เกริ่นก่อนเนอะว่าจขกทเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกาตอนปี 2019 แต่ต้องกลับไทยเร็วเพราะโควิดระบาดจนต้องมี early return กลับไทย😭
โรงเรียนที่ผมอยู่ก็ไม่ได้มี facility หรือรวยอะไรมาก ช่วงนั้นเป็นหน้าหนาวพอดี หิมะตก ข้างนอกหนาวมากก เลยลงกีฬาว่ายน้ำไว้ แต่ทีนี้โรงเรียนเรามันไม่มีสระ เลิกเรียนเลยต้องไปว่ายน้ำที่โรงเรียน private แห่งนึงซึ่งใหญ่มากกกกก (ใหญ่ขนาดไหนโรงเรียนนี้มี lake มีสนามกอล์ฟ มีทุกอย่างเป็นของตัวเองหมดเลย เรียกว่าเป็นโรงเรียนคนรวยเลยก็ได้)
เค้าเกิดที่ Tokyo แต่มาอยู่กับแม่ที่ Auckland, New Zealand แล้วก็มาเรียนที่ USA (ที่ที่เราเจอกัน)
เรื่องมีอยู่ว่าเดือนธันวา 2019 เพื่อนผมได้ชวนผมไปเล่นในยิมใน private school แห่งนี้ตอน 4 โมงเย็นแต่ 5 โมง ก็ยังไม่มาซักทีเลยทักไปตามจนรู้ว่ากำลังกลับบ้านจากรัฐอื่น แต่มาไม่ทันแน่ๆเพราะรถติดหนัก
เลยวิ่งในยิมคนเดียวจนกระทั่ง 6 โมงเย็นมีคนเดินเข้ามา 3 คน : ญี่ปุ่น🇯🇵(คนที่เราชอบ😊☺️) , คนเวียดนาม(ผู้หญิง)🇻🇳, คนจีน(ผู้ชาย)🇨🇳 มาเล่นในยิมเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้อะไรเพราะว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทีนี้ผมกำลังจะเปลี่ยนจากวิ่งไป weight training แทน ลองนึกภาพว่าเวลายกเวทที่มันต้องเอามาพาดไหล่แล้วสควอตมันต้องมีโฟมรองที่ไหล่ไม่งั้นเจ็บ 🏋🏻♀️
เราเลยเข้าไปถามเพื่อนผู้ชายคนจีนว่าพอจะรู้มั้ยว่าโฟมอยู่ไหน สรุปหาไม่เจอ เค้าเลยชวนเราเข้าไปเล่นกับเค้าแทน คนที่ผมชอบก็บอกกับคนจีนว่าบอกแล้วให้ชวนเค้ามาเล่นด้วยตั้งแต่แรกก็ไม่เชื่อ
พวกเราอยู่ด้วยกันถึง 1 ทุ่มเพราะยิมปิดเวลานี้พอดี จริงๆแล้วโฮสต์มัมเราจะมารับเวลานี้แต่ผิดแผน รถมัมติด เพราะด้วยความที่ข้างนอกอากาศ -13C มีพายุหิมะเลยมาไม่ได้ บวกกับว่าเราหิวมากๆเลยถาม3คนนี้ว่าแถวนี้พอจะมีร้านอาหารมั้ย แต่ก็ไม่มีเพราะเขตของโรงเรียนรวยนี้มันใหญ่มากกกกกกกกก
เค้าเลยชวน บอกว่ามากินกับพวกเราก็ได้ เราอยู่หอพักพอดี เต่ปัญหาคือถ้าเดินจากตึกยิมนี้ไปตึกที่เค้าชวนไปมันต้องเดินระยะทาง 500 เมตร! พร้อมอากาศที่หนาวจัดๆแล้วชุดเราก็มีแค่ชุดยิมกับฮู้ด (ไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวมาเพราะคิดว่ามัมจะมารับหน้าประตูพอดี) เลยตัดสินใจเดินออกไปทั้งแบบนั้น จีนกับเวียดนามก็คุยกัน เราเห็นเค้าเดินคนเดียวเลยเข้าไปเดินด้วยกันข้างๆ แต่แปลกที่อากาศขนาดนั้น+ไม่มีแจ็คเก็ทก็รู้สึกอุ่นใจมากๆเพราะได้คุยกับคนนี้
เราก็กินข้าวกันไปถึง 2 ทุ่ม เค้าถามว่าเรียนม.5 เรียนคอร์สอะไรมั้ย ด้วยความที่เราเรียนแคลคูลัสเหมือนเค้าพอดี เค้าเลยพาขึ้นไปด้านบนห้องที่เหมือนห้องประชุม คุยกันสนุกกมาก ถามกันจนรู้ background ของแต่ละคน แต่แล้วมัมก็มารับพอดี เราเลยไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันนั้นแต่ขอ IG ไว้🥺
ครึ่งปีต่อมา....
จนกระทั่งเรากลับไทยมาเดือน5 เค้าจะชอบโพสต์แฮปคนนู้นคนนี้ไปทั่วโดยที่เราจะไม่รู้เลยว่าตอนนี้เค้าแฮปใครกันแน่ เราก็เลยนึกว่าวันเกิดเลยไปแฮปที่คอมเม้นท์ แต่ก็ต้องเขินเพราะมันไม่ใช่วันเกิดเค้าแต่เป็นคนอื่น! จำเราได้เลยทักมาหาเราว่าเป็นยังไงบ้าง
เลยคุยกันมาเรื่อยๆตั้งแต่วันนั้น
ผมเลยถามไปว่าถ้าเรียนจบแล้วมีแพลนจะไปอยู่ที่ไหนรึเปล่า จะชวนไปเที่ยวด้วยกัน เค้าก็ตอบว่าตอนนี้ยังไม่มีแพลนเลยว่าจะกลับไปอยู่ที่ New Zealand หรือ Tokyo, Japan แต่ที่แน่ๆคือถ้าเค้าเรียนจบ(อีกแค่1ปี)เราจะไปเที่ยวด้วยกัน
คำถามคือผมครจะทำยังไงให้ได้เจอกันบ่อยๆบ้างครับ ชวนคุย face time หรืออะไรพวกนั้นก็ยังไงๆอยู่ เพิ่งเจอกันครั้งเดียว
ใครมีทริคหรืออะไรในการ keep contact ใน long distance living away from each other มาแชร์จะดีมากกๆเลยครับ
คนที่ชอบอยู่ต่างประเทศ ทำยังไงดีครับ🥺 (My crush lives far away)
โรงเรียนที่ผมอยู่ก็ไม่ได้มี facility หรือรวยอะไรมาก ช่วงนั้นเป็นหน้าหนาวพอดี หิมะตก ข้างนอกหนาวมากก เลยลงกีฬาว่ายน้ำไว้ แต่ทีนี้โรงเรียนเรามันไม่มีสระ เลิกเรียนเลยต้องไปว่ายน้ำที่โรงเรียน private แห่งนึงซึ่งใหญ่มากกกกก (ใหญ่ขนาดไหนโรงเรียนนี้มี lake มีสนามกอล์ฟ มีทุกอย่างเป็นของตัวเองหมดเลย เรียกว่าเป็นโรงเรียนคนรวยเลยก็ได้)
เค้าเกิดที่ Tokyo แต่มาอยู่กับแม่ที่ Auckland, New Zealand แล้วก็มาเรียนที่ USA (ที่ที่เราเจอกัน)
เรื่องมีอยู่ว่าเดือนธันวา 2019 เพื่อนผมได้ชวนผมไปเล่นในยิมใน private school แห่งนี้ตอน 4 โมงเย็นแต่ 5 โมง ก็ยังไม่มาซักทีเลยทักไปตามจนรู้ว่ากำลังกลับบ้านจากรัฐอื่น แต่มาไม่ทันแน่ๆเพราะรถติดหนัก
เลยวิ่งในยิมคนเดียวจนกระทั่ง 6 โมงเย็นมีคนเดินเข้ามา 3 คน : ญี่ปุ่น🇯🇵(คนที่เราชอบ😊☺️) , คนเวียดนาม(ผู้หญิง)🇻🇳, คนจีน(ผู้ชาย)🇨🇳 มาเล่นในยิมเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้อะไรเพราะว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทีนี้ผมกำลังจะเปลี่ยนจากวิ่งไป weight training แทน ลองนึกภาพว่าเวลายกเวทที่มันต้องเอามาพาดไหล่แล้วสควอตมันต้องมีโฟมรองที่ไหล่ไม่งั้นเจ็บ 🏋🏻♀️
เราเลยเข้าไปถามเพื่อนผู้ชายคนจีนว่าพอจะรู้มั้ยว่าโฟมอยู่ไหน สรุปหาไม่เจอ เค้าเลยชวนเราเข้าไปเล่นกับเค้าแทน คนที่ผมชอบก็บอกกับคนจีนว่าบอกแล้วให้ชวนเค้ามาเล่นด้วยตั้งแต่แรกก็ไม่เชื่อ
พวกเราอยู่ด้วยกันถึง 1 ทุ่มเพราะยิมปิดเวลานี้พอดี จริงๆแล้วโฮสต์มัมเราจะมารับเวลานี้แต่ผิดแผน รถมัมติด เพราะด้วยความที่ข้างนอกอากาศ -13C มีพายุหิมะเลยมาไม่ได้ บวกกับว่าเราหิวมากๆเลยถาม3คนนี้ว่าแถวนี้พอจะมีร้านอาหารมั้ย แต่ก็ไม่มีเพราะเขตของโรงเรียนรวยนี้มันใหญ่มากกกกกกกกก
เค้าเลยชวน บอกว่ามากินกับพวกเราก็ได้ เราอยู่หอพักพอดี เต่ปัญหาคือถ้าเดินจากตึกยิมนี้ไปตึกที่เค้าชวนไปมันต้องเดินระยะทาง 500 เมตร! พร้อมอากาศที่หนาวจัดๆแล้วชุดเราก็มีแค่ชุดยิมกับฮู้ด (ไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวมาเพราะคิดว่ามัมจะมารับหน้าประตูพอดี) เลยตัดสินใจเดินออกไปทั้งแบบนั้น จีนกับเวียดนามก็คุยกัน เราเห็นเค้าเดินคนเดียวเลยเข้าไปเดินด้วยกันข้างๆ แต่แปลกที่อากาศขนาดนั้น+ไม่มีแจ็คเก็ทก็รู้สึกอุ่นใจมากๆเพราะได้คุยกับคนนี้
เราก็กินข้าวกันไปถึง 2 ทุ่ม เค้าถามว่าเรียนม.5 เรียนคอร์สอะไรมั้ย ด้วยความที่เราเรียนแคลคูลัสเหมือนเค้าพอดี เค้าเลยพาขึ้นไปด้านบนห้องที่เหมือนห้องประชุม คุยกันสนุกกมาก ถามกันจนรู้ background ของแต่ละคน แต่แล้วมัมก็มารับพอดี เราเลยไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันนั้นแต่ขอ IG ไว้🥺
ครึ่งปีต่อมา....
จนกระทั่งเรากลับไทยมาเดือน5 เค้าจะชอบโพสต์แฮปคนนู้นคนนี้ไปทั่วโดยที่เราจะไม่รู้เลยว่าตอนนี้เค้าแฮปใครกันแน่ เราก็เลยนึกว่าวันเกิดเลยไปแฮปที่คอมเม้นท์ แต่ก็ต้องเขินเพราะมันไม่ใช่วันเกิดเค้าแต่เป็นคนอื่น! จำเราได้เลยทักมาหาเราว่าเป็นยังไงบ้าง
เลยคุยกันมาเรื่อยๆตั้งแต่วันนั้น
ผมเลยถามไปว่าถ้าเรียนจบแล้วมีแพลนจะไปอยู่ที่ไหนรึเปล่า จะชวนไปเที่ยวด้วยกัน เค้าก็ตอบว่าตอนนี้ยังไม่มีแพลนเลยว่าจะกลับไปอยู่ที่ New Zealand หรือ Tokyo, Japan แต่ที่แน่ๆคือถ้าเค้าเรียนจบ(อีกแค่1ปี)เราจะไปเที่ยวด้วยกัน
คำถามคือผมครจะทำยังไงให้ได้เจอกันบ่อยๆบ้างครับ ชวนคุย face time หรืออะไรพวกนั้นก็ยังไงๆอยู่ เพิ่งเจอกันครั้งเดียว
ใครมีทริคหรืออะไรในการ keep contact ใน long distance living away from each other มาแชร์จะดีมากกๆเลยครับ