คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
เรียนจิตวิทยาไปทำไม? เรียนแล้วได้อะไร?
ตามคำนิยาม "จิตวิทยาคือการศึกษาเกี่ยวกับ พฤติกรรม (behavior) และการรู้คิด (cognition) โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์" มีคีย์เวิร์ด 3 คำได่แก่ 1. พฤติกรรมหมายถึงสิ่งที่แสดงออกมาเป็นรูปธรรม สามารถสังเกตได้ด้วยประสาทสัมผัสหรือเครื่องมือ เช่น การเดิน การนอน ความดันโลหิต ฮอร์โมน 2. การรู้คิดเป็นคำเรียกรวมการทำงานของจิตใจที่เป็นนามธรรม เช่น การคิด การรับรู้ ความรู้ ความจำ ปัญญา ความเชื่อ เจตคติ 3. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีการตั้งสมมติฐาน ออกแบบการวิจัย เก็บข้อมูล/ทดลอง วิเคราะห์ด้วยสถิติ อภิปรายและสรุปผล ความรู้ทางจิตวิทยาต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่เอามาจากประสบการณ์หรือนั่งคิดเอาเอง ความจริงทฤษฎีหลายอย่างมาจากการทดลองในสัตว์ ดังนั้นจิตวิทยาสามารถใช้อธิบายจิตใจของสัตว์ได้ด้วย เช่น นำไปฝึกสุนัขให้ทำตามคำสั่ง
จบออกมาแล้วมีงานทำไหม?
เคยตอบอย่างละเอียดไปในกระทู้ https://pantip.com/topic/40104058/comment6 เดี๋ยวคัดลอกมาใส่ไว้ด้วย เผื่อกระทู้ต้นฉบับถูกลบ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เราเป็นนักจิตวิทยา นักจิตวิทยาเป็นอาชีพใหม่ในประเทศไทย จึงไม่แปลกที่คนยังไม่ค่อยรู้จักและให้ความสำคัญนัก พอพูดถึงจิตวิทยาคนก็มักนึกถึงโรงพยาบาลและคนบ้า บางคนรู้เพิ่มมาว่านักจิตวิทยาทำงานเป็น HR ในบริษัทเอกชนได้ แต่ภาพรวมคนก็ยังไม่รู้จริง ๆ ว่านักจิตวิทยาคืออะไร จิตวิทยาไม่ได้เป็นวิชาชีพโดยตรงเหมือนแพทย์หรือวิศวะ ถ้าเปรียบเทียบนักจิตวิทยาก็เหมือนกับนักเศรษฐศาสตร์ เรียนหลายทฤษฎี แต่ไม่ได้การันตีว่าเรียนจบแล้วจะต้องทำงานนี้งานนั้นแน่ ๆ เรียนจบแล้วจะทำงานอะไรก็เป็นเรื่องของแต่ละคนว่าอยากทำอะไร จะนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้อย่างไร
ใช่ ตอนนี้ตำแหน่งงานจิตวิทยามีน้อย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรสนใจ รุ่นพี่คนหนึ่งพูดไว้โดนใจและเห็นด้วยมากว่า "จิตวิทยาสอนให้เป็นนักจิตวิทยาที่ดี ไม่ได้สอนให้เป็นผู้ประกอบการ คนที่เรียนจบจิตวิทยาจึงมุ่งแต่หางาน แต่ไม่ได้สร้างงานขึ้นเอง ทำให้จิตวิทยาในไทยโตช้า" เราเห็นโอกาสตั้งมากมายที่จะเติบโตได้
- นักจิตวิทยาที่ชอบสถิติกับการประเมินก็สร้างแบบประเมินทางจิตวิทยาขึ้นมา ยิ่งถ้าเป็นแบบประเมินทางคลินิกของไทยแล้วยิ่งมีน้อย ถ้าสร้างแบบประเมินได้แล้วหาลูกค้าได้ก็ทำเงินได้
- คนที่รับจ้างทำวิจัยจากเอกชนหรือรัฐบาลก็บอกว่ามีคนว่าจ้างเยอะ แต่คนรับจ้างน้อยจนงานล้น ที่เคยได้ยินสูงสุดก็หลักล้านบาทต่องาน เป็นนักวิจัยอิสระหรือเรียกว่าฟรีแลนซ์ก็ได้ บางคนเป็นอาจารย์มหาลัยแล้วมารับงานเพิ่มก็มี
- ทางสายคลินิกหรือปรึกษาก็สามารถมาเปิดศูนย์สุขภาพจิตได้ คล้ายกับแพทย์ที่ออกมาเปิดคลินิกของตัวเองตอนออกเวรจากโรงพยาบาล ลองเสิร์ชว่า "ปรึกษานักจิตวิทยา" จะเห็นว่ามีหลายแห่ง แต่ก็ยังไม่พอกับจำนวนคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ลองดูจากจำนวนคนที่ตั้งกระทู้ในพันทิพในแต่ละวันก็ได้
- ตำแหน่งที่รับเยอะคือฝ่ายบุคคล คนที่เรียนจิตวิทยาหรือบริหารบุคคลจะได้เปรียบในการสมัครงานและตอนสัมภาษณ์งาน จิตวิทยานำไปประยุกต์ใช้ได้เยอะ เช่น การสร้างแบบประเมินทางจิตวิทยาเพื่อรับพนักงานใหม่และประเมินพนักงานปัจจุบัน หาวิธีจูงใจพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เราสนใจเรื่องจิตวิทยาผสมกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ พวก AI กับ Machine Learning ก็มีส่วนคล้ายกับจิตวิทยาหลายอย่าง ยิ่งเป็น A.I. ที่มีอารมณ์ความรู้สึกและระบบความคิดเหมือนมนุษย์ยิ่งต้องการนักจิตวิทยาเข้าไปทำงานร่วมด้วย หรือถ้ามองแบบเวอร์ ๆ อนาคตอาจมีอุปกรณ์พกพาที่เชื่อมต่อกับสมองโดยตรงก็ได้ ส่งภาพและเสียงเข้าไปในสมองโดยตรงไม่ต้องผ่านตากับหู ของพวกนี้เมื่อเทียบกับทฤษฎีและงานวิจัยในปัจจุบันแล้วมีโอกาสเป็นไปได้จริงในอนาคต วิศวกรอยากเข้าถึงสมองก็ต้องทำงานร่วมกับนักประสาทวิทยาหรือนักจิตวิทยาอยู่ดี
สรุป : มีอีกหลายงานมากมายที่นักจิตวิทยาสามารถทำได้และได้ใช้สิ่งที่เรียน มีงานอีกมากมายที่ยังไม่ได้เล่า ตอนนี้ยังไม่โตไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสโต มองกลับกันตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะเข้ามาในวงการจิตวิทยา สิ่งสำคัญคือต้องรู้จัก "สร้างงาน" ของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่หางานอย่างเดียว โอกาสมีเยอะแต่คนไม่เข้ามานี่ล่ะคือโอกาสทอง ถ้าไม่มีคนทำมาก่อนเราก็เป็นคนแรกเสียเลยสิ กลุ่มลูกค้ามีมากมาย คนไม่รู้จักก็ต้องประชาสัมพันธ์โปรโมทให้คนรู้จัก หาความรู้เพิ่มเรื่องการบริหารธุรกิจ การตลาด การโฆษณา อธิบายว่านักจิตวิทยาคืออะไร แสดงความสามารถของตัวเองให้คนอื่นเห็น ถ้าเปรียบเหมือนการซื้อหุ้น ตอนนี้หุ้นจิตวิทยามีราคาต่ำกว่ามาตรฐานและมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ถ้าจะซื้อเข้าก็รีบเข้ามาตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่ารอให้ติดดอยก่อนแล้วค่อยซื้อ
เพิ่มเติม : ไม่ต้องห่วงเรื่องรายได้ อย่างที่บอกว่าถ้าสร้างงานได้ก็สามารถหาเงินได้ ถ้าคุณเก่งจริงมีคนรู้จักคุณเดี๋ยวเงินไหลมาเอง รับงานวิจัยใหญ่ได้หลักแสนหลักล้านต่องานก็มี ให้บริการปรึกษาปัญหาทางจิตราคาชั่วโมงละไม่ต่ำกว่าพันบาท รับแค่เดือนละ 20 คนก็ได้เท่าเงินเดือนพนักงานบริษัทแล้ว หรือจะเขียนหนังสือจิตวิทยาแบบขุนเขา สินธุเสนก็ได้ หรือไม่ก็ทำงานหลายอาชีพพร้อมกัน สมัยนี้การมีอาชีพเสริมเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นอย่ามัวแต่บ่นว่าทำไมหน่วยงานนั้นให้เงินเดือนนักจิตวิทยาแค่ 12,000 - 15,000 บาท เพราะนั่นกำลังปล่อยโอกาสดีให้หลุดมือไปด้วยตัวเอง
ต่างกับจิตแพทย์ตรงไหน?
จิตแพทย์คือแพทย์สาขาหนึ่ง แพทย์หรือหมอคือคนที่รักษาโรค นักจิตวิทยาคือนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาจิตใจ นึกภาพนักวิทยาศาสตร์กับแพทย์ดูว่าต่างกันแค่ไหน นักจิตวิทยาส่วนใหญ่ไม่คล้ายกับจิตแพทย์ เป็นงานคนละอย่างกันเลย มีเฉพาะนักจิตวิทยาคลินิกที่ทำงานคล้ายกับจิตแพทย์ แต่นักจิตวิทยาคลินิกก็ต่างจากจิตแพทย์อยู่ดี สิ่งที่เด่นที่สุดคือการสร้างและใช้แบบประเมินทางคลินิกเป็นหน้าที่ของนักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยา (ทุกสาขา) จะเชี่ยวชาญด้านนี้มากกว่าจิตแพทย์ มีรุ่นพี่คนหนึ่งได้เขียนกระทู้อธิบายความแตกต่างระหว่างนักจิตวิทยากับจิตแพทย์ไว้ละเอียดแล้ว ลองไปอ่านดูนะคะ https://www.dek-d.com/board/view/3961944/
และมันมีความสำคัญอย่างไร?
คณะ/สาขาจิตวิทยาเน้นความเป็นวิชาการมากกว่าวิชาชีพ จึงไม่แปลกที่เรียนจบแล้วไม่มีอาชีพที่ชัดเจนเหมือนวิศวะหรือแพทย์ แต่ถึงอย่างนั้นจิตวิทยาก็มีประโยชน์ในเชิงวิชาการสูง ก็เหมือนกับวิชาอื่น ๆ อย่างรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิชาเหล่านี้มีประโยชน์ในเชิงวิชาการ ในวันนี้งานวิจัยวิชาการบางอย่างไม่รู้ว่าทำแล้วได้ประโยชน์อะไร แต่ในอนาคตงานวิจัยชิ้นเดิมอาจมีประโยชน์มากก็ได้ ตัวอย่างการนำจิตวิทยาไปใช้ เช่น การปรับพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ การโน้มน้าวใจให้เปลี่ยนเจตคติ การจัดการกับปัญหาทางสุขภาพจิต การออกแบบ A.I หรือ machine learning
ตามคำนิยาม "จิตวิทยาคือการศึกษาเกี่ยวกับ พฤติกรรม (behavior) และการรู้คิด (cognition) โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์" มีคีย์เวิร์ด 3 คำได่แก่ 1. พฤติกรรมหมายถึงสิ่งที่แสดงออกมาเป็นรูปธรรม สามารถสังเกตได้ด้วยประสาทสัมผัสหรือเครื่องมือ เช่น การเดิน การนอน ความดันโลหิต ฮอร์โมน 2. การรู้คิดเป็นคำเรียกรวมการทำงานของจิตใจที่เป็นนามธรรม เช่น การคิด การรับรู้ ความรู้ ความจำ ปัญญา ความเชื่อ เจตคติ 3. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีการตั้งสมมติฐาน ออกแบบการวิจัย เก็บข้อมูล/ทดลอง วิเคราะห์ด้วยสถิติ อภิปรายและสรุปผล ความรู้ทางจิตวิทยาต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่เอามาจากประสบการณ์หรือนั่งคิดเอาเอง ความจริงทฤษฎีหลายอย่างมาจากการทดลองในสัตว์ ดังนั้นจิตวิทยาสามารถใช้อธิบายจิตใจของสัตว์ได้ด้วย เช่น นำไปฝึกสุนัขให้ทำตามคำสั่ง
จบออกมาแล้วมีงานทำไหม?
เคยตอบอย่างละเอียดไปในกระทู้ https://pantip.com/topic/40104058/comment6 เดี๋ยวคัดลอกมาใส่ไว้ด้วย เผื่อกระทู้ต้นฉบับถูกลบ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เราเป็นนักจิตวิทยา นักจิตวิทยาเป็นอาชีพใหม่ในประเทศไทย จึงไม่แปลกที่คนยังไม่ค่อยรู้จักและให้ความสำคัญนัก พอพูดถึงจิตวิทยาคนก็มักนึกถึงโรงพยาบาลและคนบ้า บางคนรู้เพิ่มมาว่านักจิตวิทยาทำงานเป็น HR ในบริษัทเอกชนได้ แต่ภาพรวมคนก็ยังไม่รู้จริง ๆ ว่านักจิตวิทยาคืออะไร จิตวิทยาไม่ได้เป็นวิชาชีพโดยตรงเหมือนแพทย์หรือวิศวะ ถ้าเปรียบเทียบนักจิตวิทยาก็เหมือนกับนักเศรษฐศาสตร์ เรียนหลายทฤษฎี แต่ไม่ได้การันตีว่าเรียนจบแล้วจะต้องทำงานนี้งานนั้นแน่ ๆ เรียนจบแล้วจะทำงานอะไรก็เป็นเรื่องของแต่ละคนว่าอยากทำอะไร จะนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้อย่างไร
ใช่ ตอนนี้ตำแหน่งงานจิตวิทยามีน้อย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรสนใจ รุ่นพี่คนหนึ่งพูดไว้โดนใจและเห็นด้วยมากว่า "จิตวิทยาสอนให้เป็นนักจิตวิทยาที่ดี ไม่ได้สอนให้เป็นผู้ประกอบการ คนที่เรียนจบจิตวิทยาจึงมุ่งแต่หางาน แต่ไม่ได้สร้างงานขึ้นเอง ทำให้จิตวิทยาในไทยโตช้า" เราเห็นโอกาสตั้งมากมายที่จะเติบโตได้
- นักจิตวิทยาที่ชอบสถิติกับการประเมินก็สร้างแบบประเมินทางจิตวิทยาขึ้นมา ยิ่งถ้าเป็นแบบประเมินทางคลินิกของไทยแล้วยิ่งมีน้อย ถ้าสร้างแบบประเมินได้แล้วหาลูกค้าได้ก็ทำเงินได้
- คนที่รับจ้างทำวิจัยจากเอกชนหรือรัฐบาลก็บอกว่ามีคนว่าจ้างเยอะ แต่คนรับจ้างน้อยจนงานล้น ที่เคยได้ยินสูงสุดก็หลักล้านบาทต่องาน เป็นนักวิจัยอิสระหรือเรียกว่าฟรีแลนซ์ก็ได้ บางคนเป็นอาจารย์มหาลัยแล้วมารับงานเพิ่มก็มี
- ทางสายคลินิกหรือปรึกษาก็สามารถมาเปิดศูนย์สุขภาพจิตได้ คล้ายกับแพทย์ที่ออกมาเปิดคลินิกของตัวเองตอนออกเวรจากโรงพยาบาล ลองเสิร์ชว่า "ปรึกษานักจิตวิทยา" จะเห็นว่ามีหลายแห่ง แต่ก็ยังไม่พอกับจำนวนคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ลองดูจากจำนวนคนที่ตั้งกระทู้ในพันทิพในแต่ละวันก็ได้
- ตำแหน่งที่รับเยอะคือฝ่ายบุคคล คนที่เรียนจิตวิทยาหรือบริหารบุคคลจะได้เปรียบในการสมัครงานและตอนสัมภาษณ์งาน จิตวิทยานำไปประยุกต์ใช้ได้เยอะ เช่น การสร้างแบบประเมินทางจิตวิทยาเพื่อรับพนักงานใหม่และประเมินพนักงานปัจจุบัน หาวิธีจูงใจพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เราสนใจเรื่องจิตวิทยาผสมกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ พวก AI กับ Machine Learning ก็มีส่วนคล้ายกับจิตวิทยาหลายอย่าง ยิ่งเป็น A.I. ที่มีอารมณ์ความรู้สึกและระบบความคิดเหมือนมนุษย์ยิ่งต้องการนักจิตวิทยาเข้าไปทำงานร่วมด้วย หรือถ้ามองแบบเวอร์ ๆ อนาคตอาจมีอุปกรณ์พกพาที่เชื่อมต่อกับสมองโดยตรงก็ได้ ส่งภาพและเสียงเข้าไปในสมองโดยตรงไม่ต้องผ่านตากับหู ของพวกนี้เมื่อเทียบกับทฤษฎีและงานวิจัยในปัจจุบันแล้วมีโอกาสเป็นไปได้จริงในอนาคต วิศวกรอยากเข้าถึงสมองก็ต้องทำงานร่วมกับนักประสาทวิทยาหรือนักจิตวิทยาอยู่ดี
สรุป : มีอีกหลายงานมากมายที่นักจิตวิทยาสามารถทำได้และได้ใช้สิ่งที่เรียน มีงานอีกมากมายที่ยังไม่ได้เล่า ตอนนี้ยังไม่โตไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสโต มองกลับกันตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะเข้ามาในวงการจิตวิทยา สิ่งสำคัญคือต้องรู้จัก "สร้างงาน" ของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่หางานอย่างเดียว โอกาสมีเยอะแต่คนไม่เข้ามานี่ล่ะคือโอกาสทอง ถ้าไม่มีคนทำมาก่อนเราก็เป็นคนแรกเสียเลยสิ กลุ่มลูกค้ามีมากมาย คนไม่รู้จักก็ต้องประชาสัมพันธ์โปรโมทให้คนรู้จัก หาความรู้เพิ่มเรื่องการบริหารธุรกิจ การตลาด การโฆษณา อธิบายว่านักจิตวิทยาคืออะไร แสดงความสามารถของตัวเองให้คนอื่นเห็น ถ้าเปรียบเหมือนการซื้อหุ้น ตอนนี้หุ้นจิตวิทยามีราคาต่ำกว่ามาตรฐานและมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ถ้าจะซื้อเข้าก็รีบเข้ามาตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่ารอให้ติดดอยก่อนแล้วค่อยซื้อ
เพิ่มเติม : ไม่ต้องห่วงเรื่องรายได้ อย่างที่บอกว่าถ้าสร้างงานได้ก็สามารถหาเงินได้ ถ้าคุณเก่งจริงมีคนรู้จักคุณเดี๋ยวเงินไหลมาเอง รับงานวิจัยใหญ่ได้หลักแสนหลักล้านต่องานก็มี ให้บริการปรึกษาปัญหาทางจิตราคาชั่วโมงละไม่ต่ำกว่าพันบาท รับแค่เดือนละ 20 คนก็ได้เท่าเงินเดือนพนักงานบริษัทแล้ว หรือจะเขียนหนังสือจิตวิทยาแบบขุนเขา สินธุเสนก็ได้ หรือไม่ก็ทำงานหลายอาชีพพร้อมกัน สมัยนี้การมีอาชีพเสริมเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นอย่ามัวแต่บ่นว่าทำไมหน่วยงานนั้นให้เงินเดือนนักจิตวิทยาแค่ 12,000 - 15,000 บาท เพราะนั่นกำลังปล่อยโอกาสดีให้หลุดมือไปด้วยตัวเอง
ต่างกับจิตแพทย์ตรงไหน?
จิตแพทย์คือแพทย์สาขาหนึ่ง แพทย์หรือหมอคือคนที่รักษาโรค นักจิตวิทยาคือนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาจิตใจ นึกภาพนักวิทยาศาสตร์กับแพทย์ดูว่าต่างกันแค่ไหน นักจิตวิทยาส่วนใหญ่ไม่คล้ายกับจิตแพทย์ เป็นงานคนละอย่างกันเลย มีเฉพาะนักจิตวิทยาคลินิกที่ทำงานคล้ายกับจิตแพทย์ แต่นักจิตวิทยาคลินิกก็ต่างจากจิตแพทย์อยู่ดี สิ่งที่เด่นที่สุดคือการสร้างและใช้แบบประเมินทางคลินิกเป็นหน้าที่ของนักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยา (ทุกสาขา) จะเชี่ยวชาญด้านนี้มากกว่าจิตแพทย์ มีรุ่นพี่คนหนึ่งได้เขียนกระทู้อธิบายความแตกต่างระหว่างนักจิตวิทยากับจิตแพทย์ไว้ละเอียดแล้ว ลองไปอ่านดูนะคะ https://www.dek-d.com/board/view/3961944/
และมันมีความสำคัญอย่างไร?
คณะ/สาขาจิตวิทยาเน้นความเป็นวิชาการมากกว่าวิชาชีพ จึงไม่แปลกที่เรียนจบแล้วไม่มีอาชีพที่ชัดเจนเหมือนวิศวะหรือแพทย์ แต่ถึงอย่างนั้นจิตวิทยาก็มีประโยชน์ในเชิงวิชาการสูง ก็เหมือนกับวิชาอื่น ๆ อย่างรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิชาเหล่านี้มีประโยชน์ในเชิงวิชาการ ในวันนี้งานวิจัยวิชาการบางอย่างไม่รู้ว่าทำแล้วได้ประโยชน์อะไร แต่ในอนาคตงานวิจัยชิ้นเดิมอาจมีประโยชน์มากก็ได้ ตัวอย่างการนำจิตวิทยาไปใช้ เช่น การปรับพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ การโน้มน้าวใจให้เปลี่ยนเจตคติ การจัดการกับปัญหาทางสุขภาพจิต การออกแบบ A.I หรือ machine learning
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เรียนจิตวิทยาแล้วได้อะไร เรียนไปทำไม ?
ปล.ขอให้ตอบอย่างมีเหตุผล โดยละเอียด