ปรึกษาครับ ตกท้ายกระบะเพราะคนขับรักสนุก ตอนทำงาน

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับ ผมอายุ 28 ปี เรียนจบปริญญาตรี สาขาอาหาร จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังเรียนจบผมได้ไปเรียนภาษาอังกฤษ เรียนการชงกาแฟแบบลาเต้อาร์ต และทำงาน Part time ในร้านอาหารฝรั่งที่ประเทศ Australia เป็นเวลา 6 เดือน(มีใบประกาศนียบัตรพร้อม) หลังจากเรียนภาษาจบผมจึงกลับประเทศไทย และทำงานด้านอาหารมาโดยตลอดทั้งงานประจำและงาน Part time เพื่อสร้างโปร์ไฟล์ที่ดีให้แก่ตัวเอง แล้วสักวันนึงจะได้ไปทำงานที่ต่างประเทศด้วยวีซ่าทำงาน

ผ่านไป 2 ปี ขณะที่ผมทำงานเป็นกุ๊กอยู่ในโรงแรมนึง มีเจ้าของร้านอาหารต้องการตัวผมไปเป็นกุ๊กที่ประเทศ America โดยได้นัดเจอคุยกันและคุยในแชท(บันทึกหน้าจอเอาไว้แล้วเพื่อใช้เป็นหลักฐาน) ผมจึงได้นำเอกสารส่วนตัวต่างๆไปแปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมทั้งประทับตราจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการไปทำงานที่นั่น(มีหลักฐานจริง)

แต่กว่าจะได้ไปต้องรอคิวนาน ระหว่างรอคิวผมจึงตัดสินใจจะไปประเทศ Canada แทนเพราะเพื่อนผมทำงานอยู่ที่นั่น เพื่อนแนะนำเอเจนซี่ให้คุยกับผม คนที่สามารถพาเพื่อนผมไปได้(ตรงนี้ก็บันทึกหน้าจอเอาไว้แล้วเพื่อใช้เป็นหลักฐาน) หลังคุยกันเสร็จผมจึงเตรียมตัวเองให้พร้อมเพื่อไปทำงานที่นั่นโดยมีเงื่อนไขง่ายๆ 3 ข้อ(ตรงนี้ก็บันทึกหน้าจอเอาไว้แล้วเช่นกัน เพื่อเป็นหลักฐาน)
1.มีใบผ่านงานด้านอาหาร 2-3 ปี(ปัจจุบันผมมีแล้ว 1 ปี 3 เดือน และกำลังสะสมเรื่อยๆ)
2.มีผลสอบ Ielts 4.5  คะแนน(ปัจจุบันกำลังอ่านหนังสือเพื่อไปสอบ คิดว่าง่ายๆ ผมเก่งเพราะเคยไปเรียนที่ Australia มาแล้วและคะแนน 4.5 ถือว่าค่อนข้างต่ำ)
3.ค่าโครงการ 2 ปี 680,000 บาท(ครอบครัวผมพอมีทุนตรงนี้พร้อมเพื่อสนับสนุน แต่ผมอยากหาเงินด้วยตัวเอง)
.
.
.
และแล้ววันแย่ๆก็มาถึง ขณะที่ผมไปทำงานเสริมในวันหยุดที่ต่างจังหวัดเพื่อหาเงินไปเป็นค่าโครงการ(ซึ่งเป็นงานคอนเสิร์ต แต่ไม่มีเอกสารการจ้างงานใดใดเลย โดยมีแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศผู้เป็นเจ้าของงานจ้างผม) ผมก็ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงาน ขั้นสาหัส ตื่นขึ้นมาผมจำอะไรไม่ได้เลย พยานเล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่ผมทำงาน ผมต้องไปขนของขึ้นท้ายกระบะแล้วนั่งติดท้ายกระบะไปด้วยเพื่อเอาของไปลงอีกที่นึง ขณะนั้นคนที่มีหน้าที่ขับตัวจริงไม่อยู่ คนที่ขนของมาด้วยกันคนนึงจึงอาสาขับให้(รถไม่มีประกัน) พยานเล่าอย่างมั่นใจว่าเค้าคงเป็นวัยรุ่นจึงอยากจะโชว์สกิลการขับรถเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ และยอมรับจากเพื่อนๆทุกคน เค้าจึงขับกระชากแรงมากจนทุกคนเกือบตก พยานโมโหมากแต่ไม่อยากมีเรื่องชกต่อย(คู่กรณีก่อนจะขับรถไม่มีท่าทีว่าเป็นคนคึกคะนอง แต่พอขับรถแล้วถึงจะเปิดเผยว่าเป็นคนชอบโชว์พาว)เหตุการณ์ครั้งนั้นผมตกคนเดียว กระโหลกศีรษะแตก เลือดออกในสมอง(เกือบโดนผ่าตัดสมองแต่โชคดีที่ไม่โดน)  หลังจากตื่นขึ้นมาผมก็พบว่า
1.ร่างกายซีกขวาทั้งซีกอ่อนแรงมากๆ(เขียนหนังสือ จับมีดหั่นผักไม่ถนัด เดินแล้วล้มบ่อย ขึ้น-ลงบันได้ด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องเป็นภาระคนอื่น)
2.ฟันหักเสี้ยวนึง(แต่โชคดีที่ฟันไม่หลอ)
3.จมูกสูญเสียความสามารถในการรับกลิ่นถาวร(ทำงานด้านอาหารไม่ได้อีกแล้ว เพราะกุ๊ก/เชฟต้องใช้ประสาทสัมผัสด้านการรับกลิ่นด้วยเพื่อชิมอาหารของตัวเอง,เพื่อนร่วมงาน,ลูกน้อง ที่จะทำออกไปให้ลูกค้า อดไปเป็นเชฟที่ต่างประเทศ แม้แต่เชฟที่ไทยก็หมดสิทธิ์เป็น ต้องเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ในสายอาชีพอื่นทั้งๆที่ลงทุนค่าเทอมไปแล้วหลายแสน ลงทุนหาความรู้สร้างโปร์ไฟล์ไป 9-10 ปี กินข้าวไม่อร่อย และถ้าไฟไหม้ แก๊สรั่ว มีกลิ่นควันรถ กลิ่นบุหรี่ก็จะไม่รู้ตัว)
4.ตกใจง่ายมากๆ
5.กินน้ำธรรมดาที่วางไว้ในห้องแอร์แล้วรู้สึกเสียวฟันมากๆ

ผมนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 25 วันจากนั้นจึงกลับ กทม.เพื่อมารักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลสิทธิ์ประกันสังคม(ปัจจุบันพ่อผมสุขภาพแย่ ชอบเป็นลมเนื่องจากต้องคอยทำหน้าที่ขับรถรับส่งผมไปทำกายภาพที่โรงพยาบาล) โดยจ้างรถพยาบาลมารับกับพ่อแม่ ระหว่างทางพ่อแม่ผมไปโรงพักเพราะนัดคู่กรณีเอาไว้ ผมคิดว่าคงไปดำเนินคดี แต่ที่ไหนได้ เค้าไปตกลงกับคู่กรณีให้ชดใช้เงิน 50,000 บาท!!!!!!! และจะไม่เอาความ ซึ่งน้อยมากๆๆๆ เมื่อเทียบกับอนาคตที่ผมสูญเสียไป(แต่โชคดีรึป่าวครับ? ที่ในใบแจ้งความไม่มีข้อความระบุเงื่อนไขไว้ว่าหลังจากคู่กรณีชดใช้ครบแล้ว เราจะไม่เอาความทั้งคดีอาญา และคดีแพ่ง) ตอนนี้ผ่านไป 6 เดือนแล้วครับ ผมสามารถทำอะไรได้บ้างครับ เพื่อเรียกร้องสิ่งที่ผมควรจะได้รับ เช่น 
1.บุคคลที่ผมควรฟ้อง มีใครบ้าง
2.เงินเดือนและสวัสดิการที่แคนาดาที่ผมควรจะได้รับ จะเรียกร้องได้ไหม
3.การที่พ่อแม่ผมไปตกลงกับคู่กรณี ถือเป็นโมฆะไหม? เพราะตอนนั้นผมมีสติรู้ตัวดี และผมก็บรรลุนิติภาวะแล้ว และพ่อแม่ก็ไม่ใช่เจ้าทุกข์โดยตรง เพียงแต่ไปตกลงยอมความกันเองโดยไม่บอกผมล่วงหน้า และคดีนี้เป็นคดีอาญาที่ยอมความกันไม่ได้ แม้จะไม่ติดใจเอาความก็ตาม แต่ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อให้จบไวๆ

ปล.เนื่องจากสถานการณ์โควิด ผมอยู่ในช่วงทดลองงาน งานประจำที่ผมทำอยู่จึงให้ผมเซ็นใบลาออกก่อนที่ผมจะประสบอุบัติเหตุตอนทำงานเสริมประมาณ 2 อาทิตย์ โดยมีผลให้หลังจากวันที่เซ็นใบไปแล้ว 2 เดือน
ปล.2 หลังจากเกิดอุบัติเหตุ 2 เดือน มีบริษัทอาหารโทรมาจะให้ผมไปทำงาน แต่ผมไปไม่ได้เพราะซีกขวาอ่อนแรง และจมูกก็ไม่ได้กลิ่น จึงทำให้เสียโอกาสการทำงาน โดยได้เงินชดเชยจากคู่กรณีมาแค่ 50,000 บาท.....ไม่คุ้มเลย😠
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่