หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว Mix Mart ร้านยากินิคุ-ชาบูในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ต มีวัตถุดิบทุกอย่างให้เลือกครบจบในร้านเดียว !
กระทู้รีวิว
อาหารคาว
อาหารญี่ปุ่น
ชาบู/สุกี้ยากี้
อาหารปิ้งย่าง
ร้านอาหาร
หลายคนคงจะคุ้นกับร้านปิ้งย่าง-ชาบูแบบ A La Carte ไม่ก็บุฟเฟ่ต์ที่ปัจจุบันเปิดกันเยอะมากๆ แต่วันนี้ผมจะพาทุกคนมารีวิวร้านที่มีแนวคิดใหม่ไม่เหมือนใคร ถ้าให้นิยามสั้นๆนั่นคือ "ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่รวบรวมวัตถุดิบอุปกรณ์สำหรับทานปิ้งย่าง-ชาบูแบบครบวงจร" แค่ชื่อร้านก็งงแล้วนั่นคือ "Mix Mart" ฟังดูไม่น่าใช่ร้านอาหารเลยตอนรุ่นน้องผมชวนไปทานด้วยกัน โดนหลอกล่อด้วยเนื้อ Kagoshima Wagyu A5 ราคาขีดละ 490 บาท !! (ถูกกว่าร้าน ดองกี้ซะอีก)เลยตัดสินใจว่าจะมาทานร้านนี้ด้วยอย่างไม่ลังเลใดๆทั้งสิ้น สถานที่ตั้งอยู่บนถนนบางแวกใกล้ๆกับพุทธมณฑลสาย 2 มองป้ายริมถนนแว็บแรกนึกว่าร้านขายเนื้อวัวต้องมองดีๆหน่อยถึงจะเห็นคำว่า Yakiniku & Shabu รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเป็นบ้านธรรมดาๆนำมาเปิดเป็นร้านอาหารแต่ก็พอมีที่จอดรถให้จอดได้ประมาณ 8-9 คัน ซึ่งเราได้จองที่นั่งมาก่อนแล้วเพราะภายในร้านมีโต๊ะน้อยมากๆ(รุ่นน้องผมจัดการให้เรียบร้อย) อยากรู้เหมือนกันว่าที่นี่เขามีแนวคิดที่แปลกแตกต่างจากร้านอื่นยังไงบ้าง เดี๋ยวเข้าเราไปทำความเข้าใจด้านในร้านกันทีละส่วนกันเลยครับ
เปิดประตูเข้ามา "นี่มันร้านขายของชำไม่ใช่ร้านอาหาร" เหมือนถูกพามาผิดร้านแต่นี่แหละคือร้านอาหารโดยวิธีการเริ่มสนุกกับแนวคิดของที่นี่คือ คุณสามารถหยิบของทุกๆอย่างจากร้านนี้ตรงจุดไหนก็ได้แล้วค่อยมาคิดเงินทีหลัง ไม่ว่าจะเป็นของสด-ของแห้ง-เครื่องดื่ม-ขนม-ของเล่นเด็ก โดยผลิตภัณฑ์ที่ทางร้านคัดนำมาขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นของนำเข้าไม่มีขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆหรือหายากมากจนต้องมาซื้อที่นี่ หากใครเป็นสายปิ้งย่าง-ชาบูกำลังจะหาซื้อเตาหรืออุปกรณ์อื่นๆก็มีให้เลือกครบวงจร เรียกได้ว่ามาถึงร้านนี้แล้วสามารถซื้อของสดต่างๆทานที่ร้านหรือแบกกลับไปปาร์ตี้กับคนที่บ้านได้เลย ส่วนของสดต่างๆภายในร้านจะดีงามขนาดไหนเดี๋ยวเราไปเปิดที่ตู้เย็นพร้อมกันครับ
เริ่มจากโซนของสดแรกเป็นเส้นมาม่าเกาหลีโดยที่แต่ละรูปแบบมีราคาติดเอาไว้หยิบได้ตามใจ เปิดตู้เย็นออกมาก็พบกับเนื้อวัวคุณภาพระดับพรีเมี่ยมทั้งเนื้อออสเตรเลียริปอาย/คาโกชิม่าวากิวริปอาย A5/เนื้อสันในออสเตรเลีย/เนื้อไทยพรีเมี่ยม/เนื้อโคขุนหลากหลายส่วนไปจนถึงเนื้อวัวธรรมดา ทุกอย่างถูกชั่งและแพ็คไว้เรียบร้อยแล้วมีราคาที่พิมพ์เป็นบาร์โค้ดติดไว้ทุกชิ้นหยิบตามงบในกระเป๋า ตู้ต่อมามีไข่หวานเสียบไม้ย่าง/ปลาหมึกแดดเดียว/หมูมีส่วนสันนอก-สันคอและสามชั้นแบ่งออกไปอีก 2 เกรดคือคุโรบูตะและหมูปล่อยเลี้ยงทุ่ง ตู้ถัดไปเป็นของสดนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งหอยเชลล์ฮอกไกโด/ปลาไหลญี่ปุ่น/ปลาไข่/ชีส/ข้าวโพดคลุกเนย/ยำสาหร่ายผสมหูฉลาม/คานิมิโสะ/ไก่ย่างเทริยากิ/หนังไก่เสียบไม้/ไก่ย่างผสมต้นหอมญี่ปุ่น/เนื้อไก่ย่างเสียบไม้/เกี๊ยวซ่า/กิมจิ/ลิ้นหมูสไลด์/กระดูกอ่อนไก่เสียบไม้ นอกจากนี้ยังมีอูด้ง/ไข่ไก่/เนย/วาซาบิ/เต้าหู้ไข่ส่วนของหวานมีไอศครีมโมจิหลากหลายรสชาติหยิบเองได้เลยจ้า
ตู้ถัดมาเป็นวัตถุดิบตักเองแบบชั่งกิโลคล้ายๆกับเราไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ทุกถาดมีราคาไม่เท่ากัน โดยมีสติกเกอร์กำกับสีเพื่อบ่งบอกราคาของแต่ละถาดคล้ายๆกับร้านซูชิจานหมุน โดยมีให้ตักทั้งลูกชิ้น/ปูอัด/ไส้กรอก/ตับ/หมู-ไก่หมัก/เบคอน/อาหารทะเล ราคาเริ่มต้นขีดละ 19 บาท แพงสุดคือกุ้งลายเสือตัวยักษ์ขีดละ 189 บาท ก็ถือว่าราคาสมเหตุผลดี นอกจากนี้ยังมีเตาให้ยืมไปทานที่บ้านได้ด้วยเงื่อนไขเป็นอย่างไรสอบถามทางร้านเองนะครับ
นอกจากเนื้อสัตว์แล้วก็ยังมีผักสดถูกแยกราคาแบบเดียวกันมีราคาขีดละ 19 บาท/29 บาท/แพงสุดขีดละ 59 บาท (ผักบัตเตอร์เฮด) ที่ร้านบอกว่าเป็นผักออแกนิกส์ถูกตัดแต่งแล้วจึงมีราคาสูงเป็นพิเศษ เมื่อดูครบรอบร้านก็ได้เวลาหยิบตักของสดต่างๆที่จะทาน เนื้อเป็นแพ็คสามารถหยิบไปที่แคชเชียร์ให้พนักงานคีย์ใส่ระบบแล้วก็นำไปใส่จานทันที ส่วนเนื้อที่ต้องช่างน้ำหนักเราต้องแยกจานตามสีสติกเกอร์ที่ร้านกำหนด เมื่อชั่งแล้วจะถูกคำนวณราคาออกมาเป็นบาร์โค๊ดที่แคชเชียร์สามารถบันทึกเข้าระบบได้ทันที ส่วนใครขี้เกียจเดินเลือกไป-มาก็สามารถสั่งได้จากใบเมนู 2 หน้าของทางร้านมีของสดครบทุกๆอย่างไม่ต้องเดินก้มหาให้เมื่อย เดี๋ยวน้องพนักงานเดินจัดเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะเลยครับ
เมื่อเดินเลือกของทุกอย่างเสร็จแล้วก็รออาหารสดมาเสิร์ฟที่โต๊ะ โดยที่นั่งร้านนี้มีเพียงแค่ 5 โต๊ะเท่านั้น สำหรับปิ้งย่าง 4 ที่ชาบูอย่างเดียวอีก 1 ที่ ตรงผนังของร้านมีวิธีการปรุงน้ำซุปชาบูและน้ำจิ้มให้เลือกทานถึง 8 สูตร แต่จุดที่น่าตกใจกว่าคือเครื่องปรุงเยอะมากทั้งกระเทียมสด/พริกสด/ต้นหอม/โคชูจัง/เกลือสมุทร/เกลือชมพู/พริกไทย 3 สี/พริกไทยดำ/พริกไทยขาว/เกลือดำ/น้ำมะนาวและยังมีพริกไทยเขมรอีกด้วย พร้อมกับมีปุ่มกดเรียกพนักงานที่โต๊ะ (เพราะเป็นห้องแบบปิด) โดยวันนี้เราสั่งเป็นปิ้งย่างและชาบูทางร้านมีเตาอินดักชั่นพร้อมหม้อชาบูให้บริการ ส่วนน้ำซุปชาบูที่ร้านมีให้เลือกทั้งหมด 5 สูตรคือต้มยำ/ชาบูน้ำดำ/เย็นตาโฟ/น้ำใสและทงคัตสึ เราสามารถเลือกได้ 2 ช่องฟรีเฉพาะทานที่ร้านเท่านั้น ! ปกติน้ำซุปเข้มข้นราคาขวดละ 29 บาท ใครมีปาร์ตี้ชาบูที่บ้านแล้วขี้เกียจปรุงน้ำซุปเองก็ซื้อกลับไปผสมกับน้ำเปล่า 1 ลิตรได้เลย รออาหารมาเสิร์ฟให้ครบถ้วนพร้อมเปิดเตาย่างเตรียมตัวลุยแล้วครับผม
เมนูแรกเนื้อวัว "Kagosima Wagyu Ribeye A5" ขนาด 208 กรัม ราคา 1020 บาท ถือว่าราคาถูกเพราะผมเคยไปทานที่ดองกี้ขีดละ 600 กว่าบาท แต่ชิ้นนี้ราคาขีดละ 490 บาทเท่านั้น ! โดยวิธีการทานทางร้านแนะนำให้เราเปิดเตาย่างระดับร้อนที่สุด (เตาของที่นี่ถึงจะเป็นไฟฟ้าแต่นำเข้าจากเกาหลีไฟแรงสะใจสุดๆ) โรยด้วยเกลือสมุทรกับพริกไทยดำเล็กน้อยแล้วนำย่างให้เนื้อเปลี่ยนสีโดยการพลิกเพียงแค่ครั้งเดียว จะเอาเข้าปากเลยหรือทานคู่กับน้ำจิ้มยากินิคุรสหวานเค็มหอมโชยุใส่พริกสด/กระเทียมสดและน้ำมะนาวเล็กน้อยก็อร่อยนุ่ม/ไขมันฉ่ำแต่สดชื่น/มีกลิ่นหอมของเนื้อสุดผู้ดีตามแบบฉบับญี่ปุ่นดีงามสุดๆ ถาดต่อมาเป็น"เนื้อไทยพรีเมี่ยมสไลด์"ที่ร้านไม่ได้บอกว่าเป็นส่วนไหน (แค่เห็นว่าลายไขมันเนื้อสวยดีเลยหยิบมาด้วย) ขนาด 120 กรัม ราคา 200 บาท ย่างด้วยไฟแรงแบบเดียวกับเนื้อชิ้นแรกให้พอสุก รสชาติของเนื้อนี้ไม่ค่อยมีกลิ่นหอมของเนื้อหรือไขมันวัวและนุ่มจนเกือบเหมือนเนื้อหมักนุ่ม แต่ยังมีสัมผัสของความเป็นเนื้อวัวอยู่เล็กน้อย ถ้าจิ้มกับยากินิคุส่วนตัวว่าไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่เพราะกลิ่นเนื้อบางมาก แต่นำไปจิ้มกับซอสจิ้มแจ่วอีสานรสหวานเค็มหอมกลิ่นข้าวคั่วและสมุนไพรแบบไทยนี่เข้ากันได้แบบสุดๆเลยครับผม
มาร้านเนื้อย่างแต่หยิบปลาไหลย่างนี่คิดอะไรอยู่ ? ตอนแรกที่รุ่นน้องผมหยิบมาก็คิดแบบนั้นแต่พอมาย่างบนใบโฮบะดีๆแล้วนี่มัน.... ไม่กินจะเสียดายมากๆกับเมนู "ปลาไหลใบโฮบะ" ตัวใหญ่ขนาดนี้ 450 บาทเอง ถือว่าถูกมากเพราะไซส์นี้ถ้าร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นต้อง 600-900 บาท อย่างแน่นอน ความช่างคิดของที่ร้านนี้คือเอาปลาไหลญี่ปุ่นวางบนใบไม้แล้วค่อยๆย่างไฟกลางทำให้ไขมันส่วนเกินของปลาไหลออกไป ตัวเนื้อไม่ไหม้และยังคงความชุ่มชื้นนุ่มฟูเอาไว้อยู่ ปลาไหลเนื้อนุ่มฟูฉ่ำซอสรสหวานเค็มกลมกล่อมสั่งมาทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆถูกกว่าภัตตาคารญี่ปุ่นแน่นอนครับ (ทานข้าวได้สัก 2-3 ถ้วยเพราะเข้มข้นมากๆ) เมนูพรีเมี่ยมถัดมาเป็นหอยเชลล์ฮอกไกโด 1 แพ็คบรรจุ 2 ตัวราคาแค่ 169 บาท ตกแค่ตัวละ 85 บาทเองถือว่าถูกมาก เพราะถ้าเทียบกับหอยนางรมสดไทยตัวละ 80-90 บาท แต่นี่แค่ 85 บาทได้ทานหอยเชลล์นำเข้าคุณภาพดีแถมย่างแล้วเนื้อไม่หด ด้านนอกๆตรงขอบที่เป็นเอ็นมีความกรุบกรอบส่วนเนื้อด้านในหวานฉ่ำมีกลิ่นหอมของเนื้อหอยเชลล์คล้ายกับหอยเชลล์ตากแห้งบางๆ จะย่างกับเนยแล้วโรยเกลือทานเลยก็อร่อยหรือจะจิ้มกับน้ำจิ้มที่มีให้เลือกถึง 8 สูตรคือ น้ำจิ้มยากินิคุ/น้ำจิ้มสุกี้โบราณ(อันนี้หอมกลิ่นข่าสดชื่นอร่อยมาก)/น้ำจิ้มงา(เป็นงาปั่นรสหวานมันหอมกลิ่นคั่วอ่อนๆ)/น้ำจิ้มซีฟู๊ด(เปรี้ยว-เผ็ดจี๊ดจ๊าดพริดสดและกระเทียมถึงใจ)/น้ำจิ้มพอนสึ(รสเค็ม-เปรี้ยวอมหวานนิดๆหอมกลิ่นคอมบุบางๆ)/น้ำจิ้มสุกี้สูตรกวางตุ้ง(รสหวานๆมีกลิ่นน้ำมันงากลมกล่อมไม่ฉุนจนเกินไป)/น้ำจิ้มแจ่วและน้ำจิ้มหมูกระทะ(หอมกลิ่นพริก-กระเทียมรสหวานอ่อนๆตัวน้ำจิ้มสัมผัสใสแต่รสชาติเข้มข้นแบบน้ำจิ้มหมูกระทะโบราณ) มีน้ำจิ้มเยอะเลือกเปลี่ยนรสชาติได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อครับ
****** เกิน 10,000 ตัวอักษร ขอรีวิวต่อในช่อง Comment นะครับ *****
ชื่อสินค้า:
Mix Mart
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
รีวิวร้าน Tadaima Shabu & Sushi Premium Buffet เสิร์ฟจัดเต็มกว่า 150 รายการ ราคาเริ่มต้นแค่ 499++บาท
ร้าน Tadaima (ทาไดมะ) สำหรับสายกินดุหรือสายบุฟเฟ่ต์ยุคแรกๆน่าจะคุ้นกับแบรนด์นี้สาขาแรกตรง MBK Center ชื่อเสียงไม่ค่อยดีเท่าไหร่และส่วนตัวก็เคยทานแล้วบอกได้เลยว่
Food Addicts
BufFeast Review :"Haru Kappo" บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟู้ดคอร์ท @Siam Discovery
สวัสดีท่านผู้อ่านอีกครั้งครับ ในวันนี้ผมก็ยังคงวนเวียนตามกินบุฟเฟ่ต์ที่มีแซลมอนรวมอยู่ในเมนูอย่างต่อเนื่อง สำหรับร้านที่ผมแวะมากินในครั้งนี้ มีชื่อว่า Haru Kapp
TheHeatBufFeast
BufFeast Review : "Haris" บุฟเฟ่ต์สไตล์ฮาลาล @เลี่ยงเมืองปากเกร็ด
สวัสดีทุกท่านอีกครั้งนะครับ วันนี้กระผม The Heat จะมารีวิวร้านบุฟเฟ่ต์แถวๆเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ถึงเส้นนี้ถ้าใครผ่านก็คงจะทราบกันดีว่า ร้านอาหารผุดงอกขึ้นมามากมาย
TheHeatBufFeast
BufFeast Review : รีวิว "Ma Gyu" ร้านปิ้งย่างเปิดใหม่แถวติวานนท์ @T10 Mall ติวานนท์
สวัสดีชาวก้นครัวทุกท่านอีกครั้งครับ หนก่อนผมไปรีวิวร้านชาบูสุดแพงมาแล้ว มาหนนี้จะลองย้อนมากินปิ้งย่างที่เปิดใหม่ที่ถนนติวานนท์กันหน่อย มีชื่อร้านว่า Ma Gyu แต่เ
TheHeatBufFeast
รีวิวร้าน Umeno Cafe บุฟเฟ่ต์อาหาร-ของหวานที่มีวัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นเต้าหู้ แต่รสชาติออกมาดีเกินคาด !
ร้าน Umeno Cafe เอาจริงๆ ตอนแรกไม่ได้เป็นร้านที่น่าสนใจเลยเพราะว่าเมนูหลายอย่างทำด้วยเต้าหู้เกือบทั้งหมด (ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ได้โปรดปรานเต้าหู้เท่าไหร่) แต่พอมา
Food Addicts
🍲😋ชอบกินสุกี้ใช่ไหม? ถ้าไม่อยากพัง ควรหยุดพฤติกรรมแบบนี้ก่อน ✋🏿
สุกี้... อาหารยอดนิยมที่หลายคนมองว่าเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพที่ดี เพราะภาพลักษณ์ของการเป็น "อาหารต้ม" ที่ดูสะอาดและเบา แต่รู้หรือไม่ว่า หากเราเลือกกินผ
อัมปาจุม
ตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาต่ำกว่า 300 บาท เปลี่ยนเกมจากยุคผู้นำรายเดียว สู่การแข่งขันของ 3 แบรนด์ใหญ่
ตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาต่ำกว่า 300 บาท เปลี่ยนเกมจากยุคผู้นำรายเดียว สู่การแข่งขันของ 3 แบรนด์ใหญ่ "สุกี้ตี๋น้อย-ลัคกี้ สุกี้-โบนัส สุกี้" ท่ามกลางโจทย์ใ
สมาชิกหมายเลข 6131294
ตลาดปิ้งย่างมีสะเทือน 'ตี๋น้อย' เปิดเกมใหม่ปั้น 'นายพรานหมูกระทะ'
KEY POINTSสุกี้ตี๋น้อยเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "นายพรานหมูกระทะ" เพื่อรุกตลาดหมูกระทะบุฟเฟต์ติดแอร์ สาขาแรกจะเปิดให้บริการในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่สาขาออ
parn 256
ผ่านมาสองเดือน เปิดร้านแบบ Ghost kitchen เล็กๆ ทำวันอาทิตย์วันเดียว ทำคนเดียวกับวัย 50 มนุษย์เงินเดือนแบบผม
ผ่านมาสองเดือนมา update ให้ดูครับ เคยทำไปกระทู้นึงแล้ว สำหรับการที่ผมเปิดร้านเล็กๆ คือจะเรียกว่าร้านไม่ได้ซะทีเดียว เพราะผมทำแบบเป็นแบบ Delivery เป็นรูปแบบ Ghos
fillerneck
🧡💜 ร้าน “พาเฟ่” (PAfé) ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายของ “พระองค์ภา” ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก 🙏🥰
PAfé ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายของ “องค์ภา” ใจกลางราชเทวี ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ย่านราชเทวี มีคาเฟ่หลังงามซ่อนตัวอยู่ในคฤหาสน์เก่าอันเงียบสงบ
สมาชิกหมายเลข 4962221
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารคาว
อาหารญี่ปุ่น
ชาบู/สุกี้ยากี้
อาหารปิ้งย่าง
ร้านอาหาร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 8
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว Mix Mart ร้านยากินิคุ-ชาบูในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ต มีวัตถุดิบทุกอย่างให้เลือกครบจบในร้านเดียว !
เปิดประตูเข้ามา "นี่มันร้านขายของชำไม่ใช่ร้านอาหาร" เหมือนถูกพามาผิดร้านแต่นี่แหละคือร้านอาหารโดยวิธีการเริ่มสนุกกับแนวคิดของที่นี่คือ คุณสามารถหยิบของทุกๆอย่างจากร้านนี้ตรงจุดไหนก็ได้แล้วค่อยมาคิดเงินทีหลัง ไม่ว่าจะเป็นของสด-ของแห้ง-เครื่องดื่ม-ขนม-ของเล่นเด็ก โดยผลิตภัณฑ์ที่ทางร้านคัดนำมาขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นของนำเข้าไม่มีขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆหรือหายากมากจนต้องมาซื้อที่นี่ หากใครเป็นสายปิ้งย่าง-ชาบูกำลังจะหาซื้อเตาหรืออุปกรณ์อื่นๆก็มีให้เลือกครบวงจร เรียกได้ว่ามาถึงร้านนี้แล้วสามารถซื้อของสดต่างๆทานที่ร้านหรือแบกกลับไปปาร์ตี้กับคนที่บ้านได้เลย ส่วนของสดต่างๆภายในร้านจะดีงามขนาดไหนเดี๋ยวเราไปเปิดที่ตู้เย็นพร้อมกันครับ
เริ่มจากโซนของสดแรกเป็นเส้นมาม่าเกาหลีโดยที่แต่ละรูปแบบมีราคาติดเอาไว้หยิบได้ตามใจ เปิดตู้เย็นออกมาก็พบกับเนื้อวัวคุณภาพระดับพรีเมี่ยมทั้งเนื้อออสเตรเลียริปอาย/คาโกชิม่าวากิวริปอาย A5/เนื้อสันในออสเตรเลีย/เนื้อไทยพรีเมี่ยม/เนื้อโคขุนหลากหลายส่วนไปจนถึงเนื้อวัวธรรมดา ทุกอย่างถูกชั่งและแพ็คไว้เรียบร้อยแล้วมีราคาที่พิมพ์เป็นบาร์โค้ดติดไว้ทุกชิ้นหยิบตามงบในกระเป๋า ตู้ต่อมามีไข่หวานเสียบไม้ย่าง/ปลาหมึกแดดเดียว/หมูมีส่วนสันนอก-สันคอและสามชั้นแบ่งออกไปอีก 2 เกรดคือคุโรบูตะและหมูปล่อยเลี้ยงทุ่ง ตู้ถัดไปเป็นของสดนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งหอยเชลล์ฮอกไกโด/ปลาไหลญี่ปุ่น/ปลาไข่/ชีส/ข้าวโพดคลุกเนย/ยำสาหร่ายผสมหูฉลาม/คานิมิโสะ/ไก่ย่างเทริยากิ/หนังไก่เสียบไม้/ไก่ย่างผสมต้นหอมญี่ปุ่น/เนื้อไก่ย่างเสียบไม้/เกี๊ยวซ่า/กิมจิ/ลิ้นหมูสไลด์/กระดูกอ่อนไก่เสียบไม้ นอกจากนี้ยังมีอูด้ง/ไข่ไก่/เนย/วาซาบิ/เต้าหู้ไข่ส่วนของหวานมีไอศครีมโมจิหลากหลายรสชาติหยิบเองได้เลยจ้า
ตู้ถัดมาเป็นวัตถุดิบตักเองแบบชั่งกิโลคล้ายๆกับเราไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ทุกถาดมีราคาไม่เท่ากัน โดยมีสติกเกอร์กำกับสีเพื่อบ่งบอกราคาของแต่ละถาดคล้ายๆกับร้านซูชิจานหมุน โดยมีให้ตักทั้งลูกชิ้น/ปูอัด/ไส้กรอก/ตับ/หมู-ไก่หมัก/เบคอน/อาหารทะเล ราคาเริ่มต้นขีดละ 19 บาท แพงสุดคือกุ้งลายเสือตัวยักษ์ขีดละ 189 บาท ก็ถือว่าราคาสมเหตุผลดี นอกจากนี้ยังมีเตาให้ยืมไปทานที่บ้านได้ด้วยเงื่อนไขเป็นอย่างไรสอบถามทางร้านเองนะครับ
นอกจากเนื้อสัตว์แล้วก็ยังมีผักสดถูกแยกราคาแบบเดียวกันมีราคาขีดละ 19 บาท/29 บาท/แพงสุดขีดละ 59 บาท (ผักบัตเตอร์เฮด) ที่ร้านบอกว่าเป็นผักออแกนิกส์ถูกตัดแต่งแล้วจึงมีราคาสูงเป็นพิเศษ เมื่อดูครบรอบร้านก็ได้เวลาหยิบตักของสดต่างๆที่จะทาน เนื้อเป็นแพ็คสามารถหยิบไปที่แคชเชียร์ให้พนักงานคีย์ใส่ระบบแล้วก็นำไปใส่จานทันที ส่วนเนื้อที่ต้องช่างน้ำหนักเราต้องแยกจานตามสีสติกเกอร์ที่ร้านกำหนด เมื่อชั่งแล้วจะถูกคำนวณราคาออกมาเป็นบาร์โค๊ดที่แคชเชียร์สามารถบันทึกเข้าระบบได้ทันที ส่วนใครขี้เกียจเดินเลือกไป-มาก็สามารถสั่งได้จากใบเมนู 2 หน้าของทางร้านมีของสดครบทุกๆอย่างไม่ต้องเดินก้มหาให้เมื่อย เดี๋ยวน้องพนักงานเดินจัดเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะเลยครับ
เมื่อเดินเลือกของทุกอย่างเสร็จแล้วก็รออาหารสดมาเสิร์ฟที่โต๊ะ โดยที่นั่งร้านนี้มีเพียงแค่ 5 โต๊ะเท่านั้น สำหรับปิ้งย่าง 4 ที่ชาบูอย่างเดียวอีก 1 ที่ ตรงผนังของร้านมีวิธีการปรุงน้ำซุปชาบูและน้ำจิ้มให้เลือกทานถึง 8 สูตร แต่จุดที่น่าตกใจกว่าคือเครื่องปรุงเยอะมากทั้งกระเทียมสด/พริกสด/ต้นหอม/โคชูจัง/เกลือสมุทร/เกลือชมพู/พริกไทย 3 สี/พริกไทยดำ/พริกไทยขาว/เกลือดำ/น้ำมะนาวและยังมีพริกไทยเขมรอีกด้วย พร้อมกับมีปุ่มกดเรียกพนักงานที่โต๊ะ (เพราะเป็นห้องแบบปิด) โดยวันนี้เราสั่งเป็นปิ้งย่างและชาบูทางร้านมีเตาอินดักชั่นพร้อมหม้อชาบูให้บริการ ส่วนน้ำซุปชาบูที่ร้านมีให้เลือกทั้งหมด 5 สูตรคือต้มยำ/ชาบูน้ำดำ/เย็นตาโฟ/น้ำใสและทงคัตสึ เราสามารถเลือกได้ 2 ช่องฟรีเฉพาะทานที่ร้านเท่านั้น ! ปกติน้ำซุปเข้มข้นราคาขวดละ 29 บาท ใครมีปาร์ตี้ชาบูที่บ้านแล้วขี้เกียจปรุงน้ำซุปเองก็ซื้อกลับไปผสมกับน้ำเปล่า 1 ลิตรได้เลย รออาหารมาเสิร์ฟให้ครบถ้วนพร้อมเปิดเตาย่างเตรียมตัวลุยแล้วครับผม
เมนูแรกเนื้อวัว "Kagosima Wagyu Ribeye A5" ขนาด 208 กรัม ราคา 1020 บาท ถือว่าราคาถูกเพราะผมเคยไปทานที่ดองกี้ขีดละ 600 กว่าบาท แต่ชิ้นนี้ราคาขีดละ 490 บาทเท่านั้น ! โดยวิธีการทานทางร้านแนะนำให้เราเปิดเตาย่างระดับร้อนที่สุด (เตาของที่นี่ถึงจะเป็นไฟฟ้าแต่นำเข้าจากเกาหลีไฟแรงสะใจสุดๆ) โรยด้วยเกลือสมุทรกับพริกไทยดำเล็กน้อยแล้วนำย่างให้เนื้อเปลี่ยนสีโดยการพลิกเพียงแค่ครั้งเดียว จะเอาเข้าปากเลยหรือทานคู่กับน้ำจิ้มยากินิคุรสหวานเค็มหอมโชยุใส่พริกสด/กระเทียมสดและน้ำมะนาวเล็กน้อยก็อร่อยนุ่ม/ไขมันฉ่ำแต่สดชื่น/มีกลิ่นหอมของเนื้อสุดผู้ดีตามแบบฉบับญี่ปุ่นดีงามสุดๆ ถาดต่อมาเป็น"เนื้อไทยพรีเมี่ยมสไลด์"ที่ร้านไม่ได้บอกว่าเป็นส่วนไหน (แค่เห็นว่าลายไขมันเนื้อสวยดีเลยหยิบมาด้วย) ขนาด 120 กรัม ราคา 200 บาท ย่างด้วยไฟแรงแบบเดียวกับเนื้อชิ้นแรกให้พอสุก รสชาติของเนื้อนี้ไม่ค่อยมีกลิ่นหอมของเนื้อหรือไขมันวัวและนุ่มจนเกือบเหมือนเนื้อหมักนุ่ม แต่ยังมีสัมผัสของความเป็นเนื้อวัวอยู่เล็กน้อย ถ้าจิ้มกับยากินิคุส่วนตัวว่าไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่เพราะกลิ่นเนื้อบางมาก แต่นำไปจิ้มกับซอสจิ้มแจ่วอีสานรสหวานเค็มหอมกลิ่นข้าวคั่วและสมุนไพรแบบไทยนี่เข้ากันได้แบบสุดๆเลยครับผม
มาร้านเนื้อย่างแต่หยิบปลาไหลย่างนี่คิดอะไรอยู่ ? ตอนแรกที่รุ่นน้องผมหยิบมาก็คิดแบบนั้นแต่พอมาย่างบนใบโฮบะดีๆแล้วนี่มัน.... ไม่กินจะเสียดายมากๆกับเมนู "ปลาไหลใบโฮบะ" ตัวใหญ่ขนาดนี้ 450 บาทเอง ถือว่าถูกมากเพราะไซส์นี้ถ้าร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นต้อง 600-900 บาท อย่างแน่นอน ความช่างคิดของที่ร้านนี้คือเอาปลาไหลญี่ปุ่นวางบนใบไม้แล้วค่อยๆย่างไฟกลางทำให้ไขมันส่วนเกินของปลาไหลออกไป ตัวเนื้อไม่ไหม้และยังคงความชุ่มชื้นนุ่มฟูเอาไว้อยู่ ปลาไหลเนื้อนุ่มฟูฉ่ำซอสรสหวานเค็มกลมกล่อมสั่งมาทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆถูกกว่าภัตตาคารญี่ปุ่นแน่นอนครับ (ทานข้าวได้สัก 2-3 ถ้วยเพราะเข้มข้นมากๆ) เมนูพรีเมี่ยมถัดมาเป็นหอยเชลล์ฮอกไกโด 1 แพ็คบรรจุ 2 ตัวราคาแค่ 169 บาท ตกแค่ตัวละ 85 บาทเองถือว่าถูกมาก เพราะถ้าเทียบกับหอยนางรมสดไทยตัวละ 80-90 บาท แต่นี่แค่ 85 บาทได้ทานหอยเชลล์นำเข้าคุณภาพดีแถมย่างแล้วเนื้อไม่หด ด้านนอกๆตรงขอบที่เป็นเอ็นมีความกรุบกรอบส่วนเนื้อด้านในหวานฉ่ำมีกลิ่นหอมของเนื้อหอยเชลล์คล้ายกับหอยเชลล์ตากแห้งบางๆ จะย่างกับเนยแล้วโรยเกลือทานเลยก็อร่อยหรือจะจิ้มกับน้ำจิ้มที่มีให้เลือกถึง 8 สูตรคือ น้ำจิ้มยากินิคุ/น้ำจิ้มสุกี้โบราณ(อันนี้หอมกลิ่นข่าสดชื่นอร่อยมาก)/น้ำจิ้มงา(เป็นงาปั่นรสหวานมันหอมกลิ่นคั่วอ่อนๆ)/น้ำจิ้มซีฟู๊ด(เปรี้ยว-เผ็ดจี๊ดจ๊าดพริดสดและกระเทียมถึงใจ)/น้ำจิ้มพอนสึ(รสเค็ม-เปรี้ยวอมหวานนิดๆหอมกลิ่นคอมบุบางๆ)/น้ำจิ้มสุกี้สูตรกวางตุ้ง(รสหวานๆมีกลิ่นน้ำมันงากลมกล่อมไม่ฉุนจนเกินไป)/น้ำจิ้มแจ่วและน้ำจิ้มหมูกระทะ(หอมกลิ่นพริก-กระเทียมรสหวานอ่อนๆตัวน้ำจิ้มสัมผัสใสแต่รสชาติเข้มข้นแบบน้ำจิ้มหมูกระทะโบราณ) มีน้ำจิ้มเยอะเลือกเปลี่ยนรสชาติได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น