จับตาม็อบประกาศรวมตัวใหญ่3เวที10-16ส.ค.นี้
https://www.innnews.co.th/crime/news_741233/
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะประชาชนปลดแอก-Free People ที่แยกออกมาจาก Free Youth ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 16 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 15.00-21.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยขีดเส้นตายให้สมาชิกวุฒิสภาต้องลาออก และผู้มีอำนาจต้องยุบสภา ก่อนการปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรปลายเดือน ก.ย.นี้
ด้าน กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ฝ่ายตรงข้ามกับม็อบเยาวชนปลดแอก และ สนท.ได้ออกแถลงการณ์ เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของกลุ่มที่ออกมาประกาศปกป้องสถาบัน ในวันที่ 12 ส.ค. ที่สวนลุมพินี โดยมีกลุ่ม “
เชียร์ลุง” ซึ่งเคยจัดกิจกรรมเดินเชียร์ลุง เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เป็นกำลังหลักในการจัดงานนี้ หลังจากกลุ่ม Free People ประกาศเตรียมเคลื่อนไหว
นอกจากนี้ กลุ่มที่เรียกตัวว่า เป็นแนวร่วมอาชีวะ นำโดยกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย และอาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเชิญชวนกลุ่มนักเรียนอาชีวะทุกสถาบัน เข้าร่วมชุมนุมกับ สนท.ในวันที่ 10 ส.ค. ที่ลานพญานาค ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
'อนุสรณ์' ชี้ หน้าตาครม. ทำปชช.พะอืดพะอม เป็นครม.ปะผุ นับถอยหลังได้เลย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2297799
“อนุสรณ์” ชี้ หน้าตา ครม. ทำปชช.พะอืดพะอม ไม่ยินดียินร้าย เป็นครม.ปะผุ เตรียมตัวนับถอยหลังรบ.ประยุทธ์
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นาย
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า
รายชื่อที่ประกาศออกมา ประชาชนเห็นแล้วรู้สึกพะอืดพะอม ไม่ยินดียินร้าย เอาที่พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สบายใจเลย ตอนทาบทามคงพยายามชวนคนอย่างเต็มที่แล้ว แต่เมื่อชวนคนนอกแล้วเขาไม่มา เลยจำเป็นต้องหมุนวนเหล้าเก่าในขวดใหม่ ตามสภาพ คล้ายปรับครม.แบบปะผุ ผู้เล่นร่วมทีมร่อยหรอ ตัวเลือกมีจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ต้นทุนทางสังคมต่ำ ประชาชนคาดหวังอะไรไม่ได้ แถมยังต้องมาถูกข่มขู่ระวังอาฟเตอร์ช็อก เตรียมเจาะยาง จากพวกเดียวกันเองอีก ขนาดคนในทีมเดียวกันยังไม่เชื่อมั่นเลย แล้วจะให้ประชาชนไปเชื่อมั่นได้อย่างไร ทีมเศรษฐกิจจะประสบความสำเร็จไปไม่ได้ ถ้าตราบใดที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนหัวหน้าทีม จะเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้อย่างไร เตรียมตัวนับถอยหลังรัฐบาล
ประยุทธ์ นับเพิ่มจำนวนกุมาร ที่จะต้องระเห็จออกไปนอกครม.ต่อจากทีม 4 กุมาร เป็น 5 กุมาร 6 กุมารตามกันไป สุดท้ายประเทศชาติและประชาชนไม่ได้ประโยชน์
“6 ปีแล้ว ที่คนไทย ไม่มีปาก ไม่มีเสียง จะปรับครม.อย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะมีผลการทำงานที่ดี ได้ เมื่อผู้นำยังโอลด์นอร์มอล ไม่เปลี่ยนแปลง” นาย
อนุสรณ์ กล่าว
'วิโรจน์' อัด ครม.ตู่ 2/2 แค่ทีมฟุตบอลตกชั้น โค้ชไร้ย้ำยา นักเตะฝีเท้าดีไม่อยากร่วมทีม
https://www.matichon.co.th/politics/news_2297811
‘วิโรจน์’ อัด ครม.ตู่ 2/2 แค่ทีมฟุตบอลตกชั้น โค้ชไร้ย้ำยา นักเตะฝีเท้าดีไม่อยากร่วมทีม ‘หม่อมอุ๋ย-แก๊งสมคิด’ ยังต้องสิ้นชื่อ จี้ตอบ 5 ข้อแก้วิกฤตประเทศ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) และทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ว่า เศรษฐกิจในวันนี้ เปรียบเสมือนโรค ที่กำลังท้าทาย ครม. ประยุทธ์ 2/2 ว่าจะสามารถรักษาให้ ‘
หาย (ได้รึเปล่า) นะ’ หรือจะทำให้มันลุกลามบานปลายจนกลายเป็น ‘
หายนะ’ ความจริงแล้วการปรับ ครม. ครั้งนี้ ก็ไม่ได้สร้างความหวังอะไรให้กับประชาชน เพราะตำแหน่งที่ประชาชนต้องการจะปรับออกที่สุด คือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังคงเกาะเก้าอี้อย่างเหนียวแน่น
นาย
วิโรจน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม คำตอบที่ประชาชนต้องการอย่างเร่งด่วนที่สุด ที่ ครม. ต้องเร่งชี้แจงก็คือ
1) จะทำอย่างไร กับกลุ่ม SMEs ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม พ่อค้าแม่ขาย ที่เข้าไม่ถึง พ.ร.ก.ซอฟต์โลนที่มีอยู่ 765,000 ราย ที่รัฐบาลตั้งท่ามาตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน ว่าจะอนุมัติเงิน 50,000 ล้านบาท เข้ามาอัดฉีดปล่อยสินเชื่อ ซึ่งถ้าเฉลี่ยเป็นต่อราย ก็แค่ 65,359 บาท จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจน
2) จะรับมือกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ที่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า จะมีการปิดตัวอย่างถาวรถึงร้อยละ 30 ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 นี้อย่างไร
นาย
วิโรจน์ กล่าวว่า 3) จะรับมือกับหนี้ครัวเรือนในระดับที่สูงถึง 88%-90% อย่างไร ที่มาพร้อมกับปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือหนี้เสีย (NPL) ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย โดยมาตรการการพักชำระหนี้ 3 เดือนที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือน เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ในเดือน กรกฎาคมนี้ จะเป็นเดือนแรกที่ลูกหนี้ 11,060,250 คน ซึ่งมีการขอพักชำระหนี้ไป 2,654,867 ล้านบาท จะเริ่มกลับมาชำระหนี้ตามปกติเป็นเดือนแรก และในเดือน กันยายนนี้ ลูกหนี้ทั้งหมด 15,219,547 คน ที่พักชำระหนี้ไป 3,868,067 ล้านบาท จะต้องกลับมาชำระหนี้ตามปกติทั้งหมด แม้ว่าจะมีมาตรการระยะที่สอง จาก ธปท. ออกมา แต่ถ้าสถานการณ์โควิด-19 และการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังคงยืดเยื้อต่อไป รัฐบาลจะรับมือกับปัญหาหนี้ครัวเรือน และหนี้เสียที่เป็นระเบิดเวลา ที่คอยกดดันภาคการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ให้ซบเซาซึมยาว อย่างไร
4) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คงต้องตอบคำถามว่า งบประมาณฟื้นฟู 4 แสนล้าน ที่ปัจจุบันใช้ไปแล้วประมาณ 9.2 หมื่นล้าน จะยังคงทิศทางการใช้เงินในทิศทางนี้ต่อไป หรือไม่ เพราะจากการพิจารณาโครงการที่อนุมัติไป ส่วนใหญ่เป็นโครงการถมที่ ขุดหนอง ปลูกป่า ทำปุ๋ย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นโครงการที่ดี ที่มุ่งตอบโจทย์เกษตรกร แต่ไม่ใช่โครงการที่จะสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการจ้างงาน และดึงให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน ในระดับที่สูงเพียงพอที่จะรองรับกับปัญหาเศษฐกิจ และการว่างงานได้
นาย
วิโรจน์ กล่าวอีกว่า
5) ครม. นี้จะปล่อยปละให้กองทัพแสดงความรักชาติ ผ่านการซื้ออาวุธอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ อีกหรือเปล่า มีความคิดที่จะดึงสติของกองทัพกลับมาบ้างไหม ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งคำถามว่า ทั้งการซื้อเรือดำน้ำ รถยานเกราะล้อยาง ปืนใหญ่ กระสุนปืนใหญ่ เครื่องบิน VIP อัปเกรด C-130 ที่เป็นวาระลับ การส่งทหารไปฝึกที่ฮาวาย ยังจะมีให้มันเหยียบย่ำหัวใจของประชาชน ที่กำลังประสบกับความทุกข์ยาก จากปัญหาปากท้องอยู่ทุกหย่อมหญ้า อยู่ต่อไปอีกหรือไม่ และนี่ คือ 5 คำถาม ที่ประชาชน ต้องการคำตอบ อย่างเร่งด่วนที่สุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับคำตอบ ภายใน 1-2 วันนี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงการแต่งตั้งนาย
ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า จะให้มาช่วยเจรจาเรื่องเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศด้วย นาย
วิโรจน์ กล่าวว่า อย่างแรกต้องตั้งคำถามว่านาย
ดอน เคยทำงานด้านเศรษฐกิจมาหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่มีบทบาทในครม. เศรษฐกิจชุดของนาย
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจด้วย จะยิ่งทำให้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นเรื่องการค้าระหว่างประเทศที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและจะต้องมีมุมมองเศรษฐกิจในระดับมหภาคและระดับระหว่างประเทศ สะท้อนได้ว่านายกฯ ไม่มีตัวเล่นและไม่มีใครที่พร้อมที่อยากจะโดยสารเรือไททานิคที่กำลังจะล้ม ไม่อยากจะมาเป็นคนสีไวโอลินในเรือรัฐนาวาที่กำลังจะล่มในมหาสมุทรที่เชี่ยวกรากมีทั้งวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจที่กำลังจะพังพินาศ ตนคิดว่าไม่มีใครอยากจะเอาชื่อเสียงของตัวเองมาเสี่ยงอีกแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึง การแต่งตั้งนาย
สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน และนาย
ปรีดี ดาวฉาย เป็น รมว.คลัง ซึ่งมีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าโปรไฟล์และประวัติการศึกษาของทั้งสองคน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโดยตรง นาย
วิโรจน์ กล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนอย่างชัดเจนคือ ประเทศไทยมีคนที่เก่ง มีความสามารถ และมีคุณสมบัติที่ตรงมากกว่าทั้งสองคน
“แต่นี่คือผู้เล่นที่ดีที่สุดที่พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเรียกเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจได้ เปรียบเหมือนทีมฟุตบอลที่หมดอนาคต ไม่มีแผนการเล่นที่ดี อีกทั้งโค้ชก็ยังไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีแผนที่เป็นระบบที่จะพาทีมให้เป็นแชมป์ได้ โค้ชแบบนี้จะซื้อนักเตะดีๆ คนไหนมาร่วมทีมได้ สุดท้ายจึงได้แต่นักเตะเกรดไม่ดี” นาย
วิโรจน์ กล่าว
นาย
วิโรจน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีจุดจบของขุนพลด้านเศรษฐกิจตั้ง 2 รายให้เรียนรู้แล้ว คือ ม.ร.ว.
ปรีดียาธร เทวกุล ซึ่งเป็นคนมีความสามารถก็มาสิ้นชื่อกับรัฐบาลพล.อ.
ประยุทธ์ เพราะไม่สามารถแนะนำให้พล.อ.
ประยุทธ์ เชื่อในสิ่งที่ควรจะเป็นหรือควรจะทำได้ ส่วนนาย
สมคิด ที่เข้ามาทีหลังก็มีความมั่นใจว่า ตัวเองพร้อมกับสี่กุมารจะสามารถทำงานเป็นทีมเศรษฐกิจได้ แต่สุดท้ายก็จบไม่สวย มีตัวอย่างให้เห็นแบบนี้ คนที่จะเข้ามาจะไม่มีความรู้สึกแหยงหรือ เพราะมาเดี่ยวก็ตาย มาเป็นทีมก็ตาย ตนไม่ได้บอกว่า นาย
สมคิดไม่เก่ง เพียงแต่เขาไม่สามารถจูงใจนายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทำตามยุทธศาสตร์และ วิสัยทัศน์ที่ต้องการจะให้เป็นได้ นายสมคิดจึงไม่สามารถทำงานได้ คำถามต่อไปก็คือ งานค้างของนาย
สมคิด เช่น นโยบายอีซีซีจะทำอย่างไรต่อไป จะรื้อใหม่หรือสานต่อ
JJNY : 5in1 จับตาม็อบ3เวที/อนุสรณ์ชี้ครม.ทำปชช.พะอืดพะอม/วิโรจน์อัดทีมตกชั้น/อนุกมธ.งบตั้งแก๊งตบทรัพย์/วันแม่สะพัดติดลบ
https://www.innnews.co.th/crime/news_741233/
ด้าน กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ฝ่ายตรงข้ามกับม็อบเยาวชนปลดแอก และ สนท.ได้ออกแถลงการณ์ เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของกลุ่มที่ออกมาประกาศปกป้องสถาบัน ในวันที่ 12 ส.ค. ที่สวนลุมพินี โดยมีกลุ่ม “เชียร์ลุง” ซึ่งเคยจัดกิจกรรมเดินเชียร์ลุง เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เป็นกำลังหลักในการจัดงานนี้ หลังจากกลุ่ม Free People ประกาศเตรียมเคลื่อนไหว
นอกจากนี้ กลุ่มที่เรียกตัวว่า เป็นแนวร่วมอาชีวะ นำโดยกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย และอาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเชิญชวนกลุ่มนักเรียนอาชีวะทุกสถาบัน เข้าร่วมชุมนุมกับ สนท.ในวันที่ 10 ส.ค. ที่ลานพญานาค ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
'อนุสรณ์' ชี้ หน้าตาครม. ทำปชช.พะอืดพะอม เป็นครม.ปะผุ นับถอยหลังได้เลย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2297799
“อนุสรณ์” ชี้ หน้าตา ครม. ทำปชช.พะอืดพะอม ไม่ยินดียินร้าย เป็นครม.ปะผุ เตรียมตัวนับถอยหลังรบ.ประยุทธ์
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า
รายชื่อที่ประกาศออกมา ประชาชนเห็นแล้วรู้สึกพะอืดพะอม ไม่ยินดียินร้าย เอาที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สบายใจเลย ตอนทาบทามคงพยายามชวนคนอย่างเต็มที่แล้ว แต่เมื่อชวนคนนอกแล้วเขาไม่มา เลยจำเป็นต้องหมุนวนเหล้าเก่าในขวดใหม่ ตามสภาพ คล้ายปรับครม.แบบปะผุ ผู้เล่นร่วมทีมร่อยหรอ ตัวเลือกมีจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ต้นทุนทางสังคมต่ำ ประชาชนคาดหวังอะไรไม่ได้ แถมยังต้องมาถูกข่มขู่ระวังอาฟเตอร์ช็อก เตรียมเจาะยาง จากพวกเดียวกันเองอีก ขนาดคนในทีมเดียวกันยังไม่เชื่อมั่นเลย แล้วจะให้ประชาชนไปเชื่อมั่นได้อย่างไร ทีมเศรษฐกิจจะประสบความสำเร็จไปไม่ได้ ถ้าตราบใดที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนหัวหน้าทีม จะเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้อย่างไร เตรียมตัวนับถอยหลังรัฐบาลประยุทธ์ นับเพิ่มจำนวนกุมาร ที่จะต้องระเห็จออกไปนอกครม.ต่อจากทีม 4 กุมาร เป็น 5 กุมาร 6 กุมารตามกันไป สุดท้ายประเทศชาติและประชาชนไม่ได้ประโยชน์
“6 ปีแล้ว ที่คนไทย ไม่มีปาก ไม่มีเสียง จะปรับครม.อย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะมีผลการทำงานที่ดี ได้ เมื่อผู้นำยังโอลด์นอร์มอล ไม่เปลี่ยนแปลง” นายอนุสรณ์ กล่าว
'วิโรจน์' อัด ครม.ตู่ 2/2 แค่ทีมฟุตบอลตกชั้น โค้ชไร้ย้ำยา นักเตะฝีเท้าดีไม่อยากร่วมทีม
https://www.matichon.co.th/politics/news_2297811
‘วิโรจน์’ อัด ครม.ตู่ 2/2 แค่ทีมฟุตบอลตกชั้น โค้ชไร้ย้ำยา นักเตะฝีเท้าดีไม่อยากร่วมทีม ‘หม่อมอุ๋ย-แก๊งสมคิด’ ยังต้องสิ้นชื่อ จี้ตอบ 5 ข้อแก้วิกฤตประเทศ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) และทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ว่า เศรษฐกิจในวันนี้ เปรียบเสมือนโรค ที่กำลังท้าทาย ครม. ประยุทธ์ 2/2 ว่าจะสามารถรักษาให้ ‘หาย (ได้รึเปล่า) นะ’ หรือจะทำให้มันลุกลามบานปลายจนกลายเป็น ‘หายนะ’ ความจริงแล้วการปรับ ครม. ครั้งนี้ ก็ไม่ได้สร้างความหวังอะไรให้กับประชาชน เพราะตำแหน่งที่ประชาชนต้องการจะปรับออกที่สุด คือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังคงเกาะเก้าอี้อย่างเหนียวแน่น
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม คำตอบที่ประชาชนต้องการอย่างเร่งด่วนที่สุด ที่ ครม. ต้องเร่งชี้แจงก็คือ
1) จะทำอย่างไร กับกลุ่ม SMEs ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม พ่อค้าแม่ขาย ที่เข้าไม่ถึง พ.ร.ก.ซอฟต์โลนที่มีอยู่ 765,000 ราย ที่รัฐบาลตั้งท่ามาตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน ว่าจะอนุมัติเงิน 50,000 ล้านบาท เข้ามาอัดฉีดปล่อยสินเชื่อ ซึ่งถ้าเฉลี่ยเป็นต่อราย ก็แค่ 65,359 บาท จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจน
2) จะรับมือกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ที่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า จะมีการปิดตัวอย่างถาวรถึงร้อยละ 30 ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 นี้อย่างไร
นายวิโรจน์ กล่าวว่า 3) จะรับมือกับหนี้ครัวเรือนในระดับที่สูงถึง 88%-90% อย่างไร ที่มาพร้อมกับปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือหนี้เสีย (NPL) ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย โดยมาตรการการพักชำระหนี้ 3 เดือนที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือน เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ในเดือน กรกฎาคมนี้ จะเป็นเดือนแรกที่ลูกหนี้ 11,060,250 คน ซึ่งมีการขอพักชำระหนี้ไป 2,654,867 ล้านบาท จะเริ่มกลับมาชำระหนี้ตามปกติเป็นเดือนแรก และในเดือน กันยายนนี้ ลูกหนี้ทั้งหมด 15,219,547 คน ที่พักชำระหนี้ไป 3,868,067 ล้านบาท จะต้องกลับมาชำระหนี้ตามปกติทั้งหมด แม้ว่าจะมีมาตรการระยะที่สอง จาก ธปท. ออกมา แต่ถ้าสถานการณ์โควิด-19 และการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังคงยืดเยื้อต่อไป รัฐบาลจะรับมือกับปัญหาหนี้ครัวเรือน และหนี้เสียที่เป็นระเบิดเวลา ที่คอยกดดันภาคการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ให้ซบเซาซึมยาว อย่างไร
4) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คงต้องตอบคำถามว่า งบประมาณฟื้นฟู 4 แสนล้าน ที่ปัจจุบันใช้ไปแล้วประมาณ 9.2 หมื่นล้าน จะยังคงทิศทางการใช้เงินในทิศทางนี้ต่อไป หรือไม่ เพราะจากการพิจารณาโครงการที่อนุมัติไป ส่วนใหญ่เป็นโครงการถมที่ ขุดหนอง ปลูกป่า ทำปุ๋ย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นโครงการที่ดี ที่มุ่งตอบโจทย์เกษตรกร แต่ไม่ใช่โครงการที่จะสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการจ้างงาน และดึงให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน ในระดับที่สูงเพียงพอที่จะรองรับกับปัญหาเศษฐกิจ และการว่างงานได้
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า
5) ครม. นี้จะปล่อยปละให้กองทัพแสดงความรักชาติ ผ่านการซื้ออาวุธอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ อีกหรือเปล่า มีความคิดที่จะดึงสติของกองทัพกลับมาบ้างไหม ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งคำถามว่า ทั้งการซื้อเรือดำน้ำ รถยานเกราะล้อยาง ปืนใหญ่ กระสุนปืนใหญ่ เครื่องบิน VIP อัปเกรด C-130 ที่เป็นวาระลับ การส่งทหารไปฝึกที่ฮาวาย ยังจะมีให้มันเหยียบย่ำหัวใจของประชาชน ที่กำลังประสบกับความทุกข์ยาก จากปัญหาปากท้องอยู่ทุกหย่อมหญ้า อยู่ต่อไปอีกหรือไม่ และนี่ คือ 5 คำถาม ที่ประชาชน ต้องการคำตอบ อย่างเร่งด่วนที่สุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับคำตอบ ภายใน 1-2 วันนี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงการแต่งตั้งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า จะให้มาช่วยเจรจาเรื่องเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศด้วย นายวิโรจน์ กล่าวว่า อย่างแรกต้องตั้งคำถามว่านายดอน เคยทำงานด้านเศรษฐกิจมาหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่มีบทบาทในครม. เศรษฐกิจชุดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจด้วย จะยิ่งทำให้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นเรื่องการค้าระหว่างประเทศที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและจะต้องมีมุมมองเศรษฐกิจในระดับมหภาคและระดับระหว่างประเทศ สะท้อนได้ว่านายกฯ ไม่มีตัวเล่นและไม่มีใครที่พร้อมที่อยากจะโดยสารเรือไททานิคที่กำลังจะล้ม ไม่อยากจะมาเป็นคนสีไวโอลินในเรือรัฐนาวาที่กำลังจะล่มในมหาสมุทรที่เชี่ยวกรากมีทั้งวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจที่กำลังจะพังพินาศ ตนคิดว่าไม่มีใครอยากจะเอาชื่อเสียงของตัวเองมาเสี่ยงอีกแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึง การแต่งตั้งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน และนายปรีดี ดาวฉาย เป็น รมว.คลัง ซึ่งมีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าโปรไฟล์และประวัติการศึกษาของทั้งสองคน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโดยตรง นายวิโรจน์ กล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนอย่างชัดเจนคือ ประเทศไทยมีคนที่เก่ง มีความสามารถ และมีคุณสมบัติที่ตรงมากกว่าทั้งสองคน
“แต่นี่คือผู้เล่นที่ดีที่สุดที่พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเรียกเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจได้ เปรียบเหมือนทีมฟุตบอลที่หมดอนาคต ไม่มีแผนการเล่นที่ดี อีกทั้งโค้ชก็ยังไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีแผนที่เป็นระบบที่จะพาทีมให้เป็นแชมป์ได้ โค้ชแบบนี้จะซื้อนักเตะดีๆ คนไหนมาร่วมทีมได้ สุดท้ายจึงได้แต่นักเตะเกรดไม่ดี” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีจุดจบของขุนพลด้านเศรษฐกิจตั้ง 2 รายให้เรียนรู้แล้ว คือ ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล ซึ่งเป็นคนมีความสามารถก็มาสิ้นชื่อกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพราะไม่สามารถแนะนำให้พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อในสิ่งที่ควรจะเป็นหรือควรจะทำได้ ส่วนนายสมคิด ที่เข้ามาทีหลังก็มีความมั่นใจว่า ตัวเองพร้อมกับสี่กุมารจะสามารถทำงานเป็นทีมเศรษฐกิจได้ แต่สุดท้ายก็จบไม่สวย มีตัวอย่างให้เห็นแบบนี้ คนที่จะเข้ามาจะไม่มีความรู้สึกแหยงหรือ เพราะมาเดี่ยวก็ตาย มาเป็นทีมก็ตาย ตนไม่ได้บอกว่า นายสมคิดไม่เก่ง เพียงแต่เขาไม่สามารถจูงใจนายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทำตามยุทธศาสตร์และ วิสัยทัศน์ที่ต้องการจะให้เป็นได้ นายสมคิดจึงไม่สามารถทำงานได้ คำถามต่อไปก็คือ งานค้างของนายสมคิด เช่น นโยบายอีซีซีจะทำอย่างไรต่อไป จะรื้อใหม่หรือสานต่อ