แอบชอบครั้งแรก

สวัสดีค่ะขอแนะนำตัวก่อนนะคะเราชื่อแพรว😆


(ขอไม่บอกนะคะว่าสมหวังรึเปล่ารอลุ้นได้เลยค่ะ)เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นตอนม.2นะคะ เราดันไปแอบชอบเจ้าเด็กแบดบอยชั้นเดียวกันแต่คนละห้องค่ะทุลักทุเลพอตัวเลยแฮะๆ เรื่องราวของเรื่องนี้เริ่มขึ้นในวันปฐมนิเทศตอนเทอม1ค่ะสารภาพเลยว่าหาเด็กใหม่ส่องตามประสานั่นแหละค่ะ(ไอ้สายตาไม่รักดี>\\\<)เราก็มองๆไปและไม่หวังว่าจะเจออะไรหรอกนะคะเพราะร.รที่เรียนอยู่ค่อนข้างอยู่ในป่าในเขาค่ะ(เบรคความคิดว่ามันขาดแคลนนะคะ เพราะมันค่อนข้างจะเจริญพอตัวแถมใหญ่ซะด้วยมาแรกๆก็เกลียดร.รนี้ค่ะมันอยู่ในป่าในเขาแต่พออยู่ไปเรื่อยๆสบายใจดีค่ะเงียบสงบมาก)ความคิดจะเจอคนหน้าตาดีนี่ไม่ค่อยหวังค่ะเลยทำให้เราเรียนสถานเดียวเกรดก็3.50up (เห้ยๆกลับมาจะไปทะเลแล้วโว๊ยย)
อ้อๆกลับมาก่อน ก็นั่งส่องที่โรงอาหารค่ะหิวก็หิวอยากส่องผช ก็อยากก็เลยนั่งหันหน้าไปทางที่เป็นทางเดินค่ะนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวกับเพื่อนและเมาส์มอยตามประสาค่ะปิดเทอมก็คุยกันเปิดมาก็ยังจะคุยอี๊กกก็จังหวะเดียวกันกับที่รุ่นพี่โต๊ะข้างๆเมาส์กันเรื่องเด็กใหม่ซึ่งหูก็ดี๊ดีได้ยินว่านางหล่อแลอยู่ม.เดียวกันกับเราา เราก็แบบหล่อหรอมีด้วยเหรอคือก็ฟังๆแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะจนเพื่อนสกิดแขนแบบรัวเลย(มีเพื่อนคนเดียวค่ะคบกันมาจะ10ปีละให้นางชื่อAละกัน ที่คบนานไม่ใช่อะไรนะคะไม่มีคนคบค่ะ=^= หยอกๆ~)เราก็ฮะห๊าใส่มันแล้วก็เลิกคิ้วถามมันว่าอะไรๆทำไมมันก็แบบนู้นๆเราก็หันควับเลยค่ะ(คอแทบหลุด)

คือพอหันไปก็แบบโห้วววพระเจ้าช่วยคนรึเทพบุตรคะ หล่อแบบคิ้วทรงดีมากผิวขาวมากแบบม๊ากมาก
อาจจะเพราะยืนกลางแดดด้วยดั้งก็เป็นสันเลย ผมนี่คือมีผลต่อเบ้าหน้า1ล้าน%ค่ะยืนยันเลย(ด้วยความคนหล่อไม่ค่อยมีขนาดนี้คือที่สุดแล้วค่ะ)นางยืนเสยผมแบบนายแบบเลยค่ะส่วนสูงก็160upแน่ๆ ในวินาทีนั้นชมว่านางหล่อแต่ยังไม่ได้ชอบแบบจริงจังนะ  ซึ่งมันมีจิตวิทยารึเปล่าบอกว่า ถ้าเราแกล้งชอบใครเราจะชอบคนๆนั้นจริงๆซึ่งเราโดนในข้อนี้เลยค่ะ ด้วยความที่นางหล่อ ค่ะหล่อ หล่อมากด้วยเราเลยมานั่งนึกก็แบบเห้ยคนอย่างงี๊ก็อาจจะเพอร์เฟคไปหมดรึเปล่าเลยรู้สึกว่าถ้าจะไปชอบก็น่าจะเอื้อมไม่ถึงอ่ะค่ะเลยเลือกที่จะบอกเพื่อนไปว่าเอ่อๆน่ารักดีหล่อด้วยเพื่อนก็แบบรู้สเปคเราว่าชอบประมาณนี้ก็บอกว่า แหน่ะ ชอบอ่ะดิเราก็เออๆออไปตามมันว่าค่ะเพราะตอนนั้นก็ขอแอบเก็บภาพเทพบุตรเดินดินอยู่ค่ะบอกเลยว่าถ้ากล้องอยู่ในมือจะเก็บทุกอริยาบท อ้อสมมุติให้นางชื่อPนะคะ งื๊ออ พอมาเรียนหลังจากนั้นอาทิตย์
กว่าๆคนก็คุยเรื่องนางบ่อยขึ้นบางคนบอกนางเป็นเกย์รึเปล่าอะไรงี๊เราก็แอบนึกนะว่าเออดีนะไม่ต้องคบกับผญให้คนอื่นอิจฉา คบกับผชซะจบๆไป(ตัวแพรวเองก็เป็นสาวyค่ะ>\\\<)แต่พอมีคนเข้าไปถามนางก็บอกว่าไม่ใช่จะบอกว่าโล่งอกก็ใช่แหละ

หลังจากรู้ว่านางไม่ได้เป็นเกย์เราก็แทบไม่ได้เจอนางเท่าไหร่ค่ะเจอแค่ตอนเข้าแถวและก็ตอนย้ายห้องเรียนอ่ะค่ะ แบบมีเรียนห้องโสดก็ไปอย่างงี๊มีสวนทางเหมือนกันเราก็แอบชำเลืองตามองเค้าตลอดนะคะ จนมารู้ตัวอีกทีตายละ สายตาก็มองหาแต่เค้า วันไหนไม่เห็นหน้าคือเริ่มวุ่นวายในใจละ พอเจอหน้าจากแรกๆกล้าที่จะสบตาผ่านๆพอมาตอนนั้นคือแบบไม่กล้าสบแน้ววเขิลม้วนต้วนเลย
นางเรียนห้อง1ส่วนเราเรียนห้อง2นะคะ


แต่มารู้ฤทธิ์นางตอน1เดือนแรกค่ะนางพูดไม่เพราะเลยย(พูดหยาบบ่อยนั่นเองค่ะเข้าใจนะว่าปกติ..มันดูเป็นคนไม่ดีอ่ะค่ะ แต่ก็รู้ๆกันอยู่เนอะผญเราชอบที่ไหนละผู้ชายดีๆชอบแบบแบดๆนู้น)นางโดดเรียนบ่อยมากกเวลาเรียนก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนและมาใจแป้วตอนเห็นนางใส่แหวนจ้าก็คือตอนนั้นเราก็เริ่มปิ๊งนางแล้วพอเห็นคือก็พยามคิดบวกว่าเอ่ออเครื่องประดับวัยรุ่นอ่ะแหละก็เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะและด้วยร.รมีกฎห้ามใส่เครื่องประดับนางเลยต้องถอดออกตามสภาพ

เราก็พยามสอดส่องเป็นอีแอบตามเสาตามมุมไปค่ะในช่วงนั้นจากคนไม่เข้าเฟสไม่เล่นและไม่คิดจะเข้าแอปนี้ด้วยจำได้ว่าอาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์เราสิงเฟสหาเฟสนางค่ะถามว่าเจอมั๊ย...55....เอ๊อะไม่เจอค่ะแต่ความพยามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะเราขุ้ยต่อไปเรื่อยๆแต่ความพยามก็จบลงที่เพื่อนค่ะ...ความสำเร็จไปตกอยู่ที่ไปขอเพื่อนเอาจ้า=3=เย้!

ได้มาแล้วววในจุดนั้นหวีดเต็มที่ค่ะหวีดแบบอร๊ายยย
(ไม่ใช่แค่นี้หรอกค่ะเราหวีดแบบน้ำมะนาวหมดเป็นสวน)เราก็แบบรีบหาถามว่าเพิ่มเพื่อนเลยมั๊ยก็ไม่ค่ะเข้าไปส่องดูแต่นางปิดไว้ถ้าไม่ใช่เพื่อนดูไม่ได้มีแค่รูปที่นางเปลี่ยนปกเฟสไม่กี่รูป เฮอะๆ...เซฟสิคะรออะไรโด่วว

เราจัดการบันทึกลงโทรศัพท์ทันทีแต่พอไปเจอรูปที่นางคีบบุหรี่และควงขวดเหล้าเราก็สดุดทันทีค่ะแต่ก็ยังไม่ใช่เหตุผลให้เลิกชอบนางในตอนนี้หรอกนะคะซึ่งจริงๆเราก็ไม่ได้ชอบหรอกนะคะบุหรี่กับเหล้าน่ะแถมยังไปยุ่งกับมันตอนอายุแค่นี้แต่เราก็ไม่ได้อะไรต่อก็ยังปลื้มๆต่อไป

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ในช่วงเทอม1เราทั้งส่องทั้งตามทั้งพร่ำเพ้อละเมอหาในช่วงนั้นจนปิดเทอม1ไปประมาณ2อาทิตย์เอาละคะนั่งร้อนรนคิดถึงนางงจะแอดนางไปก็ตีกับมือตัวเองเกือบตายสุดท้ายก็อยู่สภาพนั้นไปเรื่อยๆจนวันไปจ่ายตังค์ค่าเทอมก็ไปเสียตังค์ตามสภาพและรับเกรดค่ะเอาแล้วววเกรดข่อยย แต่เราก็รอดตัวไปค่ะได้3.90ไปฮื้ออ(ถึงจะบ้าผชก็ตั้งใจเรียนและส่งงานครบนะจ๊ะ)เรานั่งลุ้นอยากเจอนางจะตัยสุดท้ายไม่เจอค่ะ=_=กลับบ้านดีใจเกรดดีเสียใจอดเจอพี่จงอย  อ้อจงอยเป็นฉายาที่เราเรียกนางเวลาเจอนะคะเพราผมนางจะเป็นทรงจะบอกว่ากะลาก็ไม่ใช่แต่มันยาวดูเรียบๆและปัดข้างๆอ่ะค่ะแต่!!
มันจะมีจงอยดึ๋งๆอยู่บนกลางหัวนางเราก็เลยเรียกนางว่า จงอย (พิมพ์ถูกบ่นิ)

เราก็ไปเรียนและเริ่มว่าจะจีบจริงจังสักทีแต่เราดันเป็นคนขี้อายอีกโอ๊ยอนาถาตัวเองจนวันหนึ่งตอนเราจะไปเรียนศาลาใกล้ๆห้องเค้าเราก็เดินหอบของพะรุงพะลังเลยจ้ารีบเดินแล้วนะกลัวจะเจอตอนสภาพ นั้นอ่ะเหมือนฟ้ารังแกเพื่อนสกิดจ่ะๆไอ้Pข้างหลังอ่ะ เรานี่แบบฮึ..ฮึ..ฮื้อออ~เครียดเลยคือจะบอกเลยว่าเราเป็นเด็กเรียนแบบพ่อแม่ส่งมาเรียนก็เรียนจริงๆ
หน้าตาเรานับว่าดีในขั้นหนึ่งเพราะเป็นคนไม่ค่อยมีสิวมีเฉพาะช่วงมีเมนส์ในบางครั้งแค่นั้น เสียดายดั้งน้อยไปหน่อยจะโทษใครก็ไม่ได้อีก สภาพจากตอนเช้าๆอาจจะมีลิปมันลิปกรอสทาให้ปากดูดีหน่อยพอเรียนไม่มีเวลามานั่งเติมอะไรทั้งนั้นเรียกว่าเรียนจนหัวฟูขนานแท้สภาพก็คือผีดิบที่แท้ทรูนั่นเองค่ะ


นึกภาพตามนะคะเด็กผญตัวเล็กๆถักเปีย2ข้าง น้ำหนักประมาณ45 ถ้าจำไม่ผิดตอนนี้เหยียบ50แล้วค่ะ😂(สูง155นับว่าเตี้ยมั๊ยคะ555ถ้าเตี้ย..ก็เตี้ยค่ะ)ขาวเพราะมีเชื้อสายจีนบวกครีมที่หมดไปหลายบาทอยู่ตอนนั้นชอบใส่เสื้อแขนยาวเพราะกลัวแดด หลังรับรู้ว่าครีมกันแดดไม่ได้ช่วยผิวที่นั่งโอ๋เช้าโอ๋เย็นร้อย%เราเลยเลือกจะใส่เสื้อกันหนาวแบบป้าๆเสื้อคาดิแกนสลับกับเสื้อกันหนาวฮูดบางวันเรียกว่าใครจะหาตัวก็หาจากเสื้อกันหนาวนั่นเองค่ะใส่แบบใส่ทั้งวันเลยไม่คิดจะถอดด้วย
บอกเลยว่าเราที่ร.รกับตอนไปเที่ยวเหมือนแปลงร่างได้เลยพ่อแม่บอกว่าเรียกว่ารู้กาลเทศะไม่รู้จริงมั๊ยแต่กเชื่อพ่อแม่ค่ะ555(ขออนุญาตขำตัวเองเด็กดีจริงๆเรา)

อ่ะต่อ
ใส่เสื้อป้าแล้วก็ยังมีปากซีดๆที่ไม่มีเวลาเติมผมที่เปียตอนเช้าพอเข้าบ่ายก็ผ่านสมรภูมิรบมาไม่น้อยฟูแบบไม่มีอะไรมากั้นเลย>□<หอบของพะรุงพะรุงเป็นหัวหน้ากลุ่มแต่แบกของเองค่ะอ่ะตบมืออ~พอรู้ว่านางอยู่ข้างหลังเรานี่สมองตีรวนทำไรไม่ถูก รีบโกยตีนแตกเลยหอบข้าวของแล้วอุ้มวิ่ง4×100ไปทันทีค่ะไม่กล้าหันไปมองเลย
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นสองครั้งเดี๋ยวมาเล่าเพิ่มนะคะ

หลังจากวันนั้นเราก็เริ่มพกกระจกพกหวีๆหน้าหมา
เอ้ย!?หน้าม้าค่ะแต่ก็ทำไปได้อาทิตย์เดียวคือก็กลับสภาพเดิมเห้อ...และด้วยภาพลักษณ์ย่าๆยายๆอย่างนี้ของเราก็ทำให้มีฉายาว่าอาม่าค่ะ'3'โอ๊ยยภูมิใจมีลูกมีหลานโดยยังไม่มีผัว'

เราก็เป็นคนเปิ่นๆเจอมันแต่ละทีถ้าสภาพอาม่าก็วิ่งสับตีนแตกอย่างนั้นตลอดสมมุติวันไหนเจอทั้งวันก็วิ่งอย่างงั้นทั้งวันค่ะ55


เดะมาเล่าต่อนะคะยังอีกยาวเลยค่ะ55ตัวหนังสือที่พิมพ์ได้ใกล้หมดแย้วและขอบอกเลยว่าเรื่องนี้เรื่องจริงทั้งหมดเลยนะคะมาเล่าเพราะอยากให้คนที่เข้ามาอ่านได้ดูประสบการณ์  puppy love ครั้งแรกของเราเนอะเพราะเราเล่าที่ไหนเค้าก็ขำกันว่าทำไปได้ยังไง
เดะมาต่อนะค๊า
เพี้ยนแว๊น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่