโตจนเป็นสมาธิจะมีความสงบเกิดขึ้นตรงนี้แต่ยังไม่เป็นฌานแม้จะมีลมหายเป็นอารมณ์เดียวอยู่ก้อจริง
ในประสบการณ์จะมีลมหายใจเป็นอารมณ์เดียวไปสักพักหนึ่งมีระดับความแรงของลมหายสมำ่เสมอจนมาถึงตอนผัสสะดับจึงจะขึ้นปฐมฌาน เป็นปัจจัตตังของปฐมฌานคือผัสสะดับ มันดับอย่างไร!?
อาการผัสสะดับก้อคือผู้สังเกตุ(ผัสสะ)กับลมหายใจ(ถูกผัสสะ)รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน(ผัสสะหายไป) ใครมาถึงจุดนี้ต้องพิศวงมหัศจรรย์ทุกคน เมื่อจิตกับลมหายใจรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ลมหายใจกลายมาเป็นกายของเราแทนที่กายหยาบทันที คือมีความรู้สึกตัวอยู่ที่ลมหายใจเกือบ80%คงเหลือความรู้สึกตัวไว้ที่กายเนื้อเพียงสัก20%เท่านั้นเห็นจะได้
ตอนนี้ล่ะพูดได้เต็มปากเห็นกายในกายแล้วจริงๆ คราวนี้เมื่อลมหายใจละเอียดจะเกิดความสุขที่ไม่มีผัสสะเกิดขึ้นและเมื่อลมหยาบความสุขที่ไม่มีผัสสะก้อลดลงคือมีลมหายใจเป็นกายจริงๆไปแล้วส่วนกายเนื้อนั้นมีแค่สังเกตุเห็นเท่านั้นและความคิดยังมีอยู่ ถ้าลมหายใจละเอียดมากขึ้นสุขปิติก้อจะมากขึ้นตามไปด้วย

จนความคิดดับลงเรียกว่าวิตกดับไปพร้อมคำบริกรรมพุทโธคือวิจารย์ก้อดับลงนี่คือฌานสองปิติที่ไม่มีเวทนาเพราะผัสสะดับไปตั้งแต่ปฐมฌานแล้ว เรียกว่าปิติสัญญาคือมีปิติเป็นสมาธิเป็นอารมณ์นั่นเอง ฌานสองนี้ปิติเป็นเจ้าเรือนจะเด่นมากอารมย์อื่นเอกคตาจะเป็นรองลมหายใจก้อเบามาก

พอขึ้นฌานสามอารมณ์เอกคตาจะเด่นมากข่มทุกอารมณ์อารมณ์ปิติดับไป ส่วนอารมณ์ว่างนั้นมีอยู่แผ่วเบาและลมหายใจก้อเบามากฌานสามนี้สามารถละปิติได้แล้ว พอขึ้นฌานสี่อารมอุเบกขา(ว่าง)เรียกว่าอุเบกขาสัญญาจะเด่นมากและอารมณ์เอกคตาก้อดับไปลมหายใจเบามากแทบจะจับลมหายใจไม่ได้เลย..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่