เรื่อวราวของเด็กที่ถูกบลูลี่และถูกแฟนขืนใจ

เราเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะโดนbullyมาเหมือนกับเรา ตลอดระยะเวลาที่เรียนเราถูกคนเกือบทั้งห้องบลูลี่เกือบๆสามปีเต็มๆ เรื่องราวนี้อยากเอามาให้ใครหลายๆคนฟังเพื่อเป็นกำลังใจนะคะ
ย้อนไปเมื่อสามปีก่อนเราหาวิทยาลัยเรียนเพราะอยากลดค่าใช้จ่ายที่บ้าน ซึ่งที่นี่เขาให้ทุนเราค่ะ แรกๆไม่มีอะไรเรามองทุกคนเป็นเพื่อน คอยช่วยเหลือเรื่องเรียนถ้าเพื่อนมาถาม ทำงานเสร็จเป็นคนแรก ได้ทำกิจกรรมสร้างชื่อเสียง ( เดิมทีที่เรียนเก่าห้องของราเป็นห้องที่เข้มงวดและเรียนหนักมากๆ จึงต้องรีบทำรีบเสร็จ พอมาเรียนที่นี่มันเบามาก ส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรพื้นฐานที่เคยเรียนมาเลยเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเรา) 
ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเราเลยนะคะ เพราะเราไม่เคยได้มีโอกาสได้ทำแบบนี้ ไม่ว่าจะกนกรรมของสถาบันหรือห้องเราร่วมหมดเพราะอยากให้ทุกอย่างมันเป็นไปได้ด้วยดี แต่เชื่อเถอะค่ะว่าใครหลายๆคนคงไม่โอเค เพราะเรามาจากสังคมที่ไม่หมือนกัน
เราเป็นคนปากไวชอบพูดอะไรติดตลกบ่อย จนบางทีคนในห้องเอาไปคิดว่าเราตั้งใจ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการบลูลี่ค่ะ วันสอบราเห็นเพื่อนที่สนิทมากๆ( ถึงขั้นเวลาไปแข่งจะซื้อของฝากติดไปให้ด้วย ) เริ่มตีตัวออกห่างเราแปลกๆ จนห้องอื่นเหมือนหลุกปากว่าเราทะลาะกัน ไอ้เราก็สงสัยจนรู้ความจริงคือเรื่องคนในแชทค่ะ เรื่องมีอยู่ว่านางน่าจะชอบแหละ อยากcallด้วยแต่เขิน นางเลยให้เราคอลแทน เราเลยจัดให้พร้อมทั้งเปิดลำโพงพูดเต๊าะเล่นๆ(คือตอนนั้นเรามีแฟนแล้วแค่เต๊าะล่นสร้างความสนุกเฉยๆ) จึงเป็นบ่อเหตุเรื่องทั้งหมด 
ทุกคนเชื่อไหมคะว่าเพื่อนที่เราช่วยทุกคนกลับมารุมด่าเรา แอ๊บใส แรด ร่าน ยิ้ม แย่งของชาวบ้าน บลาๆใส่เรา ทั้งๆที่เราคิดว่าพวกเขาคือเพื่อนเราจริงๆ คือตอนนั้นเราโคตรจะรู้สึกแย่และเสียใจมากๆแล้วเรื่องนี้แฟนรู้ไปด่าเขา แต่แฟนมาโบ้ยว่าเราเป็นคนด่า(โดนรุมเดี่ยวเลยค่ะ)
แต่ก็พอผ่านมาได้สักพักยังพอมีเพื่อนจริงๆสองคน แล้วเพื่อนก็โอเคบอกว่าเราไม่ผิดและคอยให้กำลังใจ แล้วมีวันหนึ่งแฟน(อีกแล้วค่ะ)เขาไปโพสต์ด่าพวกนั้น พวกนั้นลยทักหาเราแล้วเขาได้เข้าเฟซเราเพื่อไปcallเคลียร์ สุดท้ายบอกให้เราไปเคลียร์ให้ทั้งๆที่ตัวเองไปก่อเรื่อง(งงไหมคะ พอค่ะ เลิกคบ) 
และหลังจากนั้นเรามักจะถูกแกล้ง ช่น ตอนพรีเซ็นต์งานกลุ่มอื่นได้คำถามในบทเรียนแต่กลุ่มเราได้คำถามนอกบทเรียน หรือตอนเรียนทั้งที่อาจารย์นั่งอยู่ก็แขวะและแซะเราไม่อาย รวมถึงพวกต่างๆและการกระทำเหมือนว่าเราไม่มีตัวตน มิหนำซ้ำเวลาเอาหนังสือไปแจกหรือเอางานไปให้ก็จะชักสีหน้าใส่แล้วพูดประมาณว่า 'วางดีๆไม่เป็นหรอ'
คือเราเครียดจริงๆ แต่เครียดเรื่องนี้ไม่พอดันเครียดเรื่องแฟนใหม่อีก แฟนคนนี้ทั้งขีนใจ ข่มขู่ และทำร้ายย่างกายเรา ซึ่งพอไปแจ้งความเราได้แค่กระดาษแผ่นเดียวกลับมา ตำรวจไม่สามารถช่วยเราได้เลย หลังจากนั้นเราเริ่มเข้าขั้นเป็นซึมเศร้าค่ะ แต่คนส่วนใหญ่ในห้องเวลาหยุดจะพูดกันประมาณว่า เราไปเอากับแฟนจนมาไม่ไหว รูบานบ้าง บลาๆ(เพื่อนเล่าให้ฟัง)
รู้สึกแย่จริงๆค่ะตอนนั้น เลยตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตายแต่ไม่ตายแอดมินเข้ารพ. แต่หลังจากออกมาเราหวาดกลัวเสมอ และเวลาที่กลัวหรือเสียใจมักจะกรีดข้อมือตัวเองเพื่อให้รู้สึกตัว(คนที่ไม่ชอบรื่องทำร้ายร่างกายขอโทษด้วยนะคะ)
แต่เราก็พยายามไม่คิดมากนะคะ พยายามตั้งใจเรียนจนล่าสุดวันจบเราได้เกียรติบัตรเรียนดีค่ะ เกรดเฉลี่ยมากที่สุดของสบานและห้องก็ว่าได้ แถมยังได้เกียรติบัตรที่ได้ไปแข่งแล้วได้เหรียญทองมาอีก เราเดินออกไปรับด้วยความดีใจ มีบางคนก็ยังแอบแขวะอยู่บ้างก็ตาม
เราคิดว่าอยากจะทำให้ตัวเองดีขึ้น อยากจะให้พวกเขาเสียดายที่มาด่าเรา อยากให้พวกเขาเสียหน้าที่ทำแบบเราไม่ได้ ถึงแม้วันนั้นเราไม่ได้ถ่ายรูปกับใครเลย แต่ได้ช่อดอกไม้จากอาจารย์ที่ฝึกตอนไปข่งนะคะ แค่นั้นน้ำตาก็ปริ่มแล้วถึงคนอื่นๆจะได้ไปถ่ายรูปกันป็นหมู่ก็ตาม
เอาคำด่าและคำดูถูกมาทำให้ตัวเองมีค่าเถอะค่ะ เรารู้ว่ามันยาก(จริงๆตอนนี้เราเป็นโรคเครียด คุณหมอบอก) แต่เราเชื่อว่าทุกคนต้องทำได้แน่ๆ ไม่มีใครสามารถอยู่คนเดียวได้จริง แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถแคร์สายตาและคำพูดของคนอื่นไว้ได้หมด ถึงสิ่งที่เราทำมันอาจไม่ดีเท่าไหร่แต่เราเชื่อ่าตัวเราได้พิสูจน์แล้วว่าเรานั้นไม่ได้เป็นอย่างที่พวกกเขาพูดและดีกว่านั้นเยอะ 
สำหรับใครที่คิดว่าการบลลี่คนอื่นเป็นเรื่องสนุกก็หยุดเถอะค่ะ มันบั่นทอนจิตใจคนโดนมากเลยนะคะซึ่งบางคนอาจจะคิดฆ่าตัวตายของเราด้วย ส่วนคนที่มีแฟนก็อยากให้เกียรติแล้วดูแลกันดีๆ ไม่ควรมองว่าsexคืออันดับ1นะคะ เพราะบางทีอีกฝ่ายแค่ได้จับมืออาจจะมีความสุขมากกับเรื่องบนเตียงก็ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่