ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 เผย วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ขณะ รักษาหายเพิ่มอีก 1 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 112 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 3,390 ราย ไร้ผู้ติดเชื้อในประเทศ 89 วัน ติดต่อกัน
ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อในประเทศ 0 ราย
ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อใน State Quarantine 0 ราย
รักษาหายเพิ่มขึ้น 1 ราย
กลับบ้านแล้ว 3,220 ราย
ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 112 ราย
ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ยอดผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ศพ
ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,390 ราย
รายงานการติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้ติดเชื้อเป็น “0” เป็นวันที่ 89 ติดต่อกัน
https://www.thairath.co.th/news/local/1915785
น่าตกใจ! พบคนไทยการ์ดตกสวมหน้ากากอนามัยลดลง
“กรมควบคุมโรค” สำรวจพบ คนไทยสวมหน้ากากลดต่ำสุด หวั่นระบาดโควิดรอบใหม่ ตามคำเตือนองค์การอนามัยโลก วอนเข้มมาตรการคุมโรคตามเดิม
เสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2563 เวลา 17.16 น.
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เปิดเผยผลสำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด-19 (DDC Poll) ออนไลน์ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 4-18 ส.ค. ตัวอย่าง2,346 ราย ว่าจากการสำรวจพบว่า หลังผ่อนปรนมาตรการในเฟส 6 ประชาชนเริ่มหย่อนการป้องกันตนเองในเรื่องการสวมหน้ากากเมื่อไม่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ลดลงเหลือร้อยละ 64.8 จากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 93.5 ต่ำที่สุดจากที่เคยสำรวจทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนการสวมหน้ากากต่อเนื่อง ร้อยละ 55.3 ลดลงจากที่เคยสูงสุดร้อยละ 63.7
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พบว่า ร้อยละ 46.5 ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40.9 มีรายได้ลดลง และร้อยละ 34.1 ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติหรือเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ แต่ก็มีประชาชนที่ตอบในเชิงบวกว่าทำให้รับผิดชอบตัวเองและสังคมมากขึ้นถึงร้อยละ 55.3 ได้ทำสิ่งใหม่หรือค้นพบว่าตัวเองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ร้อยละ 55.1 และได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3 โดยสรุปพบว่าพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคของประชาชนมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ได้ตามคำเตือนขององค์การอนามัยโลก จึงขอให้ประชาชนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มข้น เป็นนิสัย โดยเฉพาะการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
อ่านต่อที่ :
https://www.dailynews.co.th/politics/791303
เกาหลีใต้’ จ่อยกระดับคุมเข้มทั่วประเทศ หลังโควิด-19 กลับมาระบาดหนักในโซล
รอยเตอร์ – รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมสั่งฟื้นมาตรการคุมเข้มทางสังคมทั่วประเทศตั้งแต่วันอาทิตย์ (23 ส.ค.) หลังไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลับมาระบาดหนักอีกครั้งในกรุงโซลและมีแนวโน้มแพร่กระจายไปยังเมืองอื่นๆ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ภายในประเทศ 315 รายในรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงเที่ยงคืนวันศุกร์ (21) ซึ่งนับเป็นสถิติผู้ป่วยรายวันเกินร้อยคนต่อเนื่องนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในแดนกิมจิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 17,002 ราย เสียชีวิต 309 ราย
กรุงโซลและเมืองอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเริ่มนำมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมกลับมาใช้ใหม่ เช่น ห้ามจัดกิจกรรมรวมคน, ห้ามประกอบพิธีกรรมภายในโบสถ์ รวมถึงสั่งปิดไนต์คลับ, บาร์คาราโอเกะ, ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ และคาเฟ่ไซเบอร์ต่างๆ
มาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปบังคับใช้กับพื้นที่อื่นๆ ทั่วเกาหลีใต้ตั้งแต่วันอาทิตย์ (23) เป็นต้นไป ยกเว้นในบางพื้นที่ซึ่งพบผู้ติดเชื้อน้อยก็อาจเป็นเพียงข้อแนะนำ โดยไม่ถึงขั้นบังคับ
หน่วยงานสาธารณสุขเกาหลีใต้ได้แบ่งมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมออกเป็น 3 ขั้นจากน้อยไปมาก โดยขั้นที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดนั้นหมายถึงการสั่งปิดโรงเรียนและภาคธุรกิจ
“ถ้าเราต้องยกระดับมาตรการทางสังคมถึงขั้นที่ 3 ก็จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนและเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงขอให้ทุกท่านจริงจังกับสถานการณ์ในตอนนี้” กวอน จุนวุก รองผู้อำนวยการ KCDC แถลง
กวอน ระบุด้วยว่า เกาหลีใต้ได้ให้ยาต้านไวรัสเรมเดซิเวียร์แก่คนไข้โควิด-19 จำนวน 143 รายใน 35 โรงพยาบาล ทว่าการเข้าถึงตัวยายังคงไม่สม่ำเสมอเนื่องจากมีปัญหาจากฝั่งซัพพลายเออร์
เมื่อเดือน มิ.ย. รัฐบาลเกาหลีใต้ได้สั่งซื้อยาเรมเดซิเวียร์จากบริษัท กิลเลียด ไซเอนเซส อิงค์ (Gilead Sciences Inc) ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 5,000 ราย เพื่อเตรียมรับมือการแพร่ระบาดระลอกที่สอง
ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ยังประกาศเลื่อนการตัดสินใจเพิ่มจำนวนนักศึกษาแพทย์ จนกว่าสถานการณ์โควิดจะเข้าสู่ภาวะเสถียร
แพทย์เกาหลีใต้หลายพันคนได้ประท้วงหยุดงานในวันศุกร์ต่อเนื่องมานาน 3 สัปดาห์แล้ว หลังจากที่รัฐบาลประกาศจะเพิ่มจำนวนนักศึกษาแพทย์อีก 4,000 คนในระยะ 10 ปีข้างหน้า โดยอ้างความจำเป็นที่จะต้องเตรียมบุคลากรด้านสาธารณสุขของประเทศให้พร้อมรับมือวิกฤตการณ์ที่คล้ายกับการระบาดของโควิด-19 ขณะที่สมาคมแพทย์เกาหลีใต้ (KMA) ยืนยันว่าจำนวนแพทย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอแล้ว แต่ควรปรับปรุงเรื่องสภาพการทำงานและระบบต่างๆ เพื่อให้แพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างทั่วถึง
https://mgronline.com/around/detail/9630000086190
พม่าสั่งล็อกดาวน์เมืองในรัฐยะไข่ หลังเจอโควิดกลายพันธุ์แบบมาเลย์ แพร่เชื้อเร็วง่ายกว่าเดิม
รอยเตอร์ - พม่าสั่งล็อกดาวน์เมืองสิตตะเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ หลังเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พบการติดเชื้อมากกว่าที่พบในประเทศก่อนหน้านี้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยวันนี้ (21) ว่า มีประชาชน 19 คน ติดเชื้อไวรัสในรัฐแห่งนี้ตั้งแต่วันจันทร์ (17) ที่เป็นการติดเชื้อในท้องถิ่นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ซึ่งทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิดของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 409 คน
รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยทางการแพทย์ของพม่า กล่าวว่า เชื้อไวรัสที่พบครั้งนี้เป็นแบบเดียวกับเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในมาเลเซียเมื่อต้นสัปดาห์ ซึ่งพบระบาดในยุโรป อเมริกาเหนือ และบางพื้นที่ของเอเชีย เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อมากกว่าเดิม
“เราต้องการที่จะแจ้งให้ประชาชนทราบว่าไวรัสชนิดนี้มีอัตราการแพร่เชื้อเร็วขึ้นกว่าเดิม” เจ้าหน้าที่ กล่าว
ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่พบในเมืองสิตตะเว ที่เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งเคอร์ฟิวและให้ประชาชนอยู่กับบ้าน ส่วนสายการบินภายในประเทศก็ระงับบริการเที่ยวบินระหว่างเมืองสิตตะเวและนครย่างกุ้ง
ประชาชนหลายหมื่นคนอาศัยอยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นทั่วรัฐยะไข่ เนื่องจากการต่อสู้ระหว่างกองกำลังของรัฐบาลและกลุ่มก่อความไม่สงบชาติพันธุ์
เมืองสิตตะเวแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของค่ายพักที่ชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 100,000 คน ถูกจำกัดขอบเขตนับตั้งแต่ความรุนแรงปะทุขึ้นในปี 2555 ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่ถูกปฏิเสธสถานะพลเมืองและเผชิญต่อข้อจำกัดควบคุมการเคลื่อนไหวและการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ
จอ หล่า แกนนำชุมชนในค่ายพักแห่งหนึ่ง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเยี่ยมค่ายในวันนี้ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคมและสุขอนามัย
https://mgronline.com/indochina/detail/9630000085950
ไทยสุดเจ๋ง! ผลิต "ชุด PPE" ใช้ซ้ำ 50 ครั้ง ที่แรกของโลก
วันนี้ (18 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวอย่างชุด PPE Innovation Platform ระดับ 3 เป็นนวัตกรรม ชุด PPE ใช้ซ้ำกว่า 50 ครั้ง ที่ผลิตโดยเป็นความร่วมมือ จากภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากชุด PPE รุ่นเราสู้ ระดับ 2 ที่สามารถซักแล้วใช้ซ้ำ 20 ครั้ง ที่ก่อนหน้านี้ได้ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ ใช้งาน แล้ว กว่า 44,000 ชุด
สำหรับ ชุด PPE Innovation Platform ระดับ 3 เป็นนวัตกรรม ที่มีต้นวัตถุดิบมาจากขวดน้ำพลาสติก แล้วนำไปรีไซเคิล ผลิตเป็นเส้นใย ที่นำไปสู่การผลิตเป็นผ้า จากนั้นจึงนำไปตัดเย็บเป็นชุด
ชุด PPE ระดับ3 เหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องทำหัตถการ ใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วย ใกล้ชิดผู้ป่วย หรือ ทำการผ่าตัด สามารถป้องกันน้ำลาย เลือดได้
นพ.โสภณ เมฆธรน ประธานกรรรมการองค์การเภสัชกรรม ระบุว่า อภ.ได้รับงบกลาง 1,500 ล้านบาทมาจัดสรรในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ยา ต่างๆ และ ชุด PPE ซึ่งได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำอย่างไรถึงจะผลิตชุดPPE ใช้ได้เอง ในช่วงที่ไทยมีความต้องการในสู้ภัยโควิด-19 ทำให้สามารถผลิต ชุด PPE ระดับ 2 ป้องกันน้ำ 20 เซนติเมตร ใช้ซ้ำ 20 ครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม จนนำสู่การพัฒนาต่อยอด ถึงระดับ 3 และระดับ 4 โดยในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ไทยมีความต้องการใช้ชุด PPE ค่อนข้างสูง คาดการณ์การใช้ 35,000 ชุดต่อวัน
น.ส.นิสากร จึงเจริญธรรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ระบุว่า สำหรับการผลิตชุด PPE กรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้มีการทบทวน ศึกษา ข้อมูล มาตรฐานเสื้อกราว และมาตรฐานการผลิตชุดPPE โดยยืนยันว่า ชุด PPE ใช้ซ้ำ ในครั้งนี้ ทุกรุ่น ผ่านมาตรฐานต่างๆ ที่มีอยู่ และผ่านมาตรฐานสากลครบถ้วน ทั้งคุณสบบัติของผ้า และการตัดเย็บ โดยได้ผ่านการทดสอบผ่านภาคีห้องปฏิบัติการ ว่าสามารถป้องกันเลือดและไวรัสได้
อย่างไรก็ตาม ต่างประเทศสนใจชุด PPE รุ่นเราสู้ ระดับ2 ของไทย โดยติดต่อเอาต้นแบบของชุด PPE ไทยใช้ซ้ำไปทดสอบแล้ว
ขณะที่ ตัวแทนจากโรงพยาบาลรามาฯ ระบุว่า ในช่วงวิกฤต โควิด-19 ระบาดในไทย ยอบรับ มีการขาดแคลนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ต่างๆ มีราคาสูงขึ้น เนื่องจากทั่วโลกมีความต้องการเช่นเดียวกัน สำหรับในครั้งนี้ รู้สึกดีใจที่ไทย สามารถผลิตชุดPPE ได้ เนื่องจากที่ผ่านมา ราคาชุด ค่อนข้างสูง
เช่นเดียวกับ ตัวแทนคณะกรรมการดูแลเรื่องชุดPPE รพ.ราชวิถี ที่รู้สึกดีใจ และขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีาช่วยกันผลิต เพื่อให้ ชุดPPE มีความเพียงพอ และทำให้ บุคลกรทางกรทางการแพทย์ มั่นใจ ในการดูแลผู้ป่วยต่อไป
https://news.trueid.net/detail/y3nzp2zoKkp3
ข่าวดีไทยไม่มีผู้ติดเชื้อทั้งในและนอกประเทศ
แต่น่าเป็นห่วงเรื่องคนไทยการ์ดตกนะคะ...😥😷
ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังมีข่าวที่น่ากังวลทั้งระบาดเพิ่มและเชื้อกลายพันธุ์
ส่วนนวัตกรรมชุด พีพีอี ของไทย นั้นเจ๋งมากค่ะ
สู้ๆนะคะ และอย่าการ์ดตก




🔴มาลาริน/22ส.ค.ไทยไม่พบติดเชื้อโควิด น่าตกใจคนไทยการ์ดตก เกาหลีใต้ระบาดหนัก พม่าเจอเชื้อกลายพันธุ์ ไทยเจ๋งผลิตชุด PPE
ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 เผย วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ขณะ รักษาหายเพิ่มอีก 1 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 112 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 3,390 ราย ไร้ผู้ติดเชื้อในประเทศ 89 วัน ติดต่อกัน
ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อในประเทศ 0 ราย
ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อใน State Quarantine 0 ราย
รักษาหายเพิ่มขึ้น 1 ราย
กลับบ้านแล้ว 3,220 ราย
ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 112 ราย
ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ยอดผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ศพ
ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,390 ราย
รายงานการติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้ติดเชื้อเป็น “0” เป็นวันที่ 89 ติดต่อกัน
https://www.thairath.co.th/news/local/1915785
น่าตกใจ! พบคนไทยการ์ดตกสวมหน้ากากอนามัยลดลง
“กรมควบคุมโรค” สำรวจพบ คนไทยสวมหน้ากากลดต่ำสุด หวั่นระบาดโควิดรอบใหม่ ตามคำเตือนองค์การอนามัยโลก วอนเข้มมาตรการคุมโรคตามเดิม
เสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2563 เวลา 17.16 น.
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เปิดเผยผลสำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด-19 (DDC Poll) ออนไลน์ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 4-18 ส.ค. ตัวอย่าง2,346 ราย ว่าจากการสำรวจพบว่า หลังผ่อนปรนมาตรการในเฟส 6 ประชาชนเริ่มหย่อนการป้องกันตนเองในเรื่องการสวมหน้ากากเมื่อไม่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ลดลงเหลือร้อยละ 64.8 จากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 93.5 ต่ำที่สุดจากที่เคยสำรวจทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนการสวมหน้ากากต่อเนื่อง ร้อยละ 55.3 ลดลงจากที่เคยสูงสุดร้อยละ 63.7
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พบว่า ร้อยละ 46.5 ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40.9 มีรายได้ลดลง และร้อยละ 34.1 ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติหรือเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ แต่ก็มีประชาชนที่ตอบในเชิงบวกว่าทำให้รับผิดชอบตัวเองและสังคมมากขึ้นถึงร้อยละ 55.3 ได้ทำสิ่งใหม่หรือค้นพบว่าตัวเองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ร้อยละ 55.1 และได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3 โดยสรุปพบว่าพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคของประชาชนมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ได้ตามคำเตือนขององค์การอนามัยโลก จึงขอให้ประชาชนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มข้น เป็นนิสัย โดยเฉพาะการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/791303
เกาหลีใต้’ จ่อยกระดับคุมเข้มทั่วประเทศ หลังโควิด-19 กลับมาระบาดหนักในโซล
รอยเตอร์ – รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมสั่งฟื้นมาตรการคุมเข้มทางสังคมทั่วประเทศตั้งแต่วันอาทิตย์ (23 ส.ค.) หลังไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลับมาระบาดหนักอีกครั้งในกรุงโซลและมีแนวโน้มแพร่กระจายไปยังเมืองอื่นๆ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ภายในประเทศ 315 รายในรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงเที่ยงคืนวันศุกร์ (21) ซึ่งนับเป็นสถิติผู้ป่วยรายวันเกินร้อยคนต่อเนื่องนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในแดนกิมจิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 17,002 ราย เสียชีวิต 309 ราย
กรุงโซลและเมืองอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเริ่มนำมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมกลับมาใช้ใหม่ เช่น ห้ามจัดกิจกรรมรวมคน, ห้ามประกอบพิธีกรรมภายในโบสถ์ รวมถึงสั่งปิดไนต์คลับ, บาร์คาราโอเกะ, ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ และคาเฟ่ไซเบอร์ต่างๆ
มาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปบังคับใช้กับพื้นที่อื่นๆ ทั่วเกาหลีใต้ตั้งแต่วันอาทิตย์ (23) เป็นต้นไป ยกเว้นในบางพื้นที่ซึ่งพบผู้ติดเชื้อน้อยก็อาจเป็นเพียงข้อแนะนำ โดยไม่ถึงขั้นบังคับ
หน่วยงานสาธารณสุขเกาหลีใต้ได้แบ่งมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมออกเป็น 3 ขั้นจากน้อยไปมาก โดยขั้นที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดนั้นหมายถึงการสั่งปิดโรงเรียนและภาคธุรกิจ
“ถ้าเราต้องยกระดับมาตรการทางสังคมถึงขั้นที่ 3 ก็จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนและเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงขอให้ทุกท่านจริงจังกับสถานการณ์ในตอนนี้” กวอน จุนวุก รองผู้อำนวยการ KCDC แถลง
กวอน ระบุด้วยว่า เกาหลีใต้ได้ให้ยาต้านไวรัสเรมเดซิเวียร์แก่คนไข้โควิด-19 จำนวน 143 รายใน 35 โรงพยาบาล ทว่าการเข้าถึงตัวยายังคงไม่สม่ำเสมอเนื่องจากมีปัญหาจากฝั่งซัพพลายเออร์
เมื่อเดือน มิ.ย. รัฐบาลเกาหลีใต้ได้สั่งซื้อยาเรมเดซิเวียร์จากบริษัท กิลเลียด ไซเอนเซส อิงค์ (Gilead Sciences Inc) ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 5,000 ราย เพื่อเตรียมรับมือการแพร่ระบาดระลอกที่สอง
ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ยังประกาศเลื่อนการตัดสินใจเพิ่มจำนวนนักศึกษาแพทย์ จนกว่าสถานการณ์โควิดจะเข้าสู่ภาวะเสถียร
แพทย์เกาหลีใต้หลายพันคนได้ประท้วงหยุดงานในวันศุกร์ต่อเนื่องมานาน 3 สัปดาห์แล้ว หลังจากที่รัฐบาลประกาศจะเพิ่มจำนวนนักศึกษาแพทย์อีก 4,000 คนในระยะ 10 ปีข้างหน้า โดยอ้างความจำเป็นที่จะต้องเตรียมบุคลากรด้านสาธารณสุขของประเทศให้พร้อมรับมือวิกฤตการณ์ที่คล้ายกับการระบาดของโควิด-19 ขณะที่สมาคมแพทย์เกาหลีใต้ (KMA) ยืนยันว่าจำนวนแพทย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอแล้ว แต่ควรปรับปรุงเรื่องสภาพการทำงานและระบบต่างๆ เพื่อให้แพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างทั่วถึง
https://mgronline.com/around/detail/9630000086190
พม่าสั่งล็อกดาวน์เมืองในรัฐยะไข่ หลังเจอโควิดกลายพันธุ์แบบมาเลย์ แพร่เชื้อเร็วง่ายกว่าเดิม
รอยเตอร์ - พม่าสั่งล็อกดาวน์เมืองสิตตะเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ หลังเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พบการติดเชื้อมากกว่าที่พบในประเทศก่อนหน้านี้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยวันนี้ (21) ว่า มีประชาชน 19 คน ติดเชื้อไวรัสในรัฐแห่งนี้ตั้งแต่วันจันทร์ (17) ที่เป็นการติดเชื้อในท้องถิ่นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ซึ่งทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิดของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 409 คน
รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยทางการแพทย์ของพม่า กล่าวว่า เชื้อไวรัสที่พบครั้งนี้เป็นแบบเดียวกับเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในมาเลเซียเมื่อต้นสัปดาห์ ซึ่งพบระบาดในยุโรป อเมริกาเหนือ และบางพื้นที่ของเอเชีย เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อมากกว่าเดิม
“เราต้องการที่จะแจ้งให้ประชาชนทราบว่าไวรัสชนิดนี้มีอัตราการแพร่เชื้อเร็วขึ้นกว่าเดิม” เจ้าหน้าที่ กล่าว
ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่พบในเมืองสิตตะเว ที่เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งเคอร์ฟิวและให้ประชาชนอยู่กับบ้าน ส่วนสายการบินภายในประเทศก็ระงับบริการเที่ยวบินระหว่างเมืองสิตตะเวและนครย่างกุ้ง
ประชาชนหลายหมื่นคนอาศัยอยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นทั่วรัฐยะไข่ เนื่องจากการต่อสู้ระหว่างกองกำลังของรัฐบาลและกลุ่มก่อความไม่สงบชาติพันธุ์
เมืองสิตตะเวแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของค่ายพักที่ชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 100,000 คน ถูกจำกัดขอบเขตนับตั้งแต่ความรุนแรงปะทุขึ้นในปี 2555 ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่ถูกปฏิเสธสถานะพลเมืองและเผชิญต่อข้อจำกัดควบคุมการเคลื่อนไหวและการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ
จอ หล่า แกนนำชุมชนในค่ายพักแห่งหนึ่ง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเยี่ยมค่ายในวันนี้ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคมและสุขอนามัย
https://mgronline.com/indochina/detail/9630000085950
ไทยสุดเจ๋ง! ผลิต "ชุด PPE" ใช้ซ้ำ 50 ครั้ง ที่แรกของโลก
วันนี้ (18 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวอย่างชุด PPE Innovation Platform ระดับ 3 เป็นนวัตกรรม ชุด PPE ใช้ซ้ำกว่า 50 ครั้ง ที่ผลิตโดยเป็นความร่วมมือ จากภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากชุด PPE รุ่นเราสู้ ระดับ 2 ที่สามารถซักแล้วใช้ซ้ำ 20 ครั้ง ที่ก่อนหน้านี้ได้ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ ใช้งาน แล้ว กว่า 44,000 ชุด
สำหรับ ชุด PPE Innovation Platform ระดับ 3 เป็นนวัตกรรม ที่มีต้นวัตถุดิบมาจากขวดน้ำพลาสติก แล้วนำไปรีไซเคิล ผลิตเป็นเส้นใย ที่นำไปสู่การผลิตเป็นผ้า จากนั้นจึงนำไปตัดเย็บเป็นชุด
ชุด PPE ระดับ3 เหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องทำหัตถการ ใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วย ใกล้ชิดผู้ป่วย หรือ ทำการผ่าตัด สามารถป้องกันน้ำลาย เลือดได้
นพ.โสภณ เมฆธรน ประธานกรรรมการองค์การเภสัชกรรม ระบุว่า อภ.ได้รับงบกลาง 1,500 ล้านบาทมาจัดสรรในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ยา ต่างๆ และ ชุด PPE ซึ่งได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำอย่างไรถึงจะผลิตชุดPPE ใช้ได้เอง ในช่วงที่ไทยมีความต้องการในสู้ภัยโควิด-19 ทำให้สามารถผลิต ชุด PPE ระดับ 2 ป้องกันน้ำ 20 เซนติเมตร ใช้ซ้ำ 20 ครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม จนนำสู่การพัฒนาต่อยอด ถึงระดับ 3 และระดับ 4 โดยในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ไทยมีความต้องการใช้ชุด PPE ค่อนข้างสูง คาดการณ์การใช้ 35,000 ชุดต่อวัน
น.ส.นิสากร จึงเจริญธรรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ระบุว่า สำหรับการผลิตชุด PPE กรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้มีการทบทวน ศึกษา ข้อมูล มาตรฐานเสื้อกราว และมาตรฐานการผลิตชุดPPE โดยยืนยันว่า ชุด PPE ใช้ซ้ำ ในครั้งนี้ ทุกรุ่น ผ่านมาตรฐานต่างๆ ที่มีอยู่ และผ่านมาตรฐานสากลครบถ้วน ทั้งคุณสบบัติของผ้า และการตัดเย็บ โดยได้ผ่านการทดสอบผ่านภาคีห้องปฏิบัติการ ว่าสามารถป้องกันเลือดและไวรัสได้
อย่างไรก็ตาม ต่างประเทศสนใจชุด PPE รุ่นเราสู้ ระดับ2 ของไทย โดยติดต่อเอาต้นแบบของชุด PPE ไทยใช้ซ้ำไปทดสอบแล้ว
ขณะที่ ตัวแทนจากโรงพยาบาลรามาฯ ระบุว่า ในช่วงวิกฤต โควิด-19 ระบาดในไทย ยอบรับ มีการขาดแคลนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ต่างๆ มีราคาสูงขึ้น เนื่องจากทั่วโลกมีความต้องการเช่นเดียวกัน สำหรับในครั้งนี้ รู้สึกดีใจที่ไทย สามารถผลิตชุดPPE ได้ เนื่องจากที่ผ่านมา ราคาชุด ค่อนข้างสูง
เช่นเดียวกับ ตัวแทนคณะกรรมการดูแลเรื่องชุดPPE รพ.ราชวิถี ที่รู้สึกดีใจ และขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีาช่วยกันผลิต เพื่อให้ ชุดPPE มีความเพียงพอ และทำให้ บุคลกรทางกรทางการแพทย์ มั่นใจ ในการดูแลผู้ป่วยต่อไป
https://news.trueid.net/detail/y3nzp2zoKkp3
ข่าวดีไทยไม่มีผู้ติดเชื้อทั้งในและนอกประเทศ
แต่น่าเป็นห่วงเรื่องคนไทยการ์ดตกนะคะ...😥😷
ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังมีข่าวที่น่ากังวลทั้งระบาดเพิ่มและเชื้อกลายพันธุ์
ส่วนนวัตกรรมชุด พีพีอี ของไทย นั้นเจ๋งมากค่ะ
สู้ๆนะคะ และอย่าการ์ดตก