ชีวิตที่มาพร้อมกับอุปสรรค

กระทู้คำถาม
ไม่ได้มารีวิวขายของนะคะ แต่ขออนุญาติรีวิวชีวิตตัวเอง เพื่อเป็นกำลังใจและแรงจูงใจให้คนที่กำลังท้อ หรือรู้สึกสิ้นหวัง ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนว่าบ้านเราไม่ได้มีฐานะสักเท่าไหร่ ที่บ้านมีหนี้ ธกส และหนี้อื่นๆเยอะมาก แล้วที่บ้านพ่อแม่ก็ไม่ได้มีอาชีพอะไร ทำนา ได้ข้าวปีละครั้งได้ตังไม่กี่บาท อารมณ์แบบว่าคือขายข้าวใช้หนี้ที่เหลือคือค่าจ้างรถเกี่ยว พ่อแม่ต้องลำบาก พ่อต้องไปรับจ้างไถ่นา แม่ต้องรับจ้างเกี่ยวข้าว ชีวิตมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่จำความได้ แต่นอกจากความจนชีวิตเราที่เกิดมามักจะเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยๆ ประมาณว่า ปีละหลายๆครั้ง T^T ทะเลาะกันต่อหน้าเราตลอด แต่ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจว่าทะเลาะกันเพื่ออะไร คือทะเลาะกันบ่อย เราก็ร้องไห้และรู้สึกว่า ทำไมพ่อแม่ถึงต้องโกรธกัน จะหย่ากันตลอดคือไม่รักเราเลยหรอ พ่อแม่คนอื่นเขารักกัน หยอกล้อ พูดคุยกับลูก พาลูกไปเที่ยว ทำให้เรามองมาที่ตัวเอง ที่รู้สึกว่าเป็นลูกที่ไม่มีใครรัก แต่ตรงนี้เราได้แต่เก็บไว้ในใจพูดกับใครไม่ได้ บางครั้งที่เรารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เราอยากทำตัวแบบไม่สนใจโลก แบบเรียกร้องความสนใจบ้าง แต่ก็เคยมีความคิดไม่อยากอยู่บ้าง อยากไปให้ไกลแบบว่าไม่มีใครเห็น แต่ทุกครั้งที่ความคิดนี้เข้าหัวมา เราก็จะบอกตัวเองว่าเพื่ออะไร อยากทำแบบนั้นทำไม ได้ประโยชน์อะไร สิ่งที่มันทำให้เป็นแบบนั้นมันคือความจนหรือปล่าว ถ้าที่บ้านเรามีเงิน พ่อแม่คงจะมีความสุข กระนั้นเราก็มองย้อนกลับมาที่ตัวเองว่ามีอะไรดี อยากคิด อยากทำอะไร คือไม่มีคนสนับสนุน แต่สิ่งที่ทำได้คือตั้งใจเรียน จะต้องไปโรงเรียนทุกวันห้ามขาด ห้ามสาย ยกเว้นป่วย ลาได้ เราทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเด่น เป็นที่ภาคภูมิใจของพ่อแม่ ซึ่งคิดว่าสิ่งนี้อาจทำให้พวกท่านมีความสุข สมัยประถามเราทั้งเล่นกีฬา เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งคัดลายมือบ้าง เล่านิทานบ้าง เราพยายามทุกอย่างที่คิดว่าทำแล้วทุกคนมีความสุข แต่สิ่งที่เรายังคงเจอคือ พ่อแม่ก็ยังทะเลาะกันอยู่ รวมกับความจนที่กอดแน่น แต่เราก็ยังคงยืนหยัดกับความคิดเดิมๆว่า เพราะความจนทำให้พ่อแม่ไม่มีความสุข เลยต้องทะเลาะกันบ่อยๆ จนกระทั้งมัธยมก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม คือตอนเรียนมัธยมเรามีความคิดว่าอยากทำงานด้วย เรียนด้วยแต่พี่สาวไม่อนุญาติ ให้ตั้งใจเรียนพอ เราก็ทำตามที่พี่บอก พี่สอน จนเราได้มาเรีบนมหาลัยแห่งหนึ่ง เราคิดว่าสิ่งที่เราเลือกเรียนมันถูกต้องแล้วหล่ะ ตอนปีหนึ่งเราก็ไม่รู้จะไปทำงานพาร์ทไทม์อะไร รถก็ไม่มี เรียนทุกวันอีก พอเราเรียนได้ปีกว่าๆ มีอาจารย์ท่านหนึ่งโพสหาคนช่วยงาน เป็นงานเกี่ยวกับพัฒนาระบบเรียนด้วยความที่เราเรียนมาความรู้ยังน้อยนิดอยู่แต่ก็คิดว่าต้องทำได้ ไม่รู้ค่อยถาม เราได้รับงานนี้มาทำแต่ด้วยความที่เป็นงานแรกเราก็ชวนเพื่อนมาทำงานด้วย ด้วยความที่เพื่อนคือไม่อยากทำแต่เราก็อยากให้เขามีระสบการณ์ เอาไปใส่พอร์ทได้ แต่ด้วยความที่เพื่อนไม่อยากทำตั้งแต่แรก และเราเป็นคนชวนให้เขามาทำเอง หลายสิ่งที่เพื่อนทำไม่ได้ เราก็ต้องทำแทน ประมาณ 65% ที่เราต้องทำเองคนเดียว แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร แต่แอบท้อคนเดียว เพราะมักจะมีความคิดน้อยๆ ผุดขึ้นมาว่าทำไมเพื่อนไม่พยายามเลย5555 งานที่เรารับมาทำเป็นงานที่ค่อนข้างใหม่ และใหญ๋กับเรามาก ทำให้เราต้องทิ้งการเรียนเพื่อนั่งทำงาน ไม่อ่านหนังสือสอบเพื่อทำงานให้เสร็จ แต่เราไม่เคยขาดเรียนนะ เข้าเรียนทุกคาบ แค่ยกคอมไปนั่งทำงานด้วย5555 เราพยายามจนทำงานแรกเสร็จสรุปเหลือเงินหารกันแล้วเหลือไม่ถึงห้าพัน แต่เราก็ดีใจได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้ที่บ้าน หลังจากนั้นช่วงปี 2 เราก็ได้งานพัฒนาเว็บมาอีก เราก็ไม่เคยปฏิเสธเพราะโอกาสมันมา ถึงแม่เงินจะน้อย เวลาเรียนหายไปครึ่งหนึ่งก็ตาม เราก็ทำห้ามรุ่งหามค่ำบางวันแทบไม่ได้นอน คือขอบตาดำมาก งานที่สองกินเวลาชีวิตการเป็นนักศึกษาเราไปเยอะมาก เพื่อนเริ่มหาย เพราะเวลาว่างของเพื่อนคือเวลางานของเรา เกรดลดอีก เพราะไม่มีเวลาว่างทำงาน แบบว่าเรียนทุกวัน พยายามทำทุกอยากแต่ชีวิตก็ยังตลกอยู่ ปัญหาครอบครัวที่ยังคงเป็นอยู่เหมือนเดิม แต่เราก็ยังคิดเหมือนเดิม5555 ชีวิตเราเป็นแบบนี้ตลอด ขึ้นปี3 ก็ยังคงรับงานที่ใหญ่กว่าเดิม ต้องทำงานกับหลายฝ่าย เพื่อนร่วมงานี่แบบสุดมากๆ อารมณ์โดนคอมเม้นแบบแรงมาก โดนว่า โดนด่า เป็นว่าเล่น (เพื่อนร่วมงานคนนั้นคือรุ่นพี่ ที่กลับมาเรียนรุ่นเราที่เรานับถือเขาเป็นพี่ ผู้ที่ชอบข่มคนอื่น 5555) แต่ก็หลายอย่างการทำงานภายในขององค์กรเองทำให้เราออกจากงานนี้  จนมาช่วงปิดเทอม ที่ว่างและเจอปัญหาโควิด ทำให้เรามีงานอีกครั้ง เรารับงานนี้มาทำกับเพื่อนและรุ่นพี่อีกคน อารมณ์เหมาๆ ตอนนั้นเราคิดว่าสิ่งที่เราทำอยู่เหมือนจะรุ่ง เราเลยทำสตาร์ทอัพ และเปิดบริษัทให้บริการด้านไอทีกับรุ่นพี่ เราได้เงินจากงานนี้ส่งให้ที่บ้านและลงทุนจดทะเบียนบริษัท ปล.เงินที่ส่งให้ที่บ้านคือเงินค่าทำงาน ด้วยความที่เราอยากมีเงินส่งให้ที่บ้านเราลงทุนสั่งของมาขาย โดยพี่เป็นคนลงทุนให้ แต่ว่าทุกการทำงานนั้นมักมีอุปสรรค ของขายไม่ได้ ผ่านมา 3 เดือนลูกค้าน้อยลง ท้อมาก บางครั้งคือโคตรเหนือย อยากร้อง อยากระบาย แต่ไม่อยากพูด เพราะไม่อยากให้คนที่รับฟังเครียดตามไปด้วย ณ ปัจจุบัน เรากำลังเรียนอยู่ปี4 เราไม่ได้ขอเงินจากที่บ้านอาศัยเงินที่ทำงานได้ แต่ก็รู้สึกว่าเงินที่มีพอใช้แค่เดือนต่อเดือนเท่านั้น เงินเก็บก็คงไม่มี เราเลยหางานทำเพิ่ม กำลังเริ่มเลยไม่รู้ว่าจะรุ่งหรือปล่าว อารมณ์จับปลา 2 มือไม่พอให้ต้นขาหนีบไว้ด้วย 555 เริ่มไร้สาระแล้ว ชีวิตหลังจากคืนนี้จะเป็นยังไง ถ้างานที่ทำอยู่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จะมาแนะนำเพื่อนๆนะคะ (เป็นงานสุจริตนะคะ)
สรุปจากคำถามที่มักจะโดนถาม คือ ทำงานเพื่ออะไร ตอบ เงินไงคะ เพราะเงินทำให้เราและคนที่บ้านมีความสุข
ตอนทำงานทำไมไม่แบ่งเวลาดีๆ ตอบ คือแบ่งอยากมากค่ะ เรียนเช้าถึงเย็น การบ้านงานต่างๆ เยอะมากกกกก
กระทู้นี้ถูกเขียนขึ้นมาจากชีวิตเราจริงๆไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินหรือให้ร้ายใคร โปรดใช้วิจารณะญาณในการอ่านด้วยนะคะ และสุดท้ายอยากฝากถึงคนที่คิดว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรดีเลย แย่ไปหมด เช่นคิดว่าที่บ้านไม่รัก ไม่ใส่ใจ ครอบครัวมีปัญหา จงพิจราณาว่าสิ่งนี้ ปัญหานี้เกิดจากอะไร เกิดจากตัวเราหรือเปล่าแล้วค่อยหาวิธีแก้ ซึ่งอาจจะแก้แล้วยังเป็นเหมือนเดิม ให้คิดว่าเรายังมีแรง มีลมหายใจอยู่ ชีวิตมันต้องมีช่วงของเราบ้งแหละ สู้ๆ ท้อได้แต่อย่าหมดหวัง แม้พลังใกล้จะหมดก็ตาม ให้นึกถึงคนสำคัญในชีวิตเราไว้ มาเป็นพลังให้สู้ชีวิตต่อไป และฝากถึงหลายๆคนที่ ที่บ้านพ่อแม่ทะเลาะกันตลอด จงคิดว่านั้นเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ เราทำตัวเราให้ดีก็พอ ที่สำคัญนะคะ ทุกความคิด และการกระทำขอให้อยู่ในสิ่งที่ดีที่ควร แล้วชีวิตเราจะดีขึ้น ไม่พรุ่งนี้ ก็มะรืนนี้ #เราจะสู้ไปด้วยกัน ใครมีปัญหาอะไรอยากปรึกษา หรืออยากระบายเหมือนเรา มาคอมเม้นให้ความคิดเห็นได้นะคะ สวัสดีค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่