สวัสดีทุกคนเหมียนเดิมนะครับ เรื่องที่ผมจะมาเล่าวันนี้เป็นเรื่องของพี่สาวเพื่อนผมทีได้ไปเจอะเจอกับประสบการณ์ที่คิดว่าน่าจะจดจำไปตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ครับไปเริ่มอ่านกันเลยครับ
เพื่อนผมให้ชื่อเรื่องนี้ว่า ปักตะไคร้ บอกแล้วใช่ไหมไม่ซิงอย่าปัก พ่ามมมมล้อเล่นครับชื่อเรื่องว่า ปักตะไคร้ครับ
ย้อนกลับราวๆ6-7ปีที่แล้ว ตอนนั้นที่หมู่บ้านของย่าเพื่อนได้จัดพิธีเลี้ยงผีในหมู่บ้านจึงได้บอกให้พ่อพาครอบครัวไปร่วมด้วย หมู่บ้านนี้อยู่ทางภาคเหนือ (ขออนุญาตไม่เอ่ยจังหวัดแต่อยู่ตอนบนของภาคเหนือครับ)พอถึงเวลาก่อนวันงานก็ได้ขับรถยนต์ขึ้นไปกันทั้งครอบครัวออกไปตั้งแต่ตอนกลางคืนโดยมีพ่อ แม่ เพื่อนผม และก็พี่สาว พี่สาวของเพื่อนผมจะขอเรียกว่าพี่สาวก็แล้วกันนะครับ พี่สาวเนี่ยเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวย น่ารักครับ พอไปถึงที่หมู่บ้าน ผมต้องขอเล่าลักษณะหมู่บ้านก่อนคือ จากถนนใหญ่เนี่ยต้องเลี้ยวตัดเข้าไปอีกประมาณ20 กิโลกว่าจะไปถึงหมู่บ้านครับ หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก บ้านแต่ละบ้านก็จะอยู่ติดกันเป็นกระจุกๆครับ ทางภาคเหนือเรียกว่าข่วงบ้านหรือระแวกบ้านเดียวกัน ทางท้ายหมู่บ้านก็จะเป็นไร่สวนปกติของแถบทางนู้น พอรถไปจอดก็ตอนเช้าตรู่แล้วครับ ลักษณะของบ้านย่านั้นนก็จะเป็นบ้านไม้2ชั้นไม่ใหญ่มากติดอยู่กับถนน มีข่วงบ้านอยู่ประมาน4-5 หลัง พอไปถึงทุกคนก็ช่วยกะนไปเตรียมงานที่กลางหมู่บ้าน ตอนเตรียมงานก็เหมือนกับงานเลี้ยงผีทั่วไปก็คือมีของเซ่นไหว้ แล้วก็ดอกไม้ธูปเทียนบูชา ตอนเตรียมพิธีเนี่ยสภาพอากาศก็ยังดีๆ อยู่แต่ไม่รู้ทำไมพอเริ่มทำพิธีปุ๊บฝนก็ตกปั๊บ(เหมือนเป็นระบบออโต้/55) ตอนเริ่มพิธีมันก็ตกประมานนึงพอทำพิธีได้ แต่พอพิธีเสร็จทีนี้ละมืดฟ้ามัวดินมาเลย คราวนี้ต่างคนก็ต่างหลบฝนเขากันล่ะครับ สักพักก็มีลุงคนนึงที่เดินผ่ากลางสายฝนมา มาหาพ่อของพี่สาว
ลุงคนนั้น"อ้าว เป๋นจะใดมางานนี้ตวยบ่" (อ้าวเป็นยังไงมางานนี้ด้วยหรอ)
พ่อ "มาก่า กะเป๋นงานพิธีประจ๋ำปี๋นิ" (มาสิก็เป็นงานพิธีประจำปีนี่)
พ่อกับลุงคนนั้นก็คุยกันต่อจนกระทั่ง
"อ้ายบ่าว อ้ายไข้ฮุ้ว่า ว่าลูกอ้ายนี่บริสุทธิ์อยู่ก่อ?" (พี่ชายพี่อยากรู้มั้ยว่าลูกสาวพี่บริสุทธิ์ไหม
"ฮ่าๆๆ ไขจะบอกอยากฮู้ แต่จะไปละลาบละล้วงลูกเกิ๋นไปกะบ่ดี" (อยากรู้สิแต่จะละลาบละล้วงลูกเกินไปมันจะไม่ดี)
"อั้นกะลองหื้อมันไปปักจะไคผ่อแล่" (งั้นก็ลองให้มันไปปักตะไคร้ดูสิ)
"ว่าไปเรื่อย"
แต่ในใจพ่อก็คิดอยากลองเลยให้พี่สาวไปปักตะไคร้จริงๆโดยให้กำตะไคร้ที่ตัดแล้วปักลงดินแบบกลับหัว แต่แล้วเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้นครับเพราะว่าฝนนั้นหยุดจริง หยุดแบบชะงักเลยตอนนันพ่อก็อึ้งทุกคนก็อึ้ง(เล่าถึงตรงนี้เพื่อนผมนั้นแอบยิ้มกรุ้มกริ่ม555) แล้วลุงคนนั้นก็เดินออกไป
พอฝนหยุดย่าที่มองเหตุการณ์อยู่ก็รีบปรี่เข้ามาหาพ่อ
"คิงจะไปอู้กับมันห๊ะหยัง" (ลูกจะไปคุยกับมันทำไม)
"อ้าว ฮะหยังจะอู้บ่ได้" (อ้าว ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะ)
"คิงบ่ฮู้บ่ว่าไอ่หั้นนะ มันเป๋นผี" (ลูกไม่รู้หรอว่าไอ่นั่นนะ มันเป็นผี"
"ผีตี้ไหนจะมาหลอกแม่วันแม่วี่อี้ แถมทุกคนกะหันลุงคนนั้น" (ผีที่ไหนจะมาหลอกกลางวันแบบนี้ แถมทุกคนก็เห็นลุงคนนั้น)
"เขาบ่ไจ้อู้กับมันหนา ทั้งหมู่บ้าน เขาว่ากั๋นตะวาวันซึนมันไปกิ๋นแม่ละอ่อนน่อย"

เขาไม่คุยกับมันนะทั้งหมู่บ้าน เขาว่ากันว่า2-3วันก่อนมันไปกินแม่เด็กที่เพิ่งเกิดมา)
"กิ๋นจะใดแม่"
แล้วย่าก็เล่าให้พ่อฟังว่าเมื่อ2-3วันก่อนลุงคนนี้ได้ไปเยี่ยมเด็กที่พึ่งคลอดมา ก็เหมือนกับทุกคนที่อยากจะไปเยี่ยมเด็กและแม่ ทุกคนสามารถเข้าไปเยี่ยมได้รวมไปถึงลุงคนนี้ด้วย ลุงคนนี้ขึ้นไปเยี่ยมแม่เด็กแค่แป๊บเดียวเท่านั้นคนที่ไปเยี่ยมก็บอกว่าทั้งเด็กและแม่ยังมีสุขภาพที่ดีอยู่ตอนขึ้นไป แต่พอตอนลงมาตอนที่เท้าลุงได้สัมผัสบันไดขั้นสุดท้ายแม่ของเด็กก็สิ้นใจไปในทันที!!นั่นจึงทำให้ทุกคนในหมู่บ้านนั้นเชื่อว่า ลุงเป็นผี! อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่าทำไมถึงต้องโทษลุงด้วยใช่มั้ย 555 ตอนที่ผมฟังตอนแรกผมก็คิดแบบนี้ งั้นมาอ่านต่อกันเลย
หลังจากที่ย่าเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วนั้นย่าก็ใช้ให้ทุกคนนั้นกลับบ้านกันในทันที
"กลับบ้านเลย ก่อนมันจะมืด"
" พึ่งมาถึงตะเจ๊านี่จะหื้อกลับละบ่" (พึ่งมาถึงเมื่อเช้าจะให้กลับละหรอ)
"ถ้าอยากหื้อลูกคิงรอดคืนนี้กะกลับเหียก่อนตี้ทุกอย่างมันจะแก้บ่ได้" (ถ้าอยากให้ลูกรอดก็กลับเสียก่อนที่ทุกอย่างจะแก้ไขไม่ได้)
ตอนนั้นพ่อก็สองจิตสองใจว่าจะกลับดีรึป่าวแต่ก็เป็นห่วงย่าอีกเหมือนกันเพราะว่าย่าอยู่บ้านคนเดียว แต่ในตอนนั้นเวลามันก็เริ่มจะมืดค่ำแล้วพ่อจึงตัดสินใจจะพาพี่สาวกลับก่อนแล้วตอนเช้าค่อยให้แม่กับเพื่อนผมกลับทีหลัง
ในตอนนี้จะเป็นตอนที่พี่สาวเล่าให้เพื่อนผมฟังครับ
หลังจากที่พ่อขับรถออกจากบ้านย่า มันก็เริ่มมืดแล้วตอนนั้นบรรยากาศ มีฝนตกปรอยๆ สองข้างทางมืดสนิทอย่างที่บอกว่าเป็นหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านแบบชนบท มีเพียงแค่ไฟหน้ารถที่เป็นแสงสว่าง ระหว่างทางพ่อก็พูดคุยอะไรกันไปจนมาเข้าเรื่องของลุงคนนั้นที่บอกให้พ่อ แล้วพ่อก็เล่าเรื่องให้พี่สาวฟัง ในถนนตอนนี้มีแค่รถพ่อที่ขับอยู่แล้วตอนนี้เองที่พ่อเริ่มจะสังเกตุเห็นใครคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ริมถนนครับ ลักษณะเป็นผู้ชายใส่เสื้อม่อฮ่อมแต่ว่าพ่อก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็คิดว่าคงจะเป็นที่เดินหากบเขียดธรรมดาจนพอรถขับเข้ามาได้ในระยะพ่อก็เริ่มสังเกตว่าคนนั้นน่ะคือคนเดียวกันกับลุงในตอนกลางวัน!! พ่อเริ่มเหยียบเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆเพื่อที่จะออกถนนใหญ่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ด้วยสภาพอากาศก็เลยเร็วได้ไม่มากบวกกับเริ่มจะมีหมอกขึ้นมาตรงบนถนน จนเลยลุงคนนั้นไปพ่อเลยโล่งใจและคิดว่าคงไม่มีอะไร แต่...พ่อก็ต้องตกใจเพราะว่าตอนนี้ข้างหน้าไกลๆ มีลุงคนนั้นเนี่ยกำลังเดินอยู่อีก
"เห้ย! มันเป๋นไปได้จะใดวะ" (เห้ยมันเป็นไปได้ไงวะ)
"ป้อลุงคนตะกี้บ่ใจ่บ่"

พ่อนั่นลุงคนเมื่อกี๊ไม่ใช่หรอ)
"น่าจะต๋าฝาดไปละก้า"

น่าจะตาฝาดไป"
แต่ตอนนี้พ่อกับพี่สาวก็เริ่มที่จะหวั่นใจแล้วโดยเฉพาะพ่อที่คิดว่าจะเอายังไงดี จนรถก็ได้ผ่านลุงคนนั้นไปอีกรอบ พ่อก็เลยโล่งใจ
"ต๋าฝาดไปหั้นนะ"

ตาฝาดไปนั่นแหละ)
.
.
.
"ป้อ!!ลุงคนนั้นแหมแล้ว!"

พ่อ!!ลุงคนนั้นอีกแล้ว)
ใช่ครับพ่อและพี่สาวพึ่งผ่านลุงคนนี้มาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน และตอนนี้ลุงคนนี้ก็เริ่มวิ่ง วิ่งอยู่หน้ารถห่างออกไปไม่ถึง100เมตร รถของพ่อเริ่มเข้าใกล้กับลุงคนนี้เรื่อยๆ แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับ! เพราะจู่ลุงคนนี้ก็กระโดดเกาะหน้ารถ รถที่ขับอยู่ด้วยความเร็วขนาดนั้นก็เป๋ไปข้างทางเลยแต่ดีที่พ่อสามารถคุมรถได้ ลุงคนนั้นเกาะหน้ารถโดยเอามือเกาะที่ข้างกระจกทั้งซ้ายและก็ขวาแล้วก็เอาหัวทุบกระจกหน้ารถ
"ไปอยู่ตวยลุงน่อๆ ๆ ๆ"

ไปอยู่กับลุงมั้ยๆ ๆ ๆ)
พี่สาวนี่กริ๊ดแตกเลยครับพี่สาวบอกว่าภาพที่เห็นตรงหน้านี่แทบจะทำให้สติเสียให้ได้เลย
"ไปอยู่ตวยลุงน่อๆ ๆ"

ไปอยู่กับลุงมั้ยๆ ๆ)
"บ่ไป๊ กรูบ่หื้อลูก กรูไป" (ไม่ไป กรูไม่ให้ลูกกรูไป)
"อย่ามาเสียก กะลูก

ยังบริสุทธิ์อยู่บ่ไจ้บ่กรูขอ!!" (อย่ามาเจือก ก็ลูก

ยังบริสุทธิ์อยู่ไม่ใช่หรอ กรูขอ!!)
แล้วลุงคนนั้นก็เอาหัวทุบกระจกไปดรื่อยๆจนกระจกหน้ารถเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากหัวลุง แล้วลุงคนนั้นก็พูดแบบนี้ไปเรื่อยๆ หัวก็ทุบกระจกหน้าไปเรื่อยๆเขย่ารถไปเรื่อยๆ จนรถพ่อเริ่มจะคุมไม่อยู่เกือบคว่ำหลายรอบ แล้วจู่ๆ ลุงก็กระโดลงจากรถแล้วกระโดดเข้าพงหญ้าไป ตอนที่ลุงกระโดดพี่สาวบอกว่าได้มองตามไป ลุงไม่ได้หายไปแต่ค่อยๆกระโดดและกระโดดสูงมากอย่างที่คนไม่สามารถจะกระโดแบบนั้นได้ โดดหายเข้าไปในความมืดข้างทางจนพ่อสังเกตว่าที่พึ่งขับผ่านมานั้นเป็นศาลเพียงตาใหญ่ๆเป็นไม้ พ่อจึงตั้งจิตขอบคุณแล้วขับรถกลับบ้านอย่างปลอดภัยพี่สาวจับไข้อยู่หลายวันจนทุกวันนี้ก็ไม่กลับไปที่นั่นอีกเลย ส่วนเพื่อนผมและแม่ก็เดินทางกลับในเช้าวันถัดมา ในตอนสุดท้ายได้ไปถามจากชาวบ้านว่าลุงเป็นใครมาจากไหน ชาวบ้านนั้นไม่มีใครรู้ว่าลุงมาจากไหนอยู่ๆก็โผล่มาขออาศัยอยู่กระท่อมท้ายหมู่บ้านหลังจากเกิดเรื่องพ่อก็ได้เล่าให้ย่าฟัง ก็มีคนจะไปเอาเรื่องลุงแต่พอไปถึงทุกอย่างในกระท่อมนั้นว่างเปล่า..ไม่มีลุงไม่มีข้าวของเครื่องใช้ แล้วลุงคนนั้นเป็นใคร? มาจากไหน? เป็นตัวอะไรกันแน่? เป็นผีแต่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทเพราะเราไม่รู้อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่หลังความมืด
เรื่องผีในโลกมีเป็นหมื่นเรื่อง มันจะไม่มีสักเรื่องเลยหรือที่เป็นเรื่องจริง
ปล.ขอบคุณที่เข้ามาอ่านถ้าชอบไว้เดี๋ยวมาเล่าต่อเรื่องต่อไปครับ
ปล.2 หากผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอให้ดวงวิญญาณทุกดวงที่ได้พานพบกันไปสู่สุขติในภพภูมิที่ดีครับ
ขอบคุณเพื่อนที่มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
บุญฮอม
ปักตะไคร้ไล่ฝน เรียกผี
เพื่อนผมให้ชื่อเรื่องนี้ว่า ปักตะไคร้ บอกแล้วใช่ไหมไม่ซิงอย่าปัก พ่ามมมมล้อเล่นครับชื่อเรื่องว่า ปักตะไคร้ครับ
ย้อนกลับราวๆ6-7ปีที่แล้ว ตอนนั้นที่หมู่บ้านของย่าเพื่อนได้จัดพิธีเลี้ยงผีในหมู่บ้านจึงได้บอกให้พ่อพาครอบครัวไปร่วมด้วย หมู่บ้านนี้อยู่ทางภาคเหนือ (ขออนุญาตไม่เอ่ยจังหวัดแต่อยู่ตอนบนของภาคเหนือครับ)พอถึงเวลาก่อนวันงานก็ได้ขับรถยนต์ขึ้นไปกันทั้งครอบครัวออกไปตั้งแต่ตอนกลางคืนโดยมีพ่อ แม่ เพื่อนผม และก็พี่สาว พี่สาวของเพื่อนผมจะขอเรียกว่าพี่สาวก็แล้วกันนะครับ พี่สาวเนี่ยเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวย น่ารักครับ พอไปถึงที่หมู่บ้าน ผมต้องขอเล่าลักษณะหมู่บ้านก่อนคือ จากถนนใหญ่เนี่ยต้องเลี้ยวตัดเข้าไปอีกประมาณ20 กิโลกว่าจะไปถึงหมู่บ้านครับ หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก บ้านแต่ละบ้านก็จะอยู่ติดกันเป็นกระจุกๆครับ ทางภาคเหนือเรียกว่าข่วงบ้านหรือระแวกบ้านเดียวกัน ทางท้ายหมู่บ้านก็จะเป็นไร่สวนปกติของแถบทางนู้น พอรถไปจอดก็ตอนเช้าตรู่แล้วครับ ลักษณะของบ้านย่านั้นนก็จะเป็นบ้านไม้2ชั้นไม่ใหญ่มากติดอยู่กับถนน มีข่วงบ้านอยู่ประมาน4-5 หลัง พอไปถึงทุกคนก็ช่วยกะนไปเตรียมงานที่กลางหมู่บ้าน ตอนเตรียมงานก็เหมือนกับงานเลี้ยงผีทั่วไปก็คือมีของเซ่นไหว้ แล้วก็ดอกไม้ธูปเทียนบูชา ตอนเตรียมพิธีเนี่ยสภาพอากาศก็ยังดีๆ อยู่แต่ไม่รู้ทำไมพอเริ่มทำพิธีปุ๊บฝนก็ตกปั๊บ(เหมือนเป็นระบบออโต้/55) ตอนเริ่มพิธีมันก็ตกประมานนึงพอทำพิธีได้ แต่พอพิธีเสร็จทีนี้ละมืดฟ้ามัวดินมาเลย คราวนี้ต่างคนก็ต่างหลบฝนเขากันล่ะครับ สักพักก็มีลุงคนนึงที่เดินผ่ากลางสายฝนมา มาหาพ่อของพี่สาว
ลุงคนนั้น"อ้าว เป๋นจะใดมางานนี้ตวยบ่" (อ้าวเป็นยังไงมางานนี้ด้วยหรอ)
พ่อ "มาก่า กะเป๋นงานพิธีประจ๋ำปี๋นิ" (มาสิก็เป็นงานพิธีประจำปีนี่)
พ่อกับลุงคนนั้นก็คุยกันต่อจนกระทั่ง
"อ้ายบ่าว อ้ายไข้ฮุ้ว่า ว่าลูกอ้ายนี่บริสุทธิ์อยู่ก่อ?" (พี่ชายพี่อยากรู้มั้ยว่าลูกสาวพี่บริสุทธิ์ไหม
"ฮ่าๆๆ ไขจะบอกอยากฮู้ แต่จะไปละลาบละล้วงลูกเกิ๋นไปกะบ่ดี" (อยากรู้สิแต่จะละลาบละล้วงลูกเกินไปมันจะไม่ดี)
"อั้นกะลองหื้อมันไปปักจะไคผ่อแล่" (งั้นก็ลองให้มันไปปักตะไคร้ดูสิ)
"ว่าไปเรื่อย"
แต่ในใจพ่อก็คิดอยากลองเลยให้พี่สาวไปปักตะไคร้จริงๆโดยให้กำตะไคร้ที่ตัดแล้วปักลงดินแบบกลับหัว แต่แล้วเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้นครับเพราะว่าฝนนั้นหยุดจริง หยุดแบบชะงักเลยตอนนันพ่อก็อึ้งทุกคนก็อึ้ง(เล่าถึงตรงนี้เพื่อนผมนั้นแอบยิ้มกรุ้มกริ่ม555) แล้วลุงคนนั้นก็เดินออกไป
พอฝนหยุดย่าที่มองเหตุการณ์อยู่ก็รีบปรี่เข้ามาหาพ่อ
"คิงจะไปอู้กับมันห๊ะหยัง" (ลูกจะไปคุยกับมันทำไม)
"อ้าว ฮะหยังจะอู้บ่ได้" (อ้าว ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะ)
"คิงบ่ฮู้บ่ว่าไอ่หั้นนะ มันเป๋นผี" (ลูกไม่รู้หรอว่าไอ่นั่นนะ มันเป็นผี"
"ผีตี้ไหนจะมาหลอกแม่วันแม่วี่อี้ แถมทุกคนกะหันลุงคนนั้น" (ผีที่ไหนจะมาหลอกกลางวันแบบนี้ แถมทุกคนก็เห็นลุงคนนั้น)
"เขาบ่ไจ้อู้กับมันหนา ทั้งหมู่บ้าน เขาว่ากั๋นตะวาวันซึนมันไปกิ๋นแม่ละอ่อนน่อย"
"กิ๋นจะใดแม่"
แล้วย่าก็เล่าให้พ่อฟังว่าเมื่อ2-3วันก่อนลุงคนนี้ได้ไปเยี่ยมเด็กที่พึ่งคลอดมา ก็เหมือนกับทุกคนที่อยากจะไปเยี่ยมเด็กและแม่ ทุกคนสามารถเข้าไปเยี่ยมได้รวมไปถึงลุงคนนี้ด้วย ลุงคนนี้ขึ้นไปเยี่ยมแม่เด็กแค่แป๊บเดียวเท่านั้นคนที่ไปเยี่ยมก็บอกว่าทั้งเด็กและแม่ยังมีสุขภาพที่ดีอยู่ตอนขึ้นไป แต่พอตอนลงมาตอนที่เท้าลุงได้สัมผัสบันไดขั้นสุดท้ายแม่ของเด็กก็สิ้นใจไปในทันที!!นั่นจึงทำให้ทุกคนในหมู่บ้านนั้นเชื่อว่า ลุงเป็นผี! อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่าทำไมถึงต้องโทษลุงด้วยใช่มั้ย 555 ตอนที่ผมฟังตอนแรกผมก็คิดแบบนี้ งั้นมาอ่านต่อกันเลย
หลังจากที่ย่าเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วนั้นย่าก็ใช้ให้ทุกคนนั้นกลับบ้านกันในทันที
"กลับบ้านเลย ก่อนมันจะมืด"
" พึ่งมาถึงตะเจ๊านี่จะหื้อกลับละบ่" (พึ่งมาถึงเมื่อเช้าจะให้กลับละหรอ)
"ถ้าอยากหื้อลูกคิงรอดคืนนี้กะกลับเหียก่อนตี้ทุกอย่างมันจะแก้บ่ได้" (ถ้าอยากให้ลูกรอดก็กลับเสียก่อนที่ทุกอย่างจะแก้ไขไม่ได้)
ตอนนั้นพ่อก็สองจิตสองใจว่าจะกลับดีรึป่าวแต่ก็เป็นห่วงย่าอีกเหมือนกันเพราะว่าย่าอยู่บ้านคนเดียว แต่ในตอนนั้นเวลามันก็เริ่มจะมืดค่ำแล้วพ่อจึงตัดสินใจจะพาพี่สาวกลับก่อนแล้วตอนเช้าค่อยให้แม่กับเพื่อนผมกลับทีหลัง
ในตอนนี้จะเป็นตอนที่พี่สาวเล่าให้เพื่อนผมฟังครับ
หลังจากที่พ่อขับรถออกจากบ้านย่า มันก็เริ่มมืดแล้วตอนนั้นบรรยากาศ มีฝนตกปรอยๆ สองข้างทางมืดสนิทอย่างที่บอกว่าเป็นหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านแบบชนบท มีเพียงแค่ไฟหน้ารถที่เป็นแสงสว่าง ระหว่างทางพ่อก็พูดคุยอะไรกันไปจนมาเข้าเรื่องของลุงคนนั้นที่บอกให้พ่อ แล้วพ่อก็เล่าเรื่องให้พี่สาวฟัง ในถนนตอนนี้มีแค่รถพ่อที่ขับอยู่แล้วตอนนี้เองที่พ่อเริ่มจะสังเกตุเห็นใครคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ริมถนนครับ ลักษณะเป็นผู้ชายใส่เสื้อม่อฮ่อมแต่ว่าพ่อก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็คิดว่าคงจะเป็นที่เดินหากบเขียดธรรมดาจนพอรถขับเข้ามาได้ในระยะพ่อก็เริ่มสังเกตว่าคนนั้นน่ะคือคนเดียวกันกับลุงในตอนกลางวัน!! พ่อเริ่มเหยียบเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆเพื่อที่จะออกถนนใหญ่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ด้วยสภาพอากาศก็เลยเร็วได้ไม่มากบวกกับเริ่มจะมีหมอกขึ้นมาตรงบนถนน จนเลยลุงคนนั้นไปพ่อเลยโล่งใจและคิดว่าคงไม่มีอะไร แต่...พ่อก็ต้องตกใจเพราะว่าตอนนี้ข้างหน้าไกลๆ มีลุงคนนั้นเนี่ยกำลังเดินอยู่อีก
"เห้ย! มันเป๋นไปได้จะใดวะ" (เห้ยมันเป็นไปได้ไงวะ)
"ป้อลุงคนตะกี้บ่ใจ่บ่"
"น่าจะต๋าฝาดไปละก้า"
แต่ตอนนี้พ่อกับพี่สาวก็เริ่มที่จะหวั่นใจแล้วโดยเฉพาะพ่อที่คิดว่าจะเอายังไงดี จนรถก็ได้ผ่านลุงคนนั้นไปอีกรอบ พ่อก็เลยโล่งใจ
"ต๋าฝาดไปหั้นนะ"
.
.
.
"ป้อ!!ลุงคนนั้นแหมแล้ว!"
ใช่ครับพ่อและพี่สาวพึ่งผ่านลุงคนนี้มาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน และตอนนี้ลุงคนนี้ก็เริ่มวิ่ง วิ่งอยู่หน้ารถห่างออกไปไม่ถึง100เมตร รถของพ่อเริ่มเข้าใกล้กับลุงคนนี้เรื่อยๆ แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับ! เพราะจู่ลุงคนนี้ก็กระโดดเกาะหน้ารถ รถที่ขับอยู่ด้วยความเร็วขนาดนั้นก็เป๋ไปข้างทางเลยแต่ดีที่พ่อสามารถคุมรถได้ ลุงคนนั้นเกาะหน้ารถโดยเอามือเกาะที่ข้างกระจกทั้งซ้ายและก็ขวาแล้วก็เอาหัวทุบกระจกหน้ารถ
"ไปอยู่ตวยลุงน่อๆ ๆ ๆ"
พี่สาวนี่กริ๊ดแตกเลยครับพี่สาวบอกว่าภาพที่เห็นตรงหน้านี่แทบจะทำให้สติเสียให้ได้เลย
"ไปอยู่ตวยลุงน่อๆ ๆ"
"บ่ไป๊ กรูบ่หื้อลูก กรูไป" (ไม่ไป กรูไม่ให้ลูกกรูไป)
"อย่ามาเสียก กะลูก
แล้วลุงคนนั้นก็เอาหัวทุบกระจกไปดรื่อยๆจนกระจกหน้ารถเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากหัวลุง แล้วลุงคนนั้นก็พูดแบบนี้ไปเรื่อยๆ หัวก็ทุบกระจกหน้าไปเรื่อยๆเขย่ารถไปเรื่อยๆ จนรถพ่อเริ่มจะคุมไม่อยู่เกือบคว่ำหลายรอบ แล้วจู่ๆ ลุงก็กระโดลงจากรถแล้วกระโดดเข้าพงหญ้าไป ตอนที่ลุงกระโดดพี่สาวบอกว่าได้มองตามไป ลุงไม่ได้หายไปแต่ค่อยๆกระโดดและกระโดดสูงมากอย่างที่คนไม่สามารถจะกระโดแบบนั้นได้ โดดหายเข้าไปในความมืดข้างทางจนพ่อสังเกตว่าที่พึ่งขับผ่านมานั้นเป็นศาลเพียงตาใหญ่ๆเป็นไม้ พ่อจึงตั้งจิตขอบคุณแล้วขับรถกลับบ้านอย่างปลอดภัยพี่สาวจับไข้อยู่หลายวันจนทุกวันนี้ก็ไม่กลับไปที่นั่นอีกเลย ส่วนเพื่อนผมและแม่ก็เดินทางกลับในเช้าวันถัดมา ในตอนสุดท้ายได้ไปถามจากชาวบ้านว่าลุงเป็นใครมาจากไหน ชาวบ้านนั้นไม่มีใครรู้ว่าลุงมาจากไหนอยู่ๆก็โผล่มาขออาศัยอยู่กระท่อมท้ายหมู่บ้านหลังจากเกิดเรื่องพ่อก็ได้เล่าให้ย่าฟัง ก็มีคนจะไปเอาเรื่องลุงแต่พอไปถึงทุกอย่างในกระท่อมนั้นว่างเปล่า..ไม่มีลุงไม่มีข้าวของเครื่องใช้ แล้วลุงคนนั้นเป็นใคร? มาจากไหน? เป็นตัวอะไรกันแน่? เป็นผีแต่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทเพราะเราไม่รู้อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่หลังความมืด
เรื่องผีในโลกมีเป็นหมื่นเรื่อง มันจะไม่มีสักเรื่องเลยหรือที่เป็นเรื่องจริง
ปล.ขอบคุณที่เข้ามาอ่านถ้าชอบไว้เดี๋ยวมาเล่าต่อเรื่องต่อไปครับ
ปล.2 หากผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอให้ดวงวิญญาณทุกดวงที่ได้พานพบกันไปสู่สุขติในภพภูมิที่ดีครับ
ขอบคุณเพื่อนที่มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
บุญฮอม