นั่งฟังพ็อดคาสต์นึง เชิญคุณโจ้ ธนา มาพูดเรื่องการทำงานในปัจจุบัน คุณโจ้พูดถึงเรื่อง มืออาชีพต้องคิดถึงจุดจบ
มีใครคิดเหมือนผมไหมครับว่า ทุกครั้งที่เราสมัครงานหรือเพิ่งเริ่มทำงานใหม่สักที่หนึ่ง จะเริ่มวางแผนทันทีว่า ถ้าเงื่อนไขต่างๆเช่น ประสบการณ์ ความน่าตื่นเต้น โอกาสในการได้พัฒนาตัวเอง โอกาสได้โปรโมท ความเบื่อ ความล้า มันดันตรงกับที่คิดไว้ก็คงจะต้องมูฟออฟไปทำอะไรใหม่ๆหรือทำที่ใหม่
มันคือการวางแผนหาทางลงในอาชีพหรือในตำแหน่งของสายงานที่เราทำอยู่ใช่ไหมครับ
ผมเลยสงสัยว่า แต่ละท่านมีเป้าหมายอะไรไหมครับว่า ถ้าตัวเองได้บรรลุเป้าหมายในการทำงานตำแหน่งนี้แล้ว หรือ ถ้าตัวเองดันมาเจอบรรยากาศบางอย่างเข้าให้ไม่ว่าจะเกิดจากตัวเองหรือกระทบมาจากคนอื่น ก็จะเตรียมหาทางลงให้กับตัวเอง
เช่น เข้ามาทำงานตำแหน่ง XXX และตั้งเป้าไว้ว่าถ้าเรียนรู้ทุกอย่างได้ครบถ้วนแล้วในระยะเวลา Y ปี จะลาออก หรือ จะลาออกก็ต่อเมื่อเริ่มสัมผัสได้ว่างานที่ตัวเองทำกับเป็นวงจรเช้าชามเย็นชาม ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่
อยากขอรบกวนให้ทุกท่านช่วยแชร์ประสบการณ์ การหาทางลง ของแต่ละท่านเพื่อเป็นวิทยาทานหน่อยครับ
มืออาชีพต้องคิดถึงจุดจบ มันคือการวางแผนหาทางลงในอาชีพหรือในตำแหน่งของสายงานที่เราทำอยู่ใช่ไหมครับ
มีใครคิดเหมือนผมไหมครับว่า ทุกครั้งที่เราสมัครงานหรือเพิ่งเริ่มทำงานใหม่สักที่หนึ่ง จะเริ่มวางแผนทันทีว่า ถ้าเงื่อนไขต่างๆเช่น ประสบการณ์ ความน่าตื่นเต้น โอกาสในการได้พัฒนาตัวเอง โอกาสได้โปรโมท ความเบื่อ ความล้า มันดันตรงกับที่คิดไว้ก็คงจะต้องมูฟออฟไปทำอะไรใหม่ๆหรือทำที่ใหม่
มันคือการวางแผนหาทางลงในอาชีพหรือในตำแหน่งของสายงานที่เราทำอยู่ใช่ไหมครับ
ผมเลยสงสัยว่า แต่ละท่านมีเป้าหมายอะไรไหมครับว่า ถ้าตัวเองได้บรรลุเป้าหมายในการทำงานตำแหน่งนี้แล้ว หรือ ถ้าตัวเองดันมาเจอบรรยากาศบางอย่างเข้าให้ไม่ว่าจะเกิดจากตัวเองหรือกระทบมาจากคนอื่น ก็จะเตรียมหาทางลงให้กับตัวเอง
เช่น เข้ามาทำงานตำแหน่ง XXX และตั้งเป้าไว้ว่าถ้าเรียนรู้ทุกอย่างได้ครบถ้วนแล้วในระยะเวลา Y ปี จะลาออก หรือ จะลาออกก็ต่อเมื่อเริ่มสัมผัสได้ว่างานที่ตัวเองทำกับเป็นวงจรเช้าชามเย็นชาม ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่
อยากขอรบกวนให้ทุกท่านช่วยแชร์ประสบการณ์ การหาทางลง ของแต่ละท่านเพื่อเป็นวิทยาทานหน่อยครับ