เรื่องมีอยู่ว่าคบแฟนมา 2 ปีกว่า ต่างคนมีลูกติด เราฝากแม่และพี่สาวเลี้ยง
เขาให้ทางบ้านยายของลูกเลี้ยงค่ะ
ด้วยความที่พื้นฐานการเลี้ยงดูมาต่างกันมาก ต่างในที่นี้คือ ระดับการศึกษาและเงินเดือน แม่เลยไม่ค่อยยอมรับและห่วงว่าจะโดนหลอก ช่วงคบการ 6 เดือคแรกแม่บอกรักจริงก็มาขอ แม่เรียก 6 หมื่น จริงๆคิดว่าแม่ไม่ได้อยากได้เงินจริงๆค่ะ แค่อยากวัดใจ แต่ถ้าได้ก็ดี
แม่เคยบอกว่าจนก็ไม่เป็นไรแต่อยากให้ขยัน แต่ลึกๆก็อยากให้เราได้กับคนมีเงิน 😓
แฟนก็ผัดผ่อนมาเรื่อยๆ
แถมเคยว่าใส่เรา ประมาณว่า คบคนอื่นมา คนกินสุดท้ายต้องมาจ่าย เราโมโหค่ะแต่เรื่องก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว
ช่วงที่ผ่านมาเขามีเงินกู้บริษัท เราพยายามต่อรองแม่ว่ามันเร็วไปและเขาก็มีรายจ่ายเรื่องรถ เราไม่อยากกดดัน
และเรายังไม่มั่นใจเลยไม่อยากรีบ
แถมช่วงแรกทะเลาะกันบ่อย เลยถึงขั้นบีบคอกันเลย
ขอลงรายเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน
แฟนเงินเดือน 20k หักกู้ 4200 กอลทุน+ปกส 2700 ผ่อนรถยนต์ 7000 ส่งลูก 2000
เรารายได้ 35k กองทุน+ปกส 4200 ส่งบ้านตจว.กับพี่สาวคนละ 3000 ส่งลูก 5000 ประกัน 1500
ค่าหอพักน้ำไฟที่จอดรถ 4600
ค่าน้ำมันแบ่งกันจ่าย ช่วงแรกๆเราจ่ายมากกว่า ค่าmaintenance รถ เราเสนอช่วยคนละครึ่ง
ค่าของใช้ในห้อง ทีวี ตู้เย็นไมโครเวฟเราซื้อเองผ่อนเองทุกอย่าง ครีมสกินแคร์เราใช้เคาท์เตอร์แบรนด์ เราออกมาตลอดแต่เขามาใช้ด้วย ของตัวเองไม่เคยซื้อเราต้องเลือกซื้อมาให้หลักพันตลอด ของใช้ทั่วไปในบ้านเราออก
เขาไม่เคยเสนอจ่ายไรหรือแม้กระทั่งปลั๊กไฟไม่พอก็ไม่เคยหาซื้อมา
ปัญหาตอนนี้ คือ เงินกู้เขาใกล้หมดแล้วเหลือเดือนสุดท้ายที่ผ่อน เราคิดว่าควรพร้อมที่จะเก็บเงิน แบบจริงๆจังๆ แต่เขาบอกมาตลอดว่ารอเงิน long service 10 ปี ที่ได้ปีหน้า 7 หมื่น
แต่การใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมันไม่ใช่แค่เรื่องสินสอด แต่มันคือหลังจากนั้น คนสองคนจะต้องช่วยกันเก็บเงินเพื่ออนาคต เพื่อบั้นปลายชีวิตมากกว่า
และเราก็จะย้ายงานไปทำที่ไกลขึ้นอีกต้องไปเช่าห้องใหม่อยู่ และห้องเก่าเราก็คงต้องจ่ายด้วยทั้งที่เขาอยู่
เรื่องห้องตอนแรกจะย้ายไปใกล้แนวรถไฟฟ้าด้วยกัน เรายอมเดินทางเหนื่อยและค่ารถ 5000 ต่อเดือนได้อยู่ด้วยกัน แต่เขาไม่อยากไปมันไกลที่ทำงานเขามากขึ้นแต่ก็มีรถรับส่ง แต่ติดเรื่องหมาที่ต้องแอบเลี้ยง ที่หอเก่าคนดูแลเขาไม่ว่าค่ะ เราเลยคิดว่าไม่มีใครอยากลำบากกับใคร
เราก็จะไม่ฝืน เราย้ายไปใกล้เราก็สบายเราเหมือนกันถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกันทุกวัน
ที่สำคัญคือ เมื่อไม่นานมานี้เขากลับมาสนใจพวกพระดัง ก่อนหน้าคบกันก็ชอบนะคะเห็นมีเป็นกล่อง แต่ไม่ได้ดูจริงจังเท่าตอนนี้ เราก็โอเคนะคะ คิดว่าอย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งที่ชอบ
ก็มีการซื้อมาขายไป ซื้อๆขายๆออนไลน์งี้ แต่เริ่มเก็บที่ราคาแพงๆ 3000 5000 6000 ราคาเกือบหมื่นก็จะเอาถ้าไม่ยั้งไว้ก่อน
เงินจากไหนที่มาลงทุน ก็ยืมเงินเรานี่แหละค่ะ
เงินจากการจ้างออก รวมๆหลายรอบก็ 35000 ประกันรถอีก เกือบ 20000 (เราไม่ช่วยส่วนนี้ เพราะเราเสนอต่อภาษีให้ และฟิล์มรถก็เสื่อมแล้วคงต้องเป็นเราที่จ่าย อีกอย่างค่าห้องไม่เคยช่วยค่ะ)
เราแย๊บหลายรอบแล้วค่ะเรื่องเงินสินสอด
เขาบอกมันมีเวลาของมันอยู่แล้ว กลางปีหน้าจากเงิน long service
เราไม่ได้อยากให้กู้เงินมาสู่ขอไรเลยนะคะ
แต่ถ้าเขาไม่มีผ่อนไรแล้วก็อยากเก็บเงินแล้วแต่งปีหน้า เรารอได้ค่ะ
แต่พอไม่มีหนี้ดันจะมาก่อหนี้เพื่อกิเลสตัวเอง อยากเก็บพระนั่นพระนี่ แถมอยากให้ลงทุนพระเป็นลัง แต่เราว่ามันเสี่ยงไป และไม่คิดเก็บเงินมาขอ
ให้ความสำคัญเราลำดับสุดท้าย
เหมือนเขากู้เงินมาลงพระเพื่อเป็นทรัพย์สินส่วนตัวตัวเองมากกว่า เลิกกันเขามีเงินเก็บทำนองนี้ค่ะ
เขาบอกเขามีเงินไม่ได้เป็นต้องใช้หมด แต่เราไม่ชอบบังคับใครด้วยการให้เงินไปทำงานวันละ 100 ไรงี้ค่ะ เป็นเราคงอึดอัด
แต่เราเป็นคนประหยัดรู้ค่าเงิน แต่ไม่ได้งก มือถือใช้เครื่องละ 5000 มา 3ปี กล้องแตกก็ยังใช้ จ่ายคนอื่นได้เพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แต่ตัวเองไว้ทีหลังได้ จะซื้ออะไรแต่ละทีคิดแล้วคิดอีก
คบกับเขาก็อยากไปเที่ยวด้วยกันเคยไปครั้งเดียวช่วงคบใหม่ๆ แต่ไม่เคยพาไปอีกเลย เขามองว่าเปลือง
กินของห้างที่ไม่แพงก็แทบไม่เคยเต็มที่ฮาจิบัง เหมินไม่ค่อยสนใจความสุขเรา พิซซ่างี้ิอยากกินก็สั่งเอง
เคยทะเลาะกันทีนึงว่าจะเลิก เราบอกงั้นถ้าเลิกก็คืนเงินค่าเช่าหอให้ด้วยเดือนละ 2000 คบ 2 ปี 50000 เพราเขาผ่อนรถต์เราไม่ได้ได้อะไรด้วย เหมือนเราช่วยผ่อนรถเพราะลำพังเขาอยู่คนเดียวไม่พอจ่ายค่าห้องเลย เขาบอกเราก็นั่งก็ใช้อยู่ทุกวัน
แพลนว่าจะซื้อบ้าน เขาไม่เคยบอกว่าจะช่วยออกเท่าไร แต่ก็อยากมีชื่อร่วมกู้ด้วย
แต่ใจนึงก็ลำบากใจถ้าซื้อแล้วเราเป็นอะไรไป ลูกเราจะมีสิทธิ์แค่ไหน ไม่ใช่ว่าเราไม่รักเขาแล้วคิดงี้นะคะ แต่เรายังไม่เห็นเขาพยายามอะไรเพื่อเรา
เรารักใครเราเต็มร้อย แต่ถ้าเขาไม่เต็มร้อย มันก็เหมือนเอาเงินให้คนอื่นเฉยๆ
อีกอย่างที่สำคัญคือเราห่วงลูกเรามาก เราส่งเรียนเอกชน มีเรียนพิเศษเสริม
ไปหาเดือนละ 1-2 ครั้งตลอด
เราตั้งปณิธานไว้เลยว่าเราจะมีใครเราจะไม่ทิ้งลูกเราเด็ดขาด
อยากฟังแนวทางการแก้ปัญหาจากหลายๆท่านค่ะ
1.ถ้าอยากคบแฟนต่อ เรื่องเงินควรจัดการอย่างไร
2.คนมีลูกติดบริหารเรื่องเงินแบบไหนกันบ้างคะ
3.แยกกันอยู่แล้ว เราควรช่วยออกค่าห้องมั้ยคะ (ถ้าไม่เอาไปกู้บ.ก็คงเหลือจ่ายเอง)
4.เรามองมุมเรามากไปมั้ย หรือมีแง่มุมอื่นจากหลายท่านที่มีประสบการณ์มาแนะนำเผื่อเราไปปรับใช้ค่ะ
5.แนะนำเรื่องอื่นๆเพิ่มได้ค่ะ
อาจจะพิมพ์วนไปวนมานะคะต้องขออภัยด้วยค่ะ
ชีวิตคู่กับคู่ชีวิตที่ชอบสะสมเล่นพระควรจัดการยังไงดี
เขาให้ทางบ้านยายของลูกเลี้ยงค่ะ
ด้วยความที่พื้นฐานการเลี้ยงดูมาต่างกันมาก ต่างในที่นี้คือ ระดับการศึกษาและเงินเดือน แม่เลยไม่ค่อยยอมรับและห่วงว่าจะโดนหลอก ช่วงคบการ 6 เดือคแรกแม่บอกรักจริงก็มาขอ แม่เรียก 6 หมื่น จริงๆคิดว่าแม่ไม่ได้อยากได้เงินจริงๆค่ะ แค่อยากวัดใจ แต่ถ้าได้ก็ดี
แม่เคยบอกว่าจนก็ไม่เป็นไรแต่อยากให้ขยัน แต่ลึกๆก็อยากให้เราได้กับคนมีเงิน 😓
แฟนก็ผัดผ่อนมาเรื่อยๆ
แถมเคยว่าใส่เรา ประมาณว่า คบคนอื่นมา คนกินสุดท้ายต้องมาจ่าย เราโมโหค่ะแต่เรื่องก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว
ช่วงที่ผ่านมาเขามีเงินกู้บริษัท เราพยายามต่อรองแม่ว่ามันเร็วไปและเขาก็มีรายจ่ายเรื่องรถ เราไม่อยากกดดัน
และเรายังไม่มั่นใจเลยไม่อยากรีบ
แถมช่วงแรกทะเลาะกันบ่อย เลยถึงขั้นบีบคอกันเลย
ขอลงรายเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน
แฟนเงินเดือน 20k หักกู้ 4200 กอลทุน+ปกส 2700 ผ่อนรถยนต์ 7000 ส่งลูก 2000
เรารายได้ 35k กองทุน+ปกส 4200 ส่งบ้านตจว.กับพี่สาวคนละ 3000 ส่งลูก 5000 ประกัน 1500
ค่าหอพักน้ำไฟที่จอดรถ 4600
ค่าน้ำมันแบ่งกันจ่าย ช่วงแรกๆเราจ่ายมากกว่า ค่าmaintenance รถ เราเสนอช่วยคนละครึ่ง
ค่าของใช้ในห้อง ทีวี ตู้เย็นไมโครเวฟเราซื้อเองผ่อนเองทุกอย่าง ครีมสกินแคร์เราใช้เคาท์เตอร์แบรนด์ เราออกมาตลอดแต่เขามาใช้ด้วย ของตัวเองไม่เคยซื้อเราต้องเลือกซื้อมาให้หลักพันตลอด ของใช้ทั่วไปในบ้านเราออก
เขาไม่เคยเสนอจ่ายไรหรือแม้กระทั่งปลั๊กไฟไม่พอก็ไม่เคยหาซื้อมา
ปัญหาตอนนี้ คือ เงินกู้เขาใกล้หมดแล้วเหลือเดือนสุดท้ายที่ผ่อน เราคิดว่าควรพร้อมที่จะเก็บเงิน แบบจริงๆจังๆ แต่เขาบอกมาตลอดว่ารอเงิน long service 10 ปี ที่ได้ปีหน้า 7 หมื่น
แต่การใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมันไม่ใช่แค่เรื่องสินสอด แต่มันคือหลังจากนั้น คนสองคนจะต้องช่วยกันเก็บเงินเพื่ออนาคต เพื่อบั้นปลายชีวิตมากกว่า
และเราก็จะย้ายงานไปทำที่ไกลขึ้นอีกต้องไปเช่าห้องใหม่อยู่ และห้องเก่าเราก็คงต้องจ่ายด้วยทั้งที่เขาอยู่
เรื่องห้องตอนแรกจะย้ายไปใกล้แนวรถไฟฟ้าด้วยกัน เรายอมเดินทางเหนื่อยและค่ารถ 5000 ต่อเดือนได้อยู่ด้วยกัน แต่เขาไม่อยากไปมันไกลที่ทำงานเขามากขึ้นแต่ก็มีรถรับส่ง แต่ติดเรื่องหมาที่ต้องแอบเลี้ยง ที่หอเก่าคนดูแลเขาไม่ว่าค่ะ เราเลยคิดว่าไม่มีใครอยากลำบากกับใคร
เราก็จะไม่ฝืน เราย้ายไปใกล้เราก็สบายเราเหมือนกันถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกันทุกวัน
ที่สำคัญคือ เมื่อไม่นานมานี้เขากลับมาสนใจพวกพระดัง ก่อนหน้าคบกันก็ชอบนะคะเห็นมีเป็นกล่อง แต่ไม่ได้ดูจริงจังเท่าตอนนี้ เราก็โอเคนะคะ คิดว่าอย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งที่ชอบ
ก็มีการซื้อมาขายไป ซื้อๆขายๆออนไลน์งี้ แต่เริ่มเก็บที่ราคาแพงๆ 3000 5000 6000 ราคาเกือบหมื่นก็จะเอาถ้าไม่ยั้งไว้ก่อน
เงินจากไหนที่มาลงทุน ก็ยืมเงินเรานี่แหละค่ะ
เงินจากการจ้างออก รวมๆหลายรอบก็ 35000 ประกันรถอีก เกือบ 20000 (เราไม่ช่วยส่วนนี้ เพราะเราเสนอต่อภาษีให้ และฟิล์มรถก็เสื่อมแล้วคงต้องเป็นเราที่จ่าย อีกอย่างค่าห้องไม่เคยช่วยค่ะ)
เราแย๊บหลายรอบแล้วค่ะเรื่องเงินสินสอด
เขาบอกมันมีเวลาของมันอยู่แล้ว กลางปีหน้าจากเงิน long service
เราไม่ได้อยากให้กู้เงินมาสู่ขอไรเลยนะคะ
แต่ถ้าเขาไม่มีผ่อนไรแล้วก็อยากเก็บเงินแล้วแต่งปีหน้า เรารอได้ค่ะ
แต่พอไม่มีหนี้ดันจะมาก่อหนี้เพื่อกิเลสตัวเอง อยากเก็บพระนั่นพระนี่ แถมอยากให้ลงทุนพระเป็นลัง แต่เราว่ามันเสี่ยงไป และไม่คิดเก็บเงินมาขอ
ให้ความสำคัญเราลำดับสุดท้าย
เหมือนเขากู้เงินมาลงพระเพื่อเป็นทรัพย์สินส่วนตัวตัวเองมากกว่า เลิกกันเขามีเงินเก็บทำนองนี้ค่ะ
เขาบอกเขามีเงินไม่ได้เป็นต้องใช้หมด แต่เราไม่ชอบบังคับใครด้วยการให้เงินไปทำงานวันละ 100 ไรงี้ค่ะ เป็นเราคงอึดอัด
แต่เราเป็นคนประหยัดรู้ค่าเงิน แต่ไม่ได้งก มือถือใช้เครื่องละ 5000 มา 3ปี กล้องแตกก็ยังใช้ จ่ายคนอื่นได้เพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แต่ตัวเองไว้ทีหลังได้ จะซื้ออะไรแต่ละทีคิดแล้วคิดอีก
คบกับเขาก็อยากไปเที่ยวด้วยกันเคยไปครั้งเดียวช่วงคบใหม่ๆ แต่ไม่เคยพาไปอีกเลย เขามองว่าเปลือง
กินของห้างที่ไม่แพงก็แทบไม่เคยเต็มที่ฮาจิบัง เหมินไม่ค่อยสนใจความสุขเรา พิซซ่างี้ิอยากกินก็สั่งเอง
เคยทะเลาะกันทีนึงว่าจะเลิก เราบอกงั้นถ้าเลิกก็คืนเงินค่าเช่าหอให้ด้วยเดือนละ 2000 คบ 2 ปี 50000 เพราเขาผ่อนรถต์เราไม่ได้ได้อะไรด้วย เหมือนเราช่วยผ่อนรถเพราะลำพังเขาอยู่คนเดียวไม่พอจ่ายค่าห้องเลย เขาบอกเราก็นั่งก็ใช้อยู่ทุกวัน
แพลนว่าจะซื้อบ้าน เขาไม่เคยบอกว่าจะช่วยออกเท่าไร แต่ก็อยากมีชื่อร่วมกู้ด้วย
แต่ใจนึงก็ลำบากใจถ้าซื้อแล้วเราเป็นอะไรไป ลูกเราจะมีสิทธิ์แค่ไหน ไม่ใช่ว่าเราไม่รักเขาแล้วคิดงี้นะคะ แต่เรายังไม่เห็นเขาพยายามอะไรเพื่อเรา
เรารักใครเราเต็มร้อย แต่ถ้าเขาไม่เต็มร้อย มันก็เหมือนเอาเงินให้คนอื่นเฉยๆ
อีกอย่างที่สำคัญคือเราห่วงลูกเรามาก เราส่งเรียนเอกชน มีเรียนพิเศษเสริม
ไปหาเดือนละ 1-2 ครั้งตลอด
เราตั้งปณิธานไว้เลยว่าเราจะมีใครเราจะไม่ทิ้งลูกเราเด็ดขาด
อยากฟังแนวทางการแก้ปัญหาจากหลายๆท่านค่ะ
1.ถ้าอยากคบแฟนต่อ เรื่องเงินควรจัดการอย่างไร
2.คนมีลูกติดบริหารเรื่องเงินแบบไหนกันบ้างคะ
3.แยกกันอยู่แล้ว เราควรช่วยออกค่าห้องมั้ยคะ (ถ้าไม่เอาไปกู้บ.ก็คงเหลือจ่ายเอง)
4.เรามองมุมเรามากไปมั้ย หรือมีแง่มุมอื่นจากหลายท่านที่มีประสบการณ์มาแนะนำเผื่อเราไปปรับใช้ค่ะ
5.แนะนำเรื่องอื่นๆเพิ่มได้ค่ะ
อาจจะพิมพ์วนไปวนมานะคะต้องขออภัยด้วยค่ะ