JJNY : ศรป.ชง9ข้อยกร่างใหม่/สมคิดจี้รบ.เร่งเป็นเจ้าภาพแก้รธน./พิธาเสนอใช้เงินเหลือเยียวยารอบ2/'ข้าวหอม-หมู-กุ้ง'ราคาพุ่ง

กระทู้ข่าว
ศรป.ชี้รธน.60เป็นระเบิดเวลาของสังคมชง9ข้อยกร่างใหม่
https://www.dailynews.co.th/politics/787702
 
แนะปลดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ เป็นทางออกง่ายสุด ก่อนแก้ รธน.ระยะยาว "พิชาย"ซัด เป็นรธน.ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ
 

 
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. เวลา 13.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดเวทีสาธารณะ "แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางออกเพื่อชาติบ้านเมือง" ขึ้นเพื่อผลักดันข้อเสนอการแก้ไขปัญหาและหาทางออกจากความขัดแย้ง โดยเบื้องต้น ครป. ได้นำเสนอข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ 
 
1. แก้ไขยึดหลักตามรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นพื้นฐาน ยกเลิกบทเฉพาะกาลที่สืบทอดอำนาจทั้งหมด ยกเลิกการโหวตนายกฯร่วมของ ส.ส. และ ส.ว. 
2. ใช้ระบบเลือกตั้งผสมผสาน ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม
3. ควรยกเลิก ส.ว. ไปเลย ควรให้ ส.ส.ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมด และควรปรับลดจำนวน ส.ส.ลง
4. ควรกำหนดเงื่อนไขการปฏิรูปประเทศและกรอบเวลาให้มีความชัดเจนโดยเร็ว 
5. ต้องมีการกระจายอำนาจ ตามแนวคิดจังหวัดจัดการตนเอง ยกเลิกระบบราชการรวมศูนย์ เลือกตั้งผู้ว่าฯโดยตรง 
6. ยกเลิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ให้มีองค์กรที่อยู่เหนือรัฐบาลที่มาจากประชาชน 
7. ปฏิรูปองค์กรอิสระ และยกเครื่องใหม่ทั้งหมด 
8. ให้ปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายภาษีทรัพย์สินในอัตราก้าวหน้า เหมือนหลายๆ ประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ สร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ 
และ 9. ขยายสิทธิทางการเมือง สิทธิพลเมือง และสิทธิทางวัฒนธรรม ทั้งการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐ มีส่วนร่วมตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น
 
โดยนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ในฐานะประธาน ครป. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ นายมีชัย ฤชุพันธ์ และ คสช. เพราะตอบสนองความต้องการของ คสช.ได้อย่างเต็มที่ มีกลไกสืบทอดอำนาจ ทำให้รัฐบาลไม่มีทางประสบปัญหาทางกฎหมาย เพราะมี ส.ว.มาช่วย แต่รัฐธรรมนูญนี้เป็นระเบิดเวลาของสังคม เพราะมีการรวมศูนย์อำนาจไว้ในกลุ่มอภิสิทธิชนกลุ่มหนึ่ง คณาธิปไตยกลุ่มหนึ่งเท่านั้น โดยกีดกันประชาชนส่วนใหญ่ออกจากการมีส่วนร่วมทางการเมือง เกิดการเมืองที่ไม่เท่าเทียม ทำให้เกิดการแตกแยกของสังคมรอเวลาระเบิด  ซึ่งตอนนี้เห็นสัญญาณความขัดแย้งของหลายฝ่าย ที่ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญนี้ ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ
 
แต่คนที่อยู่ในอำนาจ หรือเชียร์รัฐบาล ยังไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นระเบิดเวลา เพราะนายกฯ และ 3 ป. ยังไม่เคยพูดถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ และไม่เคยพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นทางเลือกที่ควรจะถอดระเบิดเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่รัฐธรรมนูญนี้ถอดระเบิดยาก เพราะโครงสร้างซับซ้อนซ่อนเงื่อน จะแก้ทีหนึ่งต้องมีหลายขั้นตอนจนอาจจะไม่ทันเวลา ดังนั้นจึงควรเริ่มทำคู่ขนานทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นคือการแก้ในประเด็นที่แก้ได้ก่อนคือแก้บทเฉพาะกาลที่ให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ แต่จะไม่ง่ายเพราะเป็นหัวใจของคสช. ส่วนระยะยาวคือแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามหากแรงกดดันของคนในสังคมไม่มากเพียงพอเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 2 ระยะ จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นควรกดดัน ส.ว.ให้ขับเคลื่อนการแก้รัฐธรรมนูญ.
 

 
“สมคิด”จี้รบ.เร่งเป็นเจ้าภาพแก้ รธน.
https://www.innnews.co.th/politics/news_736000/
 
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน เผยว่า 
 
แม้คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นพ้องกันว่า จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นควรที่จะแก้ไขก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ เพราะหากแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังการเลือกตั้งไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ รัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพและให้นักการเมืองทั้งสภาร่วมมือกันจึงจะแก้ได้ ทั้งนี้ดูจากข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ก็จะทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาแน่นอน
 
ทั้งนี้นายสมคิด กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ควรนิ่งดูดาย เพราะรัฐธรรมนูญมีปัญหาที่มาของอำนาจของสมาชิกวุฒิสภามากเกินไป โดย พล.อ.ประยุทธ์ ลอยตัวเหนือปัญหาไม่รับรู้ข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชน ทั้งๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ รู้ว่าตัวเองไปต่อไม่ได้แล้ว แต่ไม่ยอมรับความจริง ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติด่วนต่อสภาเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากสมาชิกเห็นด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเร็วและเป็นสามารถชี้แจงต่อสังคมได้
 

 
“พิธา”เสนอรัฐบาลใช้เงินที่เหลือเยียวยารอบ2
https://www.innnews.co.th/politics/news_736006/
 
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและที่ปรึกษา กมธ.วิสามัญติดตาม-ตรวจสอบงบประมาณ และมาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤตโควิด กล่าวในเวทีสาธารณะ ชำแหละเงินกู้ฟื้นฟูโควิด โดยเห็นตรงกันว่า ต้องมีการบริหารจัดการ พ.ร.ก.กู้เงินให้ตรงวัตถุประสงค์ เพราะหากใช้ไม่ตรงจุด จะเป็นการกู้เงินโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประเทศมากขึ้น 
 
โดย นายพิธา ได้เสนอแนะการใช้งบประมาณที่เหลือไปยังรัฐบาล ว่า ต้องเก็บไว้เยียวยาประชาชนรอบที่ 2 หากจำเป็น สำหรับบุคคลที่ยังไม่สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างปกติ การใช้ในการกระตุ้นธุรกิจ SME โดยเฉพาะ เพื่อให้มีการจ้างงาน มาตรการจ้างงานใหม่ การใช้เงินอุดหนุนการท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเปิดบางจังหวัดที่มีความพร้อมด้านสาธารณสุข เพื่อให้การท่องเที่ยวฟื้นตัว ด้านการศึกษา ช่วยเด็กกลุ่มเปราะบาง ยากจนให้ได้เรียนต่อ รวมถึงต้องปลดล็อก Soft loan เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้จริง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่