ในเฟซบุ๊ค ดิฉันเป็นสมาชิกตลาดชุมชน หรือบางที่ก็เรียกมาร์เก็ตเพลสของหลายสถาบันค่ะ บางที่เราก็เคยเข้าไปเรียน บางที่เราก็สมัครเข้าไปส่อง ไปช้อปเฉย ๆ ...
เดือนก่อนโน้น ไปเข้าในตลาดออนไลน์ที่หนึ่ง สะดุดตากับผ้าพันสีสวยสดใส แสบตา เจิดจ้า เห็นแล้วเริงร่าเบิกบานใจมาก

ดูรายละเอียดปรากฎว่า เป็นผลงานของน้องเหมียว แคทลียา อัศวานันท์ โดยผู้มาโพสต์เป็นคุณแม่ของน้องที่เล่าถึงที่มาของผ้าพันคอว่า เป็นลายพิมพ์มาจากภาพเขียนของน้องที่เป็นดาวน์ซินโดรมที่มีผลงานนิทรรศการแสดงภาพเขียนมาแล้ว
ดิฉันก็เลยลองสั่งผ้าพันคอมาค่ะ และพบว่า สีสวยสดใส และใช้งานได้ดีจริง ๆ ค่ะ เป็นผ้าผืนบาง ๆ ที่สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าได้แบบไม่กินเนื้อที่ เป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่สามารถเอาขึ้นมาห่มคลุมเวลาไปบางที่แล้วเจอแอร์เย็นเฉียบฉ่ำ
วันก่อน พาลูกสาวไปโรงพยาบาล ลูกบ่นว่าหนาว ดิฉันก็คลี่ผ้าผืนนี้ออกมาห่มคลุมให้ลูก สีสวย ผ้าเนื้อเบา และใช้งานได้ practical ดีมาก
สิ่งที่มากับผ้าพันคอ คือ หนังสือนิทรรศการแสดงภาพ “จากดาวน์ ... สู่ดาว” ของน้อง เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางศิลปะของน้องที่ดิฉันอ่านแล้ว แสนจะประทับใจทั้งในตัวน้อง และในตัวคุณแม่ จนอยากจะแบ่งปันแรงบันดาลใจนี้มาให้เพื่อน ๆ ในพันทิป
ตัวดิฉันเอง ก็มีลูกคนเล็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น slow learner หรือเด็กที่เรียนรู้ช้ากว่าปกติ เข้าใจดีถึงความเหนื่อยยากในบางเรื่องที่ต้องดูแล
เมื่อได้เห็นหนังสือของน้องเหมียว แคทลียาแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งและยิ่งเชื่อมั่นว่า เด็ก ๆ ที่มีความพิเศษเหล่านี้ เป็นดังที่คุณแม่น้องได้เขียนไว้คือ
“...แม้จะเป็นต้นไม้ที่แคระแกร็น แต่ถ้าเรารัก เอาใจใส่ คอยดูแลบำรุงดี ๆ หมั่นรดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ยและไม่ละเลยการตัดแต่งกิ่ง สักวันจะออกดอกให้เราได้ชื่นชมค่ะ”
ขอเล่าถึงน้องศิลปินน้อยย่อ ๆ ในนี้นิดนึงนะคะ คัดมาจากที่คุณแม่น้องได้เล่าไว้ คุณแม่น้องเล่าว่า
“..แค่ลูกมีโครโมโซมตัวที่ 21 เกินมา 1 กิ่ง แค่นั้น ก็ทำให้ลูกเรามีใบหน้าไม่เหมือนเรา กลับไปเหมือนเพื่อน ๆ ในกลุ่มเดียวกับเขา กลุ่มที่มีโครโมโซมตัวที่ 21 เกินมา 1 กิ่ง เขาจะเหมือนกันหมดทั้งโลก เขาเป็นพี่น้องกัน
...
ลูกทำให้แม่ต้องเรียนรู้ไม่มีวันจบ จากที่เคยคิดว่าตัวเองฉลาดแล้ว เรากลับต้องเรียนรู้อะไรใหม่อีกมากมาย
เรียนรู้ที่จะเข้าใจ
เรียนรู้ที่จะใจเย็น
เรียนรู้ที่จะให้โอกาส
...แม่เองเป็นคนใจร้อนมาก คิดเร็ว พูดเร็ว ทำอะไรเร็วไปหมดตั้งแต่เด็ก ๆ เรียนหนังสือก็เร็ว ... ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ยังอายุไม่ถึง 20 ปี การมีลูกที่พัฒนาการช้า ช่างเป็นอะไรที่แม่ต้องปรับตัวอย่างมาก
แต่นั่นไม่ได้ทำให้แม่รักลูกน้อยลง เพราะลูกช่างเป็นเด็กที่น่ารักเหลือเกิน ยิ้มหวาน ใจดี สุภาพ อ่อนโยน มีน้ำใจ เชื่อฟัง ไม่ดื้อ ไม่ซนเลย ลองทบทวนดูสิ ตอนยังไม่มีลูก เรานึกภาวนาว่าอย่างไร เราอยากให้ลูกเราเป็นเด็กดีใช่ไหม แล้วนี่ไง ทั้งหมดที่เขียนมานี่เหมียวไม่ดีตรงไหน ขนาดอาจารย์กอล์ฟ (อาจารย์สุธาสินีย์ สุวุฒโฑ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์) ยังได้ให้นิยามเหมียวไว้ว่า
ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัย”
คุณแม่เฝ้าเพียรสอนน้องตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในชั้นประถมให้รับผิดชอบตัวเอง ไม่เป็นภาระใคร และรับผิดชอบงานบางอย่างเช่น ดูแลรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียงห้องนอนทุกวัน และยังส่งน้องเข้าเรียนในโรงเรียนปกติ ซึ่งมีซ้ำชั้นบ้าง เพราะไม่สามารถตามทันเด็กในวัยเดียวกันได้
ด้วยการส่งเสริมให้ทำในสิ่งที่รักคือ การทำงานศิลปะ ในที่สุดน้องก็สอบเข้าคณะจิตรกรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ได้ ในภาวะการสอบปกติ คือ สอบแข่งขันกับบุคคลทั่ว ๆ ไป
ก่อนที่น้องจะสอบเข้าได้ น้องมีความมุ่งมั่นอยากจะเข้าเรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัยมาก เคยร้องไห้เสียใจบ่นว่า
“เนี่ย พ่อแม่ก็ต้องแก่ลงทุกวัน อีกหน่อยเหมียวก็ต้องดูแลพ่อแม่ แต่เหมียวยังเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้เลย”
ด้วยความพยายามและมุ่งมั่นในสิ่งที่รัก ตอนนี้น้องมีสถานะเป็นนักศึกษาปีที่ 4 และเข้าเรียนเป็นปีที่ 7 แล้ว มีงานแสดงผลงานหลายครั้ง บางครั้งก็ร่วมเป็นวิทยากรด้วย (ดูในเฟซน้องล่าสุด รู้สึกน้องจะเรียนจบและเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าแล้วนะคะ)
ผลงานผ้าพันคอพิมพ์ลาย เป็นการนำเอาผลงานของน้องมาพิมพ์บนผืนผ้า ซึ่งสวยงาม และใช้งานได้ดีค่ะ
แม้ก่อนจะรู้เรื่องทั้งหมดของน้อง ก็รู้สึกว่า งานน้องสดใส สวยงามแนว impressionism พอมาได้รู้เรื่องน้องเหมียวมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ทึ่งและประทับใจมากขึ้นไปอีก
ใครอยากอุดหนุนผลงานของน้องเหมียว ลองเข้าเฟซบุ๊ค ชื่อ Catleeya.Asavanant ดูนะคะ
ดิฉันสั่งผ้าพันคอมาสองผืน สีสวยถูกใจทั้งสองผืนค่ะ
มีกระเป๋าด้วยนะคะ แต่ดิฉันไม่ได้สั่งกระเป๋า เลยรีวิวไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร
[CR] ผ้าพันคอ ... งานศิลปะ... ดาวน์ซินโดรม และคุณแม่คุณลูกที่น่าทึ่ง
เดือนก่อนโน้น ไปเข้าในตลาดออนไลน์ที่หนึ่ง สะดุดตากับผ้าพันสีสวยสดใส แสบตา เจิดจ้า เห็นแล้วเริงร่าเบิกบานใจมาก
ดูรายละเอียดปรากฎว่า เป็นผลงานของน้องเหมียว แคทลียา อัศวานันท์ โดยผู้มาโพสต์เป็นคุณแม่ของน้องที่เล่าถึงที่มาของผ้าพันคอว่า เป็นลายพิมพ์มาจากภาพเขียนของน้องที่เป็นดาวน์ซินโดรมที่มีผลงานนิทรรศการแสดงภาพเขียนมาแล้ว
ดิฉันก็เลยลองสั่งผ้าพันคอมาค่ะ และพบว่า สีสวยสดใส และใช้งานได้ดีจริง ๆ ค่ะ เป็นผ้าผืนบาง ๆ ที่สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าได้แบบไม่กินเนื้อที่ เป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่สามารถเอาขึ้นมาห่มคลุมเวลาไปบางที่แล้วเจอแอร์เย็นเฉียบฉ่ำ
วันก่อน พาลูกสาวไปโรงพยาบาล ลูกบ่นว่าหนาว ดิฉันก็คลี่ผ้าผืนนี้ออกมาห่มคลุมให้ลูก สีสวย ผ้าเนื้อเบา และใช้งานได้ practical ดีมาก
สิ่งที่มากับผ้าพันคอ คือ หนังสือนิทรรศการแสดงภาพ “จากดาวน์ ... สู่ดาว” ของน้อง เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางศิลปะของน้องที่ดิฉันอ่านแล้ว แสนจะประทับใจทั้งในตัวน้อง และในตัวคุณแม่ จนอยากจะแบ่งปันแรงบันดาลใจนี้มาให้เพื่อน ๆ ในพันทิป
ตัวดิฉันเอง ก็มีลูกคนเล็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น slow learner หรือเด็กที่เรียนรู้ช้ากว่าปกติ เข้าใจดีถึงความเหนื่อยยากในบางเรื่องที่ต้องดูแล
เมื่อได้เห็นหนังสือของน้องเหมียว แคทลียาแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งและยิ่งเชื่อมั่นว่า เด็ก ๆ ที่มีความพิเศษเหล่านี้ เป็นดังที่คุณแม่น้องได้เขียนไว้คือ
“...แม้จะเป็นต้นไม้ที่แคระแกร็น แต่ถ้าเรารัก เอาใจใส่ คอยดูแลบำรุงดี ๆ หมั่นรดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ยและไม่ละเลยการตัดแต่งกิ่ง สักวันจะออกดอกให้เราได้ชื่นชมค่ะ”
ขอเล่าถึงน้องศิลปินน้อยย่อ ๆ ในนี้นิดนึงนะคะ คัดมาจากที่คุณแม่น้องได้เล่าไว้ คุณแม่น้องเล่าว่า
“..แค่ลูกมีโครโมโซมตัวที่ 21 เกินมา 1 กิ่ง แค่นั้น ก็ทำให้ลูกเรามีใบหน้าไม่เหมือนเรา กลับไปเหมือนเพื่อน ๆ ในกลุ่มเดียวกับเขา กลุ่มที่มีโครโมโซมตัวที่ 21 เกินมา 1 กิ่ง เขาจะเหมือนกันหมดทั้งโลก เขาเป็นพี่น้องกัน
...
ลูกทำให้แม่ต้องเรียนรู้ไม่มีวันจบ จากที่เคยคิดว่าตัวเองฉลาดแล้ว เรากลับต้องเรียนรู้อะไรใหม่อีกมากมาย
เรียนรู้ที่จะเข้าใจ
เรียนรู้ที่จะใจเย็น
เรียนรู้ที่จะให้โอกาส
...แม่เองเป็นคนใจร้อนมาก คิดเร็ว พูดเร็ว ทำอะไรเร็วไปหมดตั้งแต่เด็ก ๆ เรียนหนังสือก็เร็ว ... ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ยังอายุไม่ถึง 20 ปี การมีลูกที่พัฒนาการช้า ช่างเป็นอะไรที่แม่ต้องปรับตัวอย่างมาก
แต่นั่นไม่ได้ทำให้แม่รักลูกน้อยลง เพราะลูกช่างเป็นเด็กที่น่ารักเหลือเกิน ยิ้มหวาน ใจดี สุภาพ อ่อนโยน มีน้ำใจ เชื่อฟัง ไม่ดื้อ ไม่ซนเลย ลองทบทวนดูสิ ตอนยังไม่มีลูก เรานึกภาวนาว่าอย่างไร เราอยากให้ลูกเราเป็นเด็กดีใช่ไหม แล้วนี่ไง ทั้งหมดที่เขียนมานี่เหมียวไม่ดีตรงไหน ขนาดอาจารย์กอล์ฟ (อาจารย์สุธาสินีย์ สุวุฒโฑ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์) ยังได้ให้นิยามเหมียวไว้ว่า
ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัย”
คุณแม่เฝ้าเพียรสอนน้องตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในชั้นประถมให้รับผิดชอบตัวเอง ไม่เป็นภาระใคร และรับผิดชอบงานบางอย่างเช่น ดูแลรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียงห้องนอนทุกวัน และยังส่งน้องเข้าเรียนในโรงเรียนปกติ ซึ่งมีซ้ำชั้นบ้าง เพราะไม่สามารถตามทันเด็กในวัยเดียวกันได้
ด้วยการส่งเสริมให้ทำในสิ่งที่รักคือ การทำงานศิลปะ ในที่สุดน้องก็สอบเข้าคณะจิตรกรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ได้ ในภาวะการสอบปกติ คือ สอบแข่งขันกับบุคคลทั่ว ๆ ไป
ก่อนที่น้องจะสอบเข้าได้ น้องมีความมุ่งมั่นอยากจะเข้าเรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัยมาก เคยร้องไห้เสียใจบ่นว่า
“เนี่ย พ่อแม่ก็ต้องแก่ลงทุกวัน อีกหน่อยเหมียวก็ต้องดูแลพ่อแม่ แต่เหมียวยังเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้เลย”
ด้วยความพยายามและมุ่งมั่นในสิ่งที่รัก ตอนนี้น้องมีสถานะเป็นนักศึกษาปีที่ 4 และเข้าเรียนเป็นปีที่ 7 แล้ว มีงานแสดงผลงานหลายครั้ง บางครั้งก็ร่วมเป็นวิทยากรด้วย (ดูในเฟซน้องล่าสุด รู้สึกน้องจะเรียนจบและเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าแล้วนะคะ)
ผลงานผ้าพันคอพิมพ์ลาย เป็นการนำเอาผลงานของน้องมาพิมพ์บนผืนผ้า ซึ่งสวยงาม และใช้งานได้ดีค่ะ
แม้ก่อนจะรู้เรื่องทั้งหมดของน้อง ก็รู้สึกว่า งานน้องสดใส สวยงามแนว impressionism พอมาได้รู้เรื่องน้องเหมียวมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ทึ่งและประทับใจมากขึ้นไปอีก
ใครอยากอุดหนุนผลงานของน้องเหมียว ลองเข้าเฟซบุ๊ค ชื่อ Catleeya.Asavanant ดูนะคะ
ดิฉันสั่งผ้าพันคอมาสองผืน สีสวยถูกใจทั้งสองผืนค่ะ
มีกระเป๋าด้วยนะคะ แต่ดิฉันไม่ได้สั่งกระเป๋า เลยรีวิวไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้