สวัสดีค่า
เราแต่งงานมาได้สักพักแล้ว แต่ไม่สามารถปลอล็อคตัวเองจากการแต่งงานได้สักที มันค้างคาอยู่ในใจเรื่อยมา เลยทำให้ความรู้สึกในการใช้ชีวิตหลังแต่งงานไม่เต็ม 100%
ตอนแต่งงานฝ่ายชายผลักภาระการจัดงานมาให้บ้านเราแต่ฝ่ายเดียวเพราะเค้าถือว่า "ให้ค่าสินสอดแล้ว" ขันหมากไม่มี ดอกไม้สักช่อยังไม่มีเลย ตอนจัดงานส่วนใหญ่เราคิดเองทำเองหมด ท้อ เสียใจ แต่ถ้าเราล้มพ่อแม่เราจะเสียใจกว่า เลยกัดฟันทำให้ดีที่สุดตามที่เราคิดมา บ้านฝ่ายชายไม่เคยมาดูมาแล แม้แต่ตัวฝ่ายชายเองก็แทบไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย เวลาที่เราเสียใจส่วนใหญ่มาจากฝ่ายชาย ขอแค่กำลังใจในการจัดงานแทบไม่มี เหนื่อยมากจริงๆ แต่ในเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่กลับทำให้รู้ว่า จริงๆ พ่อแม่รักเรามาก มากกว่าที่เรารู้สึกอยู่ทุกวัน มันคือความรักที่มหาศาล สิ่งตอบแทนของเค้าคือความสุขของเรา และสิ่งที่มีความสุขของเราคือ เห็นพ่อแม่มีความสุขเท่านี้จริงๆ แต่ความรู้สึกเราที่มีต่อฝ่ายชายคือขื่นขม ความรู้สึกพวกนี้ตีกลับมาในสมองตลอด เราพยายามปล่อยวางแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้สักที เราควรทำยังไงดี
ไม่สามารถปลดล็อคตัวเองได้ตั้งแต่ตอนแต่งงาน
เราแต่งงานมาได้สักพักแล้ว แต่ไม่สามารถปลอล็อคตัวเองจากการแต่งงานได้สักที มันค้างคาอยู่ในใจเรื่อยมา เลยทำให้ความรู้สึกในการใช้ชีวิตหลังแต่งงานไม่เต็ม 100%
ตอนแต่งงานฝ่ายชายผลักภาระการจัดงานมาให้บ้านเราแต่ฝ่ายเดียวเพราะเค้าถือว่า "ให้ค่าสินสอดแล้ว" ขันหมากไม่มี ดอกไม้สักช่อยังไม่มีเลย ตอนจัดงานส่วนใหญ่เราคิดเองทำเองหมด ท้อ เสียใจ แต่ถ้าเราล้มพ่อแม่เราจะเสียใจกว่า เลยกัดฟันทำให้ดีที่สุดตามที่เราคิดมา บ้านฝ่ายชายไม่เคยมาดูมาแล แม้แต่ตัวฝ่ายชายเองก็แทบไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย เวลาที่เราเสียใจส่วนใหญ่มาจากฝ่ายชาย ขอแค่กำลังใจในการจัดงานแทบไม่มี เหนื่อยมากจริงๆ แต่ในเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่กลับทำให้รู้ว่า จริงๆ พ่อแม่รักเรามาก มากกว่าที่เรารู้สึกอยู่ทุกวัน มันคือความรักที่มหาศาล สิ่งตอบแทนของเค้าคือความสุขของเรา และสิ่งที่มีความสุขของเราคือ เห็นพ่อแม่มีความสุขเท่านี้จริงๆ แต่ความรู้สึกเราที่มีต่อฝ่ายชายคือขื่นขม ความรู้สึกพวกนี้ตีกลับมาในสมองตลอด เราพยายามปล่อยวางแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้สักที เราควรทำยังไงดี