... เราเป็นผู้หญิงปัจจุบันอายุย่าง27 สูงไม่เกิน155 หนัก 52 ผิวเหลืองเกือบจะน้ำผึ้งอ่อนๆ เราคิดว่าเราไม่ได้แย่นะ ออกไปทางน่ารักน่าเอ็นดูด้วยซ้ำำ
...เรารู้จักผู้ชายคนนึงมาตั้งแต่สมัยเรียน.ปลาย เขาเป็นรุ่นพี่ของเพื่อนในกลุ่ม แต่ขาดการติดต่อตั้งแต่เข้ามหาลัย เขาอายุมากกว่าเรา10กว่าปี รูปร่างทรงทหาร,นักกีฬา หัวเกรียน หน้ากว้างๆ ผิวเข้มๆ ไม่โดดเด่นอะไรแต่สเป็คกระเทย ถ้าไม่บอกอายุก็คิดว่า30ต้น ๆ
... เราเริ่มติดต่อกันใหม่อีกครั้งหลังจากเราทำงานและไปมาหาสู่ที่บ้านกันปกติ เพราะ ก่อนหน้านั้นก็สนิทกันอยู่แล้ว
... จนวันหนึ่ง เขาสารภาพว่า สมัยเราเรียน.ปลาย เขาชอบเรา(เห็นว่าเราน่าเอ็นดู น่าดูแล) ตอนนี้เลยขอดูแลเรา ซึ่งเราก็บอกว่า เราไม่คิดอะไรกับเขา(แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นนะ) เขาก็ยินดีอาสาที่จะดูแล(จีบ)อยู่แบบนี้ต่อไป
... เขาเทคแคร์เราดีนะ พาไปนู่นนี่ กินเที่ยว ฝนตกก็ขับรถตากฝนมาอยู้ติดฝนป็นเพื่อน เรื่องเที้ยว กินเขาโอเคมากๆ
... แต่.. พอศึกษากันไปเรื่อยๆ เขามักจะพูดว่า "อยู่กับเรา เขาสบายใจ สนุกมากๆ" [เพราะเราเอาแต่คุยเรื่องของเขา (เขาพูดมาก พูดเรื่องของเขาจะไม่สนุกได้ไง)] สไตล์การพูดของเขาก็จะเป็นเรื่องแนวสปอร์ตซึ่งเราไม่เข้าใจเลย แต่เราก็ให้เกียรติเขาพูด ถามในเรื่องที่เขาพูด ให้รู้ว่าเราเป็นผู้ฟังที่ดี และ นานๆทีจะถามเรื่องของเรา แต่พอเราตอบเขาไม่ได้ตั้งใจฟังเลย เหมือนไม่สนใจ ไม่สบตาเลย ไม่มีแม้แต่รีแอ็คชั่นต่อเรื่องเรา บางครั้งเราพูดอยู่ก็พูดแทรกขึ้นทันที แถมยังเป็นเรื่องที่ไม่เกียวกับประเด็นที่พูดเลย
... จนวันหนึ่ง เราทนไม่ไหว บอกไปตรงๆ ว่า"ไม่โอเคที่พูดแต่เรื่องตัวเองเป็นชม. ไม่ตั้งใจฟังผู้อื่น(ไม่ใช่แค่ฟังเรา) เขาก็บอกเขาฟังแต่ไม่ได้มองหน้า(แต่เขาก็ไม่แสดงความเห็นใดๆแถมยังเงียบใส่บางครั้งพูดแทรก!!?? ) และเขาบอกจะปรับปรุง แต่ทุกครั้งก็เหมือนเดิม จนน่ารำคาญ เราทะเลาะกันเรื่องการฟังหลายครั้ง จนเขาดีขึ้น5‰ แต่ยังน่ารำคาญสุดๆ
...จนวันนึง เราไปเอาของที่บ้านเขา เขาอยู่คนเดียวเราเห็นว่าบ้านเขาฝุ่นเริ่มหนา ไม่ได้จัดบ้านเพราะทำงาน (แต่ไม่ใช่ไม่มีวันพักนะ) เราเลยบอกชวนเขาช่วยกันจัดบ้าน เขาก็เสียงดังใส่ หน้านี่เครียดทันทีเหมือนโมโหมาก เขาว่า ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวจัดการเอง เราไม่ชอบคนเสียงดังขี้โมโหด้วย เราเลยเงียบแล้วก็นอยด์เงียบๆและงงๆ ไม่เข้าใจทำไมต้องโมโหขนาดนั้น เวลาเขาชวนไปบ้านเราก็จะขัดตาขัดใจกับบ้านที่ฝุ่นหน้าฟุ้งกระจาย(เราแพ้ฝุ่น เขารู้เราเคยบอก แต่น่าจะจำไม่ได้เพราะไม่ตั้งใจฟัง)
... เป็นแบบนี้อยู่สี่ห้าครั้ง จนเราทนไม่ไหว บอกว่า "ถ้าจะชวนมาอ่านสือในกองฝุ่นแบบที่ผ่านมา ก็ช่วยจัดบ้านให้ดี เราไม่โอเค" คือต่อให้บ้านเล็กไม่หรูหรายังไง ก็ควรสะอาดมั้ย
... จนวันหนึ่ง เหตุการณ์เหมือนเดิม เรสชวนเขาจัดบ้าน เขาก็อารมณ์เสีย เสียงดัง บอกว่า ไม่ต้องๆๆ ทำเอง(คิดในใจ กุเห็นจะทำอยู่ชาตกว่าแล้วไงล่ะ เหมือนเดิม)
" แล้วจะโมโหทำไม" เราถาม เขาตอบว่า
"แล้วทำหน้ายังไงล่ะ ไม่ดูตัวเองบ้างเลย"
เขาว่าเรา"หน้าบูด"
"ก็วันอื่นก็ไม่บูดขนาดนี้" เขาตอบ
... เห้ย!!สรุปทุกครั้งที่ชวนจัดบ้านแล้วโมโหสาเหตุมาจากหน้าเราหรอ (ไม่น่าไปจุ้นจ้านเลยทำให้ตัวเองที่ไหน เลวซะงั้นเรา) เราแค่ไม่ยิ้ม หน้านิ่งๆ มุมปาก(

)ตก เรางงหนักมาก เห้ยๆๆ เราคงต้องศัลยกรรมแล้วแหละ จะได้หน้ายิ้มทั้งวัน (คนบ้าอะไรหน้ายิ้มทั้งวัน)
... เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนบางคนก็ไม่ควรรู้จักมากเกินไป คนบางคนเหมาะกับเป็นเพื่อนที่รู้จักกันผิวเผินมากกว่าจะให้ลึกซื้ง มันไม่เวิร์ค
ถ้าคนที่จีบคุณเป็นแบบนี้ คุณคิดว่ายังไงคะ
...เรารู้จักผู้ชายคนนึงมาตั้งแต่สมัยเรียน.ปลาย เขาเป็นรุ่นพี่ของเพื่อนในกลุ่ม แต่ขาดการติดต่อตั้งแต่เข้ามหาลัย เขาอายุมากกว่าเรา10กว่าปี รูปร่างทรงทหาร,นักกีฬา หัวเกรียน หน้ากว้างๆ ผิวเข้มๆ ไม่โดดเด่นอะไรแต่สเป็คกระเทย ถ้าไม่บอกอายุก็คิดว่า30ต้น ๆ
... เราเริ่มติดต่อกันใหม่อีกครั้งหลังจากเราทำงานและไปมาหาสู่ที่บ้านกันปกติ เพราะ ก่อนหน้านั้นก็สนิทกันอยู่แล้ว
... จนวันหนึ่ง เขาสารภาพว่า สมัยเราเรียน.ปลาย เขาชอบเรา(เห็นว่าเราน่าเอ็นดู น่าดูแล) ตอนนี้เลยขอดูแลเรา ซึ่งเราก็บอกว่า เราไม่คิดอะไรกับเขา(แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นนะ) เขาก็ยินดีอาสาที่จะดูแล(จีบ)อยู่แบบนี้ต่อไป
... เขาเทคแคร์เราดีนะ พาไปนู่นนี่ กินเที่ยว ฝนตกก็ขับรถตากฝนมาอยู้ติดฝนป็นเพื่อน เรื่องเที้ยว กินเขาโอเคมากๆ
... แต่.. พอศึกษากันไปเรื่อยๆ เขามักจะพูดว่า "อยู่กับเรา เขาสบายใจ สนุกมากๆ" [เพราะเราเอาแต่คุยเรื่องของเขา (เขาพูดมาก พูดเรื่องของเขาจะไม่สนุกได้ไง)] สไตล์การพูดของเขาก็จะเป็นเรื่องแนวสปอร์ตซึ่งเราไม่เข้าใจเลย แต่เราก็ให้เกียรติเขาพูด ถามในเรื่องที่เขาพูด ให้รู้ว่าเราเป็นผู้ฟังที่ดี และ นานๆทีจะถามเรื่องของเรา แต่พอเราตอบเขาไม่ได้ตั้งใจฟังเลย เหมือนไม่สนใจ ไม่สบตาเลย ไม่มีแม้แต่รีแอ็คชั่นต่อเรื่องเรา บางครั้งเราพูดอยู่ก็พูดแทรกขึ้นทันที แถมยังเป็นเรื่องที่ไม่เกียวกับประเด็นที่พูดเลย
... จนวันหนึ่ง เราทนไม่ไหว บอกไปตรงๆ ว่า"ไม่โอเคที่พูดแต่เรื่องตัวเองเป็นชม. ไม่ตั้งใจฟังผู้อื่น(ไม่ใช่แค่ฟังเรา) เขาก็บอกเขาฟังแต่ไม่ได้มองหน้า(แต่เขาก็ไม่แสดงความเห็นใดๆแถมยังเงียบใส่บางครั้งพูดแทรก!!?? ) และเขาบอกจะปรับปรุง แต่ทุกครั้งก็เหมือนเดิม จนน่ารำคาญ เราทะเลาะกันเรื่องการฟังหลายครั้ง จนเขาดีขึ้น5‰ แต่ยังน่ารำคาญสุดๆ
...จนวันนึง เราไปเอาของที่บ้านเขา เขาอยู่คนเดียวเราเห็นว่าบ้านเขาฝุ่นเริ่มหนา ไม่ได้จัดบ้านเพราะทำงาน (แต่ไม่ใช่ไม่มีวันพักนะ) เราเลยบอกชวนเขาช่วยกันจัดบ้าน เขาก็เสียงดังใส่ หน้านี่เครียดทันทีเหมือนโมโหมาก เขาว่า ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวจัดการเอง เราไม่ชอบคนเสียงดังขี้โมโหด้วย เราเลยเงียบแล้วก็นอยด์เงียบๆและงงๆ ไม่เข้าใจทำไมต้องโมโหขนาดนั้น เวลาเขาชวนไปบ้านเราก็จะขัดตาขัดใจกับบ้านที่ฝุ่นหน้าฟุ้งกระจาย(เราแพ้ฝุ่น เขารู้เราเคยบอก แต่น่าจะจำไม่ได้เพราะไม่ตั้งใจฟัง)
... เป็นแบบนี้อยู่สี่ห้าครั้ง จนเราทนไม่ไหว บอกว่า "ถ้าจะชวนมาอ่านสือในกองฝุ่นแบบที่ผ่านมา ก็ช่วยจัดบ้านให้ดี เราไม่โอเค" คือต่อให้บ้านเล็กไม่หรูหรายังไง ก็ควรสะอาดมั้ย
... จนวันหนึ่ง เหตุการณ์เหมือนเดิม เรสชวนเขาจัดบ้าน เขาก็อารมณ์เสีย เสียงดัง บอกว่า ไม่ต้องๆๆ ทำเอง(คิดในใจ กุเห็นจะทำอยู่ชาตกว่าแล้วไงล่ะ เหมือนเดิม)
" แล้วจะโมโหทำไม" เราถาม เขาตอบว่า
"แล้วทำหน้ายังไงล่ะ ไม่ดูตัวเองบ้างเลย"
เขาว่าเรา"หน้าบูด"
"ก็วันอื่นก็ไม่บูดขนาดนี้" เขาตอบ
... เห้ย!!สรุปทุกครั้งที่ชวนจัดบ้านแล้วโมโหสาเหตุมาจากหน้าเราหรอ (ไม่น่าไปจุ้นจ้านเลยทำให้ตัวเองที่ไหน เลวซะงั้นเรา) เราแค่ไม่ยิ้ม หน้านิ่งๆ มุมปาก(
... เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนบางคนก็ไม่ควรรู้จักมากเกินไป คนบางคนเหมาะกับเป็นเพื่อนที่รู้จักกันผิวเผินมากกว่าจะให้ลึกซื้ง มันไม่เวิร์ค