ุตอนนั้นน่าจะม.2 ชอบรุ่นพี่คนนึงในชมรมครับ โตกว่าผม1ปี ชอบมาก คุยกันทุกวัน บอกรักทุกวันและได้รับการบอกรักกลับเหมือนกันโดนจับเป็นคู่จิ้นประจำชมรม(แล้วเด็กในชมรมคลั่งมากจะคอยเเซวอยู่เรื่อยๆ) เทคแคร์ดูแลกันทุกวันเต็มๆปีก่อนพี่เขาจะย้ายไปเรียนม.ปลายโรงเรียนในตัวจังหวัด
ผมขอพี่เขาเป็นแฟน ผมโดนปฏิเสธ เธอบอกผมว่า "เป็นแบบนี้ดีแล้ว จะได้รักนานๆ"
วันนั้นผมคิดว่าเป็นแค่ข้ออ้าง ตอนนี้ผ่านมา7ปี ผมโตขึ้นมากอายุ21 เข้ามาเรียนมหาลัยในกทม. เชื่อมั้ยครับ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เธอยังอยู่ตลอด7ปีไม่เคยหายไปไหนหลังจากปฏิเสธผม ถึงตัวจะไม่ได้ติดกันเพราะต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ถึงจะไม่ได้เจอบ่อยก็ปีนึง3-4ครั้ง แต่ยังคุยกันเรื่อยมา ยังจำวันสำคัญของกันและกันได้ คอยถามสารทุกข์สุขดิบ ทุกครั้งที่เธอมีปัญหาต้องการความช่วยเหลือผมจะยังคงเป็นคนเเรกที่เธอนึกถึง
และผมก็เช่นกัน ทุกครั้งที่ผมมีปัญหาเธอก็ยังคงเป็นคนแรกที่ช่วยเหลือโดยเราไม่หวังอะไรกันทั้งคู่ ทุกความสำเร็จเราต่างอวยพรซึ่งกันเเละกัน วันหยุดนานๆทีนึกขึ้นได้ก็ชวนไปเที่ยวบ้างนานๆทีถ้าวันหยุดตรงกันขอแค่ให้พอได้เจอหน้ากัน ผมมีแฟนคนแรกเมื่อปีที่เเล้ว. ผมก็ยังบอกเธอคนแรกว่าผมมีแฟนแล้วนะ. เธอก็แสดงความยินดี แฟนน่ารักมาก
ผมถามเธอกลับว่าทำไมไม่มีแฟน เธอตอบว่า "ไม่ได้ว่างขนาดนั้นอีกอย่างมันก็ไม่ได้รู้สึกขาดจนต้องการขนาดนั้น" (แถมเธอยังบอกอีกว่าหนีไปมีแฟนคนเดียวขี้โกง)
มันทำให้ผมรู้สึกอย่างน้อยก็มีพลังด้านบวก เวลาเหนื่อยจากเรียนหรือทำงานหรือทะเลาะกับแฟน แล้วอย่างน้อยได้ยินคำว่า
"ไม่เป็นไรหรอกแกเก่งจะตาย" โครตมีกำลังใจใช้ชีวิตต่อ มันมีจริงๆนะครับ คนที่ไม่เป็นอะไรกันแล้วรักกันมาก ทุกของขวัญที่เราเคยให้กันในวัยป๊อปปี้เลิฟ ตั้งเเต่ม.2 จนถึงวันนี้ ยังอยู่ยังเก็บไว้ทุกอย่าง ผมเข้าใจดีแล้วในคำว่า "เป็นแบบนี้ดีเเล้วจะได้รักนานๆ"ของเธอ แล้ววันนี้ผมก็ไม่ต้องการอะไรจากเธอเลยแม้เเต่นิดเดียว
เราต่างพอใจที่จะรักกันแบบนี้
เราเป็นที่1ของกันและกัน
เราเป็นคนสำคัญของกันและกัน
มาแชร์ประสบการณ์ป๊อปปี้เลิฟกันครับ
เคยมีสถานะที่1ของกันเเละกันมั้ยครับ
ผมขอพี่เขาเป็นแฟน ผมโดนปฏิเสธ เธอบอกผมว่า "เป็นแบบนี้ดีแล้ว จะได้รักนานๆ"
วันนั้นผมคิดว่าเป็นแค่ข้ออ้าง ตอนนี้ผ่านมา7ปี ผมโตขึ้นมากอายุ21 เข้ามาเรียนมหาลัยในกทม. เชื่อมั้ยครับ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เธอยังอยู่ตลอด7ปีไม่เคยหายไปไหนหลังจากปฏิเสธผม ถึงตัวจะไม่ได้ติดกันเพราะต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ถึงจะไม่ได้เจอบ่อยก็ปีนึง3-4ครั้ง แต่ยังคุยกันเรื่อยมา ยังจำวันสำคัญของกันและกันได้ คอยถามสารทุกข์สุขดิบ ทุกครั้งที่เธอมีปัญหาต้องการความช่วยเหลือผมจะยังคงเป็นคนเเรกที่เธอนึกถึง
และผมก็เช่นกัน ทุกครั้งที่ผมมีปัญหาเธอก็ยังคงเป็นคนแรกที่ช่วยเหลือโดยเราไม่หวังอะไรกันทั้งคู่ ทุกความสำเร็จเราต่างอวยพรซึ่งกันเเละกัน วันหยุดนานๆทีนึกขึ้นได้ก็ชวนไปเที่ยวบ้างนานๆทีถ้าวันหยุดตรงกันขอแค่ให้พอได้เจอหน้ากัน ผมมีแฟนคนแรกเมื่อปีที่เเล้ว. ผมก็ยังบอกเธอคนแรกว่าผมมีแฟนแล้วนะ. เธอก็แสดงความยินดี แฟนน่ารักมาก
ผมถามเธอกลับว่าทำไมไม่มีแฟน เธอตอบว่า "ไม่ได้ว่างขนาดนั้นอีกอย่างมันก็ไม่ได้รู้สึกขาดจนต้องการขนาดนั้น" (แถมเธอยังบอกอีกว่าหนีไปมีแฟนคนเดียวขี้โกง)
มันทำให้ผมรู้สึกอย่างน้อยก็มีพลังด้านบวก เวลาเหนื่อยจากเรียนหรือทำงานหรือทะเลาะกับแฟน แล้วอย่างน้อยได้ยินคำว่า
"ไม่เป็นไรหรอกแกเก่งจะตาย" โครตมีกำลังใจใช้ชีวิตต่อ มันมีจริงๆนะครับ คนที่ไม่เป็นอะไรกันแล้วรักกันมาก ทุกของขวัญที่เราเคยให้กันในวัยป๊อปปี้เลิฟ ตั้งเเต่ม.2 จนถึงวันนี้ ยังอยู่ยังเก็บไว้ทุกอย่าง ผมเข้าใจดีแล้วในคำว่า "เป็นแบบนี้ดีเเล้วจะได้รักนานๆ"ของเธอ แล้ววันนี้ผมก็ไม่ต้องการอะไรจากเธอเลยแม้เเต่นิดเดียว
เราต่างพอใจที่จะรักกันแบบนี้
เราเป็นที่1ของกันและกัน
เราเป็นคนสำคัญของกันและกัน
มาแชร์ประสบการณ์ป๊อปปี้เลิฟกันครับ