ทำไมคนในทวิตเตอร์ส่วนหนึ่งถึงไม่ค่อยชอบไบร์ท วชิรวิชญ์???

ตั้งแต่ซีรีส์จบไปก็เหมือนจะกลายเป็นว่ามีดราม่าเข้ามาไม่เว้นแต่ละสัปดาห์ (จะบอกว่าไม่เว้นวันก็เกินความเป็นจริงไป)
จขกท พยายามรวบรวมประเด็นในทวิตเตอร์ที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตหรือโจมตีอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งจากการสังเกตและรวบรวมข้อมูล ก็จะสามารถแบ่งกลุ่มได้ 3 กลุ่มด้วยกัน คือกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบศิลปินต่างชาติ และเห็นทวีตของไบร์ทผ่านตามาหลายครั้ง, กลุ่มที่มีความสนใจทางการเมืองเป็นพิเศษ, และกลุ่มที่ซัพพอร์ตเดี่ยว แต่ไม่ซัพพอร์ตคู่

ช่วงแรกๆ ระหว่างซีรีส์ยังออนอยู่ ก็มีดราม่าเรื่อง ไทย-จีน-ไต้หวัน-ฮ่องกง เพราะการแค่รีทวีตรูปๆ เดียว ไหนจะต่อมมโนของแอนตี้จีน ก็กลายเป็นพันธมิตร #ชานมข้นกว่าเลือด เป็นประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศไปแบบงงๆ
แต่จู่ๆ ผ่านไปได้ 2 เดือนก็ปล่อยคลิปขอโทษคนจีนลงเว่ย (ซึ่งเอาจริงๆ ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลย) แทนที่เรื่องจะเงียบกลับทำให้คนจีนไม่ชอบยิ่งไปกว่าเดิม (ฟังจากรายการทีวีช่อง TNN บอกว่า แบรนด์หนึ่งที่ไบร์ทเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จีน เป็นคนบังคับให้อัดคลิป แต่ไม่รู้ว่าจริงเท็จอย่างไร)

แล้วยังไม่พอก็มีคนไปขุดบทสัมภาษณ์นิตยสารเล่มหนึ่ง ที่เจ้าตัวเคยเล่าเรื่องที่เคยไปแย่งเวทีแสดงดนตรี แล้วมีกลุ่มคนอ้างตัวว่าอยู่ในเหตุการณ์งานวันนั้นด้วย คนที่อ้างตัวเป็นสต๊าฟก็บอกว่าโดนไบร์ทผลักจนนิ้วซ้น จนกลายเป็น #boycottbright ในชั่วข้ามคืน
แถมยังมีประเด็นเรื่องเคยกลั่นแกล้งเพื่อนที่เป็น LGBT สมัยเรียนอีก (ซึ่งคนทวิตเตอร์ก็ตั้งข้อสังเกตว่าถ้ามีทัศนคติไม่ดีในกลุ่ม LGBT แต่ทำไมถึงรับเล่นบทเกย์ แบบนี้ไม่เท่ากับการเอาอัตลักษณ์ของเกย์มาหากินเหรอ) แม้เจ้าตัวจะบอกว่ามีน้าเป็น LGBT แต่ก็มีคนที่กังขาอยู่ตั้งข้อสังเกต (อีกแล้ว) ว่าต่อให้มีญาติเป็น LGBT แต่ถ้ายังมีความคิดหรือปฏิบัติไม่ดีต่อ LGBT คนอื่น ก็ไม่ได้แปลว่าจะยอมรับในอัตลักษณ์นั้นได้

ทั้งสองประเด็นนี้ เจ้าตัวก็ได้ออกมาโพสต์ขอโทษในวันต่อมา ก็ยังไม่วายที่จะถูกชาวทวิตเตอร์จับผิดว่า เป็นการขอโทษที่จริงใจหรือเปล่า? ทำไมถึงบันทึกโน๊ตขอโทษไว้ใน "เรื่องที่ต้องทำ" แล้วทำไมจึงไม่เอ่ยถึงกรณีที่เคยผลักสต๊าฟในงานวันนั้น บ้างก็บอกว่าคำขอโทษดูสวนทางกับสิ่งที่เคยให้สัมภาษณ์ไปมาก เพราะถ้าสำนึกผิดจริง ก็ควรจะสำนึกตั้งแต่วันนั้นแล้ว บางส่วนที่อ้างตัวว่าเป็นเด็กเตรียมอุดมฯ ก็บอกว่าครูฝ่ายปกครองจริงๆ ไม่ได้โหดเลย ออกจะใจดีด้วยซ้ำ ถึงถูกเรียกเข้าไปก็คงไม่กลัวหรือสำนึกใดๆ

อีกเรื่องหนึ่งที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กันคือ การที่เจ้าตัวเคยออกมาทวีตว่า "อยากจะเป็นกระบอกเสียงในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม" แต่ในหลายต่อหลายครั้งเจ้าตัวกลับเลือกที่จะเงียบและเพิกเฉย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก็จะมีชาวทวิตเตอร์กลุ่มหนึ่งหยิบไปแขวะอยู่บ่อยครั้งว่าเหตุใดเจ้าตัวถึงเงียบ ไม่ยอมออกมาเป็นกระบอกเสียงในเรื่องดังกล่าว และมักจะนำไปเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมสังกัดอย่างเต ตะวัน หรือนักแสดงรุ่นใหม่คนอื่นๆ อย่างมายด์ ลภัสลัล (วิรพร) หรือใบเฟิร์น อัญชสา ที่พวกเขามีความกล้าหาญพอที่จะพูดถึงประเด็นดังกล่าวบนโซเชียล

จขกท ขอชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด และขอย้ำอีกครั้งว่าทั้งหมดนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลที่ได้สังเกตมาจากการอ่านความคิดเห็นของชาวทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นความเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น

อยากชวนชาวพันทิปมาพูดคุยกันว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อประเด็นดังกล่าวนี้ เชิญได้ตามอัธยาศัยเลยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
เรายังชอบไบร์ทอยู่นะ และคิดว่าเค้าก็คงโตขึ้นจากตินเด็กค่อนข้างมากแล้วแหละ คืออย่างน้อยก็พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น อย่างเรื่องตอนงานดนตรีมัธยม อันนี้เราไม่ติดใจอะไรเพราะมันเป็นความผิดพลาดของเขา เราก็ทำได้แค่ให้เขาได้เรียนรู้และเข้าใจว่าสิ่งที่มันทำมันผิด ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นก็แค่นั้น ส่วนเรื่องที่จีน มองว่าไม่ใช่ความผิดของไบร์ทเลย แฟนคลับ คนทั่วไป และคนจีนปสดกันไปเองทั้งหมดอ่ะ

ส่วนเรื่องจะเป็นกระบอกเสียงอะไรนั่น บางเรื่องก็ทำ บางเรื่องก็ ignore เราเลยไม่ได้ใส่ใจ เพราะเขาก็พูดของเขาเอง ถ้าทำไม่ได้ตามที่พูดก็ต้องรับผลการกระทำของตัวเองไป

ส่วนเรื่องข่าวลืออื่นๆ อันนี้ไม่รู้จะว่ายังไงดี เพราะข่าวลือคือมันอาจจะจริง หรือไม่จริงก็ได้ แต่คนออกมาพูดเยอะๆเพราะฟังตามกันมาจนมันดูจริง สรุปกลายเป็นข่าวจริงขึ้นมาเสียอย่างนั้น  ทั้งๆที่ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจน เป็นแค่ข่าวลือที่พูดต่อๆกันมา อย่างเรื่องเหยียด lgbt เราว่าปัจจุบันตัวไบร์ทค่อนข้างสนับสนุนกลุ่มนี้อยู่พอสมควรนะ เขาเคยสัมภาษณ์สนับสนุนให้มีการแต่งงานในเพศเดียวกันตั้งแต่ซีรี่ส์ยังไม่ออนและยังไม่ดังเลย

แต่ที่ติดใจคือแฟนคลับที่คีพเดี่ยว ‘บางคน’ และคนที่รับไม่ได้เพราะเขามีแฟน อันนี้ด่าเขาแบบไร้เหตุผลมาก คือบางคนเคยรักมากก่อน แต่กลับผันตัวมาด่าเพราะเขาทำอะไรที่ไม่ถูกใจ มันไม่รู้จะว่ายังไงจริงๆ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 23
จริงๆต้องยอมรับก่อนว่า twitter เป็นเเพลตฟอร์มที่มี hate speech เยอะมาก (ไม่ใช่เเค่กับไบร์ท)
เยอะขนาดที่เเบรนด์ต่างๆรวมกันบอยคอตไม่ซื้อโฆษณาจากtwitter เพราะเห็นถึงผลกระทบจาก hate speech ดังกล่าว

อ่ะเเหล่งอ้างอิง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เเต่ก็เป็นปัญหาที่ทาง twitter เค้าต้องการจะเเก้ไข้จริงๆ ขนาด CEO twitter ยังเคยบอกว่า
'No one deserves to be the target of abuse online, and it has no place on Twitter'

เเต่ในความเป็นจริงมันก้ยากที่จะทำเพราะทุกคนเป็น on one สามารถพูดอะไรยังไงใส่ใครก็ได้
เเละก็เป็นเรื่องน่าเเปลกว่า คนเราชอบที่จะใช้คำพูดถากถางเหน็บเเนมกันมากกว่าจะพูดดีดี
เห็นได้ชัดว่าแอคไหนที่ยิ่งดูเฟียส ยิ่งใช้คำรุนเเรง ยิ่งมี engagement สูง

เเละเราต้องยอมรับความจริงที่ว่า twitter is an echo chamber. เพราะเราเป็นคนเลือกที่จะติดตามใคร
เเละเรามีเเนวโน้วที่จะมีความเห็นคล้อยไปตามๆกัน โดนเฉพาะแอคที่มีฟลวเยอะๆ ทำให้เมื่อเริ่มมีกระเเสไปทางไหน
หน้าไทม์ไลน์เราก็จะเห็นเเต่ทวิตที่มีเเนวโน้วไปกับกระเเสนั้นๆ รับรู้ไปในทิศทางเดียวกัน
ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากระเเสบนไทม์ไลน์เราผ่านตาบ่อยๆว่า A นั้นเเย่ ก็จะเริ่มมีทวิตคล้อยตามว่า A นั้นเเย่ตามมาเรื่อยๆ
จากข่าวลือ ก็อาจจะกลายเป็นข่าวจริงไปได้ ซึ่งแทบจะใช้พิสูจน์อะไรไม่ได้เลย
เช่นเดียวกันกับบางเรื่องที่ดูร้อนเเรงในโลกทวิตเตอร์ตลอดเวลา
เเต่ในโลกผ่านนอกนั้นเเทบไม่มีความเคลื่อนไหวใดใดเลย

อะใส่อ้างอิงให้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

กลับมาที่ไบร์ท ส่วนตัวมองว่าสาเหตุหลักๆอันเเรกที่ทำให้คนในทวิตหมั่นไส้เค้า (ก่อนจะมีดราม่าบอยคอต)
ก็คือ การดังมากเเบบในเวลาไม่กี่เดือน การมีฟคเยอะมากกก ที่ก็รวมไปถึงหลากหลายช่วงอายุ
ซึ่งเป็นที่รู้ๆกันว่าที่ใดคนเยอะที่นั้นก็คนปสดเยอะตามไปด้วย

ซึ่งพอมีดราม่าที่เกี่ยวกับไบร์ท แอคฉอดก็ยิ่งชอบเพราะยิ่งแซะ ก็ยิ่งมีฟคไบร์ทมาปกป้อง
ยิ่งกลายเป็นแคปมาวิจารณ์กันไม่จบไม่สิ้น ยิ่งใช้คำรุนเเรงขึ้นเรื่อยๆ วนลูปไป
(จริงๆเหตุการณ์เเบบนี้เกิดขึ้นกับศลปหรือคนดังที่มีฟคเยอะเเทบทุกคน)

มันก็เป็นอะไรที่น่าแปลกใจว่า คือเราพยายามรณรงณ์เรื่องการบูลลี่ด้วยคำพูดเรื่องไม่ใช่ hate speech
เวลามีข่าวศลปเกาหลี ถูก netizenเกา วิจารณ์ด้วยคำพูดรุนเเรง ไล่ให้ออกจากวง ไล่ให้ไปตาย หรือร้ายเเรงจนซึมเศร้า
ชาวทวิตไทยมักจะออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ด่าnetizenเกาบ้าง ไม่ให้ใช้ hate speech เเต่กลับกันพอเป็นศลปไทย
ผู้ใช้ทวิตเตอร์ไทยหลายคนพร้อมที่จะหยิบ hate speech เหล่านั้นมาใช้กับศลปบ้านเรา
ความคิดเห็นที่ 18
ต้องถามว่าในทวิตเตอร์ชอบใครบ้าง
ฉอดทุกคน ด่ามากกว่า educate   โลกในทวิตหนะ ตามอ่านบ้างพอให้ตกผลึกความคิดได้ แต่ถ้าตามทุกเรื่องก็ไม่ไหวอะ บางอย่างก็เป็นสาระที่ควรรู้และควรปฏิบัติ แต่วิธีสื่อสารคือไม่ได้เลย ตึงเกินตึงไปหมด ขยับนิดหนึ่งคือขาดและ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่