JJNY : 4in1 มศว คนรุ่นเปลี่ยนจวกซื้อเรือดำน้ำ/อีสานปลดแอกชู3นิ้ว/จ่านิวปราศรัยแยกคอกวัว/จนท.ตามถึงบ้านเด็กอนุบาลชู3นิ้ว

'มศว คนรุ่นเปลี่ยน' จวกปมซื้อเรือดำน้ำ ถามประชาชนกับ 'ความมั่นคงปลอมๆ' อะไรสำคัญกว่า ลั่นเจอกันที่ทำเนียบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2318421

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่สกายวอล์ก หน้าห้างสรรพสินค้า เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  หลังกิจกรรมรวมตัวชู 3 นิ้ว เคารพธงชาติ (อ่านข่าว 18 นาฬิกา พรึ่บสกายวอล์ก ‘มศว คนรุ่นเปลี่ยน’ ร้องเพลงชาติ-ชูสามนิ้ว’ 10 นาทีแยกย้าย)
 
นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ แกนนำ มศว คนรุ่นเปลี่ยน กล่าวว่า การทำกิจกรรมของนักเรียน การชู 3 นิ้ว การผูกโบขาว หรือแม้แต่การพูดเรื่องการเมือง ครู หรือ ผู้มีอำนาจในโรงเรียน ทำการปิดกั้นนักเรียน ถึงแม้จะมีคำสั่งจากกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็ตาม เหตุใดจึงยังมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น การคุกคามนักเรียน ทำร้ายร่างกาย แม้กระทั่งการห้ามไม่ให้นักเรียนพูด
 
“อยากบอกว่า หยุดคุกคามประชาชน นักเรียน นักศึกษา เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น การที่ประชาชนแบบเราๆ ออกมาพูดว่าไม่ควรยุ่งการเมือง อย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้น หยุดเถอะ ทุกคนควรที่จะแสดงออกในจุดยืนของตัวเองได้”
 
“เรื่องปัญหาล่าสุดในปัจจุบัน คือ เรื่องของงบประมาณที่เอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย เอาไปซื้อเรือดำน้ำ จะเห็นได้ว่า ฝ่ายค้านโหวตแล้วว่าไม่เอา เหตุใดฝ่ายรัฐบาลถึงเห็นความสำคัญของเรือดำน้ำมากกว่า ปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลควรเก็บไปคิด ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่างประชาชน กับความมั่นคงปลอมๆ ที่พวกคุณคิดกันเอง”
 
“ครั้งต่อไป เจอกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมจะไปหานะครับ จากเสื้อที่ใส่ แน่นอนว่าไม่เอารัฐประหาร ถ้าหากจะมีการรัฐประหาร จะทำอย่างไร ขอให้พี่น้องประชาชน บ้านของท่านอยู่ใกล้ค่ายทหารใด ไปปิดค่ายทหารนั้น เพื่อปิดกั้นการรัฐประหาร เราต้องหยุดยั้ง หากมันเกิดขึ้นจริง และมันไม่ควรเกิดขึ้น ถ้าผู้นำหรือรัฐ [เผล่ะจัง] ในอนาคตข้างหน้าฟังอยู่ ขอให้ท่าหยุด มองเห็นประชาชน เห็นปัญหาปัจจุบัน ไม่ใช่มองผลประโยชน์ของตัวเอง” แกนนำ มศว คนรุ่นเปลี่ยน กล่าว
 

 
'อีสานปลดแอก ปลา-จงเจริญ' ชู3นิ้ว-ล่าชื่อแก้รธน.
https://www.dailynews.co.th/politics/791320
 
กลุ่ม เครือข่ายอีสานปลดแอก ร่วมจัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ ประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น พร้อมแสดงจุดยืน ล่ารายชื่อ เรียกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 
 
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ขอนแก่น รายงานว่า บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น  ถนนศรีจันทร์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น มี กลุ่มนักศึกษา และประชาชนในภาคอีสาน ประมาณ 300 คน มาร่วมกิจกรรม “บายศรีเรียกขวัญ ประชาธิปไตย”  จัดโดยเครือข่ายอีสานปลดแอก ปลา-จงเจริญ  ประกอบด้วย สมัชชานักศึกษาอีสาน ขบวนการอีสานใหม่ และเครือข่ายภาคประชาชนอีสาน  ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้มุ่งรณรงค์ให้ประชาชนเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นการรวมตัวของตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ที่จะร่วมกับนักศึกษา แสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
 
ขณะเดียวกันมีกำลังตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น มารักษาความสงบเรียบร้อย ตั้งแถวด้านข้างสถานที่ชุมนุม พร้อมเปิดเครื่องเสียงเตือนกลุ่มผู้มาชุมนุมอย่าทำผิดกฎหมาย ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ ให้อาสาสมัครศูนย์เฝ้าระวัง [เผล่ะจัง] ตั้งแถว ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับชู 3 นิ้ว  ตะโกนพร้อมกันว่า “หยุดคุกคามประชาชน” ตลอดเวลา ขณะที่กิจกรรมที่ชุมนุมยังคงดำเนินไป อาทิ การปราศรัย โดยภาคประชาชนอีสาน นักเรียนเครือข่ายสมัชชานักศึกษาอีสาน การระบายสี เล่นดนตรี และลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ   เพื่อแสดงออกถึงการเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องสิทธิเสรีภาพทางการเมือง 
 
ส่วนบนเวทีปราศรัยในการแสดงออก “อีสานปลดแอก ปลา-จงเจริญ” เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและโจมตีการบริหารงานของรัฐบาลที่มีการบริหารงานที่เป็น [เผล่ะจัง]  และแสดงความไม่ชอบธรรมในการบริหารงานที่ทำให้สังคมไทยประสบกับวิกฤติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความเท่าเทียมกันในสังคม สรุปว่า การออกมาทำกิจกรรมในครั้งนี้ เกิดจากความไม่พอใจรัฐบาลในการบริหารประเทศ  และประชาชนต้องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพทางประชาธิปไตยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน พร้อมร่วมชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์.
 


'จ่านิว' ปราศรัยสนั่นแยกคอกวัว จี้รัฐตอบปม 'อุ้มหาย' เสื้อแดงปูเสื่อแน่นอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา
https://www.matichon.co.th/politics/news_2318471
 
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ กลุ่ม ศิลปินปลดแอก จัดกิจกรรม “กวี ดนตรี ปลดแอก แหวกหา คนหาย” เพื่อร่วมรำลึกถึงผู้ที่สูญหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง ฟังเพลง และ บทกวี
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งเวทียื่นออกมาบริเวณด้านหน้าอนุสรณ์ 14 ตุลา ริมบาทวิถี โดยมีมวลชนเสื้อแดง และ ประชาชนส่วนหนึ่งนำเสื่อมาปูนั่ง บางส่วนยืนชมการแสดงที่หมุนเวียนขึ้นมาบนเวทีอย่างต่อเนื่อง
 
เวลา ประมาณ 18.45 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ขึ้นกล่าวบนเวทีโดยกล่าวถึงผู้ที่สูญหายจากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง มีใจความดังนี้
 
ทุกคนต้องการมีเสรีภาพในการพูด และแสดงออก เป็นหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่เรามีเสรีภาพในการพูด แต่ไม่รับประกันว่าหลังจากนั้นจะมีชีวิตต่อหรือไม่  ถ้าเรายอมรับว่ามีประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่แค่ไปอ้างกับต่างชาติ ต้องเคารพการแสดงออกของประชาชนทุกคน
 
“ปี 2550-2563 ยังไม่มีความชัดเจน ว่าคนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่หรือไม่ ประการใด หรือท้ายที่สุด รัฐต้องการให้รู้กลายๆ ว่า อยากมีชีวิตรอด ต้องไม่เห็นต่าง ต้องก้มหัว สยบยอมเท่านั้นแล้วเราจะปลอดภัย คือแผ่นดินประชาธิปไตย แผ่นดินทองแผ่นดินไทย ที่ผู้มีอำนาจไม่มีใจรับฟังผู้เห็นต่าง ไม่มีกระทั่งร่างไร้วิญญาณ เถ้ากระดูกให้เห็น บำเพ็ญกุศล ไม่มีกระทั่งลมหายใจสุดท้ายที่คนจะรับรู้ว่า เขาหายไปอย่างไร เหล่านี้ถูกพราก และพรากจิตใจอันมีเมตตาของผู้มีอำนาจทางการเมืองไทยมาตลอด หลายกรณีไม่ได้รับความกระจ่าง เช่น กรณี ทนายสมชาย นีละไพจิตร ศาลยกฟ้อง ว่าผู้ที่จับไม่ใช่คนกระทำ เท่ากับ ถูกทรมาน บังคับให้สูญหาย ยังถูกบังคับไม่ให้ความยุติธรรมอีกต่างหาก นี่คือความอำมหิตที่ทับซ้อนมาตลอด”
 
“ในยุคนี้ ประชาชนไม่หลงกลแล้ว ความกลัวเราอาจจะมี เพราะมนุษย์ต้องการความมั่นคง ความอยู่รอด ที่คนออกมาพูดเรื่องคนสูญหาย คือจุดจี้ ว่าคนเหล่านี้หายไปได้อย่างไร ทำอย่างไรให้ไม่เกิดขึ้นอีก ทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นหลักประกันใดๆ ว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่กระทำการอุ้มหาย ทรมานประชาชน ทั้งที่รู้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มหายเกี่ยวข้องกับรัฐ ผมกล้ายืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ ตาสีตาสา ไม่มีทาง เพราะวันรุ่งขึ้นโดนจับแน่ แต่ถ้าหายไปอย่างมีเงื่อนงำ เป็นการกระทำจากคนที่มีอำนาจรัฐทั้งสิ้น”
 
นายสิรวิชญ์กล่าวว่า เราเรียกร้องให้ทหารเป็นรั้วปกป้องประเทศชาติ แต่ย้อนกลับมาทำร้ายประชาชนทางอ้อม ตำรวจเองก็ต้องให้ความกระจ่างในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หากให้ความกระจ่างไม่ได้ เราก็สันนิษฐานไปว่า เขาตายเพราะผู้มีอำนาจทั้งสิ้น อยากให้การผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เพราะมีเหยื่อจำนวนมาก รวมถึงผมด้วย เราต้องช่วยกันส่งเสียง หากไม่มีการรับรู้ ผมคงไม่ได้มายืนพูดที่นี่
 
“กรณีล่าสุด วันเฉลิม แม้รัฐจะไม่ตอบอะไร เรามีหน้าที่จี้ และกดดันให้เขาบอก” นายสิรวิชญ์กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่