เมื่อ 4 วันก่อนหมาที่เราเลี้ยงเพิ่งจะตายไปค่ะ
หมาของเราเกิดจากหมาที่เราเลี้ยงเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งหมาเราท้องระหว่างที่ครอบครัวเราไปเที่ยวต่างจังหวัดอาทิตย์กว่า กลับมาก็เจอว่าท้องไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนเพราะว่าฝากคนงานที่บ้านเลี้ยงให้ ตอนที่น้องตัวนี้เกิดเป็นเวลาเดียวกันกับที่เราต้องไปเรียนต่อ เรากลับบ้านแค่ปีละครั้งสองครั้ง เราเอาไปด้วยไม่ได้จริงๆ เพราะว่าเรียนที่ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เราอยากเอาไปด้วยมากๆ เพราะที่บ้านเราไม่ค่อยมีใครสนใจดูแล เค้าทำงานแล้วไม่ค่อยได้อยู่บ้านกัน
จนเวลาผ่านไป 5 ปีกว่า เราเรียนจบกลับมาอยู่ที่ไทยแล้ว เรากลับมาก็ใช้เวลากับหมาเยอะมาก เอานอนด้วย ทำอาหารให้กิน นอนกอด วางแพลนจะพาไปเที่ยวทะเลหลังหมดฝน ตั้งใจจะชดเชยเวลาที่เราไม่อยู่ที่ผ่านมา และใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดกับน้องให้มากที่สุด จนวันนึงน้องมีอาการเคืองตากระพริบตาอยู่ตลอด เราเลยตัดสินใจพาไปหาหมอ ตอนนั้นเรามีเงินเหลือติดตัวแค่ 300 บาท เราขอให้แม่พาหมาไปหาหมอ แต่แม่ก็ทำท่ารำคาญเหมือนแบบคิดว่าเราโอ๋หมามากเกินไป แค่มันเจ็บตาจะพาไปหาหมอทำไม วันนั้นเราก็เลยอุ้มหมาออกไปร้องไห้ไปขอเงินพ่อแล้วพาไปหาหมอเลย แต่เราก็ได้เงินมาอีกแค่ 500 บาท
พอไปถึงคลินิกหมอบอกว่าน้องมีแผลที่ตา แล้วก็มีไข้ หมอก็ถามว่าลองตรวจเลือดดูมั้ยซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าจะให้เจาะเลือดทำไม หมอก็ไม่ได้อธิบายอะไรว่าเจาะทำไม ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ถามเพราะว่าหมอที่ร้านนั้นทำตัวแย่ ดูไม่น่าเชือถือ รักษาไปกดโทรศัพท์ไป เราอยากพาหมาเราออกจากคลินิกนั้นให้เร็วที่สุด แล้วเราก็คิดด้วยว่าที่อยากให้เจาะเลือดนี้กะจะฟันเอาเงินเรารึเปล่าเพราะน้องเป็นที่ตาทำไมต้องตรวจเลือด ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่าคนที่บ้านเราเค้าก็ไม่ชอบหมอที่นั่น แต่เราก็ลองถามราคาดูแล้วก็รู้ว่าเงินเราไม่พอแน่ เราเลยตอบไปว่าไม่ตรวจค่ะ
เราไม่รู้เลยว่าคำพูดเราในวันนั้นจะทำให้เราต้องสูญเสียหมาเราไปในวันนี้ จนผ่านมาเมื่ออาทิตย์ก่อนหมาเราไม่ยอมกินอาหารเลย ไม่มีแรง เหงือกซีดมาก หมอบอกว่าน้องเป็นพยาธิในเม็ดเลือด น้องโดนฉีดยาครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายหลังจากตรวจเจอโรคนั้นได้ 3 วันน้องก็จากไป น้องตายเพราะหายใจไม่ได้ เหมือนมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ น้องตายบนตักเรา ภาพที่น้องหายใจเฮือกสุดท้ายแล้วฟุบไปต่อหน้าต่อตายังติดตาเราจนถึงตอนนี้ ความรู้สึกที่เราจับดูหัวใจน้องตอนนั้นแล้วมันไม่มีแรงสั่นอะไรเรายังจำได้อยู่เลย
เราไปเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มในกูเกิ้ลจนรู้ว่าพยาธิในเม็ดเลือดสามารถไปกระทบกับประสาทตาได้ ตอนที่เรารู้คือเราโทษตัวเองเลยว่าทำไมเราไม่เอะใจ ทำไมเราไม่ใส่ใจน้องให้มากกว่านี้ อาการน้องแสดงออกตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เราเอาแต่คิดว่าน้องอาจจะเผลอเอาเล็บข่วนตาตัวเองหรือเดินชนอะไร หลังจากรักษาตาน้องหายแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรอีกเลย ทำไมเราไม่คิดว่าน้องไม่ได้แข็งแรงเหมือนตอนช่วงแรกๆ ที่เราออกจากบ้านไปแล้วนะ จนตอนนี้มันสายไปแล้ว เราเอาชีวิตน้องกลับมาไม่ได้แล้ว
ปกติเราเป็นคนที่กลัวความตายมาก คิดถึงทีไรหัวใจจะเต้นเร็วเพราะความกลัว แต่การตายของน้องทำให้เราไม่กลัวความตายอีกแล้ว เราคิดอยู่เรื่อยๆ ว่าถ้าชีวิตหลังความตายมีจริง เราอยากตายเพื่อที่จะได้ไปเจอน้อง เราคิดอยู๋หลายครั้งว่าตอนไหนนะที่เราจะตายเราจะได้ไปเจอน้อง เราจะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนน้อง น้องจะได้ไม่เหงา เราเป็นห่วงน้องว่าน้องจะหิวมั้ย สงสัยว่าน้องได้สะสมบุญมามากมั้ย เราได้แต่ทำบุญไปให้น้อง เรียกหาน้องเวลาเข้าบ้านออกบ้าน ชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน เราจะรู้สึกผิดกับการตายของน้องไปตลอดชีวิตเลยจริงๆ ในวันสุดท้ายของชีวิตเราเราก็จะอธิษฐานขอให้ได้เจอน้องอีก ถ้าชาติหน้ามีจริง
มีใครมีความรู้สึกผิดที่คิดว่ามันจะอยู่ติดตัวคุณไปจนตายมั้ยคะ
หมาของเราเกิดจากหมาที่เราเลี้ยงเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งหมาเราท้องระหว่างที่ครอบครัวเราไปเที่ยวต่างจังหวัดอาทิตย์กว่า กลับมาก็เจอว่าท้องไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนเพราะว่าฝากคนงานที่บ้านเลี้ยงให้ ตอนที่น้องตัวนี้เกิดเป็นเวลาเดียวกันกับที่เราต้องไปเรียนต่อ เรากลับบ้านแค่ปีละครั้งสองครั้ง เราเอาไปด้วยไม่ได้จริงๆ เพราะว่าเรียนที่ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เราอยากเอาไปด้วยมากๆ เพราะที่บ้านเราไม่ค่อยมีใครสนใจดูแล เค้าทำงานแล้วไม่ค่อยได้อยู่บ้านกัน
จนเวลาผ่านไป 5 ปีกว่า เราเรียนจบกลับมาอยู่ที่ไทยแล้ว เรากลับมาก็ใช้เวลากับหมาเยอะมาก เอานอนด้วย ทำอาหารให้กิน นอนกอด วางแพลนจะพาไปเที่ยวทะเลหลังหมดฝน ตั้งใจจะชดเชยเวลาที่เราไม่อยู่ที่ผ่านมา และใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดกับน้องให้มากที่สุด จนวันนึงน้องมีอาการเคืองตากระพริบตาอยู่ตลอด เราเลยตัดสินใจพาไปหาหมอ ตอนนั้นเรามีเงินเหลือติดตัวแค่ 300 บาท เราขอให้แม่พาหมาไปหาหมอ แต่แม่ก็ทำท่ารำคาญเหมือนแบบคิดว่าเราโอ๋หมามากเกินไป แค่มันเจ็บตาจะพาไปหาหมอทำไม วันนั้นเราก็เลยอุ้มหมาออกไปร้องไห้ไปขอเงินพ่อแล้วพาไปหาหมอเลย แต่เราก็ได้เงินมาอีกแค่ 500 บาท
พอไปถึงคลินิกหมอบอกว่าน้องมีแผลที่ตา แล้วก็มีไข้ หมอก็ถามว่าลองตรวจเลือดดูมั้ยซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าจะให้เจาะเลือดทำไม หมอก็ไม่ได้อธิบายอะไรว่าเจาะทำไม ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ถามเพราะว่าหมอที่ร้านนั้นทำตัวแย่ ดูไม่น่าเชือถือ รักษาไปกดโทรศัพท์ไป เราอยากพาหมาเราออกจากคลินิกนั้นให้เร็วที่สุด แล้วเราก็คิดด้วยว่าที่อยากให้เจาะเลือดนี้กะจะฟันเอาเงินเรารึเปล่าเพราะน้องเป็นที่ตาทำไมต้องตรวจเลือด ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่าคนที่บ้านเราเค้าก็ไม่ชอบหมอที่นั่น แต่เราก็ลองถามราคาดูแล้วก็รู้ว่าเงินเราไม่พอแน่ เราเลยตอบไปว่าไม่ตรวจค่ะ
เราไม่รู้เลยว่าคำพูดเราในวันนั้นจะทำให้เราต้องสูญเสียหมาเราไปในวันนี้ จนผ่านมาเมื่ออาทิตย์ก่อนหมาเราไม่ยอมกินอาหารเลย ไม่มีแรง เหงือกซีดมาก หมอบอกว่าน้องเป็นพยาธิในเม็ดเลือด น้องโดนฉีดยาครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายหลังจากตรวจเจอโรคนั้นได้ 3 วันน้องก็จากไป น้องตายเพราะหายใจไม่ได้ เหมือนมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ น้องตายบนตักเรา ภาพที่น้องหายใจเฮือกสุดท้ายแล้วฟุบไปต่อหน้าต่อตายังติดตาเราจนถึงตอนนี้ ความรู้สึกที่เราจับดูหัวใจน้องตอนนั้นแล้วมันไม่มีแรงสั่นอะไรเรายังจำได้อยู่เลย
เราไปเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มในกูเกิ้ลจนรู้ว่าพยาธิในเม็ดเลือดสามารถไปกระทบกับประสาทตาได้ ตอนที่เรารู้คือเราโทษตัวเองเลยว่าทำไมเราไม่เอะใจ ทำไมเราไม่ใส่ใจน้องให้มากกว่านี้ อาการน้องแสดงออกตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เราเอาแต่คิดว่าน้องอาจจะเผลอเอาเล็บข่วนตาตัวเองหรือเดินชนอะไร หลังจากรักษาตาน้องหายแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรอีกเลย ทำไมเราไม่คิดว่าน้องไม่ได้แข็งแรงเหมือนตอนช่วงแรกๆ ที่เราออกจากบ้านไปแล้วนะ จนตอนนี้มันสายไปแล้ว เราเอาชีวิตน้องกลับมาไม่ได้แล้ว
ปกติเราเป็นคนที่กลัวความตายมาก คิดถึงทีไรหัวใจจะเต้นเร็วเพราะความกลัว แต่การตายของน้องทำให้เราไม่กลัวความตายอีกแล้ว เราคิดอยู่เรื่อยๆ ว่าถ้าชีวิตหลังความตายมีจริง เราอยากตายเพื่อที่จะได้ไปเจอน้อง เราคิดอยู๋หลายครั้งว่าตอนไหนนะที่เราจะตายเราจะได้ไปเจอน้อง เราจะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนน้อง น้องจะได้ไม่เหงา เราเป็นห่วงน้องว่าน้องจะหิวมั้ย สงสัยว่าน้องได้สะสมบุญมามากมั้ย เราได้แต่ทำบุญไปให้น้อง เรียกหาน้องเวลาเข้าบ้านออกบ้าน ชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน เราจะรู้สึกผิดกับการตายของน้องไปตลอดชีวิตเลยจริงๆ ในวันสุดท้ายของชีวิตเราเราก็จะอธิษฐานขอให้ได้เจอน้องอีก ถ้าชาติหน้ามีจริง