ไม่รู้จะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรเอาเป็นว่ามาระบายให้ฟังแล้วกัน

กระทู้คำถาม
เกริ่นก่อนว่า .... 
... เรามีพี่น้องด้วยกันสองคน เราเป็นน้อง และก็มีพี่สาวที่เป็นทอมหนึ่งคน เรากับพี่ ถามว่าสนิทกันไหม คุยได้ทุกเรื่องไหม เอาจริงๆมีกันแค่สองคนก็ต้องสนิทกันแหละคะ แต่ความสนิทคือไม่ได้เล่าทุกอย่างทุกเรื่องให้ฟัง ออกจะเป็นพี่กับน้องที่เรียกว่ากวนประสาทกันมากกว่า ก่อนที่จะรู้ว่ามีกันแค่สองคนคือ ทะเลาะกันบ่อยมาก อายุเราสองคนห่างกันเป็นรอบเลยก็ว่าได้ แต่เวลาเรามีอะไรก็จะคุยกับพี่มากกว่าแม่ (เพราะแม่เป็นคนโบราณมากคุยไรไปก็ไม่เข้าใจวัยอย่างเรา) บ้านเราไม่ได้เป็นบ้านที่ซึ้งหรือแสดงความรักต่อหน้ากัน พูดกู ไม่พูดจาหวานใส่กัน ออกจะเขินๆกัน ไม่เคยพูดคำว่ารักหรือแสดงออกอะไรที่ทำให้บ่อน้ำตาแตก แต่เราจะแสดงความรักให้กันด้วยการพาไปกินนู้นนี่นั้น ใช้เวลาบนโต๊ะอาหารด้วยกัน คุยกันในช่วงเวลานั้น เพราะคุยเวลาอื่นจะทะเลาะกัน บ้านเราเหมือนเป็นบ้านหัวรั้น หัวร้อน กันทั้งบ้าน แต่ช่วงนี้เบาลงหน่อย เพราะต่างคนต่างทำงาน ได้เจอกันทีก็คือต้องมีวันหยุดยาวๆ เพราะพี่สาวกับแม่ทำงานในโรงเรียน หยุดตามโรงเรียน ที่เราเล่ามาทั้งหมดเนี้ยแค่อยากให้รู้ว่าเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยมองเห็นความสำคัญในครอบครัวเลย ต้องหาข้ออ้าง ต้องมีเวลา ต้องอย่างนู้นอย่างนี้ ถึงจะเห็นความสำคัญของคนในบ้าน  
วันนี้เราอายุ 25 แล้วคะ ครึ่งทางของชีวิตแล้วคะ ช่วงรอยต่อของวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่วัยที่ต้องสร้างเนื้อสร้างตัว วัยที่ไม่มีเวลานั่งเล่นไปวันๆ วัยที่เอาแต่ทำงาน เพื่อนไม่ค่อยเจอ เพราะมีเพื่อนไม่เยอะ มีไม่กี่คน ต่างคนต่างทำงานอยู่คนละที่ เรามันเป็นพวกอารมณ์อ่อนไหวง่าย อ่อนต่อโลก  ใครพูดไรเชื่อเขาไปหมด 
ตอนนี้เราทำงานกับน้าที่รู้จัก เป็นเพื่อนของแม่ เขาก็เอ็นดูเราหางานให้ทำ เป็นน้าที่ไม่ได้เป็นญาติกันแต่อยู่ในชีวิตของครอบครัวเรามาเกือบ10กว่าปีแล้วมั้งคะ มีเรื่องอะไรน้าคนนี้เขาก็ช่วยเหลือที่บ้านเราตลอด น้าคนนี้เขานิสัยดีลุยๆเป็นคนพูดตรงๆ คือที่เราเล่าถึงน้าคนนี้ก็คือ วันที่เราตั้งกระทู้เป็นวันแม่ น้าเขาต้องไปงานที่ลูกเขาติดเข็มอะไรสักอย่างที่รร. แต่เรามาทำงานที่บ้านเขา เพราะช่างมาทำงานที่บ้านก็ต้องเฝ้างานเฝ้าบ้านให้เขา ตอนนี้แหละคะที่ทำให้เรามานั่งเขียนกระทู้ก็เพราะว่า เรากับพี่สาวอยู่คนละที่กัน เราเลยไลน์หาพี่สาวว่าไม่มาบ้านไง วันนี้วันแม่ พิมพ์ไลน์หาพี่สาวว่า เมื่อเช้าน้าเค้าถามว่าไม่มีอะไรเซอร์ไพร์แม่หรอ เราเล่าว่าน้าเขาบอกว่าจะสอนงานให้เรียนรู้เยอะๆจะให้เป็นผู้จัดการ เดี๋ยวเดือนตุลาคมiphone 12 ออก น้าเขาบอกจะยกโทรศัพท์ของลูกสาวเขาให้(ลูกสาวเขาใช้iphone8plus)แต่เราใช้oppof1sที่เก่ามากน่าจอแตกกดไม่ค่อยไป เราก็บ่นกับพี่สาวเราว่าเมื่อไรนะจะถึงเดือนตุลา เพราะจะได้เปลี่ยนโทรศัพท์สักที บ่นไปต่างๆนาๆ เหมือนคุยกันทั่วไปแต่วันนี้เราพิมพ์ยาวกว่าปกติ เลยพิมพ์คุยกันเยอะไปหน่อย เล่าๆไป พี่สาวเราก็ตอบกลับมาว่า "ก็เผื่อใจไว้บ้างไม่ต้องวาดฝันตามเขามากหรอก ,แล้วก็ดูทางหนีทีไล่ไว้ด้วยอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วจะไปสอบราชการหรือทำงานอย่างอื่นก็จะติดขัดแล้ว,ก็รู้ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน,เหนื่อยจะคุยกับอย่าหวังเล็กๆน้อยๆชีวิตยังต้องไปต่ออีกครั้งหน้า,เออๆกูไม่พูดอะไรมากคิดได้อยู่แล้วแหละแค่อยากทำอะไรให้มันเข้าเนื้อตัวเองหัดเผื่ออะไรไว้ดูให้ตัวเองด้วยอย่าไปวาดฝันกับคำพูดของคนให้มันมาก,คำพูดของคนนี้กูหมายถึงทุกๆคนในชีวิตเลยนะ"คำเหล่านี้ทำเราน้ำตาไหลน้ำตาเอ่อออกมา แต่เราเป็นคนปากแข็ง พิมพ์ตอบกลับไปว่า เออๆรู้แล้วนะ 
เรามานั่งคิดว่า เออว่ะพี่สาวเรามันก็เป็นห่วงเรานะ ใส่ใจในความรู้สึกของเราคำพูดของเรา เรื่องต่างที่เราเอามาบ่นให้ฟัง เราเลยคิดว่า มันจริงทุกอย่างที่พี่สาวเราพูด เราทำได้แค่คิดให้ดีที่สุดคือ ตั้งใจทำวันนี้ให้ดีที่สุด ตั้งใจทำงานเพื่ออนาคต ทำทุกอย่างให้มั่นคง เรียนรู้โลกให้เยอะๆ เพราะสมัยนี้แล้ว อะไรๆก็ไม่แน่นอน เรานะเจ็บกับคำพูดคนมามาก ทั้งเพื่อนทั้งคนรอบข้าง ที่มาพิมพ์ยาวเยียดขนาดนี้ก็แค่อยากหาที่ระบายหาที่ลง ความอัดอั้นในใจที่เล่าให้ใครฟังไม่ได้ 
ปล.ขอบคุณนะคะสำหรับคนที่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ จริงๆเรื่องนี้มันคงไม่มีสาระอะไรกับคนที่เข้ามาอ่าน แต่ก็ขอบคุณนะคะ ขอบคุณ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่