ประสบการณ์การสกีครั้งแรกที่เกาหลี

แชร์ประสบการณ์การไปสกีรีสอร์ทและเล่นสกีครั้งแรกในชีวิตค่ะ ⛷❄

เราเคยคุยกับแฟนไว้เล่นๆว่าเราอยากมีโอกาสเห็นหิมะเยอะๆสักครั้งในชีวิต อยากเห็นแบบขาวโพลนเลย แฟนและที่บ้านเขาเลยคุยกันว่าจะพาเราไปเล่นสกี

โอกาสพอดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นวันวาเลนไทน์และครบรอบ 6 เดือนที่ครบกันแฟน คุณแม่แฟนและน้องแฟนลางานวันศุกร์เพื่อพาเราไปเที่ยวสกีรีสอร์ท ทริปของพวกเราเป็นทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืน และพวกเราขับรถไปกันเองจากที่บ้านค่ะ

สกีรีสอร์ทที่เราไปชื่อว่า ยงพยอง รีสอร์ท ภาษาอังกฤษเรียก Yong Pyong Resort (용평 리조트) หรือ Dragon Valley ที่โรงแรมมี mascot ของรีสอร์ทเป็นรูปมังกรสีฟ้า น้องมีชื่อด้วยนะคะชื่อ Yopy (โยพี) มาจากชื่อสองพยางค์แรกของรีสอร์ท น้องจะหน้าตาคล้ายๆมังกรบาบีก้อนของเมืองไทย แค่คนละสี (น้องเขาอาจจะเป็นญาติห่างๆกันก็ได้ 555) 

ยงพยองรีสอร์ทเป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่และเป็นสกีรีสอร์ทแห่งแรกในเกาหลี เปิดเมื่อปี 1975 สกีรีสอร์ทนี้ตั้งอยู่ที่เมืองพยองชัง 평창 จังหวัดคังวอนโด 강원도 หลายๆคนได้ยินคำว่าพยองชังอาจจะรู้สึกคุ้นๆหูเพราะเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวเมื่อปี 2018 (Pyeongchang Winter Olympics 2018) คังวอนโดอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีและมีภูเขาสูงหลายลูกจึงทำให้ที่จังหวัดนี้อากาศค่อนข้างหนาวและหิมะตกเยอะกว่าที่อื่นๆ รวมทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีสกีรีสอร์ทอยู่เยอะที่สุดด้วยค่ะ

ยงพยอง สกีรีสอร์ทเป็น holiday resort แบบครบวงจร มาที่นี่สามารถเล่นด้วยกันได้ทั้งครอบครัว มีสิ่งที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะสนุกได้ในแบบที่ตัวเองชอบ

ที่นี่คนที่ชอบกีฬาจะโดนใจมากค่ะ เพราะมีที่ให้เล่นสกี (ski), สเก็ต (skate), เลื่อนหิมะ (sledge) และยังมีสวนน้ำในร่มขนาดใหญ่มีสระว่ายน้ำที่อุณหภูมิจะอุ่นเสมอและไม่ต้องกลัวโดนแดดเผาด้วยค่ะ จะไปว่ายกลางวันหรือกลางคืนก็ได้ค่ะ กีฬาทุกอย่างเริ่มตั้งแต่ 9 โมงถึง 3 ทุ่มค่ะ (แต่จะไปเล่นสกีต้องทาครีมกันแดดเยอะๆและใส่แว่นตากันแดดดีๆนะคะ เพราะหิมะสะท้อนแสง UV เข้าหน้าเข้าตาเต็มๆเลยค่ะ)

ใครที่ไม่เคยเล่นกีฬาฤดูหนาวและไม่มีอุปกรณ์ไม่ต้องกลัวนะคะ เขามีให้เช่าพร้อมเลยค่ะตั้งแต่เสื้อ, กางเกง, หมวกกันกระแทก, รองเท้าสกี, รองเท้าสเก็ต, สกี, ไม้ค้ำสกี และยังมีโรงเรียนสอนด้วยค่ะ สามารถไปฝึกเรียนกับครูก่อนไปเล่นจริงได้ สกีมีความสูงหลายระดับให้เลือกตามความชอบและความสามารถค่ะ

จริงๆตอนเราเรียนม.ปลายที่อังกฤษเคยเล่นสเลดจ์หรือเลื่อนหิมะมาก่อนเลยไม่กลัวมาก เลยไม่ได้ไปลงคอร์สเรียนสกีกับทางรีสอร์ท เราเช่าอุปกรณ์แล้วไปเล่นเลย โดยมีน้องสาวแฟนและแฟนไปด้วย (คุณแม่แฟนเจ็บเข่าเลยไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ)

ตอนแรกที่ขึ้นสกีลิฟท์ (Ski lift) ออกแนวคล้ายๆกระเช้าไฟฟ้าแต่เป็นที่นั่งยาวๆใช้สำหรับขึ้นไปเล่นสกีโดยเฉพาะ ตอนนั้นยังรู้สึกแฮปปี้อยู่แต่พอถึงยอดจริงๆเริ่มกลัวเพราะมันดูสูงมาก พอขึ้นถึงยอดแค่ลุกจากเกาอี้ก็ลื่นออกมาเลย (ตอนนั่งบนเก้าอี้ใส่รองเท้าสกีแล้ว) ตอนนั้นเริ่มรู้ตัวว่าเบรกไม่เป็น มันไหลมันหยุดเลย หยุดได้เพราะไปชนที่กั้นกันตกเขาข้างทาง ตอนนั้นคือใจหายวาบเลย นึกว่าจะตกเขาตายแล้ว 555

น้องแฟนเลยมาสอนวิธีการลุกเมื่อล้มและวิธีการเบรกให้ อยากจะบอกว่ายากกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ เบรกว่ายากแล้ว แต่พอล้มแล้วต้องลุกทั้งรองเท้าสกีเราลุกไม่ขึ้นเลย สอนอยู่นานก็ทำไม่ได้ สุดท้ายเลยยอมถอดสกีออกก่อน ลุกขึ้นยืนแล้วใส่ใหม่

ที่พีคสุดคือพอเริ่มเล่นสกี ที่นั่นเป็นเนินยาวลงไปเลย คราวนี้พอเริ่มเล่นก็ไปไกลเลย รู้เลยว่าเบรกไม่ได้อีกแล้ว ด้วยความกลัวนั่งลงกับพื้นเลยค่ะ นั่งแล้วไม่หยุดอีก ไปข้างหน้าเร็วกว่าเดิมอีก คราวนี้ร้องไห้เลยเพราะไม่รู้จะหยุดยังไง เลยพลิกตัวให้ล้มลงด้านข้างเลยหยุดได้
 สิ่งเดียวที่ดีคือหิมะนิ่มมากและเสื้อผ้าที่เราใส่เล่นสกีก็หนามาก เวลาล้มจึงไม่เจ็บเลย คือถ้าเอาชนะความกลัวได้ต่อให้ล้มก็ไม่เจ็บตัวแน่ๆค่ะ (ถ้าไม่ล้มผิดท่า ขาพับ แขนพับนะ แบบนั้นอันตรายถึงขั้นขาหักได้เลยเพราะรองเท้าสกีหนักมากๆ)

แฟนกับน้องแฟนรีบสกีลงมาดูเรา แฟนเรากอดเราแน่นเลยเพราะตอนนั้นร้องไห้แบบไม่อายคนเลยค่ะ กลัวจนเหงื่อแตกเลย แฟนเราบอกว่าไม่เป็นไร ตอนนั้นเพิ่งลงมาได้ประมาณ 1 ใน 10 ของความสูงเขา แฟนบอกว่าถ้ากลัวมากไม่อยากเล่นแล้ว เราไปนั่งลิฟท์กลับกันเลยก็ได้นะ แต่ใจเราอยากสู้ เสียดายเงินด้วย อยากให้แฟนกับน้องสาวได้สนุกด้วย เลยบอกว่าไม่เป็นไรเราจะสกีลงเขา

คราวนี้จะลงอีกก็เบรกไม่อยู่อีกและสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจริงๆเราล้มแบบตรงเข่าพลิกนิดหน่อย ตอนนั้นเจ็บมาก แต่ไม่ถึงขั้นอันตราย เราลุกเองไม่ได้นั่งรอแฟนสกีลงมาช่วยพยุงตัวเราขึ้น คราวนี้ร้องไห้อีกรอบ เมื่อกี้ร้องไห้เพราะกลัว ตอนนี้ร้องเพราะทั้งกลัว ทั้งตกใจ ทั้งเจ็บ 555 คราวนี้แฟนเราเลิกเล่นเลยเขาถอดสกีออกแล้วคอยช่วยพยุงเราเวลาเราล้ม เขาคอยวิ่งๆตาม ถือไม้ค้ำสกีให้น้องสาว เพราะน้องสาวบอกว่า ออนนี่ (언니 น้องสาวเรียกพี่สาว) เดี๋ยวหนูสอนเอง ไม่ต้องไปเองแล้ว (จริงๆเราไม่ได้กลัวสกีตกเขาอย่างเดียว กลัวไปชนคนอื่นแล้วทำเขาเจ็บ เดือดร้อนคนอื่นไปด้วย) น้องสาวแฟนเล่นสกีเก่งกว่าแฟนเรา จึงอาสาเป็นครูสอนให้ คือน้องเก่งมาก น้องสกีถอยหลังจับมือเราสกีเดินหน้า สอนเราหยุด สอนเราเร่งความเร็ว จนเราเริ่มคล่องขึ้น คราวนี้เริ่มสนุก แต่น้องสาวแฟนและแฟนก็ยังคอยคุมอยู่ อีกคนอยู่ข้างหน้า อีกคนอยู่ข้างๆ น้องแฟนจะให้เราหยุดเป็นพักๆจะได้ไม่เหนื่อยและไปไม่เร็วจนเกินไป โดยจะให้แฟนเราไปยืนดักอยู่ข้างหน้าคอยช่วยเราถ้าเราไถลหรือเกิดเบรกไม่อยู่อีก

น้องสาวแฟนคอยให้กำลังใจเราอยู่ตลอด คอยจับมือเรา ถามเราว่ากลัวไหม เหนื่อยไหน เจ็บไหม ปลอบเราว่าครั้งแรกทำได้เท่านี้ก็เก่งมากแล้ว และบอกให้เราคอยมองไปที่แฟน อย่ามองลงต่ำที่พื้นเพราะจะควบคุมทิศทางไม่ได้ น้องแซวว่า "ออนนี่มองไปที่แฟนออนนี่ซิ ตามความรักของออนนี่ไป พี่ชายหนูอยู่ข้างหน้าไปหาเขาเลย" แฟนเราได้ยินก็ยิ้มโบกมือเรียกเราให้สกีไปหา

พอเราไปถึงก็กอดเราที ถ่ายรูปให้เรากับน้องบ้าง ถ่ายเยอะจนถ้าเปิดอัลบัมรูปดูเร็วๆนี่กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวได้เลย ถ่ายเยอะมาก แถบจะทุกอริยาบท 5555 

เราค่อยๆสกีลงมาจากเขาเรื่อยๆใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ชม.กว่าจะลงมาได้ 555 พอใกล้จะถึงน้องแซวต่อ "ออนนี่ชอบกินใช่ไหมคะ ลงไปให้ได้นะ เราจะได้ไปกินข้าวเย็นกันแล้ว สู้ๆเพื่ออาหารนะคะ" 555 พอเล่นสกีเสร็จสภาพคือเยินมาก เหงื่อออกเยอะมาก เล่นสกีไม่ต้องกลัวหนาวค่ะ ไปออกกำลังกายใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน พอเล่นสกีเสร็จพวกเราก็ไปทานข้าวเย็นกัน

พอเจอแม่แฟนพวกเรารีบเล่าใฟ้คุณแม่ฟังและโชว์รูปถ่ายให้ท่านดู แม่แฟนชมเราว่าทำดีมากที่ไม่ถอดใจยอมแพ้ เรากล่าวขอบคุณน้องสาวแฟนและแฟนหลายรอบที่ช่วยดูแลเราจนเราสกีลงเขามาได้อย่างปลอดภัย 

ใครที่ไม่ชอบอะไรตื่นเต้นมากแบบสกีก็ลองเล่นเลื่อนหิมะดูค่ะ นั่งบนห่วงยางไหลลงมาแบบที่เมืองหิมะใน Dream World สนุกดีและไม่น่ากลัวมาก เรากับแฟนเล่นกันไปคนละ 5 รอบ น้องสาวแฟนบอกว่า 3 รอบก็ขอบายแล้ว

คนที่ชอบธรรมชาติ ชอบเดินเขา สามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้า (cable car) ขึ้นไปเดินชมวิวบนเขาบัลวัง 발왕산 ได้ค่ะ แฟนเล่าให้ฟังว่าจริงๆแล้วภูเขาลูกนี้ชื่อว่า พัลวังซาน 팔왕산 แปลตรงตัวว่า ภูเขาของกษัตริย์องค์ที่ 8 เพราะมีโหรหลวงทำนายไว้ว่าเกาหลีจะมีกษัตริย์องค์ที่ 8 ที่มาจากภูเขาลูกนี้ แต่ว่าตัวพีอึพ ㅍ ออกเสียงยากกว่าบีอึพ ㅂ (เพราะเวลาออกเสียงต้องมีการพ่นลมออกมามากกว่า) จึงเปลี่ยนการออกเสียงให้ง่ายขึ้น เราถามแฟนว่าแล้วมีกษัตริย์องค์ที่ 8 มาจากที่ภูเขาลูกนี้จริงไหม แฟนบอกว่ากษัตริย์ที่ไหนจะมาอยู่บนเขา ไม่จริงหรอก บนเขาหนาวและสูงมาก คนธรรมดายังไม่ขึ้นไปอยู่เลย มันคงเป็นแค่การเปรียบเทียบว่าภูเขาสวยมากเหมือนสวรรค์เหมาะแก่ผู้สูงศักดิ์อย่างกษัตริย์จะมาอยู่ 

บนเขาวิวสวยจริงๆค่ะ มีรูปปั้นหัวใจ รูปปั้นครอบครัวนกฮูกน้อยใหญ่หลากสีให้ถ่ายรูปด้วย แฟนเล่าให้ฟังว่าสำหรีบคนเกาหลีนกฮูกเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความร่ำรวย ใครมีโอกาสไปบนเขาพัลวังซานก็อย่าลืมไปถ่ายรูปกันนะคะ รับรองรูปออกมาสวยค่ะเพราะแสงและวิวดีมากๆ พวกเรา 4 คนได้ไปสร้างมนุษย์หิมะ Snowman จิ๋วไว้เป็นที่ระลึกด้วย นอกจากถ่ายรูปแล้วอย่าลืมเล่นหิมะกันด้วยนะคะ ห้ามพลาดๆ

บนนั้นมีร้านอาหารและร้านกาแฟด้วยค่ะ ที่นั่นมีปล่องไฟขนาดใหญ่และเตาผิง ในฤดูหนาวเตาผิงมีการจุดไฟให้ความอบอุ่นจริงๆด้วยค่ะ ทำให้อุ่น, มีกลิ่นไม้เบาๆ และดูคลาสสิคมาก ที่บนเตาผิงจะมีรูปพระเอก นางเอกจากเรื่อง Goblin (도깨비) และ เพลงรักในสายลมหนาว Winter Sonata (겨울연가) ซีรี่ส์และดารานำดังมากๆ เชื่อว่าแฟนซีรีส์เกาหลีหลายๆคนต้องเคยได้ยินชื่อพวกเขาอย่างแน่นอน (ขอแนะนำแค่พระเอกนางนะคะ ไม่สนใจนางเอก 555 เรื่อง Goblin มีโอป้ากงยู (공유) และ อีดงอุก (이동욱) ส่วนเรื่อง Winter Sonata มีแบยงจุน (배용준) และพักยงฮา (박용하) เพราะที่รีสอร์ทเป็นสถานที่ถ่ายละครสองเรื่องนี้ (จริงๆแล้วที่นี่ยังเป็นที่ถ่ายทำละครเรื่อง My ID is Gangnam Beauty (내 아이디는 강남미인) ด้วย พระเอกเรื่องนี้คือดาราหนุ่มน้อยหน้าใส น้องชาอึนอู (차은우) เอาเป็นว่าใครเป็นแฟนซีรี่ส์เกาหลีมาที่นี่แล้วฟินแน่ค่ะ ตรงทางขึ้นกระเช้าไฟฟ้ามีมุมให้ถ่ายรูปกับรูปละครทั้ง 3 เรื่องเลย 

แฟนยังเล่าให้ฟังอีกด้วยว่าที่นี่นอกจากเป็นสถานที่ถ่ายละครเกาหลีแล้วที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละครและหนังฮ่องกงอีกหลายเรื่องด้วยค่ะ

กลับมาที่อาหารนะคะ 555 ขอรีวิวอาหารที่ร้านกาแฟค่ะ อาหารราคาไม่แพงมากและอร่อยใช่ได้เลยค่ะ ตอนที่ไปคาเฟ่พวกเราไม่ค่อยหิวมากเลยลองสั่งอะไรมากินลองท้องเล่นๆ เลยลองสั่งพิซซ่าหน้าน้ำผึ้งและเบอร์รี่มาทานดู ก็อร่อยดีค่ะ เปรี้ยวๆหวานๆ แป้งบางกรอบเหมือนแป้งโรตีกรอบ 

ใครที่มากับเด็กพาน้องๆไปดูสัตว์ได้นะคะ มีสวนสัตว์ขนาดย่อม มีอัลปากา, แพะ, กระต่าย, กระรอกและไก่ฟ้า มีตู้หยอดเหรียญซื้อหญ้าซื้ออาหารเม็ดมาให้น้องๆได้ด้วยค่ะ (ส่วนตัวชอบตัวอัลปากามากๆ มันหน้าตาน่ารักมาก น้องจะหน้าดูงงๆแบ๊วๆ ขนฟูหยิกๆหยองๆ ดูตลกดี 555)

กลางคืนก็ไม่ต้องกลัวเหงาค่ะ มีร้านสะดวกซื้อเปิด 24 ชม. มีบาร์พร้อมการแสดงดนตรีสดไปนั่งจิบเบียร์จิบไวน์ฟังดนตรีได้ มีที่เล่นเกมตู้เกมกด โต๊ะปิงปอง ลานโบวลิ่ง มีโรงภาพยนตร์ 4 มิติ และมีร้านคาราโอเกะด้วยค่ะ ร้านอาหารก็มีหลายแบบกินกันได้ตั้งแต่เช้ายันมืด 

ระหว่างที่เรากับแฟนไปเล่นเกมตู้แข่งกัน คุณแม่กับน้องแฟนไปนั่งจิบเบียร์กัน เรากับแฟนชอบเล่นเกมด้วยกันโดยเฉพาะเกมเทเบิ้ล ฮอกกี้ (Table Hockey), พวกเราเล่นเกมแข่งรถ, เกมยิงปืน และเก่มเต้นแข่งกันด้วย เราไม่ได้สนใจว่าใครแพ้หรือชนะเพราะเราแค่ชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 

พอเล่นเกมส์เสร็จแม่แฟน, น้องแฟน, เราและแฟนไปดูหนัง 4 มิติกัน (หนังแบบต้องใส่แว่น 3 มิติและเก้าอี้ขยับๆตามภาพการเคลื่อนไหวในจอ) พวกเราเลือกดูเรื่องเกี่ยวกับรถไฟเหาะในยุค Ice Age มีไดโนเสาร์ มีช้างแมมมอธ ภาพสวยและสนุกดี เก้าอี้ก็ขยับแรงดี 555

สุดท้ายเราจบวันด้วยการไปต่อกันที่ร้านคาราโอเกะ หรือที่คนเกาหลีเรียกกันว่า โนแรบัง (노래방) พวกเราร้องเพลงด้วยกัน 4 คน 1 ชม.ครึ่ง เรารู้จักเพลงเกาหลีเยอะตั้งแต่สมัยเรียนม.ต้นแล้ว เพราะตอนนั้นเริ่มเรียนภาษาเกาหลี, เริ่มฟังเพลงและดูหนังเกาหลี จึงไปร้องเพลงด้วยกันได้สนุกมากๆ

ที่ห้องพักพวกเราเป็นห้องพักห้องใหญ่ แบ่งเป็นห้องเล็กๆ 2 ห้องมีห้องน้ำในตัว, ห้องนั่งเล่นและห้องครัว พวกเราซื้อขนมและมาม่ากันไปเยอะมาก พอกลับไปห้องก่อนนอนก็นั่งดื่มชาร้อนแล้วคุยเล่นกัน (เพราะเจ็บคอกันมากๆจากการตะโกนร้องคาราโอเกะ 555)

ทริปนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทริปที่สนุกมากๆ น้องสาวของแฟนบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในปี 2020 สำหรับเธออย่างแน่นอน เพราะมันคงจะยากที่จะหาวันที่ดีและวิเศษมากไปกว่าวันนี้ได้อีก เราฟังแล้วรู้สึกดีใจมากเพราะมีโอกาสได้อยู่ร่วมกับน้องและเป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆของน้อง คุณแม่ของแฟนก็ชอบหยอกแฟนว่ารักเรามากกว่าแฟน แฟนก็ชอบทำงอนมากอดเราให้เราปลอบ พวกเรา 4 คนมีความสุขกันมากๆ เรารู้สึกว่าพวกเขารักและเป็นห่วงเรามากๆ พวกเขาทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวของพวกเขาเสมอๆ 😊❤

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่