Chef’s Table ในแบบ INCONTRO โดย เชฟดอล์ฟ


ตอนแรกตั้งใจจะเขียนกระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิว CR เพียงแต่ว่า หัวหน้าคณะกินของผมไม่ยอมเก็บเงิน คราวนี้เขียนอย่างไรดี
แน่นอนไม่ใช่กระทู้ SR เพราะมีการจ่ายเงินปกติให้เชฟดอล์ฟ แต่จะเขียนกระทู้ CR ไม่ได้อีก เพราะไม่รู้ยอดต่อหัว
เลยเอาเป็นกระทู้พูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ก็แล้วกันครับ ลูกพี่ผมแกเล่นพูดคำเดียว ไม่ได้กินข้าวกันนานละ มื้อนี้พี่จัดการเอง
มื้อนี้ก็สมาชิกหลักมาจากสวนกุหลาบกันเหมือนเดิม เพียงแต่ต่างรุ่นกันหน่อย ซึ่งบางคนก็คุ้นเคย บางคนผมก็เพิ่งเจอครั้งแรก
เพราะไล่รุ่นกันไม่ทัน บางคนคุ้นเคยเจอกันเรื่อยๆ แต่ชีวิตจริงเข้าเรียนกันไม่ทันรุ่น
วันนี้รุ่นใหญ่สุดก็ ตอนผมเข้า ม.1 แกไปมหาลัยปี 1 แล้ว ไม่ทันครับ

คราวนี้มากิน Chef’s Table ของเชฟดอล์ฟ สำหรับผมน่าจะรอบที่ 6หรือ7 แล้วครับ เป็น Chef’s Table ที่ผมทานบ่อยสุด
ด้วยบรรยากาศแบบกันเองมากๆ แต่งตัวตามสบาย พูดคุยกันถูกคอ รสชาติอาหารถูกใจ ยังไม่เคยมีจานไหนที่ไม่ชอบ
มีแค่ว๊าว กับอร่อย เฉยๆยังไม่เจอ ซึ่ง Chef’s Table อื่น..ไม่ใช่ไม่อร่อยนะครับ เพียงแต่บางจานเชฟกับเราสื่อสารกันไม่เข้าใจ
เราก็อาจไม่ถูกปาก ซึ่งก็เป็นไปได้ หรือบางโต๊ะ อร่อยครับ แต่บรรยากาศมันทางการไปหน่อย มื้อแบบนี้ผมอยากชิลๆมากกว่าครับ

เชฟดอล์ฟ คือ ใคร?
จะเรียกแกว่า Chef Celeb ก็ไม่เชิง เชฟร้านดังก็ไม่แน่ใจ คือ ผมก็ไม่เคยถามประวัติแกแบบจริงจัง
ผมเห็นพี่ดอล์ฟครั้งแรกจากรายการ เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย เชฟอาหารจีน
แกเป็นเชฟผู้ช่วยของ เชฟชัยเทพ ที่เคยเป็นผู้บริหารห้องอาหารจีน เมย์ฟลาวเวอร์ โรงแรมดุสิตธานี ต่อมาแกก็ออกมาทำร้าน ลี คิทเช่น
ซึ่งเชฟชัยเทพ ก็เป็นเชฟระดับตำนานของอาหารจีนในเมืองไทยมาหลายสิบปี

ต่อมาก็มาเจอพี่ดอล์ฟทำรายการตัวเองที่ช่อง NOW26 รายการ”อร่อยเหาะ” ซึ่งผมติดตามดูหลายที
เวลาแกทำอาหารก็เป็นแนวปรับวัตถุดิบตามใจ หรือตามเท่าที่จะเอื้ออำนวยหาได้ แต่ยังคงรสเดิมให้ได้มากที่สุด
เช่น เทปจ่ายตลาดที่โมซัมบิค(มั้ง) อันนี้แปลกตามาก หาวัตถุดิบพื้นถิ่น มาประกอบและสอนให้ทำอาหารไทย

เรามาเข้าตัวเนื้อหาการรับประทานมื้อนี้กันดีกว่า 
รอบนี้เราเลือกเนื้อวัวจากฟาร์มที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย Westholme Queensland Australia 
เป็นเนื้อที่ผสมกันระหว่างวัวดำทาชิม่า(Tajima) วัวแองกัสดำ (Black Angus) ผ่านมาตรฐาน MSA เลี้ยงแบบธรรมชาติ
ปราศจากสารเร่งโต ด้วยธัญพืช เช่น ข้าวฟ่าง ข้าวโพด บาเล่ย์ ถั่วและงา จึงได้เนื้อที่มีรสนุ่มละมุนไม่แรง
จับคู่กับไวน์ Clinet Pomerol 2011 และ Roku Gin ที่หอมยูซุและซากุระอย่างโดดเด่น
โดยเวลาที่ใช้ในการทานรอบนี้ ตั้งแต่ 12.00 น. – 21.00 น. ยาวๆกันไป


จานเรียกน้ำย่อย มี 3 จาน
1 ไขกระดูกวัวเสริฟพร้อมขนมปัง ไขกระดูกวัวปรุงรสพองามอบให้สุกหอมแล้วเผาไฟซ้ำเพื่อดันความหอม 
รสนุ่มฉ่ำเนียน เค็มนิดๆมันๆ ปลุกกระเพาะให้ตื่นได้ดี


2 (ลืมถ่ายรูป) ปูม้ามายองเนสเสริฟพร้อมขนมปัง เนื้อปูม้าในมายองเนสสดที่หอมมาก เปรี้ยวนุ่มๆหวานบางๆ 
เน้นสดชื่นมากๆ ได้กลิ่นส้มบางๆ

3 ปีกไก่ทอดน้ำจิ้มลูกชิ้น ปีกไก่ทอดกรอบแล้วผัดเคลือบด้วยรสเปรี้ยวหวานเผ็ดแบบน้ำจิ้มลูกชิ้น 
โดยรสมะขามเด่นขับรสแนวสดชื่น ถือเป็นจานเปิดที่เรียกน้ำย่อยได้ดีมาก เพื่อเตรียมการเริ่มต้นมื้ออาหาร

จานก่อนจานหลัก – เล่าปี่ เมนูลึกลับหาทานยาก 
เป็นตำรับพระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ พ.ศ. 2505
ซึ่งเชฟดอล์ฟโชคดีได้ตำรับมาจาก "ตำราอาหารชุดพิเศษสุด ของกลุ่มนักข่าวหญิง" เป็นเมนูที่พิสดารมากสำหรับผม
เซี่ยงจี๊กรึบไร้กลิ่นกวนใจ น้ำเกรวี่รสนัวมาจากน้ำในตัวเซี่ยงจี๊เอง เฟรนช์ฟรายทอดที่ดูไม่น่าจะเข้ากัน
กลับให้รสสัมผัสที่แตกต่าง แต่ก็ลงตัว เป็นเมนูที่ทำให้นึกถึงอาหารแคนนาเดียน ชื่อ ปูติน (Poutine)

จานหลัก – Tomahawk+Picanha โดย Tomahawk เป็นส่วนที่อยู่ในช่วงของซี่โครงที่ใหญ่ที่สุดของวัว 
ที่มาครบทั้งเนื้อ ไขมัน เอ็นติดซี่โครง ซีกเดียวได้ครบเครื่อง ส่วน Picanha จะเป็นเนื้อส่วนหลังด้านบนแถวสะโพก 
อาจจะไม่นุ่มมาก มีอะไรให้เคี้ยวพอสมควร แต่เป็นส่วนที่กลิ่นเด่นชัดส่วนนึงเลย


จานหลัก – Rump เป็นเนื้อที่อยู่ส่วนหลังก่อนจะถึงหางวัว นำมานวดด้วยเนย ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไท แล้วขยำส้มลงให้ทั่ว 
นำไปจี่ไฟ ผิวแก่ไฟสวย เนื้อนุ่มฉ่ำ รสปรุงน้อยมาก มันดูเรียบง่ายแต่จบจริงๆ สมบูรณ์แบบเลย ไม่รู้จะเริ่มติที่ไหนดี

จานหลัก – ข้าวอบมันเนื้อกับลิ้นวัวตุ๋น ข้าวหุงแบบข้าวมันไก่แต่ใช้มันวัว รสนวลๆ มีโน้ตซีอิ้ว รากผักชี ขิง กระเทียม คลอมาเบาๆ 
ทานกับลิ้นวัวตุ๋นที่ใครชอบแบบไหนก็เลือกส่วนเอา ชอบหนึบๆก็เอาโคน ชอบนุ่มๆก็ช่วงปลาย ตุ๋นได้นุ่มแทบละลายในปาก 
ปรุงแบบกวางตุ้งรสจะไม่ดุไม่โหดแบบไหหลำ ข้นหนืดพอสวยงามเคลือบทุกส่วนไม่เยิ้มเหนียว หอมน้ำมันงาพอชิลๆ 
ทานแกล้มพริกเผาจากร้านยี่สับหลก ได้มิติที่เพิ่มขึ้นไม่น่าเบื่อ

จานกับข้าว - กุ้งลายขาวทอดเกลือ กุ้งลายขาวตัวใหญ่กำลังสวย สดเด้งแน่นแข็งปั๋ง ทอดปรุงเกลือซอสเพิ่มไข่เค็ม 
มันก็แนวกุ้งทอดเกลือแบบกุ่ยหมง แต่ข้น เข็ม หอมมันกว่า หมอความดันและไขมันของผมไม่ถูกใจสิ่งนี้แน่นอน แต่คนไข้ถูกใจ

จานกับข้าว – ปูม้านึ่ง ปูม้าสดใหญ่ไข่ตูมๆคัดไซส์นึ่งพอดีๆ ของดีไม่ต้องทำอะไรเยอะ 
เสริฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสโคตรแซ่บ เผ็ด เปรี้ยว หวาน หอมมะนาวและน่าจะมีน้ำกระเทียมดองหน่อยๆ แค่นี้จบเลยครับ

จานซุป – ซุปหางวัว เป็นซุปหางวัวที่ใช้วิธีคิดแบบซุปมุสลิม แต่ปรุงรสแบบลูกผสมมุสลิมกวางตุ้ง ไม่จัดขนาดนั้น ซุปรสนุ่ม 
แต่ก็สดชื่นจากพริก มะนาว ผักชี ส่วนตัวหางตุ๋นได้นุ่มพอดี ไม่ถึงกับเปื่อยร่อน แต่ก็ไม่หนืดฟัน

จานทานเพลินๆ – กุ้งลายขาวแช่น้ำปลา..ร้า กุ้งลายขาวตัวใหญ่กำลังสวย สดเด้งแน่นแข็งปั๋ง ทำแบบกุ้งแช่น้ำปลา 
แต่เพิ่มน้ำปลาร้า และปรุงรสแบบลาบ เป็นจานที่ช็อคอีกจาน คือ รสมันซับซ้อนมาก เค็มนัว เผ็ดปะแล่มๆ 
เปรี้ยวนุ่ม หอมข้าวคั่วและหอมแดง


เศษมันเหลือจากสเต๊ก เอามาจี่ไฟให้รัดตัวกรอบหอม ทานกันเพลินๆ แกล้มเครื่องดื่มกันไป


เนื่องจากมื้อนี้มีเด็กๆมาด้วย แกกลัวเด็กๆไม่ถูกปาก เพราะมีแต่อาหารผู้ใหญ่ พ่อๆลุงๆอาๆ ทานกัน
เลยให้เด็กๆรีเควสเพิ่ม สรุปเด็กๆอยากทานคาโบนาร่า พี่ดอล์ฟเลยจัดจานพิเศษให้เด็กๆไปสองจาน อันนี้นอกเหนือจากแพลนที่วางไว้
จานนี้ผมไม่ได้ลองทานนะครับ ของหลานๆ


จานสลบ – ข้าวราดกะเพราเนื้อ+ไข่เป็ดไล่ทุ่งดาว เพื่อใครยังไม่สลบ เชฟจัดให้ เนื้อส่วนที่เหลือจากการตัดแต่ง 
สไลด์บางผัดกะเพราจี๊ดจ๊าด จะได้จบๆกันไป เอาให้หมอบ ไม่สลบอย่าเรียกเชฟดอล์ฟ เอาให้ร้องขอชีวิต กลับบ้านนอนกรดไหลย้อนกันไป
เพราะมื้อนี้เราไม่เอาของหวานครับ ไม่ใช่ทาง พี่ดอล์ฟก็เตรียมผลไม้หลากหลายให้บรรดาสาวๆ กับเด็กๆ


ส่วนท่านไหนสนใจประสบการณ์ Chef’s Table – Incontrol by Chef Dolf ก็กดหาในกูเกิ้ลได้ครับ
มีลายแทงอยู่ ต้องพูดคุยก่อนนัดรอบนะครับ สไตล์อาหาร จำนวนคน ราคา ก็คุยกันได้เลยครับ

ติดตามมินิรีวิว และรูปอาหารอื่นๆที่ไม่ได้ลงในพันทิป เพราะขี้เกียจหรืออะไรก็ตามแต่ได้ทาง
https://www.facebook.com/gazzareview/
https://instagram.com/gazzataste/
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่