ลามทั่วปท.! นร.มัธยม ชูสามนิ้วหน้าเสาธง ครูเข้าห้าม-แย่งแถลงการณ์จากมือ (คลิป)
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_4722418
ลามทั่วประเทศ! นร.มัธยม ชูสามนิ้วหน้าเสาธง ครูเข้าห้าม-แย่งแถลงการณ์จากมือ นักเรียนทั้งหมดเลยชูสามนิ้วและตะโกนโห่ร้อง(คลิป)
หลังกลายเป็นกระแสเดือดต่อเนื่องจากการชุมนุมใหญ่ ไม่เอา [เผล่ะจัง] หยุดคุกคามประชาชน โดยก่อนหน้ากลุ่มเยาวชนปลดแอกออกมาเคลื่อนไหวเสนอข้อเรียกร้องและทำกิจกรรม
โดยในวันนี้มีการเคลื่อนไหวในโรงเรียนต่างๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเด็กนักเรียนมัธยมได้ชูสามนิ้วหน้าเสาธง ระหว่างร้องเพลงชาติ หลายโรงเรียนด้วยกัน พร้อมกันนั้นยังนัดติดโบว์สีขาวต้าน [เผล่ะจัง] เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของการมีสิทธิและเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของสังคม
ทำให้บรรยากาศในหลายโรงเรียนมีการแชร์ภาพคลิปต่างๆ พร้อมติดแฮชแท็กโรงเรียนหน้าเขาไม่เอา [เผล่ะจัง] และยังมีแฮชแท็ก โรงเรียนชื่อดังจังหวัดลำปาง ที่เกิดปัญหาเรื่องทรงผม และการไม่รับฟังเด็กนักเรียนด้วย
ล่าสุดยังมีคลิปเหตุการณ์นักเรียนจักกิจกรรมหน้าเสาธง ก่อนกลุ่มนักเรียนจะอ่านแถลงการณ์และแสดงจุดยืน จากนั้นมีครูท่านหนึ่งได้ขึ้นไปหยิบกระดาษแถลงการณ์จากมือนักเรียน ก่อนพยายามพาออกจากหน้าเสาธง ทำให้นักเรียนทั้งหมดชู 3 นิ้วและตะโกนโห่ร้อง ก่อนครูจะยอมปล่อยนักเรียนคนดังกล่าว ส่วนนักเรียนก็ไหว้คุณครูและเดินลงมา โดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
https://www.facebook.com/people/Nadear-Ann-Siripanya/100042148656873
โดนอีกเคส! ครูตบนร.ขณะถ่ายคลิปชูสามนิ้ว ติซ้ำ ปัญญาอ่อน-ไม่ให้เกียรติโรงเรียน
https://www.matichon.co.th/social/news_2310669
โดนอีกเคส! ครูตบนร.ขณะถ่ายคลิปชูสามนิ้ว ติซ้ำ ปัญญาอ่อน-ไม่ให้เกียรติโรงเรียน
ในช่วงเช้าของวันนี้ นักเรียนในหลายโรงเรียนทั่วประเทศได้พร้อมใจใช้โบว์ขาวและแสดงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว ระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติ ตลอดจนโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อเนื่องจากการชุมนุม โดย คณะประชาชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อค่ำวานนี้
ซึ่งในหลายโรงเรียนก็ได้มีการรายงานสถานการณ์การห้ามปรามจากคณะครูในหลากหลายรูปแบบ กระนั้นหลายกรณีก็ได้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์
ดังเช่นเหตุการณ์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ปรากฎในคลิปวิดีโอ พบครูเดินตรวจแถวพร้อมกล่าวด้วยระดังเสียงดังกว่าปกติว่า
“ปัญญาอ่อน” “ไม่เคยให้เกียรติโรงเรียนเลย” ก่อนจะเดินไปตบมือนักเรียนคนหนึ่งจนโทรศัพท์ร่วง
โดยผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว ระบุว่า
“นี่เป็นสิ่งที่ครูควรทำหรอคะ เหตุการณ์นี้นักเรียนคนนึงโดนตบจนโทรศัพท์ร่วง #โรงเรียนหน้าเขาไม่เอา [เผล่ะจัง] ”
ก่อนระบุเพิ่มเติมว่า
“คนที่กระทำเด็กคือคนที่ใส่แว่นดำนะคะ ครูที่โอบเอวเด็กคือเข้ามาปกป้อง”
ก่อนระบุเพิ่มเติมว่า
“คนที่กระทำเด็กคือคนที่ใส่แว่นดำนะคะ ครูที่โอบเอวเด็กคือเข้ามาปกป้อง”
https://twitter.com/freemineset/status/1295189874459303936?ref_src=twsrc%5Etfw
จากนั้น นักเรียนคนที่ถูกตบจนโทรศัพท์ร่วงนั้น ได้ออกมาโพสต์เผยความรู้สึกว่า
หมอโอ๋ เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน แนะพ่อแม่ทำอย่างไร เมื่อลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องการเมือง
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2310691
เพจหมอโอ๋เลี้ยงลูกนอกบ้าน โพสต์
เมื่อเราและลูกเห็นต่างทางการเมือง?
คลินิกวัยรุ่นของหมอ เริ่มมีพ่อแม่มาบ่นกลุ้มใจที่ลูกเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของการเมือง
“ห้ามก็ไม่ฟัง นี่ขู่ตัดแม่ตัดลูกไปละ”
“ส่งเสียเรียนมาขนาดนี้ ยังโง่ให้เค้าจูงจมูก”
“หมอคุยกับมันให้หน่อย ว่าไม่ให้เข้าไปยุ่งกับอะไรพวกนี้”
หมอมีคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ ดังนี้นะคะ
1. ให้ดีใจที่ลูกมองว่า “การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน” ประเทศจะไม่พัฒนาด้วยวัยรุ่นที่มองแต่ปัญหาของตัวเอง
2. จงเชื่อมั่นว่าวัยรุ่นที่ “ตั้งคำถาม” นำมาซึ่งความงอกงามเสมอ
3. หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดตัดสิน ดูถูก บั่นทอนคุณค่า “โง่” “อุตส่าห์เรียนสูง” “ให้เค้าจูงจมูก” เพราะนั่นไม่ได้ทำให้เกิดการสื่อสารที่สร้างสันติ
4. “รับฟัง” แบบเปิดใจไม่รีบตัดสิน ลูกรู้สึกอะไร อึดอัดอะไร มีความต้องการอะไร ให้คุณค่ากับอะไร ทำไมถึงคิดหรือเชื่อสิ่งนั้น ฟัง… ด้วยความต้องการที่จะเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อสั่งสอน
5. เคารพการให้ “คุณค่า” ในสิ่งที่แตกต่าง (สมัยพ่อแม่อาจให้คุณค่าเรื่องการไม่ตั้งคำถามกับคนที่เคารพหรือมีอำนาจ เด็กสมัยนี้ให้คุณค่ากับสิทธิความเป็นมนุษย์ ความยุติธรรมและความเท่าเทียม)
6. ตั้งคำถามกับสิ่งที่ลูกให้คุณค่า (เราอาจพบว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือสิทธิขั้นพื้นฐาน) บอกลูกได้ ถึงสิ่งที่เราให้คุณค่า และที่มาของความเชื่อนั้น
7. อย่ารีบปักใจว่าลูกโง่ เด็กสมัยนี้โตมากับความรู้มหาศาล ให้สงสัยความไม่รู้ของตัวเองอยู่ด้วยเสมอ
8. สอนลูกตั้งคำถาม กับสิ่งที่ลูกเชื่อหรือถูกบอกมา อันไหนจริง อันไหนใช่ เพราะอะไรถึงเชื่อสิ่งนั้น ช่วยลูกฝึกการวิเคราะห์แยกแยะ
9. การที่วัยรุ่นลงมือลงแรงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งที่เชื่อมั่น นั่นคือพลังงานของวัยหนุ่มสาว ที่เราควรรักษาไว้
10. สอนลูกเรื่อง การเรียกร้องสิทธิ ไม่ควรกระทำโดยการละเมิดสิทธิของผู้อื่น
11. สอนลูก(และตัวเอง) ว่าการใช้ hate speech สร้างความเกลียดชัง หรือการสร้างภาพเลวร้ายให้ตัวบุคคล อาจไม่นำไปสู่การสร้างความเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องการ
12. อธิบายลูกว่าความรักความศรัทธาของคนหลายคน อาจไม่ต้องมีเหตุผล แต่เป็นเรื่องที่เราควรให้คุณค่า อย่าทำลายหรือดูถูกความศรัทธาของผู้อื่น
หมอเชื่อว่าความขัดแย้ง การตั้งคำถาม นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเสมอ
การรับฟัง สร้างพื้นที่ปลอดภัย โอบกอดความเห็นต่างด้วยความเข้าใจ การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง น่าจะเป็นทางออกของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
สุดท้าย ถ้าเข้าใจและเห็นด้วยในสิ่งที่ลูกเชื่อมั่น
“จงเป็นพลังให้พวกเขา”
ถ้าลูกยืนยันจะไปม็อบ ก็เตรียมแมสก์ แอลกอฮอล์ ร่มกันฝน และเงินประกันตัว
ถ้าไม่เห็นด้วยในสิ่งที่ลูกเชื่อมั่น แต่ก็ห้ามมันไม่ได้
ก็ช่วยเตรียมแมสก์ แอลกอฮอล์ ร่มกันฝน
แต่บอกลูกได้ว่า พ่อแม่จะมีขอบเขตการช่วยเหลืออยู่แค่ไหน ลูกต้องตัดสินใจ เรียนรู้ และรับผิดชอบกับทางเลือกของตัวเอง
และไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ อยากให้กอดลูกและบอกตัวเองว่า
“โลกข้างหน้า คือโลกที่เป็นของลูก”
#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้อยากขออภัยหลายคนที่ไม่อยากให้ใช้พื้นที่ตรงนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองนะคะ
ส่วนตัวหมอว่าการเมืองควรเป็นเรื่องพูดได้นะ และการเมืองคือเรื่องของเราทุกคน เราจะเป็นพ่อแม่ที่มีเงิน มีเวลาเลี้ยงลูกได้มากแค่ไหน ลูกจะมีการศึกษาที่ดีพอหรือเปล่า เราจะแก่ไปแบบพึ่งตัวเองได้โดยไม่ต้องทวงบุญคุณลูกมั้ย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างเลี่ยงเป็นเรื่องอื่นไม่ได้จริงๆ
ป.ล. เขียนความเห็นต่างกันได้ แต่อย่าถึงขั้นให้ต้อง #saveหมอโอ๋ กันเลยนะคะ
https://www.facebook.com/takekidswithus/photos/a.1383891795261502/2668166696833999/
JJNY : ลามทั่วปท.!นร.มัธยมชูสามนิ้ว/ครูตบนร.ขณะถ่ายคลิปชู3นิ้ว/เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน แนะพ่อแม่/พิชัยซัดตั้งคณะทำงานซ้ำซ้อน
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_4722418
หลังกลายเป็นกระแสเดือดต่อเนื่องจากการชุมนุมใหญ่ ไม่เอา [เผล่ะจัง] หยุดคุกคามประชาชน โดยก่อนหน้ากลุ่มเยาวชนปลดแอกออกมาเคลื่อนไหวเสนอข้อเรียกร้องและทำกิจกรรม
โดยในวันนี้มีการเคลื่อนไหวในโรงเรียนต่างๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเด็กนักเรียนมัธยมได้ชูสามนิ้วหน้าเสาธง ระหว่างร้องเพลงชาติ หลายโรงเรียนด้วยกัน พร้อมกันนั้นยังนัดติดโบว์สีขาวต้าน [เผล่ะจัง] เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของการมีสิทธิและเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของสังคม
ทำให้บรรยากาศในหลายโรงเรียนมีการแชร์ภาพคลิปต่างๆ พร้อมติดแฮชแท็กโรงเรียนหน้าเขาไม่เอา [เผล่ะจัง] และยังมีแฮชแท็ก โรงเรียนชื่อดังจังหวัดลำปาง ที่เกิดปัญหาเรื่องทรงผม และการไม่รับฟังเด็กนักเรียนด้วย
ล่าสุดยังมีคลิปเหตุการณ์นักเรียนจักกิจกรรมหน้าเสาธง ก่อนกลุ่มนักเรียนจะอ่านแถลงการณ์และแสดงจุดยืน จากนั้นมีครูท่านหนึ่งได้ขึ้นไปหยิบกระดาษแถลงการณ์จากมือนักเรียน ก่อนพยายามพาออกจากหน้าเสาธง ทำให้นักเรียนทั้งหมดชู 3 นิ้วและตะโกนโห่ร้อง ก่อนครูจะยอมปล่อยนักเรียนคนดังกล่าว ส่วนนักเรียนก็ไหว้คุณครูและเดินลงมา โดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
https://www.facebook.com/people/Nadear-Ann-Siripanya/100042148656873
โดนอีกเคส! ครูตบนร.ขณะถ่ายคลิปชูสามนิ้ว ติซ้ำ ปัญญาอ่อน-ไม่ให้เกียรติโรงเรียน
https://www.matichon.co.th/social/news_2310669
โดนอีกเคส! ครูตบนร.ขณะถ่ายคลิปชูสามนิ้ว ติซ้ำ ปัญญาอ่อน-ไม่ให้เกียรติโรงเรียน
ในช่วงเช้าของวันนี้ นักเรียนในหลายโรงเรียนทั่วประเทศได้พร้อมใจใช้โบว์ขาวและแสดงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว ระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติ ตลอดจนโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อเนื่องจากการชุมนุม โดย คณะประชาชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อค่ำวานนี้
ซึ่งในหลายโรงเรียนก็ได้มีการรายงานสถานการณ์การห้ามปรามจากคณะครูในหลากหลายรูปแบบ กระนั้นหลายกรณีก็ได้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์
ดังเช่นเหตุการณ์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ปรากฎในคลิปวิดีโอ พบครูเดินตรวจแถวพร้อมกล่าวด้วยระดังเสียงดังกว่าปกติว่า “ปัญญาอ่อน” “ไม่เคยให้เกียรติโรงเรียนเลย” ก่อนจะเดินไปตบมือนักเรียนคนหนึ่งจนโทรศัพท์ร่วง
โดยผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว ระบุว่า
“นี่เป็นสิ่งที่ครูควรทำหรอคะ เหตุการณ์นี้นักเรียนคนนึงโดนตบจนโทรศัพท์ร่วง #โรงเรียนหน้าเขาไม่เอา [เผล่ะจัง] ”
ก่อนระบุเพิ่มเติมว่า “คนที่กระทำเด็กคือคนที่ใส่แว่นดำนะคะ ครูที่โอบเอวเด็กคือเข้ามาปกป้อง”
ก่อนระบุเพิ่มเติมว่า
“คนที่กระทำเด็กคือคนที่ใส่แว่นดำนะคะ ครูที่โอบเอวเด็กคือเข้ามาปกป้อง”
https://twitter.com/freemineset/status/1295189874459303936?ref_src=twsrc%5Etfw
จากนั้น นักเรียนคนที่ถูกตบจนโทรศัพท์ร่วงนั้น ได้ออกมาโพสต์เผยความรู้สึกว่า
หมอโอ๋ เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน แนะพ่อแม่ทำอย่างไร เมื่อลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องการเมือง
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2310691
เพจหมอโอ๋เลี้ยงลูกนอกบ้าน โพสต์
เมื่อเราและลูกเห็นต่างทางการเมือง?
คลินิกวัยรุ่นของหมอ เริ่มมีพ่อแม่มาบ่นกลุ้มใจที่ลูกเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของการเมือง
“ห้ามก็ไม่ฟัง นี่ขู่ตัดแม่ตัดลูกไปละ”
“ส่งเสียเรียนมาขนาดนี้ ยังโง่ให้เค้าจูงจมูก”
“หมอคุยกับมันให้หน่อย ว่าไม่ให้เข้าไปยุ่งกับอะไรพวกนี้”
หมอมีคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ ดังนี้นะคะ
1. ให้ดีใจที่ลูกมองว่า “การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน” ประเทศจะไม่พัฒนาด้วยวัยรุ่นที่มองแต่ปัญหาของตัวเอง
2. จงเชื่อมั่นว่าวัยรุ่นที่ “ตั้งคำถาม” นำมาซึ่งความงอกงามเสมอ
3. หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดตัดสิน ดูถูก บั่นทอนคุณค่า “โง่” “อุตส่าห์เรียนสูง” “ให้เค้าจูงจมูก” เพราะนั่นไม่ได้ทำให้เกิดการสื่อสารที่สร้างสันติ
4. “รับฟัง” แบบเปิดใจไม่รีบตัดสิน ลูกรู้สึกอะไร อึดอัดอะไร มีความต้องการอะไร ให้คุณค่ากับอะไร ทำไมถึงคิดหรือเชื่อสิ่งนั้น ฟัง… ด้วยความต้องการที่จะเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อสั่งสอน
5. เคารพการให้ “คุณค่า” ในสิ่งที่แตกต่าง (สมัยพ่อแม่อาจให้คุณค่าเรื่องการไม่ตั้งคำถามกับคนที่เคารพหรือมีอำนาจ เด็กสมัยนี้ให้คุณค่ากับสิทธิความเป็นมนุษย์ ความยุติธรรมและความเท่าเทียม)
6. ตั้งคำถามกับสิ่งที่ลูกให้คุณค่า (เราอาจพบว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือสิทธิขั้นพื้นฐาน) บอกลูกได้ ถึงสิ่งที่เราให้คุณค่า และที่มาของความเชื่อนั้น
7. อย่ารีบปักใจว่าลูกโง่ เด็กสมัยนี้โตมากับความรู้มหาศาล ให้สงสัยความไม่รู้ของตัวเองอยู่ด้วยเสมอ
8. สอนลูกตั้งคำถาม กับสิ่งที่ลูกเชื่อหรือถูกบอกมา อันไหนจริง อันไหนใช่ เพราะอะไรถึงเชื่อสิ่งนั้น ช่วยลูกฝึกการวิเคราะห์แยกแยะ
9. การที่วัยรุ่นลงมือลงแรงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งที่เชื่อมั่น นั่นคือพลังงานของวัยหนุ่มสาว ที่เราควรรักษาไว้
10. สอนลูกเรื่อง การเรียกร้องสิทธิ ไม่ควรกระทำโดยการละเมิดสิทธิของผู้อื่น
11. สอนลูก(และตัวเอง) ว่าการใช้ hate speech สร้างความเกลียดชัง หรือการสร้างภาพเลวร้ายให้ตัวบุคคล อาจไม่นำไปสู่การสร้างความเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องการ
12. อธิบายลูกว่าความรักความศรัทธาของคนหลายคน อาจไม่ต้องมีเหตุผล แต่เป็นเรื่องที่เราควรให้คุณค่า อย่าทำลายหรือดูถูกความศรัทธาของผู้อื่น
หมอเชื่อว่าความขัดแย้ง การตั้งคำถาม นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเสมอ
การรับฟัง สร้างพื้นที่ปลอดภัย โอบกอดความเห็นต่างด้วยความเข้าใจ การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง น่าจะเป็นทางออกของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
สุดท้าย ถ้าเข้าใจและเห็นด้วยในสิ่งที่ลูกเชื่อมั่น
“จงเป็นพลังให้พวกเขา”
ถ้าลูกยืนยันจะไปม็อบ ก็เตรียมแมสก์ แอลกอฮอล์ ร่มกันฝน และเงินประกันตัว
ถ้าไม่เห็นด้วยในสิ่งที่ลูกเชื่อมั่น แต่ก็ห้ามมันไม่ได้
ก็ช่วยเตรียมแมสก์ แอลกอฮอล์ ร่มกันฝน
แต่บอกลูกได้ว่า พ่อแม่จะมีขอบเขตการช่วยเหลืออยู่แค่ไหน ลูกต้องตัดสินใจ เรียนรู้ และรับผิดชอบกับทางเลือกของตัวเอง
และไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ อยากให้กอดลูกและบอกตัวเองว่า
“โลกข้างหน้า คือโลกที่เป็นของลูก”
#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้อยากขออภัยหลายคนที่ไม่อยากให้ใช้พื้นที่ตรงนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองนะคะ
ส่วนตัวหมอว่าการเมืองควรเป็นเรื่องพูดได้นะ และการเมืองคือเรื่องของเราทุกคน เราจะเป็นพ่อแม่ที่มีเงิน มีเวลาเลี้ยงลูกได้มากแค่ไหน ลูกจะมีการศึกษาที่ดีพอหรือเปล่า เราจะแก่ไปแบบพึ่งตัวเองได้โดยไม่ต้องทวงบุญคุณลูกมั้ย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างเลี่ยงเป็นเรื่องอื่นไม่ได้จริงๆ
ป.ล. เขียนความเห็นต่างกันได้ แต่อย่าถึงขั้นให้ต้อง #saveหมอโอ๋ กันเลยนะคะ
https://www.facebook.com/takekidswithus/photos/a.1383891795261502/2668166696833999/