วัคซีนโควิดไม่ปลอดภัย การทดสอบไม่โปร่งใส - Heated Vaccine Debate - Kennedy Jr. & Dershowitz

Heated Vaccine Debate - Kennedy Jr. vs Dershowitz
https://www.youtube.com/watch?time_continue=5&v=IfnJi7yLKgE&feature=emb_logo
https://www.bitchute.com/video/QYLN0c1jnTBM/
https://www.bitchute.com/video/IIEBjbUau3DQ/
https://lbry.tv/@Covid19:4/Heated-Vaccine-Debate---Kennedy-Jr.-vs-Dershowitz:b
https://lbry.tv/@UnaStamus:1/Heated-Vaccine-Debate-Kennedy-Jr-vs-Dershowitz---10Convert.com.mp4:4
https://lbry.tv/$/search?q=Heated%20Vaccine%20Debate%20-%20Kennedy%20Jr.%20vs%20Dershowitz

เหมือนกันหมดทุกคลิป ให้ไว้หลายๆลิ้งค์ เผื่อบางอันอาจจะโดนลบ อันบนสุดเปิดซับอังกฤษได้

ขอแปลให้ย่อๆ

เคเนดี้ชี้แจงว่าวัคซีนโควิดของ Moderna ไม่ปลอดภัย และทดสอบข้ามขั้นตอน ไม่ทดลองกับสัตว์ก่อน ส่วนวัคซีนโควิดของ Oxford University ใช้ไม่ได้ผลในลิง และการทดสอบไม่ซื่อสัตย์

เคเนดี้บอกว่า เดี๋ยวนี้คนอเมริกันกันเขาไม่เชื่อถือวัคซีน ดูจากโพลมีถึง 50 เปอร์เซนต์ ที่บอกว่าอาจจะไม่ฉีดวัคซีนโควิด และ 27 เปอร์เซนต์ ยืนกรานอย่างเด็ดขาดว่าไม่ฉีด

บริษัทที่ทำวัคซีน กฎหมายเขาให้สิทธิ์ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นถ้าคนที่ฉีดเป็นอะไรไป 
แม้ฉีดแล้วตายก็ไม่ต้องรับผิดชอบ (zero liability) 

เด็กๆสมัยนี้ต้องฉีด 72 โดส จากวัคซีน 16 ชนิด เพื่อที่จะได้เรียนที่โรงเรียนได้ 
พวกทำวัคซีนก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นถ้าเด็กเป็นอะไรไป
(เคเนดี้เป็นคนอเมริกัน ในคลิปนี้เขาน่าพูดถึงประเทศอเมริกาของเขา)

ที่คนไม่รู้ก็คือ วัคซีนเป็นยาชนิดเดียวที่ไม่ต้องทำทดสอบความปลอดภัยโดยทดสอบเปรียบเทียบกับ placebo (คือยาเฉื่อย ที่ไม่มีผลอะไร ไม่รู้ว่าภาษาไทยแปลว่าอะไร)

เขาแนะว่า ให้ลองดูเอกสารกำกับที่แนบมากับวัคซีนก็ จะเห็นว่าระยะเวลาที่ระบุ สำหรับดูผลข้างเคียงจากวัคซีนสั้นมาก
เขายกตัวอย่างเอกสารกำกับวัคซีน ว่าเอกสารกำกับให้รอดูความปลอดภัยของวัคซีนนี้กี่วัน
วัคซีนโปลีโอ48 ชั่วโมง
วัคซีนตับอักเสบบี ของ Glaxo 4 วัน
วัคซีนตับอักเสบบี ของ Merck 5 วัน

ซึ่งถ้าเด็กที่ฉีดแล้วเกิดอาการชักในวันที่ 6 ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น 
ซึ่งถ้าเด็กที่ฉีดแล้วเกิดตายในวันที่ 6 ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น 
ถ้าเด็กแพ้อาหารหลังจากนั้น 2 ปี ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น 
ถ้าเด็กกลายเป็นออทิสติก (ที่ตอนแรกไม่ได้ตรวจเจอ) มาเป็นตอนอายุ 4 ขวบ ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น 
ถ้าเป็นโรค autoimmune diseases ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นทั้งนั้นเลยหรือ เพราะโรคเหล่านี้ไม่เห็นผลไม่ระยะเวลาสั้นๆ 
ถ้าไม่ทดสอบกับ placebo ด้วยก็จะไม่เห็นว่ามีอันตรายอะไรหรือเปล่า

เคเนดี้บอกว่า ไม่มีใครบอกได้ ไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่บอกได้ว่าวัคซีนเอง อันตรายกว่าโรคที่จะป้องกันหรือไม่ แล้วแบบนี้ทำไมถึงบังคับให้เด็กฉีด ทั้งที่พวกเราเอง ไม่รู้ว่ามันเสี่ยงขนาดไหน เขาบอกว่าแบบนี้มันคืออาชญกรรม

เขาไม่สนับสนุนให้มีการบังคับฉีดวัคซีน (mandate vaccine) ควรให้เป็นไปตามความสมัครใจ และต้องมีความโปร่งใส มีการทดสอบให้เห็นอย่างเปิดเผย และทดสอบกันอย่างสุจริตโปร่งใส ทดสอบร่วมกับ placebo ด้วย ทดสอบในระยะยาว ที่จะให้เห็นถึงผลข้างเคียงต่างๆ 

แต่ที่เห็นคือ พวกที่เขาทำวัคซีนโควิด เขาไม่ได้ทำกันแบบนี้เลยแม้แต่น้อย ข้ามขั้นตอนสำคัญไปเลย 
ไม่ได้ทำการทดลองกับสัตว์เลย มาทดสอบกับคนเลย เขายกตัวอย่างบริษัท Moderna 
ทดสอบ 45 คน ให้โดสน้อย 15 คน โดสกลาง 15 คน โดสมาก 15 คน 
ในกลุ่มโดสน้อย มี 1 คนป่วยขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล คิดเป็น 6 เปอร์เซนต์ 
ในกลุ่มโดสมาก มี 3 คนป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล คิดเป็นถึง 20 เปอร์เซนต์
แต่เขาก็ดำเนินการผลิตวัคซีนนี้ต่อเป็นจำนวน สองพันล้านโดส 
แล้วคนที่ให้มาทดลองวัคซีน ก็ไม่ใช่คนอเมริกันทั่วไป เขาคัดเอาแต่คนที่มีสุขภาพดีเยี่ยม ต้องไม่ตั้งท้อง ไม่น้ำหนักมากเกินไป ไม่สูบบุหรี่ ต้องมาจากครอบครัวที่ไม่มีปัญหาเรื่องโรคทางเดินหายใจ ไม่เป็นโรคหอบหืด ไม่เป็นเบาหวาน ไม่เป็นไขข้ออักเสบ (rheumatoid arthritis) ไม่เป็นโรค autoimmune diseasesต้องไม่มีประวัติคนเป็น seizure ในครอบครัว 
นี่คือคนที่เขาเอามาทดสอบวัคซีนของเขา แต่คนที่จะฉีดจริงๆจะไม่ได้มีสุขภาพดีแบบนี้ 

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าไปฉีดคนอเมริกันทั่วไปที่อ้วนๆ มีโรคเบาหวาน ฯลฯ มันคงจะไม่ใช่แค่ 20% แล้ว ที่จะได้รับผลกระทบต่อร่างกายเขา จะมีคนเสียชีวิตเยอะ ขนาดคนที่สุขภาพดีที่ทดสอบวัคซีนยังเป็นลมต้องส่งโรงพยาบาลและมีไข้สูง ยาอะไรก็ตามที่เริ่มทดสอบแล้วก็ส่งผลขนาดนี้ ถ้าใช้กันจริงมันก็คือ DOA death on arrival หมายถึงมาพร้อมกับความตาย 

เคเนดี้เขาบอกว่า Anthoni Fauci ลงทุน 500 ล้านเหรียญในวัคซีนนี้ โดยใช้เงินของรัฐ ตัวเขาถือสิทธิ์ครึ่งหนึ่งของสิทธิบัตรวัคซีนตัวนี้ เขามีผู้ร่วมงานที่ทำงานให้เขาอีก 5 คนที่มีสิทธิ์ที่จะเก็บค่าสิทธิ์บัตรนี้ ระบบมันคอรัปชั่นแบบนี้ แทนที่จะยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เขากลับบอกว่าจะสั่งวัคซีนโควิดนี้สองพันล้านโดส แล้วก็สำหรับวัคซีนโควิดนี้ คนพวกนี้เขาใช้งบของรัฐ ไม่ได้ใช้เงินตัวเอง และไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ถ้าในช่วงทดสอบจะมีคนตาย 20 หรือ 200 หรือ 2000 คน มันก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขา เงินก็ไม่ใช่ของเขา เป็นเงินภาษีของพวกเรา

ตัวเคเนดี้เองแล้วก็คนใน community ของเขา เห็นทำกันแบบนี้ ไม่ว่าวัคซีนจะออกมายังไง 
เขาก็ไม่ต้องการฉีดวัคซีนตัวนี้ เพราะเขาเห็นกันแล้วว่าทำงานกันยังไง เขาบอกว่า ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ตัวอื่น ไม่ว่าตัวไหนก็ตามในโลกนี้ ไม่มีทางที่เขาจะให้ดำเนินการต่อได้เลย ถ้าผลทดสอบออกมาได้แบบที่ Moderna ทำออกมาแบบนี้

เคเนดี้กล่าวตอนนึงว่า พวกนี้ไม่ไช่คนที่มีศีลธรรม พวกเขารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาฆ่าเด็กอเมริกันตายปีละ 56000 คน แต่ในกรณีที่เป็นยา ทนายสามารถฟ้องร้องเขาได้ แต่ถ้าเป็นวัคซีนจะฟ้องร้องไม่ได้เลย 

มี 4 บริษัทที่ผลิตวัคซีนทั้ง 72 ชนิด ซึ่งทางการบังคับให้เด็กเขาต้องฉีด ทั้ง 4 บริษัทนี้ล้วนป็นฆาตกรต่อเนื่อง ทั้ง Glaxo, Sanofi, Pfizer, Merck ในสิบปีที่ผ่านมาทั้งสี่บริษัทนี้ ต้องจ่ายเงิน 35 พันล้านเหรียญ ข้อหาอาชญากรรม Criminal penalties ค่าเสียหาย ค่าปรับ ทั้งอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นจริง (fausify science) ทั้งข้อหาโกหกหมอ 
ข้อหาเจตนาฆ่าคนอเมริกันนับแสนคน (knowingly ทั้งๆที่รู้) 

เขายกตัวอย่างยาแก้ปวดของ Merck ตัวหนึ่งคือ ยาแก้ปวด Vioxx ที่เป็นสินค้าหลักตัวหนึ่งในปี 2007 ซึ่งทำให้เป็นโรคหัวใจ ทั้งๆที่เขารู้อยู่แล้วว่ามันทำให้เป็นโรคหัวใจได้ เพราะเขาเห็นตั้งแต่ตอนทำการทดสอบยา แต่เขาไม่ยอมบอกคนอเมริกัน เขาฆ่าคนอเมริกันไป 120,000-500,000 คน ที่ไม่ควรที่จะตาย คนส่วนใหญ่ที่ตายจะมีโรค rheumatoid arthritis, headache and migrain พวกนี้เขากินยานี้เพราะเชื่อใจ 

ตอนที่พวกเราฟ้องร้อง เราได้เอกสารจากฝ่ายบัญชีที่บอกว่า “เราฆ่าคนพวกนี้ เราก็ยังได้กำไร งั้นก็เดินหน้าเลย” พวกนี้ที่จริงต้องติดคุก แต่เขาจ่ายเงินค่าปรับ 7 พันล้านเหรียญ แล้วคนที่เห็นแนวทางการทำงานแบบอาชญากรแบบนี้ ของบริษัทอาชญากรรมทั้ง 4 บริษัทนี้ ว่าเขาทำแบบนี้กับยาของเขาทุกตัว เขาจะเชื่อได้ยังไงว่าพวกนี้จะไม่ทำแบบนี้กับวัคซีนที่เขาผลิต เขาทำแน่นอน และก็กำลังทำกันอยู่นี่แหละ

แล้วเรื่องการทดสอบกับ placebo ก็ไม่ยอมให้ทำหลังจาก clinical testing เพราะว่า HHS Health and Human Services ออกแนวทางปฎิบัติที่ไม่มีจรรยาบรรณออกมา บอกว่าถ้าวัคซีนขึ้นทะเบียนและมีการแนะนำให้ใช้แล้ว 
จะมาทำการทดสอบ placebo หรือจะมาเปรียบเทียบดูว่าคนฉีดวัคซีนกับไม่ฉีดให้ผลต่างกันอย่างไร มาทำแบบนี้ตอนนี้ถือว่าไม่ถูกจรรยาบรรณ แต่ก็มีนักวิทย์ที่ทำแบบนี้ แต่ก็โดนเล่นงาน ทำให้เขาตีพิมพ์งานจากการศึกษาตรงนี้ไม่ได้ ถูกตัดงบการทำงาน เพราะว่าไม่ต้องการให้เห็นถึงอันตรายของวัคซีน เพราะฉะนั้นเขาไม่ให้ทดสอบแบบ placebo หลังจาก clinical trials

เขากล่าวว่า ทุกวันนี้คอรัปชั่นเยอะมาก คองเกรสของเองได้รับเงินจากพวกนักล๊อบบี้ของธุรกิจยามากกว่าธุรกิจอื่น โดยมากกว่าธุรกิจก๊าชและน้ำมันถึงสองเท่า แล้วก็มีพวกนักล๊อบบี้พวกนี้มากกว่าจำนวนวุฒิสมาชิกในรัฐสภาเสียอีก พวกเอเจนซี่ของรัฐเองก็ถูกธุรกิจครอบงำไปด้วย เขาเองบอกว่าได้ฟ้องร้อง EPA มาตลอดชีวิตการทำงานของเขา 

เขาเพิ่งฟ้องบริษัท Monsanto ซึ่งจ่าย 12 ล้านเหรียญเพื่อยุติคดี คดีนี้ EPA เองบอกว่า Gyphosate ไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็ง แต่ทางเขาไปได้เอกสารภายในของ Monsanto ที่บอกว่าหัวหน้าแผนกยาฆ่าแมลงของ EPA แอบทำงานให้กับบริษัท Mansanto แล้วก็ทำลายผลงานวิจัย แอบแก้ไขผลงานวิจัย อ้างหลักการวิทยาศาสตร์แบบผิดๆให้ดูเหมือนถูก 
เขาบอกในคลิปต่อว่า ทีนี้ลองดูข้อมูลต่อไปนี้บ้าง

งบประมาณ 50% ของ FDA องค์การอาหารและยาของอเมริกา ได้มาจากจากบริษัทวัคซีน 
CDC ศูนย์ควบคุมโรคของอเมริกา ได้งบประมาณ 11.5 พันล้านเหรียญ และ 4.9 พันล้านเหรียญ มาจากการซื้อขายและกระจายสินค้า (distributing) วัคซีน CDC แท้จริงก็คือบริษัทวัคซีน เป็นเจ้าของสิทธิบัตรวัคซีน 57 ชนิด ได้เงินจากการขายวัคซีนทุกครั้ง 

NIH สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ เป็นเจ้าของสิทธิบัตรวัคซีนนับร้อยรายการ และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรครึ่งหนึ่งของ Moderna Vaccine (บริษัทที่กล่าวแล้วถึงข้างบน)
แล้วพนักงานและนักวิทย์ที่ทำงานที่ NIH ถ้าทำงานเกี่ยวข้องกับวัคซีน ก็เบิกเงินจากตรงนี้ได้ 150000 เหรียญต่อปี เป็นค่าลิขสิทธิ์จากวัคซีนที่ขายได้ พวกนี้ที่จริงก็คือบริษัทวัคซีนดีๆนี่เอง 
พวกนักการตลาดของเขาเอง ตอนนี้ก็พยายาม หาทางออกกฎหมายบังคับ ให้คนทุกคนต้องฉีดวัคซีน 
พวกนี้เขาไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองที่ควรจะทำในฐานะผู้ควบคุมดูแล 

(อ่านต่อ แผ่นที่ 2)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่