การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ และลดความรุนแรงของอาการหากได้รับเชื้อ
การเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ อาจมีอาการรุนแรงและส่งผลต่อชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เป็นต้น องค์การอนามัยโลกและกรมควบคุมโรค จึงแนะนำให้ทุกคน (อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป) รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นประจำทุกปี เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ และลดความรุนแรงของอาการหากได้รับเชื้อ
โดยกลุ่มที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวีดใหญ่ เพื่อลดความรุนแรงของอาการหากได้รับเชื้อ ประกอบด้วย
- เด็กเล็ก อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จนถึง 5 ปี
- ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
- สตรีมีครรภ์ หรือหลังคลอดไม่เกิน 2 สัปดาห์
- ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวาน หัวใจ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ข้อมูลเพิ่มเติม
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ใครบ้างควรฉีด?
https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/april-2020/who-needs-influenza-vaccine
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ใครบ้างควรฉีด?
การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ และลดความรุนแรงของอาการหากได้รับเชื้อ
การเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ อาจมีอาการรุนแรงและส่งผลต่อชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เป็นต้น องค์การอนามัยโลกและกรมควบคุมโรค จึงแนะนำให้ทุกคน (อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป) รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นประจำทุกปี เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ และลดความรุนแรงของอาการหากได้รับเชื้อ
โดยกลุ่มที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวีดใหญ่ เพื่อลดความรุนแรงของอาการหากได้รับเชื้อ ประกอบด้วย
- เด็กเล็ก อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จนถึง 5 ปี
- ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
- สตรีมีครรภ์ หรือหลังคลอดไม่เกิน 2 สัปดาห์
- ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวาน หัวใจ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้