สวัสดีค่ะ ชื่อส้มนะค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า
เราได้เข้ามารู้จักคนกลุ่มนี้ได้เกือบ 2ปีกว่ามั้งถ้าจำไม่ผิด เราเข้ามาทางแฟนเรา ซึ่งเราใช้หัวใจเข้ามารู้จักกับคนกลุ่มนี้ แต่เราจะสนิทกับพี่2คน เค้า2คนนี้เป็นแฟนกัน มีลูกด้วยกันแล้ว ที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้
เราจะใช้ศัพท์เรียกพี่เค้า2คน คือ
พี่ผู้หญิง = เอ
พี่ผู้ชาย = บี
จะได้ไม่งงในสิ่งที่เรากำลังอธิบายนะ
เค้าเป็นรุ่นพี่เรา อายุมากกว่าเรา เกือบ 10ปี แล้วมีอยู่วันนึง เราเริ่มรู้จักพี่เค้า2คนมากขึ้น ไปกินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ไปทำบุญด้วยกัน มีปัญหาปรึกษากัน เราทะเลาะกับแฟนก็มาเครียปัญหาให้เรา ในความสัมพันธ์ ที่เราคิดกับพี่เค้า2คนคือคิดว่าเค้าเป็นพี่เรา แล้วเราเป็นน้อง จนคบกันมาสักพักใหญ่ๆ วันนึง พี่เอ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หาได้เสริมจากการทำงาน ก็ไปเจาะตลาดแห่งนึง เพื่อทำการขายของกินที่มีประเด็นเกิดขึ้น เรา2คนกับแฟน ก็เข้าไปช่วยเหลือ ขนของ ซื้อของ ตั้งแต่วันแรกที่พี่เค้าเปิดร้าน เรากับแฟน ไปช่วยพี่เค้า 2คนด้วยใจ ใช้ใจไปช่วยเหลือ
#ท้าวความก่อนว่า ที่เรากับแฟนเลือกที่จะเข้าไปช่วย คือเราสงสารพี่บี แกเป็นผู้หญิงคนเดียวที่หาเลี้ยงครอบครัว ครอบครัวนี้คือ บ้านพี่บี ที่มีทั้งพ่อแม่เค้าอยู่ ซึ่งตอนนั้นพี่บีแกไม่ได้ทำงาน มีพี่เอทำงานคนเดียว ค่าใช้จ่ายพี่เอคนจ่ายทั้งหมด แล้วต้องเลี้ยงลูกอีก2คน รายจ่ายพี่เค้าเยอะพอสมควร เรากับแฟนจึงได้คิดเข้าไปช่วยเหลือพี่เอ เพราะแกเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว เพื่อเลี้ยงครอบครัว
ต่อนะ พอตั้งร้านเรียบร้อย ให้เราออกแบบป้ายร้านให้ โลโก้ร้านให้ ซึ่งเราก็ออกให้ แบบไม่คิดอะไร ช่วยคิดให้ตั้งเพจร้านทางFB เพื่อที่ลูกค้าจะได้รู้จักมากขึ้น พอตลาดเริ่มเปิด เรากับแฟนก็ไปช่วยทำของ ไปช่วยขาย ทุกๆวัน จนเราก็อยากคิดหารายได้เพิ่ม ก็คิดว่าเสื้อผ้ามือสองมาขายกับเพื่อน ทุกวันเสาร์ แล้วมีอยู่วันนึงพี่เอไป ตจว. 2-3วัน แล้วให้พี่บี มาขายของแทน แต่พี่เค้า2คนดันทะเลาะกัน งอนกัน ไม่คุยกัน พี่บีไม่เตรียมของขาย ทิ้งร้านไปข้างนอก ฝากให้เราช่วยขายแทน เราก็ขายแทนให้ คือวันนั้นก็วิ่งทั้งร้านเสื้อผ้า กับร้านขายของกิน ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดอะไร เรามาช่วยทุกวันจนมาเกิดโควิด19 ระบาด และตลาดต้องปิด ก็เลิกขายของไปสักระยะนึง เกือบ2-3เดือน พี่เค้า2คนก็มาที่บ้านเราและเพื่อนๆเราอีก มีกินข้าว มานอนเล่น เย็นๆก็กลับ วันนึงพี่บีจะบวชพระ เรา2คนกับแฟนก็ช่วยเหลือเต็มที่เพราะคืองานบุญ พาซื้อของ แฟนเราก็เดินเรื่องให้พี่บี เกี่ยวกับการบวชเป็นพระ เพราะแม่งานคือพี่เอ ซึ่งเค้าทำคนเดียวเราก็ต้องไปช่วยเหลือในฐานะน้อง จนงานเสร๊จพิธิบวชเป็นพระ หลังจากศึกเราก็ใช้ชีวิตปกติไปมาหาสู่กันตลอด พอโควิค19เริ่มลดลง พี่เค้า2คน ได้มีการเช่าบ้านใหม่ เรากับแฟนก็ไปช่วยย้ายของ เอาง่ายๆคือ เรากับแฟนช่วยเหลือพี่เค้าทุกอย่าง ไม่เคยคิดหวังสิ่งตอบแทน เพราะช่วยด้วยใจ
พอโควิคใกล้หมด พี่เอเริ่มกลับจากมาขายของแล้ว แต่จะขายที่บ้าน แล้วส่งตามบ้านเอา และเปิดไลน์แมนมารับที่บ้าน เรากับแฟนก็ไปช่วย
เราจะมีหน้าที่ช่วยจัดของ เรียงของ จัดคิวสินค้า เช็ครายการออเดอร์ ตอบแชทลูกค้า รับโทรศัพท์
แฟนเรามีหน้าที่ ช่วยทำของเป็นบ้างอย่าง แต่ที่ตายตัวคือช่วยวิ่งส่งของ ตามระแวงโซนที่ลูกค้าสั่ง
ก็ช่วยทำมาได้สักระยะนึง ช่วยทำทุกวัน ออเดอร์เริ่มเยอะขึ้น เริ่มไม่เป็นระบบ เริ่มมีการรัดคิวลูกค้า เริ่มสื่อสารใช้ภาษากันไม่ได้ เริ่มไม่รับฟังความคิดเห็นแลกเปลี่ยน เริ่มพูดไม่ได้ เริ่มเลิกไม่เป็นเวลา หลังจากเลิกขายต้องมานั่งรออีก ว่ากินอะไร ต้องไปกินพร้อมกัน เราเริ่มรู้สึกไม่โอเคมาสักพักแหละ เพราะอะไร
1. เรากับแฟนทำงานประจำเข้างาน 8:30-17:00
2.เรากับแฟนต้องเข้ามาช่วยพี่เข้าขายของ 17:30-22:00 ในเวลาบ้างวัน แทบไม่ได้นั่งเกือบทุกวัน
3.พี่บีไม่ได้ทำงานอยู่บ้านเฉยแทนที่จะเตรียมของรอไว้เพื่อขาย กลับไม่ทำ
4.เวลาส่วนตัวเรากับแฟนหายไปหมดเพราะพี่เค้าขายของทุกวัน
จนเหมือนพี่เค้าน่าจะเริ่มไปคุยกันให้ช่วยจ่ายค่าน้ำมันรถที่แฟนเราใช้วิ่งส่งของ ค่าโทรศัพท์ที่โทรหาลูกค้า และค่าแรงเราที่เรามาช่วย ช่วงแรกๆที่เราได้ เราจะได้ 200/250/300 วันไหนออเดอร์เยอะสุด ก็ได้ 500 วันไหนออเดอร์น้อยเค้าก็จะพาไปเลี้ยงข้าวแทน
#กรณีที่เรารับเงิน อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ที่พี่น้องที่เรารู้จักกันเริ่มลดลงและหายไป
เหตุผลที่เรารับเงินจุดนี้คือ
1.เราช่วยจนเรากับแฟนเหนื่อยแล้ว
2.เรากับแฟนมีงานประจำ ทำงานมาก็เหนื่อยแล้ว เย็นเข้ามาช่วยพี่เค้า2คนขายของ
3.น้ำมันรถค่าโทรศัพท์เราต้องเสียเองก่อนหน้าทุกครั้ง
4.พักผ่อนไม่เป็นเวลาทำให้พี่ผลกระทบต่อที่ทำงาน
ซึ่งนี้คือความคิดเรากับแฟน เราได้มาคุยกันว่าจะเอายังไงดี เราเข้ามาช่วยเค้าจนตอนนี้เรากลายเป็นลูกจ้างเค้าไปแล้ว ไปไหนก็ไม่ได้ เลิกงานต้องมาอยู่จุดนี้ จากที่เราเข้ามาช่วยเหลือเค้า ความสัมพันธ์พี่น้องเริ่มเปลี่ยนไป
แล้วมีวันนึงเราทะเลาะกับแฟนเรา ซึ่งผู้หญิงทุกคนก็น่าจะโมเม้นแบบอยากอยู่คนเดียว อยากอยู่เงียบๆ ไ่ม่อยากพบใคร ซึ่งเราก็บอกกับพี่เอว่า วันนี้เราไม่เข้าไปช่วยนะ พี่เอก็รับรู้ แต่เราไม่รู้หรอกว่าพี่เอไปสื่อสารกับพี่บียังไง จนพี่บีมาพูดในกลุ่ม ในกลุ่มซึ่งมีคนนอกเต็มไปหมด ว่า มัน2คนทะเลาะกันแล้วร้านกูผิดอะไร ไม่มีใครช่วยเมียกูขายของ
ทำไมคำพูดนี้เรารู้สึกผิด ที่เราไปช่วย นั้นคือช่วย เราไม่ใช่ลูกจ้าง เราอยากพักบ้าง อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง
เราไปช่วยพี่เค้า2คนทุกวัน แต่แค่มีวันเดียวที่เราไม่ไปช่วย แล้วเจอคำพูดแบบนี้ เราควรทำยังไง
โพตเฟสพูดเหน็บเราบ้าง พูดให้เรารู้สึกแย่ และให้เราคิดเอาเองว่าเราผิด แต่เรายังไม่เข้าใจว่าเราผิดมากขนาดนั้นเลยหรอ
ช่วยบอกเราหน่อยว่าเราควรทำยังไง
การที่เราเข้าไปช่วยเหลือคนที่รู้จักขายของ ทำไมเราถึงผิดในวันที่เราไม่ไปช่วยเหลือ? เราผิดหรือป่าว?
เราได้เข้ามารู้จักคนกลุ่มนี้ได้เกือบ 2ปีกว่ามั้งถ้าจำไม่ผิด เราเข้ามาทางแฟนเรา ซึ่งเราใช้หัวใจเข้ามารู้จักกับคนกลุ่มนี้ แต่เราจะสนิทกับพี่2คน เค้า2คนนี้เป็นแฟนกัน มีลูกด้วยกันแล้ว ที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้
เราจะใช้ศัพท์เรียกพี่เค้า2คน คือ
พี่ผู้หญิง = เอ
พี่ผู้ชาย = บี
จะได้ไม่งงในสิ่งที่เรากำลังอธิบายนะ
เค้าเป็นรุ่นพี่เรา อายุมากกว่าเรา เกือบ 10ปี แล้วมีอยู่วันนึง เราเริ่มรู้จักพี่เค้า2คนมากขึ้น ไปกินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ไปทำบุญด้วยกัน มีปัญหาปรึกษากัน เราทะเลาะกับแฟนก็มาเครียปัญหาให้เรา ในความสัมพันธ์ ที่เราคิดกับพี่เค้า2คนคือคิดว่าเค้าเป็นพี่เรา แล้วเราเป็นน้อง จนคบกันมาสักพักใหญ่ๆ วันนึง พี่เอ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หาได้เสริมจากการทำงาน ก็ไปเจาะตลาดแห่งนึง เพื่อทำการขายของกินที่มีประเด็นเกิดขึ้น เรา2คนกับแฟน ก็เข้าไปช่วยเหลือ ขนของ ซื้อของ ตั้งแต่วันแรกที่พี่เค้าเปิดร้าน เรากับแฟน ไปช่วยพี่เค้า 2คนด้วยใจ ใช้ใจไปช่วยเหลือ
#ท้าวความก่อนว่า ที่เรากับแฟนเลือกที่จะเข้าไปช่วย คือเราสงสารพี่บี แกเป็นผู้หญิงคนเดียวที่หาเลี้ยงครอบครัว ครอบครัวนี้คือ บ้านพี่บี ที่มีทั้งพ่อแม่เค้าอยู่ ซึ่งตอนนั้นพี่บีแกไม่ได้ทำงาน มีพี่เอทำงานคนเดียว ค่าใช้จ่ายพี่เอคนจ่ายทั้งหมด แล้วต้องเลี้ยงลูกอีก2คน รายจ่ายพี่เค้าเยอะพอสมควร เรากับแฟนจึงได้คิดเข้าไปช่วยเหลือพี่เอ เพราะแกเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว เพื่อเลี้ยงครอบครัว
ต่อนะ พอตั้งร้านเรียบร้อย ให้เราออกแบบป้ายร้านให้ โลโก้ร้านให้ ซึ่งเราก็ออกให้ แบบไม่คิดอะไร ช่วยคิดให้ตั้งเพจร้านทางFB เพื่อที่ลูกค้าจะได้รู้จักมากขึ้น พอตลาดเริ่มเปิด เรากับแฟนก็ไปช่วยทำของ ไปช่วยขาย ทุกๆวัน จนเราก็อยากคิดหารายได้เพิ่ม ก็คิดว่าเสื้อผ้ามือสองมาขายกับเพื่อน ทุกวันเสาร์ แล้วมีอยู่วันนึงพี่เอไป ตจว. 2-3วัน แล้วให้พี่บี มาขายของแทน แต่พี่เค้า2คนดันทะเลาะกัน งอนกัน ไม่คุยกัน พี่บีไม่เตรียมของขาย ทิ้งร้านไปข้างนอก ฝากให้เราช่วยขายแทน เราก็ขายแทนให้ คือวันนั้นก็วิ่งทั้งร้านเสื้อผ้า กับร้านขายของกิน ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดอะไร เรามาช่วยทุกวันจนมาเกิดโควิด19 ระบาด และตลาดต้องปิด ก็เลิกขายของไปสักระยะนึง เกือบ2-3เดือน พี่เค้า2คนก็มาที่บ้านเราและเพื่อนๆเราอีก มีกินข้าว มานอนเล่น เย็นๆก็กลับ วันนึงพี่บีจะบวชพระ เรา2คนกับแฟนก็ช่วยเหลือเต็มที่เพราะคืองานบุญ พาซื้อของ แฟนเราก็เดินเรื่องให้พี่บี เกี่ยวกับการบวชเป็นพระ เพราะแม่งานคือพี่เอ ซึ่งเค้าทำคนเดียวเราก็ต้องไปช่วยเหลือในฐานะน้อง จนงานเสร๊จพิธิบวชเป็นพระ หลังจากศึกเราก็ใช้ชีวิตปกติไปมาหาสู่กันตลอด พอโควิค19เริ่มลดลง พี่เค้า2คน ได้มีการเช่าบ้านใหม่ เรากับแฟนก็ไปช่วยย้ายของ เอาง่ายๆคือ เรากับแฟนช่วยเหลือพี่เค้าทุกอย่าง ไม่เคยคิดหวังสิ่งตอบแทน เพราะช่วยด้วยใจ
พอโควิคใกล้หมด พี่เอเริ่มกลับจากมาขายของแล้ว แต่จะขายที่บ้าน แล้วส่งตามบ้านเอา และเปิดไลน์แมนมารับที่บ้าน เรากับแฟนก็ไปช่วย
เราจะมีหน้าที่ช่วยจัดของ เรียงของ จัดคิวสินค้า เช็ครายการออเดอร์ ตอบแชทลูกค้า รับโทรศัพท์
แฟนเรามีหน้าที่ ช่วยทำของเป็นบ้างอย่าง แต่ที่ตายตัวคือช่วยวิ่งส่งของ ตามระแวงโซนที่ลูกค้าสั่ง
ก็ช่วยทำมาได้สักระยะนึง ช่วยทำทุกวัน ออเดอร์เริ่มเยอะขึ้น เริ่มไม่เป็นระบบ เริ่มมีการรัดคิวลูกค้า เริ่มสื่อสารใช้ภาษากันไม่ได้ เริ่มไม่รับฟังความคิดเห็นแลกเปลี่ยน เริ่มพูดไม่ได้ เริ่มเลิกไม่เป็นเวลา หลังจากเลิกขายต้องมานั่งรออีก ว่ากินอะไร ต้องไปกินพร้อมกัน เราเริ่มรู้สึกไม่โอเคมาสักพักแหละ เพราะอะไร
1. เรากับแฟนทำงานประจำเข้างาน 8:30-17:00
2.เรากับแฟนต้องเข้ามาช่วยพี่เข้าขายของ 17:30-22:00 ในเวลาบ้างวัน แทบไม่ได้นั่งเกือบทุกวัน
3.พี่บีไม่ได้ทำงานอยู่บ้านเฉยแทนที่จะเตรียมของรอไว้เพื่อขาย กลับไม่ทำ
4.เวลาส่วนตัวเรากับแฟนหายไปหมดเพราะพี่เค้าขายของทุกวัน
จนเหมือนพี่เค้าน่าจะเริ่มไปคุยกันให้ช่วยจ่ายค่าน้ำมันรถที่แฟนเราใช้วิ่งส่งของ ค่าโทรศัพท์ที่โทรหาลูกค้า และค่าแรงเราที่เรามาช่วย ช่วงแรกๆที่เราได้ เราจะได้ 200/250/300 วันไหนออเดอร์เยอะสุด ก็ได้ 500 วันไหนออเดอร์น้อยเค้าก็จะพาไปเลี้ยงข้าวแทน
#กรณีที่เรารับเงิน อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ที่พี่น้องที่เรารู้จักกันเริ่มลดลงและหายไป
เหตุผลที่เรารับเงินจุดนี้คือ
1.เราช่วยจนเรากับแฟนเหนื่อยแล้ว
2.เรากับแฟนมีงานประจำ ทำงานมาก็เหนื่อยแล้ว เย็นเข้ามาช่วยพี่เค้า2คนขายของ
3.น้ำมันรถค่าโทรศัพท์เราต้องเสียเองก่อนหน้าทุกครั้ง
4.พักผ่อนไม่เป็นเวลาทำให้พี่ผลกระทบต่อที่ทำงาน
ซึ่งนี้คือความคิดเรากับแฟน เราได้มาคุยกันว่าจะเอายังไงดี เราเข้ามาช่วยเค้าจนตอนนี้เรากลายเป็นลูกจ้างเค้าไปแล้ว ไปไหนก็ไม่ได้ เลิกงานต้องมาอยู่จุดนี้ จากที่เราเข้ามาช่วยเหลือเค้า ความสัมพันธ์พี่น้องเริ่มเปลี่ยนไป
แล้วมีวันนึงเราทะเลาะกับแฟนเรา ซึ่งผู้หญิงทุกคนก็น่าจะโมเม้นแบบอยากอยู่คนเดียว อยากอยู่เงียบๆ ไ่ม่อยากพบใคร ซึ่งเราก็บอกกับพี่เอว่า วันนี้เราไม่เข้าไปช่วยนะ พี่เอก็รับรู้ แต่เราไม่รู้หรอกว่าพี่เอไปสื่อสารกับพี่บียังไง จนพี่บีมาพูดในกลุ่ม ในกลุ่มซึ่งมีคนนอกเต็มไปหมด ว่า มัน2คนทะเลาะกันแล้วร้านกูผิดอะไร ไม่มีใครช่วยเมียกูขายของ
ทำไมคำพูดนี้เรารู้สึกผิด ที่เราไปช่วย นั้นคือช่วย เราไม่ใช่ลูกจ้าง เราอยากพักบ้าง อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง
เราไปช่วยพี่เค้า2คนทุกวัน แต่แค่มีวันเดียวที่เราไม่ไปช่วย แล้วเจอคำพูดแบบนี้ เราควรทำยังไง
โพตเฟสพูดเหน็บเราบ้าง พูดให้เรารู้สึกแย่ และให้เราคิดเอาเองว่าเราผิด แต่เรายังไม่เข้าใจว่าเราผิดมากขนาดนั้นเลยหรอ
ช่วยบอกเราหน่อยว่าเราควรทำยังไง