ศูนย์วิจัยกฎหมาย มช. ออกแถลงการณ์หยุดคุกคามประชาชนโดยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
https://prachatai.com/journal/2020/08/88948
ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย มช. ออกแถลงการณ์หยุดการคุกคามประชาชนโดยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรียกร้องให้กลุ่มองค์กรและสถาบันต่าง ๆ ต้องร่วมกันกดดันเพื่อกลไกของรัฐทุกระดับยุติการคุกคามประชาชนด้วยการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ รวมทั้งให้การสนับสนุนและร่วมกันปกป้องการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน
8 ส.ค. 2563 ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดการคุกคามประชาชนโดยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ระบุว่า
การดำเนินการด้วยการใช้กฎหมายกับผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 โดยการแจ้งข้อกล่าวหากับนายอานนท์ นำภา และพวกอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการเข้าจับกุมและดำเนินการคดีเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 นั้น ถือเป็นการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างโจ่งแจ้งอีกครั้งหนึ่ง
นับตั้งแต่การยึดอำนาจโดยคณะ คสช. ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา คณะรัฐประหารได้ใช้อำนาจทั้งที่ปราศจากกฎหมายรองรับ และด้วยการใช้กฎหมายและกลไกในกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นและคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ดังมีการกล่าวหาบุคคลในการกระทำความผิดในหลากหลายข้อหาทั้งโดยคำสั่งของ คสช., กฎหมายที่บัญญัติขึ้นโดย สนช. (ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร), หรือกฎหมายอำนาจนิยมที่มีอยู่, เพื่อให้บุคคลต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งในกระบวนการยุติธรรมตามปกติและศาลทหาร
กระบวนการในทางกฎหมายนับตั้งแต่การถูกดำเนินคดี การพิจารณาและรวมถึงการตัดสินคดีในกระบวนการยุติธรรม ได้กลายเป็นภาระและก่อให้เกิดปัญหากับประชาชนจำนวนมากซึ่งผู้ที่ต่อสู้และเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ
แม้ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญและการจัดตั้งรัฐบาลอำนาจนิยมที่มีพรรคการเมืองและ ส.ว. (ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร) เป็นผู้สนับสนุน สถานการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด ยังคงมีการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้อำนาจโดยปราศจากกฎหมายรองรับเฉกเช่นการข่มขู่ประชาชนก็ยังคงปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง
ขณะที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างบิดเบือนเพื่อจัดการกับประชาชน ความเหลวแหลกของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในการ “จัดการ” กับผู้มีอำนาจก็ปรากฏให้เห็นอย่างเต็มตาในหลากหลายคดี กรณียืมนาฬิกาเพื่อน, กรณีกระทิงแดงขับรถชนคนตาย, การปล่อยให้ผู้ค้ายาดำรงตำแหน่ง รมต., การดำเนินคดีอย่างรวดเร็วกับพรรคอนาคตใหม่แต่ล่าช้ากับฝ่ายผู้มีอำนาจ ฯลฯ
การปราบปรามและการคุกคามประชาชนด้วยกฎหมายผ่านกลไกของกระบวนการยุติธรรมอย่างซ้ำซากที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ พ.ศ. 2557 คือการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทยกำลังพังทลายลงในทุกระดับ นับตั้งแต่ต้นทางไปจนกระทั่งปลายทางของกระบวนการยุติธรรม สังคมที่ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมย่อมไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขได้อย่างแน่นอน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวให้มีการยุบสภา, การหยุดการคุกคามประชาชน, การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงไม่ได้จำกัดเพียงแค่ข้อขัดแย้งของสถาบันทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ตำรวจ อัยการ และศาล ล้วนแต่เป็นมีบทบาทต่อการถอยหลังของประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างสำคัญ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตการณ์การเมืองที่ได้ต้องการปฏิรูปอย่างรอบด้านด้วยเช่นกัน
สำหรับสถานการณ์เฉพาะหน้า ขอเรียกร้องให้กลุ่ม องค์กรและสถาบันต่าง ๆ ต้องร่วมกันกดดันเพื่อกลไกของรัฐทุกระดับยุติการคุกคามประชาชนด้วยการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ รวมทั้งให้การสนับสนุนและร่วมกันปกป้องการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและนำไปสู่ความยุ่งยากที่ดิ่งลึกลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่
ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
8 ส.ค. 2563
https://www.facebook.com/LRDCLawCmu/photos/a.1563972363852330/2480233992226158/?type=3
ถึงคิว มธ.ศูนย์ลำปาง นัดชุมนุม 10 ส.ค. ลั่น ‘สานต่ออุดมการณ์-ไม่ปล่อยให้สูญเปล่า’
https://www.matichon.co.th/politics/news_2299014
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. เพจ
พิราบขาวเพื่อมวลชน ได้โพสต์เชิญชวนนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชน ร่วมชุมนุม ณ ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ตั้งแต่เวลา 16.15 น. วันที่ 10 สิงหาคม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ขอเชิญเพื่อนนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ณ ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง วันที่ 10 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 16.15 น. เป็นต้นไป
ร่วมกันแสดงออกทางความคิดอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้สภาวะการณ์ทางสังคมที่นักกิจกรรมกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก
โดยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง มีนักศึกษาและบัณฑิต ปรากฏชื่อตามหมายที่กำลังเป็นที่ติดตามของสังคม จำนวน 2 ราย
“เมื่อเพื่อนของเรากำลังโดนคุกคามจากรัฐ ถ้าเราไม่แสดงออกเพื่อเป็นกำลังใจและสานต่ออุดมการณ์ที่เพื่อนของเราได้มอบไว้ สิ่งที่ทำไว้คงจะต้องสูญเปล่าและเราต้องอยู่ในสภาพสังคมที่ไม่มีความหวังตามเดิม”
จงลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและสร้างความหวังใหม่ให้สังคมร่วมกัน
https://www.facebook.com/freedomTULP/photos/a.109490700639076/171076997813779/?type=3
JJNY : ศูนย์วิจัยกม.มช.แถลงหยุดคุกคามปชช.โดยกม./มธ.ศูนย์ลำปางนัด10 ส.ค./กลุ่มนร.เลวประกาศร่วมแฟลชม็อบ/วันชัยยอมแก้รธน.
https://prachatai.com/journal/2020/08/88948
ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย มช. ออกแถลงการณ์หยุดการคุกคามประชาชนโดยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรียกร้องให้กลุ่มองค์กรและสถาบันต่าง ๆ ต้องร่วมกันกดดันเพื่อกลไกของรัฐทุกระดับยุติการคุกคามประชาชนด้วยการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ รวมทั้งให้การสนับสนุนและร่วมกันปกป้องการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน
8 ส.ค. 2563 ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดการคุกคามประชาชนโดยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ระบุว่า
การดำเนินการด้วยการใช้กฎหมายกับผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 โดยการแจ้งข้อกล่าวหากับนายอานนท์ นำภา และพวกอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการเข้าจับกุมและดำเนินการคดีเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 นั้น ถือเป็นการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างโจ่งแจ้งอีกครั้งหนึ่ง
นับตั้งแต่การยึดอำนาจโดยคณะ คสช. ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา คณะรัฐประหารได้ใช้อำนาจทั้งที่ปราศจากกฎหมายรองรับ และด้วยการใช้กฎหมายและกลไกในกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นและคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ดังมีการกล่าวหาบุคคลในการกระทำความผิดในหลากหลายข้อหาทั้งโดยคำสั่งของ คสช., กฎหมายที่บัญญัติขึ้นโดย สนช. (ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร), หรือกฎหมายอำนาจนิยมที่มีอยู่, เพื่อให้บุคคลต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งในกระบวนการยุติธรรมตามปกติและศาลทหาร
กระบวนการในทางกฎหมายนับตั้งแต่การถูกดำเนินคดี การพิจารณาและรวมถึงการตัดสินคดีในกระบวนการยุติธรรม ได้กลายเป็นภาระและก่อให้เกิดปัญหากับประชาชนจำนวนมากซึ่งผู้ที่ต่อสู้และเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ
แม้ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญและการจัดตั้งรัฐบาลอำนาจนิยมที่มีพรรคการเมืองและ ส.ว. (ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร) เป็นผู้สนับสนุน สถานการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด ยังคงมีการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้อำนาจโดยปราศจากกฎหมายรองรับเฉกเช่นการข่มขู่ประชาชนก็ยังคงปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง
ขณะที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างบิดเบือนเพื่อจัดการกับประชาชน ความเหลวแหลกของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในการ “จัดการ” กับผู้มีอำนาจก็ปรากฏให้เห็นอย่างเต็มตาในหลากหลายคดี กรณียืมนาฬิกาเพื่อน, กรณีกระทิงแดงขับรถชนคนตาย, การปล่อยให้ผู้ค้ายาดำรงตำแหน่ง รมต., การดำเนินคดีอย่างรวดเร็วกับพรรคอนาคตใหม่แต่ล่าช้ากับฝ่ายผู้มีอำนาจ ฯลฯ
การปราบปรามและการคุกคามประชาชนด้วยกฎหมายผ่านกลไกของกระบวนการยุติธรรมอย่างซ้ำซากที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ พ.ศ. 2557 คือการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทยกำลังพังทลายลงในทุกระดับ นับตั้งแต่ต้นทางไปจนกระทั่งปลายทางของกระบวนการยุติธรรม สังคมที่ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมย่อมไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขได้อย่างแน่นอน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวให้มีการยุบสภา, การหยุดการคุกคามประชาชน, การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงไม่ได้จำกัดเพียงแค่ข้อขัดแย้งของสถาบันทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ตำรวจ อัยการ และศาล ล้วนแต่เป็นมีบทบาทต่อการถอยหลังของประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างสำคัญ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตการณ์การเมืองที่ได้ต้องการปฏิรูปอย่างรอบด้านด้วยเช่นกัน
สำหรับสถานการณ์เฉพาะหน้า ขอเรียกร้องให้กลุ่ม องค์กรและสถาบันต่าง ๆ ต้องร่วมกันกดดันเพื่อกลไกของรัฐทุกระดับยุติการคุกคามประชาชนด้วยการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ รวมทั้งให้การสนับสนุนและร่วมกันปกป้องการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและนำไปสู่ความยุ่งยากที่ดิ่งลึกลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่
ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
8 ส.ค. 2563
https://www.facebook.com/LRDCLawCmu/photos/a.1563972363852330/2480233992226158/?type=3
ถึงคิว มธ.ศูนย์ลำปาง นัดชุมนุม 10 ส.ค. ลั่น ‘สานต่ออุดมการณ์-ไม่ปล่อยให้สูญเปล่า’
https://www.matichon.co.th/politics/news_2299014
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. เพจพิราบขาวเพื่อมวลชน ได้โพสต์เชิญชวนนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชน ร่วมชุมนุม ณ ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ตั้งแต่เวลา 16.15 น. วันที่ 10 สิงหาคม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ขอเชิญเพื่อนนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ณ ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง วันที่ 10 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 16.15 น. เป็นต้นไป
ร่วมกันแสดงออกทางความคิดอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้สภาวะการณ์ทางสังคมที่นักกิจกรรมกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก
โดยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง มีนักศึกษาและบัณฑิต ปรากฏชื่อตามหมายที่กำลังเป็นที่ติดตามของสังคม จำนวน 2 ราย
“เมื่อเพื่อนของเรากำลังโดนคุกคามจากรัฐ ถ้าเราไม่แสดงออกเพื่อเป็นกำลังใจและสานต่ออุดมการณ์ที่เพื่อนของเราได้มอบไว้ สิ่งที่ทำไว้คงจะต้องสูญเปล่าและเราต้องอยู่ในสภาพสังคมที่ไม่มีความหวังตามเดิม”
จงลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและสร้างความหวังใหม่ให้สังคมร่วมกัน
https://www.facebook.com/freedomTULP/photos/a.109490700639076/171076997813779/?type=3