- เวียดนาม ประเทศที่ได้ชื่อว่า รับมือกับการระบาดดีที่สุดในโลก เริ่มพบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เมือง ดานัง จนทางการต้องปิดเมืองอีกครั้ง
- ออสเตรเลีย ประเทศที่อยู่อันดับต้นๆ ที่รับมือได้ดีที่สุด กลับพบมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสุงในช่วงที่ผ่านมา จนทางรัฐบาลต้องปิดเมืองอีกครั้ง
- ญี่ปุ่น ถือว่า เป็นประเทศที่รับมือได้ค่อนข้างดี แต่หลังมีการท่องเที่ยวในประเทศตลอดวันหยุด 4 วันที่ผ่านมา ที่รัฐบาลสนับสนุน คล้ายกับไทย กลับพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- อินเดีย พบผู้ติดเชื้อ ในอัตราเร่ง จนติดในอันดับ 3 ของตาราง แทนที่รัสเซียแล้ว โดยทางการคาดว่า จะมีผู้ติดเชื้อ 10 ล้านคนในอินเดีย
- บราซิล จำนวนผู้ติดเชื้อในอันดับ 2 ทะลุพุ่งเกิน 2.5 ล้านคนแล้ว
- สหรัฐ ผู้ติดเชื้ออันดับ 1 ทะลุ 4.5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตสูงสุด เกินกว่า 1.6 แสนคนแล้ว
บทเรียนแต่ละประเทศที่ผมอ้างอิงถึง แสดงให้เห็นว่า การระบาดรอบสอง รอบสาม มาถึงแล้ว และ หลายประเทศ มีการระบาดเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศกันเอง นั่นแสดงว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการแฝงตัวอยู่จำนวนมากกว่าที่คิด
และนั่น คือ เหตุผลที่ทำให้ต้องกลับมาปิดเมืองอีกครั้ง
เราได้เห็นแล้วว่า ตราบใดก็ตาม ที่ยังมีผู้ติดเชื้อ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะไม่มีวันทำได้ ยังไงก็ต้องกลับมาปิดเมือง ยังไง เศรษฐกิจในเมือง ก็จะเงียบเหมือนเดิม
สนับสนุน ปิดเมือง อยู่บ้านกันต่อ พ่อค้าแม่ค้าจะร้องโวยวายก็ช่างมัน อย่าไปสน อย่าได้แคร์ หรือ จะให้เขาเปิดขายของไปก็ได้ แต่บทเรียนสอนว่า เปิดไปก็ขายไม่ออก เพราะ คนกลับมาทำอาหารเองที่บ้านเยอะกว่าที่คิด ไม่ก็ซื้ออาหารออนไลน์กันทั้งนั้น เราจะเห็นภาพนี้ไปอีกนาน จนเป็น new normal
เมื่อคืน ดูสารคดี กาฬโรค ที่มีคนตายเป็น 100 ล้านคน ระบาดยาว เป็นหลายระลอก ระลอกละ 10 ปี เลยทีเดียว
คนที่รอด คือ คนที่ปลีกวิเวก และ ไม่เดินทางไปรวมในที่ชุมชน ในยุคนั้น หลายประเทศมีคนตายกว่าครึ่งค่อนเลยทีเดียว หลังการระบาดในยุคนั้น โลกเข้าสู่ยุคตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างยาวนานมาก จำนวนประชากรบนโลกหายไปเยอะมาก หลายเมือง ต้องตั้งเมืองใหม่ เหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่
บทเรียน โควิด ของต่างประเทศ สนับสนุนการปิดเมืองต่อ
- ออสเตรเลีย ประเทศที่อยู่อันดับต้นๆ ที่รับมือได้ดีที่สุด กลับพบมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสุงในช่วงที่ผ่านมา จนทางรัฐบาลต้องปิดเมืองอีกครั้ง
- ญี่ปุ่น ถือว่า เป็นประเทศที่รับมือได้ค่อนข้างดี แต่หลังมีการท่องเที่ยวในประเทศตลอดวันหยุด 4 วันที่ผ่านมา ที่รัฐบาลสนับสนุน คล้ายกับไทย กลับพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- อินเดีย พบผู้ติดเชื้อ ในอัตราเร่ง จนติดในอันดับ 3 ของตาราง แทนที่รัสเซียแล้ว โดยทางการคาดว่า จะมีผู้ติดเชื้อ 10 ล้านคนในอินเดีย
- บราซิล จำนวนผู้ติดเชื้อในอันดับ 2 ทะลุพุ่งเกิน 2.5 ล้านคนแล้ว
- สหรัฐ ผู้ติดเชื้ออันดับ 1 ทะลุ 4.5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตสูงสุด เกินกว่า 1.6 แสนคนแล้ว
บทเรียนแต่ละประเทศที่ผมอ้างอิงถึง แสดงให้เห็นว่า การระบาดรอบสอง รอบสาม มาถึงแล้ว และ หลายประเทศ มีการระบาดเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศกันเอง นั่นแสดงว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการแฝงตัวอยู่จำนวนมากกว่าที่คิด
และนั่น คือ เหตุผลที่ทำให้ต้องกลับมาปิดเมืองอีกครั้ง
เราได้เห็นแล้วว่า ตราบใดก็ตาม ที่ยังมีผู้ติดเชื้อ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะไม่มีวันทำได้ ยังไงก็ต้องกลับมาปิดเมือง ยังไง เศรษฐกิจในเมือง ก็จะเงียบเหมือนเดิม
สนับสนุน ปิดเมือง อยู่บ้านกันต่อ พ่อค้าแม่ค้าจะร้องโวยวายก็ช่างมัน อย่าไปสน อย่าได้แคร์ หรือ จะให้เขาเปิดขายของไปก็ได้ แต่บทเรียนสอนว่า เปิดไปก็ขายไม่ออก เพราะ คนกลับมาทำอาหารเองที่บ้านเยอะกว่าที่คิด ไม่ก็ซื้ออาหารออนไลน์กันทั้งนั้น เราจะเห็นภาพนี้ไปอีกนาน จนเป็น new normal
เมื่อคืน ดูสารคดี กาฬโรค ที่มีคนตายเป็น 100 ล้านคน ระบาดยาว เป็นหลายระลอก ระลอกละ 10 ปี เลยทีเดียว
คนที่รอด คือ คนที่ปลีกวิเวก และ ไม่เดินทางไปรวมในที่ชุมชน ในยุคนั้น หลายประเทศมีคนตายกว่าครึ่งค่อนเลยทีเดียว หลังการระบาดในยุคนั้น โลกเข้าสู่ยุคตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างยาวนานมาก จำนวนประชากรบนโลกหายไปเยอะมาก หลายเมือง ต้องตั้งเมืองใหม่ เหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่