ถ้าเบบี้ตัวร้ายจาก Dragon Ball Gt มายังเนื้อเรื่องหลักได้ อยากให้เข้ามา และเข้ามาด้วยสาเหตุอะไร

เนื้อเรื่องเดิม
เบบี้ (Baby) มาจากกาแลคซีที่ห่างไกล ในช่วงสงครามชาวไซย่า ปะทะ ชาวสึฟู นักวิทยาศาสตร์ชาวสึฟูสร้างรูปแบบสิ่งชีวิตปรสิตขึ้นมา โดยผสานกับ DNA รวมทั้งใส่จิตสำนึกของราชาชาวสึฟูเข้าไปด้วย เมื่อชาวไซย่าทำลายชาวสึฟู ปรสิตเบบี้ก็กระจายไปยังอวกาศ แต่ปรสิตเบบี้ที่มีเจตจำนงของราชาชาวสึฟู มีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือ ทำลายชาวไซย่าและสร้างดาวสึฟูขึ้นมา จนกระทั้งปรสิตเบบี้ได้พบ ดร.มิวชนเผ่าจักรกลกลายพันธ์ (Machine Mutants) เบบี้ได้หลอกล่อ ดร.มิวรวบรวมพลังการชีวิตมาให้ตน
ร่างต่างๆของเบบบี้
ร่างตัวอ่อน-เป็นร่างที่อ่อนแอที่สุดอาศัยอยู่ในหลอดทดลอง
ร่างทารก-เป็นร่างวิวัฒนาการขั้นแรกของเบบี้
ร่างวัยเด็ก-หลังจากการแฝงร่างกายกับประชากรโลกหลายคนเพื่อซึมซับพลัง ร่าทารกของเบบี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งแรก ร่างนี้สถานะของเหลวของเบบี้จะมีความสามารถมากขึ้น ถึงขนาดเคลื่อนที่ผ่านคลื่นพลังงานไปได้
ร่างสุดท้ายคือร่างผู้ใหญ่ แม้จะไม่ได้เห็นร่างนี้ต่อสู้ แต่ทรังก์สัมผัสถึงได้ว่า เบบี้ในร่างนี้ทรงพลังมา มายความว่าอย่างน้อยเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น กว่า Super Saiyan 3 
ความสามารถ ขอบคุณข้อมูลจากเพจ ดราก้อนเวิลด์
ด้วยความที่ร่างกายของเจ้าเบบี้เป็นของเหลวมันจึงสามารถแทรกซึ่มสิ่งของได้ รวมทั้งมีความสามารถในการยึดร่างกายของมนุษย์อีกด้วย
เมื่อครอบครองร่างกายของเบจิต้ากลายเป็น  เบบี้เบจิต้า (Baby Vegeta) มันก็กลายเป็นศัตรูที่มีพลังมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ
ร่างแปลงของเบบี้เบจิต้าสามารถเทียบเคียงได้กับซูเปอร์ไซย่า แต่ข้อแตกต่างคือซูเปอร์ไซย่าของเบบี้จะมีผมเป็นสีขาวเทาและมีพลังมากกว่า แค่เป็นซูเปอร์ไซย่าขั้นแรก  
 
เบบี้เบจิต้าดูดซับพลังไซย่าของโกฮัง โกเท็น ทรังคซ์ และบรา ทำให้แปลงร่างอีกขั้นเรียกว่า ซูเปอร์เบบี้เบจิต้า (Super Baby Vegeta) ซึ่งมีหน้าตาต่างจากเดิมเล็กน้อย แต่มีแผ่นโลหะสีเหลืองงอกออกมาบริเวณไหล่ ร่างนี้สามารถเทียบได้กับซูเปอร์ไซย่า 2
 
เท่านั้นไม่พอ เบบี้เบจิต้ายังดูดซับพลังงานจากคนทั้งโลกที่ตกเป็นทาสของมันแล้วแปลงร่างอีกครั้งเป็น  ซูเปอร์เบบี้เบจิต้าขั้นสอง (Super Baby Vegeta 2) ซึ่งเป็นร่างที่เทียบเท่าซูเปอร์ไซย่า 3 ถึงผมจะไม่ยาวเฟื้อย แต่คิ้วก็หดหายเหมือนกัน
ซูเปอร์เบบี้เบจิต้าขั้นสองแข็งแกร่งมากจนสามารถปราบ ซูเปอร์อูบุ (Super Uub) ที่รวมร่างกับจอมมารบูแล้วอย่างไม่ยากเย็น แต่กระนั้นมันกลับไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโกคูที่แปลงเป็นซูเปอร์ไซย่า 4 จนบูลม่าต้องยิงมหาคลื่นบลูส์ที่แรงกว่าปกติถึง 1,000 เท่าทำให้เบบี้เบจิต้าแปลงร่างเป็นลิงยักษ์สีทอง
ในร่าง  ลิงยักษ์สีทอง (Golden Great Ape) พลังต่อสู้ของเบบี้เบจิต้าเพิ่มสูงขึ้นจนเหนือกว่าโกคูซูเปอร์ไซย่า 4 ทำให้โกคูต้องใช้มุกเดียวกับเบบี้ ขอพลังไซย่าจากโกฮัง โกเท็น ทรังคซ์ และปัง แล้วกลายเป็นซูเปอร์ไซย่า 4 แบบฟูลเพาเวอร์ที่เหนือกว่าลิงยักษ์เบบี้ในที่สุด

เนื้อเรื่องใหม่ 
แบบที่ 1
ใช้พล๊อตเดิมนี้แหละครับ แก้แค้นชาวไซย่า แต่ให้คนที่เบบี้สิงเป็นทาร์เบิลน้องชายของเบจีจ้าแทน เพราะถ้าจะให้เบบี้มาสิงเบจี้ต้าในภาคหลักในซูเปอร์ก็คงไม่ได้แล้ว เพราะหากใครอ่านมังงะซูเปอร์ภาคล่าสุด จะรู้ว่าเบจี้ต้าในภาคซูเปอร์นั้นมีวิชาแยกจิต สามารถบีบอัดแยกจิต ให้คนที่รวมร่างกันแยกออกมาได้ และน่าจะได้ผลพวกสิงร่างด้วย และจะให้มาสิงโกคก็คงซ้ำกับโกคูแบล๊ก มุกนี้คงมาน่าจะใช้ อีกอย่างหนึ่ง ui ของโกคูสามารถโจมตีสลัดกับพวกสิงร่างได้ด้วย ในอนิเมะเกมส์ภาค ฮีโร่ แสดงว่าวิชา ui ของเทวดา นอกจากจะมีพลังของเทวดาแล้ว ยังเป็นวิชาการหลบหลีกโดยใช้สัญชาติญาณ ยังยังมีสกิลเพิ่มเสริมสามารถขับไล่พวกที่สิ่งร่างได้สินะ (ถึงมันจะเป็นแค่ของเกมก็เถอะ แต่ความสมารถมันก็ไม่แน่มันจะมาใส่ในจักรวาลหลักก็ได้) เพราะฉะนั้นจะให้เบบี้มาสิงเบจีต้ากับโกคูก็คงไม่ได้ เพราะมีของแก้ทางอยู่แล้ว เนื้อเรื่องประมาณว่า มีอุกบาตมาตกที่ดาวทาร์เบิล และเจอปรสิตเบบี้สิงร่างทั่วดาว และ ทาร์เบิลก็โดนสิงด้วยนั้นแหละ และกุเรภรรยาของทาร์เบิลก็มาขอความช่วยเหลือและเบบี้ก็ค่อยมารุกรานโลก ให้แถว่าทาร์เบิลมีพลังพอจะแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าได้แล้ว แต่ก็ก็ยังแปลงไม่ได้ พอเบบี้มาสิงก็สามารถแปลงร่างได้ ทาร์เบิลฝึกจนตัวสูงขึ้น และโกฮังเป็นคนปราบเบบี้ทาร์เบิลและกลายร่างเป็นไซย่า 4 ให้บทโกคูกับเบจีต้าไปช่วยจักรวาลอื่นแทนและเมือเบบี้ออกจากร่างทาร์เบิลไปแล้ว ร่างซุเปอร์ไซย่าทาร์เบิลยังเป็นสีขาวเทาอยู่ ให้แถว่าทาร์เบิลลูกครึ่งชาวสึฟูกับชาวไซย่าร่างแปลงซูเปอรืไซย่าของทาร์เบิลเลยมีรูปลักษณ์แบบนั้น

หรือไม่ก็ให้เบบี้มาสิงทรักงก์ได้ เพราะในเกมส์เบบี้ก็สิงทรังก์ เหตุการคล้ายภาคเซลล์ เจ้าเบบี้ไล่สิงและสุบพลังชีวิตมนุษยืไปเรื่อยๆจนมาเจอทรังก์และสิง
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่