แนะนำตัว
ผมเป็นช่างภาพ / ช่างวีดีโอมาเชียงใหม่บ่อยจนพบบางสิ่งที่สำคัญ จึงตัดสินใจย้ายมาที่นี่เมื่อไม่นานนี้ และเชฟจอมผู้ทำงานเป็นดั่งอาจารย์เชฟในบริษัทที่มีชื่อเสียงเรื่องอาหารการกิน เรารู้จักกันเพราะผมบริษัทนี้จ้างผมมาถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอในงานต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ และพวกเราก็เริ่มสร้างโปรเจ็คทำช่องทดลองนี้ขึ้นมา
เชฟจอมชอบท่องเที่ยว ชอบทำอาหาร ผมชอบถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอ และเดี๋ยวนี้ก็รู้สึกมีความสุขกับการกิน การทำอาหารที่ทำไม่ค่อยเป็นอยู่แล้ว
อยากให้ช่วยวิจารณ์ด้านการถ่ายทำ ความรู้สึกที่ได้ดู
เราวางแผน รวบรวมไอเดียออกมาเป็น 7 รายการ และนี่คือวีดีโอตัวแรกที่เราทำออกมา เป็นกึ่งพาเที่ยว เดินตลาด ใจจริงอยากให้ปิดด้วยการทำอาหารให้เห็น แต่ว่ามันยังไม่เวิร์คสำหรับช่วงทำอาหาร และเรื่องการเดินตลาดดูเหมือนมีประเด็นเล็ก ๆ ดูเรื่อย ๆ ไม่ถึงกับมีสาระอะไรนัก แต่มันดำเนินเรื่องยาวแล้ว ทำให้เอาส่วนอื่นมาลงต่อไม่ได้
ไม่ทราบว่าท่านที่ได้ดูวีดีโอจนจบ หรือดูไปไม่จบ รู้สึกอย่างไงกับรายการบ้าง เพราะตัวรายการไม่ได้มีประเด็นจ๋าเป็นข้อ ๆ ชัดเจนในระดับนั้น เราเน้นให้เชฟจอมไปพูดคุย สอบถาม และเล่าสิ่งที่เชฟจอมรู้สึกตรงนั้นเป็นหลัก
ข้อมูลการถ่าย
อุปกรณ์ที่ใช้
- Panasonic LUMIX #GH5
- Olympus 12-40 mm. F2.8
- Zoom F1 กับ SGH-6
ตั้งค่า GH5 เป็น v-log l Full HD ที่ 25 fps 10bit และ auto white balance ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ตามหลัก 180 องศา โดยที่ถือถ่ายด้วยมือทั้งหมด (handheld)
ตัดต่อ ทำสีด้วยโปรแกรม Premiere Pro
ลักษณะการถ่ายทำ
เรามีหัวข้อเรื่องเดียว คือ เราจะมาหาสะตอ และเราได้ข้อมูลนี้มาจากเพื่อนของเชฟจอมว่า กาดเมืองใหม่น่าจะมี ผมมาอยู่เชียงใหม่ไม่นาน ยังไม่รู้จักกาดนี้ (แต่ปัจจุบัน เวลาจะซื้อผัก ผลไม้ ผมจะมาที่นี่เป็นหลักถ้าไม่รีบร้อน)
จริง ๆ แนวคิดของรายการนี้คือ การให้เห็นประสบการณ์การหาวัตถุดิบ ได้มาซึ่งวัตถุดิบ จะหาจากธรรมชาติ ในตลาด แล้วมาปรุงจนเป็นอาหาร (ไม่เน้นการปรุง ไม่เน้นข้อมูลการปรุง)
ประสบการณ์จะมาจากเสียง ภาพ บรรยากาศ อารมณ์ความรู้สึกเล็ก ๆ เมื่อเราเริ่มเอ่ยปากคุยกับคนแปลกหน้าในตลาด
ซึ่งถามว่าผมว่างานนี้ออกมา ok แค่ไหน ก็ตอบว่า ได้มาประมาณ 38% เพราะผมต้องการควบคุมเสียงให้ดีกว่านี้ เพราะบรรยากาศผ่านเสียงนั้นสำคัญสำหรับผมมาก แต่ทุกส่วนของการถ่ายทำ มาจากผมคนเดียว ผมไม่สามารถหันไมค์หาแหล่งกำเนิดเสียงที่ต้องการได้ในทุกช๊อต ทำให้เสียงเหวี่ยงขึ้นลงบ้าง และสื่อถึงประสบการณ์ไม่ได้มากพอ และวิธีแก้เรื่องนี้สำหรับการทำงานคนเดียว ผมยังมองไม่ออก ว่าจะแก้ไขแบบ 100% ด้านเสียงได้อย่างไง
สำหรับงานภาพ ก็ยังต้องพัฒนา เพราะผมถ่าย insert มาไม่มากนัก เพราะด้วยเวลาด้วย การดำเนินงานที่เน้นความ real ทำให้ผมจะต้องเก็บภาพที่ตัวเชฟจอม และแม่ค้าเป็นหลัก และเมื่อว่างเพียงนิดเดียว ผมก็จะเก็บ insert มาเผื่อไว้ แต่เพราะเรื่องราวมันไม่มีสคริป เราจึงต้องคิดช๊อตสด ๆ ตอนนั้น แตกช๊อตตอนนั้น และมันไม่ค่อยเหลือสมาธิให้คิดหรอก เพราะผมต้องมองไปที่บรรยากาศตรงหน้าเป็นหลัก ซึ่งผมอาจจะมีสติ สมาธิ ประสบการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายิ่งถ่ายทำ งานคงพัฒนาขึ้น แต่ก็คงไม่มาก
ทั้ง 2 ย่อหน้า ทั้งภาพ และ insert การแก้ไขหลักน่าจะต้องพึ่งการร่างบทให้ชัดเจนมากขึ้น รู้ว่าจะต้องไปเจออะไร ก็อาจจะดี แต่ความ real มันคงหายไป ต้องเลือก และผมอยากได้ real แบบดูเพลิน ๆ เพราะรายการอื่นอีก 6 รายการมีการวางแผนหมด เพราะฉะนั้น การแก้ไขที่ผมเล็งไว้คือการเพิ่มทีมงาน และตอนนี้เราไม่ได้มีเงินอะไร ก็เลยไว้ก่อน อีกอย่างทีมงานไม่ควรเยอะ เพราะปฏิกิริยาคนทั่วไปมองเราจะเปลี่ยนไป ผมเสียดายความรู้สึกเล็ก ๆ น่ารักที่เขายิ้ม และคุยกับเชฟจอม
เรื่องการตัดต่อ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากนัก แม้ว่าการถ่ายงานไม่มีสคริป ไม่มีบทเลยแบบนี้ จะค่อนข้างน่าปวดหัว แต่ผมถ่ายมาบ่อยพอสมควร ก็เริ่มจะมีประสบการณ์ ถ่ายมาได้ครบพอ
สิ่งสำคัญคือ ผมอยากจัดการเรื่องสีให้ดีกว่านี้ แล้วโปรแกรมที่ใช้คือ Premiere Pro ซึ่งผมชินกับการตัดต่อที่โปรแกรมนี้ แต่ผมรู้สึกว่า เวลาผมทำสีวีดีโอด้วยโปรแกรม Davinci Resolve แล้วชินมือกว่า แต่อย่างไรก็ดี Davinci Resolve ที่ผมใช้เป็นตัวใช้งานฟรี มันรอบรับไฟล์จากกล้อง GH5 ถ้าผมเลือกถ่ายแบบ 10bit ก็ไม่เป็นไร ไว้ทริปหน้า ผมจะลองถ่ายด้วยกาตั้งค่าอื่น แล้วลองใช้ Davinci Resolve ตัดต่อบ้าง
ความรู้สึกของผมเอง
ผมดูเพลิน ๆ สำหรับวีดีโอตัวนี้ มันไม่ได้มีสาระที่ชัดเจน และเข้มข้นนัก ประเด็นมันโดนตีไปกว้าง และแกว่ง แต่มันก็ทำให้ไม่หนัก และไม่ดูเฉพาะเจาะจงเกินไป ซึ่ง ok เพียงแต่มันอาจจะดูหลวมไป และในแง่การเล่าเรื่องแล้ว มันเหมือนเป็นคนที่พูดมาก เล่าเรื่องที่ต้องการแต่ปล่อยตัวเองให้ไหลไปสู่สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
ไม่ทราบว่า พี่ ๆ น้อง ๆ และท่านอื่น ๆ คิดอย่างไงบ้าง แนะนำได้ครับ ทั้งในแง่ อารมณ์ ความรู้สึก ในแง่ทางวิชาการ และอื่น ๆ ผมจะเอาไปคิดทบทวนเสมอ เพื่อนำไปประยุกต์ หรือเตือนใจ ระวัง ถ้ามันเหมาะสมกับสิ่งที่ผมต้องการ
ถ้าท่านชอบ อยากติดตาม สนับสนุน ก็ช่วยแชร์ แสดงความเห็น และติดตามเพจด้วยเช่นกันนะครับ
https://www.facebook.com/yourdreamimage
กาดเมืองใหม่ ตลาดสด 24 ชั่วโมง กับเชฟจอมผู้อยากสะตอเมื่อมาเมืองเหนือ
แนะนำตัว
ผมเป็นช่างภาพ / ช่างวีดีโอมาเชียงใหม่บ่อยจนพบบางสิ่งที่สำคัญ จึงตัดสินใจย้ายมาที่นี่เมื่อไม่นานนี้ และเชฟจอมผู้ทำงานเป็นดั่งอาจารย์เชฟในบริษัทที่มีชื่อเสียงเรื่องอาหารการกิน เรารู้จักกันเพราะผมบริษัทนี้จ้างผมมาถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอในงานต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ และพวกเราก็เริ่มสร้างโปรเจ็คทำช่องทดลองนี้ขึ้นมา
เชฟจอมชอบท่องเที่ยว ชอบทำอาหาร ผมชอบถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอ และเดี๋ยวนี้ก็รู้สึกมีความสุขกับการกิน การทำอาหารที่ทำไม่ค่อยเป็นอยู่แล้ว
อยากให้ช่วยวิจารณ์ด้านการถ่ายทำ ความรู้สึกที่ได้ดู
เราวางแผน รวบรวมไอเดียออกมาเป็น 7 รายการ และนี่คือวีดีโอตัวแรกที่เราทำออกมา เป็นกึ่งพาเที่ยว เดินตลาด ใจจริงอยากให้ปิดด้วยการทำอาหารให้เห็น แต่ว่ามันยังไม่เวิร์คสำหรับช่วงทำอาหาร และเรื่องการเดินตลาดดูเหมือนมีประเด็นเล็ก ๆ ดูเรื่อย ๆ ไม่ถึงกับมีสาระอะไรนัก แต่มันดำเนินเรื่องยาวแล้ว ทำให้เอาส่วนอื่นมาลงต่อไม่ได้
ไม่ทราบว่าท่านที่ได้ดูวีดีโอจนจบ หรือดูไปไม่จบ รู้สึกอย่างไงกับรายการบ้าง เพราะตัวรายการไม่ได้มีประเด็นจ๋าเป็นข้อ ๆ ชัดเจนในระดับนั้น เราเน้นให้เชฟจอมไปพูดคุย สอบถาม และเล่าสิ่งที่เชฟจอมรู้สึกตรงนั้นเป็นหลัก
ข้อมูลการถ่าย
อุปกรณ์ที่ใช้
- Panasonic LUMIX #GH5
- Olympus 12-40 mm. F2.8
- Zoom F1 กับ SGH-6
ตั้งค่า GH5 เป็น v-log l Full HD ที่ 25 fps 10bit และ auto white balance ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ตามหลัก 180 องศา โดยที่ถือถ่ายด้วยมือทั้งหมด (handheld)
ตัดต่อ ทำสีด้วยโปรแกรม Premiere Pro
ลักษณะการถ่ายทำ
เรามีหัวข้อเรื่องเดียว คือ เราจะมาหาสะตอ และเราได้ข้อมูลนี้มาจากเพื่อนของเชฟจอมว่า กาดเมืองใหม่น่าจะมี ผมมาอยู่เชียงใหม่ไม่นาน ยังไม่รู้จักกาดนี้ (แต่ปัจจุบัน เวลาจะซื้อผัก ผลไม้ ผมจะมาที่นี่เป็นหลักถ้าไม่รีบร้อน)
จริง ๆ แนวคิดของรายการนี้คือ การให้เห็นประสบการณ์การหาวัตถุดิบ ได้มาซึ่งวัตถุดิบ จะหาจากธรรมชาติ ในตลาด แล้วมาปรุงจนเป็นอาหาร (ไม่เน้นการปรุง ไม่เน้นข้อมูลการปรุง)
ประสบการณ์จะมาจากเสียง ภาพ บรรยากาศ อารมณ์ความรู้สึกเล็ก ๆ เมื่อเราเริ่มเอ่ยปากคุยกับคนแปลกหน้าในตลาด
ซึ่งถามว่าผมว่างานนี้ออกมา ok แค่ไหน ก็ตอบว่า ได้มาประมาณ 38% เพราะผมต้องการควบคุมเสียงให้ดีกว่านี้ เพราะบรรยากาศผ่านเสียงนั้นสำคัญสำหรับผมมาก แต่ทุกส่วนของการถ่ายทำ มาจากผมคนเดียว ผมไม่สามารถหันไมค์หาแหล่งกำเนิดเสียงที่ต้องการได้ในทุกช๊อต ทำให้เสียงเหวี่ยงขึ้นลงบ้าง และสื่อถึงประสบการณ์ไม่ได้มากพอ และวิธีแก้เรื่องนี้สำหรับการทำงานคนเดียว ผมยังมองไม่ออก ว่าจะแก้ไขแบบ 100% ด้านเสียงได้อย่างไง
สำหรับงานภาพ ก็ยังต้องพัฒนา เพราะผมถ่าย insert มาไม่มากนัก เพราะด้วยเวลาด้วย การดำเนินงานที่เน้นความ real ทำให้ผมจะต้องเก็บภาพที่ตัวเชฟจอม และแม่ค้าเป็นหลัก และเมื่อว่างเพียงนิดเดียว ผมก็จะเก็บ insert มาเผื่อไว้ แต่เพราะเรื่องราวมันไม่มีสคริป เราจึงต้องคิดช๊อตสด ๆ ตอนนั้น แตกช๊อตตอนนั้น และมันไม่ค่อยเหลือสมาธิให้คิดหรอก เพราะผมต้องมองไปที่บรรยากาศตรงหน้าเป็นหลัก ซึ่งผมอาจจะมีสติ สมาธิ ประสบการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายิ่งถ่ายทำ งานคงพัฒนาขึ้น แต่ก็คงไม่มาก
ทั้ง 2 ย่อหน้า ทั้งภาพ และ insert การแก้ไขหลักน่าจะต้องพึ่งการร่างบทให้ชัดเจนมากขึ้น รู้ว่าจะต้องไปเจออะไร ก็อาจจะดี แต่ความ real มันคงหายไป ต้องเลือก และผมอยากได้ real แบบดูเพลิน ๆ เพราะรายการอื่นอีก 6 รายการมีการวางแผนหมด เพราะฉะนั้น การแก้ไขที่ผมเล็งไว้คือการเพิ่มทีมงาน และตอนนี้เราไม่ได้มีเงินอะไร ก็เลยไว้ก่อน อีกอย่างทีมงานไม่ควรเยอะ เพราะปฏิกิริยาคนทั่วไปมองเราจะเปลี่ยนไป ผมเสียดายความรู้สึกเล็ก ๆ น่ารักที่เขายิ้ม และคุยกับเชฟจอม
เรื่องการตัดต่อ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากนัก แม้ว่าการถ่ายงานไม่มีสคริป ไม่มีบทเลยแบบนี้ จะค่อนข้างน่าปวดหัว แต่ผมถ่ายมาบ่อยพอสมควร ก็เริ่มจะมีประสบการณ์ ถ่ายมาได้ครบพอ
สิ่งสำคัญคือ ผมอยากจัดการเรื่องสีให้ดีกว่านี้ แล้วโปรแกรมที่ใช้คือ Premiere Pro ซึ่งผมชินกับการตัดต่อที่โปรแกรมนี้ แต่ผมรู้สึกว่า เวลาผมทำสีวีดีโอด้วยโปรแกรม Davinci Resolve แล้วชินมือกว่า แต่อย่างไรก็ดี Davinci Resolve ที่ผมใช้เป็นตัวใช้งานฟรี มันรอบรับไฟล์จากกล้อง GH5 ถ้าผมเลือกถ่ายแบบ 10bit ก็ไม่เป็นไร ไว้ทริปหน้า ผมจะลองถ่ายด้วยกาตั้งค่าอื่น แล้วลองใช้ Davinci Resolve ตัดต่อบ้าง
ความรู้สึกของผมเอง
ผมดูเพลิน ๆ สำหรับวีดีโอตัวนี้ มันไม่ได้มีสาระที่ชัดเจน และเข้มข้นนัก ประเด็นมันโดนตีไปกว้าง และแกว่ง แต่มันก็ทำให้ไม่หนัก และไม่ดูเฉพาะเจาะจงเกินไป ซึ่ง ok เพียงแต่มันอาจจะดูหลวมไป และในแง่การเล่าเรื่องแล้ว มันเหมือนเป็นคนที่พูดมาก เล่าเรื่องที่ต้องการแต่ปล่อยตัวเองให้ไหลไปสู่สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
ไม่ทราบว่า พี่ ๆ น้อง ๆ และท่านอื่น ๆ คิดอย่างไงบ้าง แนะนำได้ครับ ทั้งในแง่ อารมณ์ ความรู้สึก ในแง่ทางวิชาการ และอื่น ๆ ผมจะเอาไปคิดทบทวนเสมอ เพื่อนำไปประยุกต์ หรือเตือนใจ ระวัง ถ้ามันเหมาะสมกับสิ่งที่ผมต้องการ
ถ้าท่านชอบ อยากติดตาม สนับสนุน ก็ช่วยแชร์ แสดงความเห็น และติดตามเพจด้วยเช่นกันนะครับ https://www.facebook.com/yourdreamimage