โชคชะตาหรือความบังเอิญ
เมื่อได้พบกับน้องคนหนึ่ง ในวันงานแต่งของน้องสาวซึ่งเด็กคนนี้เป็นญาติทางเจ้าบ่าวซึ่งมากจากสมุทรสาคร จึงเราทำให้เราได้รู้จักและสนิทกัน ซึ่งน้องคนนี้เป็นเด็กที่มีแววตาเศร้ามาก พยายามทำให้ตัวเองร่าเริง (จากที่เราชอบคนสังเกตคน) น้องได้กับเพื่อนและญาติฝ่ายเจ้าบ่าวซึ่งน้องอาศัยอยู่ในค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดสุมทรสาคร นั้นเป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน แล้วก็คุยด้วยกันมาตลอด ทุกแทบจะทุกเรื่อง มันอาจจะเป็นความบังเอิญครั้งแรก
แต่……เราก็เจอครั้งที่2 เนื่องจากน้องอยากมาเที่ยว ผมก็เลยพาน้องมาเที่ยวบ้านที่กาญ. น้องก็บอกว่าผมอยากไปเที่ยวแต่น้องไม่มีตัง เราก็เลยอาสาไปรับน้องที่บ้านเพื่อที่จะมาเที่ยว ก็มาเที่ยวด้วยกันอย่างสนุกสนาน. แต่น้องนั้นมากับเพื่อนด้วย เราก็ไม่ได้อะไร ก็ ค่อยากดูแลเด็กคนนึง ที่รู้สึกว่าเจอครั้งแรกแล้วถูกชะตา เอ็นดูน้อง
จนเราสนิทกันมากก ซึ่งผมไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังของน้องเลยว่า ครอบครัวเป็นยังไง การเป็นอยู่ยังไง แต่รู้ว่าน้องบอกต้องทำงานหาตังเอง อยากได้อะไรก็ต้องเก็บตังซื้อเอง ซึ่งน้องอยู่แค่ ม.ต้น
แต่ตอนนี้น้องอายุ18แล้ว เราก็สงสัยนะว่าทำไม ก็เคยถามไปแล้ว แต่ก็นิ่งๆไม่ตอบอะไร เราก็ไม่เซ้าซี้ทั้งสิ้น น้องชอบแต่งรถ สไตล์แง๊นๆ บางครั้งน้องเดือดร้อยเราก็พยายามยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เลยทำให้เราสนิทมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ 12 สค ซึ่งเราก็ทักหาน้องAคุยเรื่องว่าไหว้แม่รึยัง แต่น้องอ่านไม่ตอบ เราก็ไม่อะไรนะ
จนวันนี้ มีเฟสบุ๊คบุคคลหนึ่งแอดผมมา ด้วยความเฟรนลี่ของผม ก็รับแอด และทักไป สวัสดีคับ ซึ่งบุคคลนั้น มีเพื่อนร่วมกันกับน้องคนที่เราคุยด้วย1 เราก็คุยทั่วไป ไม่ได้ใส่ดีเทลเยอะ เป็นรูปโปรไฟล์เด็กผู้หญิงน่ารักๆ เราก็ทักไปว่ารู้จักAด้วย(นามสมมุติ) แล้วก็บอกเราก็รู้จักหรอ เค้าเลยถามว่าเราสนิทกับAมากป่าว B=ก็สนิทครับ มีอะไรรึเปล่า A=มีเรื่องจะปรึกษาคะ ซักพักเค้าก็ขอเบอร์เราไป แล้วก็โทรคุยกัน จากนั้นก็ได้รู้ความจริง ว่าเค้าคือแม่ของน้องA เราก็แอบสงสัยนะว่าแม่เค้าทักหาเราทำไม เค้าบอกว่าเห็นเราคุยกับน้องAบ่อยน่าจะสนิท เราก็อ่อคับๆ รับฟังไปเรื่อยๆ
สรุปเราก็ได้รู้แล้วว่า พ่อแม่ของน้องนั้นแยกทางกัน ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนเพราะไม่เคยถาม รู้แต่ว่าน้องอยู่กับพ่อ แม่ของน้องAซึ่งไม่ได้เจอลูกมาก็4-5ปีแล้ว ทำได้แค่นั่งส่งFacebook ซึ่งเป็นแอคเค้า ปลอมที่สร้างขึ้นมา เพื่อที่จะเอาไว้ส่งดูน้องA แม่เคยทักไปหาน้องAหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับข้อความตอบกลับแต่อย่างใด จนในที่สุดม่น้องAก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราฟัง ตอนที่น้องอยู่กับแม่คือเป็นเด็กดีมาก ซึ่งต่างจากตอนนี้นิดหน่อย เพราะะอยู่กับพ่อซึ่งมีนิสัยทารุน บังคับต่างๆนาๆ(แบบทหาร) น้องP ยู่กับพ่อ ส่วนน้องCอาศัยอยู่กับแม่
แม่บอกว่าตอนนี้ป่วยเป็นไทรอย อยากจะเจอน้อง ซึ่งน้องไม่เคยติดต่อไปหาเลย ซึ่งคำว่าแม่อะ ยังไงมันก็ท้งลูกหรือตัดกันไม่ขาด แม่ก็ได้แต่ถามจากเราว่าน้องPเป็นไงบ้างเล่าให้แม่ฟังหน่อย ขณะที่เราให้แม่น้องPฟังถึงเรื่องราวชีวิตของน้องที่เราพอรู้ในระดับนึง แม่ก็แบบเสียงสั่น เหมือนจะร้องไห้ เราก็เข้าใจคนเป็นแม่แหละ สิ่งที่ทำให้แม่น้องPคิดมาก ก็คือ น้องPได้โพสรูปที่เป็นเด็กนักเรียนนั่งกราบแม่แต่มีเด็กคนนึงซึ่งไม่มีแม่มา เราคิดว่าจิงๆแล้วน้องPเองก็คิดถึงแม่ แต่ด้วยความที่พ่อของน้องPนั้นกัดกัน ให้ตัด ไม่ให้เจอ ไม่ให้พูดคุย เหมือนกับว่าให้ลืมๆไปเลย ว่าไม่เคยมีคนคนนั้นเคยอยู่บนโลก แม่น้องPก็ได้แต่บอกเราว่าแม่ฝากดูน้องPด้วยะ เพราะตอนนี้แม่ก็ทำอะไรไม่ได้ คอยห้ามน้องบ้างอย่าให้น้องออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งกำลังเป็ยวันรุ่นที่อยากรู้อยากลอง
เราก็ได้แต่รับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะส่วนๆตัวลึกๆแล้วก็แอบเทใจให้น้องคนนี้ไปแล้ว แล้วยิ่งมีเรื่องแบบนี้เข้ามาอีกทำให้เรานั้นสงสารน้องไปอีกกก เราก็เลยอยากให้แม่กับลูกได้พบกันอีกครั้ง แต่เราไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ซึ่งก็สงสารทั้งแม่ที่กำลังป่วยหนักเป็นไทรอย แต่ซึ่งน้องPนั้นไม่รู้เลย
ปล.ผมกำลังคิดมันอาจจะเป็นโชคชะตาของผมที่ต้องเข้ามาเกี่ยกับเรื่องนี้ด้วยความบังเอิญ ซึ่งแม่ของน้องPเองก็ได้บอกว่า แม่ไม่รู้นะว่าทำไม แม่ถึงเลือกที่จะมาปรึกษากับเรา ซึ่งเราก็ยินดีนะ ให้คำปรึกษา หาทางช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ จิงๆในวันศุกที่จะถงนี้ผมได้นัดกับน้องPว่าเราจะไปกินข้าวดูหนังกัน แต่เรื่องของแม่ได้เข้ามาในคืนวันพฤหัส
โชคชะตาหรือความบังเอิญ กุควรทำไง
เมื่อได้พบกับน้องคนหนึ่ง ในวันงานแต่งของน้องสาวซึ่งเด็กคนนี้เป็นญาติทางเจ้าบ่าวซึ่งมากจากสมุทรสาคร จึงเราทำให้เราได้รู้จักและสนิทกัน ซึ่งน้องคนนี้เป็นเด็กที่มีแววตาเศร้ามาก พยายามทำให้ตัวเองร่าเริง (จากที่เราชอบคนสังเกตคน) น้องได้กับเพื่อนและญาติฝ่ายเจ้าบ่าวซึ่งน้องอาศัยอยู่ในค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดสุมทรสาคร นั้นเป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน แล้วก็คุยด้วยกันมาตลอด ทุกแทบจะทุกเรื่อง มันอาจจะเป็นความบังเอิญครั้งแรก
แต่……เราก็เจอครั้งที่2 เนื่องจากน้องอยากมาเที่ยว ผมก็เลยพาน้องมาเที่ยวบ้านที่กาญ. น้องก็บอกว่าผมอยากไปเที่ยวแต่น้องไม่มีตัง เราก็เลยอาสาไปรับน้องที่บ้านเพื่อที่จะมาเที่ยว ก็มาเที่ยวด้วยกันอย่างสนุกสนาน. แต่น้องนั้นมากับเพื่อนด้วย เราก็ไม่ได้อะไร ก็ ค่อยากดูแลเด็กคนนึง ที่รู้สึกว่าเจอครั้งแรกแล้วถูกชะตา เอ็นดูน้อง
จนเราสนิทกันมากก ซึ่งผมไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังของน้องเลยว่า ครอบครัวเป็นยังไง การเป็นอยู่ยังไง แต่รู้ว่าน้องบอกต้องทำงานหาตังเอง อยากได้อะไรก็ต้องเก็บตังซื้อเอง ซึ่งน้องอยู่แค่ ม.ต้น
แต่ตอนนี้น้องอายุ18แล้ว เราก็สงสัยนะว่าทำไม ก็เคยถามไปแล้ว แต่ก็นิ่งๆไม่ตอบอะไร เราก็ไม่เซ้าซี้ทั้งสิ้น น้องชอบแต่งรถ สไตล์แง๊นๆ บางครั้งน้องเดือดร้อยเราก็พยายามยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เลยทำให้เราสนิทมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ 12 สค ซึ่งเราก็ทักหาน้องAคุยเรื่องว่าไหว้แม่รึยัง แต่น้องอ่านไม่ตอบ เราก็ไม่อะไรนะ
จนวันนี้ มีเฟสบุ๊คบุคคลหนึ่งแอดผมมา ด้วยความเฟรนลี่ของผม ก็รับแอด และทักไป สวัสดีคับ ซึ่งบุคคลนั้น มีเพื่อนร่วมกันกับน้องคนที่เราคุยด้วย1 เราก็คุยทั่วไป ไม่ได้ใส่ดีเทลเยอะ เป็นรูปโปรไฟล์เด็กผู้หญิงน่ารักๆ เราก็ทักไปว่ารู้จักAด้วย(นามสมมุติ) แล้วก็บอกเราก็รู้จักหรอ เค้าเลยถามว่าเราสนิทกับAมากป่าว B=ก็สนิทครับ มีอะไรรึเปล่า A=มีเรื่องจะปรึกษาคะ ซักพักเค้าก็ขอเบอร์เราไป แล้วก็โทรคุยกัน จากนั้นก็ได้รู้ความจริง ว่าเค้าคือแม่ของน้องA เราก็แอบสงสัยนะว่าแม่เค้าทักหาเราทำไม เค้าบอกว่าเห็นเราคุยกับน้องAบ่อยน่าจะสนิท เราก็อ่อคับๆ รับฟังไปเรื่อยๆ
สรุปเราก็ได้รู้แล้วว่า พ่อแม่ของน้องนั้นแยกทางกัน ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนเพราะไม่เคยถาม รู้แต่ว่าน้องอยู่กับพ่อ แม่ของน้องAซึ่งไม่ได้เจอลูกมาก็4-5ปีแล้ว ทำได้แค่นั่งส่งFacebook ซึ่งเป็นแอคเค้า ปลอมที่สร้างขึ้นมา เพื่อที่จะเอาไว้ส่งดูน้องA แม่เคยทักไปหาน้องAหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับข้อความตอบกลับแต่อย่างใด จนในที่สุดม่น้องAก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราฟัง ตอนที่น้องอยู่กับแม่คือเป็นเด็กดีมาก ซึ่งต่างจากตอนนี้นิดหน่อย เพราะะอยู่กับพ่อซึ่งมีนิสัยทารุน บังคับต่างๆนาๆ(แบบทหาร) น้องP ยู่กับพ่อ ส่วนน้องCอาศัยอยู่กับแม่
แม่บอกว่าตอนนี้ป่วยเป็นไทรอย อยากจะเจอน้อง ซึ่งน้องไม่เคยติดต่อไปหาเลย ซึ่งคำว่าแม่อะ ยังไงมันก็ท้งลูกหรือตัดกันไม่ขาด แม่ก็ได้แต่ถามจากเราว่าน้องPเป็นไงบ้างเล่าให้แม่ฟังหน่อย ขณะที่เราให้แม่น้องPฟังถึงเรื่องราวชีวิตของน้องที่เราพอรู้ในระดับนึง แม่ก็แบบเสียงสั่น เหมือนจะร้องไห้ เราก็เข้าใจคนเป็นแม่แหละ สิ่งที่ทำให้แม่น้องPคิดมาก ก็คือ น้องPได้โพสรูปที่เป็นเด็กนักเรียนนั่งกราบแม่แต่มีเด็กคนนึงซึ่งไม่มีแม่มา เราคิดว่าจิงๆแล้วน้องPเองก็คิดถึงแม่ แต่ด้วยความที่พ่อของน้องPนั้นกัดกัน ให้ตัด ไม่ให้เจอ ไม่ให้พูดคุย เหมือนกับว่าให้ลืมๆไปเลย ว่าไม่เคยมีคนคนนั้นเคยอยู่บนโลก แม่น้องPก็ได้แต่บอกเราว่าแม่ฝากดูน้องPด้วยะ เพราะตอนนี้แม่ก็ทำอะไรไม่ได้ คอยห้ามน้องบ้างอย่าให้น้องออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งกำลังเป็ยวันรุ่นที่อยากรู้อยากลอง
เราก็ได้แต่รับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะส่วนๆตัวลึกๆแล้วก็แอบเทใจให้น้องคนนี้ไปแล้ว แล้วยิ่งมีเรื่องแบบนี้เข้ามาอีกทำให้เรานั้นสงสารน้องไปอีกกก เราก็เลยอยากให้แม่กับลูกได้พบกันอีกครั้ง แต่เราไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ซึ่งก็สงสารทั้งแม่ที่กำลังป่วยหนักเป็นไทรอย แต่ซึ่งน้องPนั้นไม่รู้เลย
ปล.ผมกำลังคิดมันอาจจะเป็นโชคชะตาของผมที่ต้องเข้ามาเกี่ยกับเรื่องนี้ด้วยความบังเอิญ ซึ่งแม่ของน้องPเองก็ได้บอกว่า แม่ไม่รู้นะว่าทำไม แม่ถึงเลือกที่จะมาปรึกษากับเรา ซึ่งเราก็ยินดีนะ ให้คำปรึกษา หาทางช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ จิงๆในวันศุกที่จะถงนี้ผมได้นัดกับน้องPว่าเราจะไปกินข้าวดูหนังกัน แต่เรื่องของแม่ได้เข้ามาในคืนวันพฤหัส