เรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มเกาหลีและสาวไทย - ตอนที่ 3

ตอนที่ 3

หลังจากนั้นฉันนัดกินข้าวกับเพื่อนสนิทของฉัน เป็นการประชุมภารกิจด่วนปรึกษาปัญหาหัวใจ
ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรฉันถึงรู้สึกผูกพันและมีความสุขมากเวลาได้คุยกับเขา ทั้งที่เขาก็ไม่ใช่สเปคของฉัน ฉันฝันมาตลอดว่าแฟนของฉันต้องเป็นผู้ชายสูงใหญ่ ร่างกายกำยำมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เป็นคนมีความเป็นผู้ใหญ่ ใจเย็น และมีอารมณ์ขัน
ฉัน : พวกเธอว่าคนเราชอบคนที่ไม่ใช่สเปคของเราได้ไหม มีผู้ชายมาขอฉันเป็นแฟน หน้าตาเขาไม่ใช่สเปคของฉันเลยแต่คุยกับเขาแล้วฉันรู้สึกสบายใจและมีความสุขมาก
เพื่อน 1: เธอลองคิดดูนะ คนในคณะเรามีเป็นร้อยๆคน ผ่านมา 5 ปีเหลือกี่คนที่เรียกได้ว่าเพื่อนแท้ที่สนิทและรู้ใจกันจริงๆ คนที่คุยกันได้ถูกคอจริงๆหาไม่ได้ง่ายๆนะ
เพื่อน 2 : ทุกคนตอนแก่รูปร่างหน้าตาก็เปลี่ยนหมดทุกคน ไม่มีใครหล่อไปตลอดกาลหรอก แต่ความรู้สึกสบายใจ สุขใจมันมั่นคงกว่านะ
ฉัน : มีสิ คนหล่อตลอดกาล! ดูกงยูโอป้าดิ ยังหล่อเหลาอยู่เลย~~
เพื่อนๆ : แหม! ก็เขาเป็นดาราไหม 555
เพื่อนรุ่นพี่ : ที่จริงแฟนพี่ก็ไม่ใช่สเปคพี่นะ แต่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากๆ พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย (ตอนนี้พวกเขาแต่งงานมีลูก 2 คนแล้ว)
เพื่อนๆ: ไหนขอดูรูปหน่อยสิ เขาหน้าตาเป็นยังไง
** ฉันให้พวกเขาดูรูป **
เพื่อน 1: แหม ก็ไม่ได้เลวร้ายมะ ก็หน้าตาแบบคนเกาหลีทั่วๆไป คนเกาหลีแท้ๆก็หน้าแบบนี้ปะ
ฉัน : อืม 555 ก็ใช่
เพื่อน 2 : แล้วเธอรักเขาไหม
ฉัน : ฉันไม่มั่นใจ แต่ฉันจินตนาการว่าถ้าเราอยู่ด้วยกัน ตื่นมาแล้วได้เห็นเขาทุกๆวันต้องมีความสุขแน่ๆเลย เขาเป็นคนอารมณ์ดี ใจเย็นและตลกมาก คุยแล้วฮามาก
เพื่อน 1 : นิสัยแบบที่เธอชอบเลยนิ
ฉัน : ใช่! นิสัยเขาเป็นแบบที่ฉันชอบเลย ฉันเคยลองคุยกับเขาหลายๆเรื่อง ทั้งปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม การเมือง เศรษฐกิจ บลาๆ คือความคิดเห็นของพวกเราคล้ายๆกันและความคิดเขาเป็นผู้ใหญ่มาก เราคุยกันได้ทั้งวัน เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดี คุยด้วยแล้วสบายใจ เขาทำให้ฉันยิ้มได้ตลอดและรู้วิธีการจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกต่างๆของฉัน
เพื่อน 2 : ฉันว่าเธอมีคำตอบให้ตัวเองอยู่แล้วล่ะ เธอแค่อยากได้ยินคำตอบที่ตรงกับใจเธอจากปากของพวกเรา
มันก็อาจจะจริง... ฉันคงชอบเขาเข้าแล้วจริงๆ นิสัยตรงๆอย่างฉันถ้าฉันไม่ชอบเขาเลยสักนิด ฉันคงตอบเขากลับตรงๆไปแล้วว่าฉันไม่ได้คิดอะไรด้วยมากกว่าเพื่อน ฉันคงไม่ต้องมาเปิดประชุมด่วนกับแก๊งสาวเพื่อนสนิทอย่างนี้...

....

"ผมคุยกับที่บ้านแล้วนะ" เขาทักมาในวันรุ่นขึ้นและเซฟหน้าจอที่พวกเขาคุยกันมาให้ฉันอ่าน เขาบอกที่บ้านเขาว่าเขาเจอคนที่เขาอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยและเขาจะไปอยู่กับฉันที่เมืองไทย
ฉัน : แม่คุณไม่คิดว่ามันกระทันหันหรือเร็วไปหน่อยหรอ
เขา : แม่ก็คงคิดแต่แม่ไม่ได้ว่าอะไร เพราะท่านคงรู้ว่าผมจริงจังกับคุณมากๆ ผมเป็นคนคิดเยอะและละเอียด ผมไม่เคยเล่าเรื่องผู้หญิงคนไหนให้คนที่บ้านผมฟังเลย
ฉัน : แม้แต่เรื่องแฟนเก่า?
ผม : ใช่ ผมเคยมีแฟนเก่าเป็นรุ่นน้องตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ที่บ้านฟัง พวกเขาแค่รับรู้ว่าผมมีแฟน
ฉัน : แฟนเก่าคุณเป็นคนเกาหลีไหม
เขา : ใช่ เป็นคนเกาหลี... แล้วคุณล่ะคุณได้บอกพ่อกับแม่เรื่องของผมหรือยัง
ฉัน : ยัง ถ้าคุณจะให้ฉันบอกพ่อกับแม่ คุณกล้าจะคบกันแบบเปิดเผยไหม คุณจะได้สบายใจด้วยว่าแม้ว่าฉันจะมีนักเรียนผู้ชายฉันก็จะไม่นอกใจคุณ
เขา : กล้าสิ ผมไม่คบกับใครลับๆเหมือนกัน เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่มีอะไรต้องแอบหรืออายใคร

....

วันนั้นฉันเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง ฉันบอกแม่ว่าฉันมีแฟนแล้วนะ แฟนจะตามไปอยู่ที่ไทยด้วยนะ เราจะทำงานด้วยกัน เราจะเคลียร์เรื่องวีซ่า เขาจะทิ้งโอกาสงานที่ออสเตรเลียและไปหางานที่ไทยเพื่อจะไปอยู่กับฉัน
แม่ : มันไม่เร็วไปหน่อยหรอ
ฉัน : แม่ กวาอายุ 27 แล้วนะ กวามั่นใจว่ากวามองคนไม่ผิด และกวารักเขา...
แม่ : ลูกรักใครแม่ก็รักด้วย ถ้าเขาดีกับลูก รักลูกแม่ก็จะรักเขาด้วย... ที่บ้านเขาว่ายังไงบ้าง
ฉัน : แม่เขาก็พูดเหมือนแม่
แม่ : หัวอกคนเป็นแม่ก็เหมือนๆกันหมด เขาก็รักลูกเขา... บอกเขานะว่าถ้าวันไหนเขาไม่ดีกับลูก ดุลูก ตีลูกแม่ไล่กลับเกาหลีเลยนะ
ฉัน : 5555 ไม่ต้องห่วงค่ะ ไม่ถึงมือแม่หรอก ถ้าเขาทำร้ายกวา กวาไม่ทนแน่ๆ แม่เลี้ยงกวามาเอง แม่ก็รู้นิสัยกว่าดี
แม่ : บอกบ้านเขาด้วยนะว่าบ้านเราไม่ได้อยากได้รถ ได้บ้าน ได้เงินจากเขา บอกเขาว่าพ่อกับแม่รับราชการมีเงินดูแลตัวเองได้ น้องสาวก็ทำงานเป็นล่ามบริษัทใหญ่ (น้องฉันจบปริญญาตรีเอกภาษาจีนจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในเขตกว่างโจว น้องสาวฉันจึงพูดทั้งไทย จีน และอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว) พวกเราไม่มีใครอยากได้อะไรจากเขาเลย เรามีบ้าน มีรถ มีที่ มีเงินเก็บ เราขอแค่คุณจริงใจและรักลูกสาวเราจริงๆ (น้องสาวฉันแต่งงานกับคนจีน และเพราะทั้งฉันและน้องสาวเรียนต่างประเทศ พวกเรามีเพื่อนคนต่างชาติเยอะ การที่ฉันมีแฟนเป็นคนต่างชาติเหมือนกันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับคนที่บ้าน)
ฉัน : กวาก็บอกเขาแบบนั้นเหมือนกันว่าบ้านเราไม่ได้อยากได้อะไรจากเขา ขอแค่เขารักกวา
และกวารักเขา พ่อกับแม่ก็จะรักเขาด้วย
แม่ : แม่จะคุยกับพ่อให้... จริงๆแล้วตอนกวาไปเกาหลีแม่ไปไหว้พระพรหมกับเพื่อนขอให้กวาเจอคนที่ใช่ ถ้ากวามีเนื้อคู่ขอให้ชาตินี้หากันให้เจอและได้มีโอกาสมาดูแลซึ่งกันและกัน
ฉัน : จริงหรอแม่ ปกติแม่เป็นคนไม่เชื่อเรื่องแบบนี้นี่ ทำไมอยู่ดีๆไปไหว้พระพรหม
แม่ : ปกติก็ไม่เชื่อหรอก พอดีเพื่อนชวนไปก็ไปเป็นเพื่อนเฉยๆ แต่แม่ไม่รู้จะขออะไร พ่อแม่มีทุกอย่างแล้ว น้องก็มีคนดูแลแล้วเหลือแต่กวา ถ้าพ่อแม่เป็นอะไรไปก่อนกวาจะต้องอยู่คนเดียวไม่มีคนดูแล
ฉัน : แล้วไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย กลับจากเกาหลีมาไต้หวันเป็นเดือนแล้วจนตอนนี้จะกลับไทยอยู่แล้วเนี่ย 555
แม่ : ลืมไง....

....

เราวางแผนให้ฉันกลับไทยก่อนหนึ่งอาทิตย์ จะได้ไปเคลียร์เรื่องต่างๆให้เขาก่อน หลังจากนั้นเขาก็ซื้อตั๋วตามฉันไปไทย เขาไปอยู่ที่บ้านกับฉัน เพราะฉันบอกที่บ้านเลยว่าคนนี้แหละตัวจริง รักจริงหวังแต่งนะ 555 พ่อแม่และน้องๆฉันก็รักและเอ็นดูเขามากเหมือนคนในครอบครัว
เราทำงานทุกอย่างด้วยกัน ฉันสอนภาษาเป็นหลักทั้งสอนภาษาไทยให้คนต่างชาติ สอนภาษาจีน, อังกฤษและเกาหลี เขาช่วยฉันวางแผนเรื่องงานทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องการสอนภาษาเกาหลี เขาช่วยฉันมากๆ และเขายังสอนภาษาเกาหลีให้ฉันด้วย เราอ่านหนังสือภาษาเกาหลีระดับสูงด้วยกัน เขาพูดกับฉันเป็นภาษาเกาหลีทำให้ระดับภาษาเกาหลีของฉันพัฒนาขึ้นเร็วมากๆ
เรามีความฝันอยากทำสื่อการสอนด้านภาษาของตัวเอง ฉันวางโครงร่างหนังสือและเขียนเนื้อหาการสอน เขาวาดรูปประกอบ เราถ่ายวีดีโอสอนภาษากันเอง เขาช่วยเตรียมบท กำกับการถ่าย จัดการเรื่องฉาก แสง เสียง เสื้อผ้าหน้าผม การถ่ายทำ การตัดต่อและการใส่ subtitles
นอกจากนั้นเขาทำงานบ้านทุกอย่าง ทำอาหาร ทำความสะอาด ดูแลฉันทุกๆเรื่อง ระหว่างที่ฉันสอนเขาคอยเตรียมชา เตรียมขนมให้ฉัน เมื่อฉันสอนเสร็จถ้าฉันบ่นเหนื่อยเขาจะนวดให้ฉัน เขาตัดเล็บให้ฉัน ตะไบเล็บให้ฉัน (ทั้งมือและเท้า) เพราะเขาบอกว่าฉันตัดเล็บเองทรงไม่สวย 555 เรียกได้ว่าเขาดูแลฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยก็ว่าได้ เวลาฉันมีเรื่องไม่สบายใจหรือโมโหก็คอยมีเขาอยู่เคียงข้าง เขาปกป้องฉันทุกๆเรื่องๆ ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้เขาจะกอดฉันและพูดกับฉันซ้ำๆว่าเขารักฉันและจะไม่จากฉันไปไหน เมื่อฉันไม่สบายก็มีเขาคอยดูแล เขาทำให้ฉันอยากจะเป็นคนที่ดีมากขึ้น อยากจะเป็นคนนุ่มนวลขึ้นและโมโหน้อยลงเพราะอยากทำให้เขามีความสุขเหมือนที่เขาพยายามเพื่อฉัน
แม้เราจะทำธุรกิจเล็กๆของตัวเองไม่ได้มีอะไรหรูร่าฟู่ฟ่าแต่เราก็มีความสุขดีในแบบของเรา ทุกๆวันความรักของเขา การใส่ใจดูแลจากเขาทำให้ฉันเชื่อว่าฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เราทักกันในแอพแลกเปลี่นนภาษา, จนวันที่เราได้เจอตัวจริงกัน, จนถึงวันที่เราได้มาคบกันเป็นแฟนไม่มีสักวันที่เขาทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี ไม่เคยเลยสักครั้งที่ฉันสงสัยว่าเขารักฉันไหม เพราะทุกการกระทำ น้ำเสียง และสายตาของเขาที่มองฉันทำให้ฉันรับรู้เสมอว่าเขารักและจริงใจกับฉัน
ฉันไม่รู้ว่าเราเป็นเนื้อคู่กันจริงๆอย่างที่แม่ไปขอพระพรหมไหม และเราจะรักกันไปได้นานแค่ไหน แต่เราสัญญาแก่กันว่าเราจะทำทุกๆวันให้ดีที่สุด จะรักกันและดูแลซึ่งกันและกันให้ดีที่สุด อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอนแต่อย่างน้อยเขาก็ทำให้ฉันได้รู้ว่าความรักต้องมีความกล้ากาญ เสียสละ และอดทน และการได้อยู่กับคนที่รักนั้นความรู้สึกมันช่างลงตัว สบายกาย สบายใจ เป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริงและมีความสุขแบบไม่ต้องฝืน ฉันเพิ่งเข้าใจว่าคนที่รักกันจริงๆจะรับได้ทุกอย่างที่เราเป็น รวมทั้งข้อเสียต่างๆที่ฉันเคยคิดว่าคนอื่นจะรับหรือทนไม่ได้ และการรักใครสักคนจะเป็นพลังผลักดันให้ฉันอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆวัน
และสุดท้ายประสบการณ์ครั้งนี้ยังสอนให้ฉันได้รู้ว่าการได้แฟนดีไม่โชคดีเท่าการได้ครอบครัวของแฟนที่ดี แม่และน้องแฟนดีกับฉันมากๆ เขารักและปฏิบัติกับฉันเหมือนคนในครอบครัว เป็นห่วงครอบครัวของฉันเสมอ และแม่แฟนยังสอนลูกชายให้ต้องดูแล รับผิดชอบคนที่รักให้ดีๆ ต้องรักและให้เกียรติฉันเสมอ

จบแล้วค่าาาาา~ ขอบคุณค่ะ ❤🙏

อ่านเรื่องราวอื่นๆของเรา ไปที่ yalliyalli.com/th/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่