** ผู้หญิงควรตรวจภายในบ่อยแค่ไหน? เพื่อลดความเสี่ยงโรคร้ายในสตรี **
การตรวจภายในเป็นการตรวจเช็คหาความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการผิดปกติ ซึ่งแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ เกี่ยวกับประจำเดือน ตกขาว ความผิดปกติต่างๆ ของระบบสืบพันธุ์และทำการตรวจเพื่อวินิจฉัย และวางแผนการรักษา รวมทั้งแนะนำการดูแลสุขภาพของสตรี
การตรวจเริ่มตั้งแต่การดูความผิดปกติจากภายนอกช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก รังไข่ รวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการตกขาวซึ่งลักษณะของตกขาวที่ผิดปกติ ได้แก่
*
ตกขาวสีเทาหรือเทาอ่อน มีกลิ่นเหม็นอับหรือคาวส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จากเพศสัมพันธ์ การสวนช่องคลอด หรือการรับยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง
*
ตกขาวเป็นก้อนสีขาวข้น หรือมีสีเหลืองขาว มีกลิ่นเหม็นอับ คันอวัยวะเพศ ร่วมกับอาการปัสสาวะขัด มักมาจากการติดเชื้อราในช่องคลอด
*
ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่นคาวและคัน ปัสสาวะขัด อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น จากโรคหนองใน หรือติดเชื้อรา เชื้อไวรัส
*
ตกขาวสีเขียว หรือเหลืองปนเขียว มีกลิ่นคาวและคัน มักเกิดจากติดเชื้อจากแบคทีเรีย หรือการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
*
ตกขาวแบบมีเลือดปน หรือมีสีน้ำตาล อาจเกิดจากการติดเชื้อที่ปากมดลูก เลือดออกจากการตกไข่
*
ตกขาวแบบมีฟอง ระคายเคือง คัน ปัสสาวะแสบขัด เกิดจากการติดเชื้อทริโคโมนาสในช่องคลอดสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้
*
ตกขาวสีชมพูหรือสีชมพูจางๆ มักพบในผู้ที่พึ่งคลอดลูกและเกิดการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก
การตรวจภายในสามารถบ่งบอกความผิดปกติในอุ้งเชิงกรานได้ เช่น เนื้องอกมดลูก, โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, เนื้องอกรังไข่, การอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานและยังสามารถมาคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย
กรณีที่ไม่มีอาการผิดปกติแนะนำให้ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคนควรได้รับการตรวจภายในเพื่อคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และตรวจหามะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่หากยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรเริ่มตรวจที่อายุประมาณ 30 ปี แต่ถ้ามีความผิดปกติแนะนำให้มาตรวจทันที นอกจากนี้อาการทั่วไปที่ผู้หญิงมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น ปวดท้องประจำเดือน ตกขาว อาจเป็นเรื่องที่ผิดปกติก็ได้ จึงควรมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจภายในเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
เพราะหากได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรคและมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณผู้หญิงทั้งหลายจึงควรดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้ดี หมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น และมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในเป็นประจำทุกปี
การเตรียมตัวก่อนไปรับการตรวจภายใน
ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ยาเหน็บที่บริเวณอวัยวะเพศเป็นเวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง โดยผู้ที่มีประจำเดือนไม่สามารถเข้ารับการตรวจภายในได้ ก่อนตรวจแพทย์จะมีการสอบถามซักประวัติ เพื่อนำมาใช้ในการประเมินอาการร่วมกับผลตรวจ เช่น
* เรื่องปัญหาสุขภาพทั่วไป
* ระยะเวลาในการมีประจำเดือน มามากน้อยแค่ไหน?
* มีอาการตกขาวผิดปกติและมีอาการคันที่อวัยวะเพศหรือไม่
* มีอาการปวดประจำเดือนไหม? เคยมีเพศสัมพันธ์หรือมีบุตรมาก่อนหรือไม่?
โดยสามารถทราบผลตรวจได้ภายในวันเดียว หรือในกรณีของผู้ที่เข้ารับตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธีแปปสเมียร์ อาจใช้เวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งการตรวจภายในใช้เวลาไม่นานประมาณแค่10 นาทีก็เสร็จแล้ว...
ผู้หญิงควรตรวจภายในบ่อยแค่ไหน? เพื่อลดความเสี่ยงโรคร้ายในสตรี
** ผู้หญิงควรตรวจภายในบ่อยแค่ไหน? เพื่อลดความเสี่ยงโรคร้ายในสตรี **
การตรวจภายในเป็นการตรวจเช็คหาความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการผิดปกติ ซึ่งแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ เกี่ยวกับประจำเดือน ตกขาว ความผิดปกติต่างๆ ของระบบสืบพันธุ์และทำการตรวจเพื่อวินิจฉัย และวางแผนการรักษา รวมทั้งแนะนำการดูแลสุขภาพของสตรี
การตรวจเริ่มตั้งแต่การดูความผิดปกติจากภายนอกช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก รังไข่ รวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการตกขาวซึ่งลักษณะของตกขาวที่ผิดปกติ ได้แก่
* ตกขาวสีเทาหรือเทาอ่อน มีกลิ่นเหม็นอับหรือคาวส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จากเพศสัมพันธ์ การสวนช่องคลอด หรือการรับยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง
* ตกขาวเป็นก้อนสีขาวข้น หรือมีสีเหลืองขาว มีกลิ่นเหม็นอับ คันอวัยวะเพศ ร่วมกับอาการปัสสาวะขัด มักมาจากการติดเชื้อราในช่องคลอด
* ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่นคาวและคัน ปัสสาวะขัด อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น จากโรคหนองใน หรือติดเชื้อรา เชื้อไวรัส
* ตกขาวสีเขียว หรือเหลืองปนเขียว มีกลิ่นคาวและคัน มักเกิดจากติดเชื้อจากแบคทีเรีย หรือการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
* ตกขาวแบบมีเลือดปน หรือมีสีน้ำตาล อาจเกิดจากการติดเชื้อที่ปากมดลูก เลือดออกจากการตกไข่
* ตกขาวแบบมีฟอง ระคายเคือง คัน ปัสสาวะแสบขัด เกิดจากการติดเชื้อทริโคโมนาสในช่องคลอดสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้
* ตกขาวสีชมพูหรือสีชมพูจางๆ มักพบในผู้ที่พึ่งคลอดลูกและเกิดการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก
การตรวจภายในสามารถบ่งบอกความผิดปกติในอุ้งเชิงกรานได้ เช่น เนื้องอกมดลูก, โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, เนื้องอกรังไข่, การอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานและยังสามารถมาคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย
กรณีที่ไม่มีอาการผิดปกติแนะนำให้ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคนควรได้รับการตรวจภายในเพื่อคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และตรวจหามะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่หากยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรเริ่มตรวจที่อายุประมาณ 30 ปี แต่ถ้ามีความผิดปกติแนะนำให้มาตรวจทันที นอกจากนี้อาการทั่วไปที่ผู้หญิงมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น ปวดท้องประจำเดือน ตกขาว อาจเป็นเรื่องที่ผิดปกติก็ได้ จึงควรมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจภายในเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
เพราะหากได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรคและมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณผู้หญิงทั้งหลายจึงควรดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้ดี หมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น และมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในเป็นประจำทุกปี
การเตรียมตัวก่อนไปรับการตรวจภายใน
ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ยาเหน็บที่บริเวณอวัยวะเพศเป็นเวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง โดยผู้ที่มีประจำเดือนไม่สามารถเข้ารับการตรวจภายในได้ ก่อนตรวจแพทย์จะมีการสอบถามซักประวัติ เพื่อนำมาใช้ในการประเมินอาการร่วมกับผลตรวจ เช่น
* เรื่องปัญหาสุขภาพทั่วไป
* ระยะเวลาในการมีประจำเดือน มามากน้อยแค่ไหน?
* มีอาการตกขาวผิดปกติและมีอาการคันที่อวัยวะเพศหรือไม่
* มีอาการปวดประจำเดือนไหม? เคยมีเพศสัมพันธ์หรือมีบุตรมาก่อนหรือไม่?
โดยสามารถทราบผลตรวจได้ภายในวันเดียว หรือในกรณีของผู้ที่เข้ารับตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธีแปปสเมียร์ อาจใช้เวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งการตรวจภายในใช้เวลาไม่นานประมาณแค่10 นาทีก็เสร็จแล้ว...